“ ขอบคุณมากนะ เจ้าหนู ” ชายร่างยักษ์ยิ้มกว้าง พร้อมถลาเข้ามากอด
“ โอ้ อย่า ไม่….. ” มาวินรู้สึกอึดอัด เพราะถึงเด็กหนุ่มจะบ้าบอยังไง แต่เขาก็ไม่ใช่สายเหลือง อีกอย่างหมอนี่ยังแนบชิดชนิดที่ไม่คำนึงว่าอีกฝ่ายกำลังบาดเจ็บ
มาวินโดนกอดรัดอยู่ครู่หนึ่ง ชายร่างใหญ่ก็คลายวงแขน หลังจากนั้นก็มีสาวรุ่นก้าวเข้ามา เธอมีใบหน้าที่สวยใส ผมทรงหางม้าสีทองพลิ้วไหว ดวงตาหวานซึ้งเปล่งประกายจนเด็กหนุ่มต้องก้มลงมองพื้นด้วยความเขินอาย ในใจแอบคิด
“ เธอคนนี้จะกอดชั้นด้วยมั้ยน้า..... ”
ขณะที่มาวินกำลังลุ้นอยู่นั้นเอง เด็กสาวก็กุมมือของพระเอกหนุ่ม พร้อมกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
“ ขอบใจมากที่ช่วยพวกเรา ”
สิ้นคำ เด็กสาวน่ารักก็ถอยหลังและปล่อยให้คนอื่นเข้ามาแสดงความยินดีบ้าง เลยทำให้มาวินรู้สึกฉุนนิดๆ
“ แหม ตอนอยากให้กอด ไม่ยักกะกอด ”
เด็กหนุ่มคิดสัปดนได้ไม่นาน ก็รู้สึกว่าร่างของตัวเองกำลังลอยสูง เมื่อก้มลงดู เลยพบว่าเขากำลังถูกยกขึ้นโดยชาวบ้าน จากนั้นทุกคนก็โห่ร้องดีใจ
“ เฮ…… ”
“ เหอๆ คนที่นี่เขาฉลองกันด้วยการโยนคนเจ็บรึไงฟะ หยุดก่อน ชั้นตาลายแล้ว! ” เด็กหนุ่มร้องห้าม แต่ไม่มีใครรับฟัง เพราะมัวแต่ยินดีกับฮีโร่จำเป็น
……………………..
หลังการฝึกช่วงเช้าสิ้นสุด ชาวบ้านก็แยกย้ายกันไปทำงาน ส่วนมาวินนั้นว่าง จึงได้แต่นั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เด็กหนุ่มรับการทักทายจากผู้คนที่ผ่านไปมา ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็นซุปตาร์ประจำหมู่บ้านไปซะแล้ว
ระหว่างที่มาวินนั่งมองท้องฟ้าสีคราม ใจก็หวนคิดถึงบ้านเกิด ที่นั่นมีคุณป้าที่เคารพรัก คุณลุงร่างใหญ่ผู้แสนดี น้าเดชจอมเพี้ยนและสุดท้ายคือ “จัน” เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก เขาเลยไม่รู้สึกตัวเลยซักนิดว่ามีใครบางคนเข้ามานั่งข้างๆ คนๆนั้นก็คือเหมยลี่
เด็กสาวร่างสูงไม่ได้พูดอะไร ดวงตาคมจ้องไปยังใบหน้าเรียวที่ดูเหม่อลอย เธอมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเนือยๆ
“ วันนี้อากาศดีนะ ”
“ เอ๊ะ เออ ก็ว่างั้นแหละ อ้าว จัน เฮ้ย! ไม่ใช่ ยัยโย่งนี่หว่า ” เด็กหนุ่มสะดุ้งตกใจ เหมยลี่เลยยิ้มเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าคมดูสดใสขึ้น
“ เรียกชื่อผิดอีกแล้ว ชั้นเหมือนเพื่อนนายขนาดนั้นเลยเหรอ ”
เด็กหนุ่มหัวเขียวหันหน้าไปทางอื่น พร้อมตอบกลับด้วยท่าทางที่ดูเขินอาย
“ จะว่าอย่างงั้นก็ได้ ”
เหมยลี่แอบขำอยู่ในใจ เพราะรู้สึกว่ามาวินคล้ายเด็กน้อยคนหนึ่ง เธอจึงแหย่กลับ
“ แล้วที่ว่าคล้ายน่ะ คล้ายยังไง ”
“ อืม……. ” เด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“ อธิบายยากขนาดนั้นเลย? ” เด็กสาวถามแกมหยอก
“ ก็ไม่ยากหรอก แค่กำลังคิดว่าจะพูดยังไงดี ” เด็กหนุ่มหัวเขียวโต้กลับ
“ ไม่เห็นยากเลย คิดยังไงก็บอกมาแบบนั้น ” เด็กสาวกล่าวยิ้มๆ
มาวินคิดว่าอีกฝ่ายดูผิดปกติ เพราะที่ผ่านมา เหมยลี่มักจะเคร่งขรึมและไม่ยอมพูดอะไรที่ไม่จำเป็น ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเริ่มจ้องหน้าเด็กสาวและนึกสงสัย
“ จะมาไม้ไหนกันนะ ดูร่าเริงผิดปกติ หรือว่านี่จะเป็นยังโย่งตัวปลอม ”
“ เอ้า ว่ายังไงล่ะ ” พอเห็นมาวินเงียบไป เหมยลี่ก็ทวงคำตอบ เด็กหนุ่มจึงนิ่งตรึกตรองอยู่อึดใจ ก่อนแถลงเบาๆ
“ อย่างแรกนะ… ”
เด็กสาวขยับเข้ามาใกล้ คล้ายลุ้นว่าอีกฝ่ายจะตอบยังไง ทำให้มาวินนึกกลัวขึ้นมาจริงๆ แต่สุดท้าย เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจตอบ
“ หน้าเหมือนกัน ”
เหมยลี่ดูอึ้งไปชั่วขณะ พอเริ่มปรับอารมณ์ได้ เธอก็เอ่ยปาก
“ เหมือนขนาดนั้นเลยเหรอ ”
“ ไม่ใช่แค่เหมือนหรอก บางทีชั้นยังแอบคิดเลยว่าเธอคือจันปลอมตัวมาด้วยซ้ำ และลุ้นอยู่นิดๆว่ามันจะเป็นจริง ” มาวินร้องบอก ท่าทางตื่นเต้น แต่เหมยลี่กลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเงียบขรึมดุจเดิม
“ เอ๊ะ ยังไงกัน กลับมานิ่งอีกแล้ว ” เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกๆ ใบหน้าเรียวเริ่มเหยเกด้วยความสงสัย ผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กสาวร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน พร้อมกล่าวสั้นๆ
“ ชั้นจะเข้าป่า ”
ก่อนที่เหมยลี่จะเดินจากไป มาวินก็โพล่งขึ้นมาคำนึงด้วยอาการร้อนรน ราวกับนี่คือสิ่งที่เขาอยากพูดมานาน
“ เดี๋ยวก่อน ยัยโย่ง ยังมีอีกอย่างที่เธอกับจันเหมือนกัน ”
เด็กสาวหยุดชะงัก เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ปากก็ตอบคู่สนทนา โดยไม่หันกลับมา
“ อะไร ”
มาวินเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างปราศจากความหมาย ก่อนจะแถลงไข ท่วงท่าดูเลื่อนลอย คล้ายตกอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำที่แสนสุข
“ หัวใจไง เธอและจันมีหัวใจที่อบอุ่น ”
เหมยลี่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาช้าๆ ดวงตาคมแฝงแววเด็ดเดี่ยวอยู่ภายใน อึดใจต่อมา น้ำเสียงห้าวหาญก็ถูกเค้นออกจากปาก
“ ไม่ว่ายังไง ชั้นก็จะพาไปส่งถึงแคว้นเยอมาเนีย นายจะได้กลับไปหาจัน ”
ทันทีที่พูดจบ เหมยลี่ก็เดินหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่สนว่ามาวินจะมีรีแอคชั่นแบบไหน แน่นอนว่าเด็กหนุ่มย่อมต้องตะโกนถาม เพราะคำพูดของเด็กสาวนั้นคลุมเครือเกินไป
“ ที่พูดเมื่อกี้ หมายความว่าไง หยุดก่อนสิ ”
เหมยลี่จากไปแล้ว แต่มาวินยังรู้สึกขัดเคือง ทว่าก็จนใจจะติดตาม เนื่องจากเด็กสาวร่เดินไวมากจนคนที่กำลังบาดเจ็บอย่างเขาไม่อาจตามทัน จึงได้แต่บ่นพึมพำ
“ เลือดจะไป ลมจะมารึไง ถึงได้เดินหนีไปซะอย่างงั้น ”
……………………….
เวลาผ่านไป 2 อาทิตย์ อาการของมาวินเกือบหายเป็นปกติ ส่วนทางด้านเหมยลี่ก็มุ่งมั่นอยู่กับการฝึกวิชาให้ชาวบ้าน ทำให้ฝีมือของทุกคนรุดหน้ากว่าเดิม พวกเขาออกกระบวนท่าได้ทะมัดทะแมงและคล่องแคล่วขึ้น นอกจากนี้ เด็กสาวยังใช้เวลาว่างในช่วงกลางคืน เขียนแบบแผนการฝึกขึ้นมา จะได้มอบสิ่งนี้ให้หัวหน้าหมู่บ้านใช้เทรนผู้คนต่อ
เช้าตรู่ของวันใหม่ มาวินและเหมยลี่ได้มายืนอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน โดยมีเหล่าชาวบ้านกว่าครึ่งร้อยตามมาส่ง ทุกคนล้วนอาลัย โดยเฉพาะเหมยลี่ ถึงกับมีหนุ่มน้อยใหญ่เสียน้ำตาให้หลายคน แต่เธอก็ไม่ได้ปลอบโยนอย่างจริงจัง เพียงแต่ตบไหล่เหล่าชายผู้โศกเศร้าเบาๆ
เมื่อได้ฤกษ์เดินทาง หัวหน้าหมู่บ้านก็ก้าวออกมายืนข้างหน้า พร้อมกล่าวอำลาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ ชั้นขอพูดแทนทุกคน เรารู้สึกใจหายที่ต้องจากกัน และถ้าไม่ได้พวกเธอช่วยไว้ ป่านนี้คงยังถูกแก๊งนั้นกดหัวอยู่ เราไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากของพวกนี้ ”
พอหัวหน้าหมู่บ้านพูดจบ ก็ยื่นห่อผ้าขาวขนาดใหญ่ให้มาวิน เมื่อเด็กหนุ่มรับมา เขาก็เอ่ยถามทันทีตามประสาคนปากเปราะ
“ อะไรน่ะ ลุง หนักเอาเรื่องเลยนะ”
“ ฮะๆ ก็พวกเสบียง อาหารแห้งนั่นแหละ” หัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะเบาๆ
เมื่อได้ยินดังนี้ เด็กหนุ่มจอมซนจึงรีบแกะห่อผ้าออก เลยพบกับเสบียงมากมาย ท่าทางน่ากิน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อตากแห้งสีแดงเข้มที่คลุกพริกป่น ข้าวนิ่มๆเปียกแฉะเคลือบน้ำตาล ขนมแผ่นเล็กๆคล้ายคุกกี้ นอกจากนี้ ยังมีผลไม้สีแสบสันอีกหลายชนิด
"ว้าว น่ากินทั้งนั้นเลย ให้ชั้นจริงเหรอ " เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง ไม่บอกก็รู้ว่าตื่นเต้นยินดี
"ฮ่าๆ ใช่แล้ว พ่อหนุ่มเอาไปเถอะ "หัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะร่วน ชาวบ้านบางคนก็หัวเราะด้วย พวกเขานึกเอ็นดูมาวิน
"แท็งค์กิ้ว ลุง " มาวินรวบห่อผ้าขาว พร้อมกอดแนบอก ราวกับว่ามันคือยอดดวงใจ
"เอาล่ะ ยัยโย่งรีบขึ้นม้าเถอะ "เด็กหนุ่มพูดจบ ก็กระโดดขึ้นม้าสีกระดำกระด่างของตนเอง
เหมยลี่ได้แต่ยิ้มน้อยๆให้เหล่าชาวบ้าน อึดใจต่อมา เด็กสาวร่างสูงก็ทะยานขึ้นม้าขาวด้วยท่าทางที่ดูองอาจ เมื่อทุกสิ่งพร้อมสรรพ เธอก็ให้สัญญาณ
"ไปได้ "
หลังจากนั้น วัยรุ่นทั้งสองก็ออกเดินทาง โดยมีชาวบ้านกว่าครึ่งร้อยโห่ร้องอวยชัย
"โชคดี ขอให้เดินทางปลอดภัย ถ้าผ่านมาทางนี้ ก็แวะมาเยี่ยมกันบ้าง "
เด็กสาวร่างสูงบังคับม้าให้เดินตรงไปข้างหน้าด้วยอาการขรึม ส่วนมาวินนั้นดูซุกซนไม่ต่างจากลิง เขาหันกลับมาโบกไม้โบกมือ ซึ่งก็เรียกเสียงเฮได้อีกหนึ่งชุดใหญ่
"เฮ…… "
พอเหล่าชาวบ้านหายลับไปจากสายตา มาวินก็กล่าวขึ้นมาลอยๆ ท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง
"ฮะๆ พวกเราดังใหญ่แล้ว อย่างกะดาราในโลกของชั้นเลย "
แม้เหมยลี่จะติดใจในคำพูดของมาวิน ทว่าเธอก็ไม่คิดจดจำ เพราะที่ผ่านมา เด็กหนุ่มมักจะทำตัวประหลาด เจ้าลิงหัวเขียวเลยเบื่อหน่ายจนเลิกหัวเราะคิกคักไปโดยปริยาย แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
"เฮ้ย! ”
"คราวนี้เป็นอะไรอีกล่ะ " เหมยลี่ถาม น้ำเสียงส่อแววหงุดหงิด
"แย่แล้ว ยัยโย่ง ชั้นลืมเรื่องนึงไปซะสนิท " มาวินกล่าวเร็วจี๋
"อะไร " เหมยลี่กระแทกเสียงกลับ ประมาณว่าถ้าไม่มีสาระอีก เป็นเรื่องแน่
"ตลอดเวลาที่อยู่ในหมู่บ้าน ชั้นไม่เห็นคุณยายที่เราพามาส่งเลย "มาวินตอบทันที ถึงกระนั้นเขาก็บังคับเจ้าสังกะสีให้ถอยห่าง เพื่อระวังภัยที่คาดไม่ถึง
เหมยลี่นิ่งอึ้ง เพราะเธอเองก็ไม่เคยเห็นคุณยายเช่นกัน แต่ไม่นาน เด็กสาวก็เลิกสนใจ
"ยายคงเข้าเมืองไปหายาให้หลานของแก อย่าคิดมาก"
"อืม…คงอย่างงั้นล่ะมั้ง " มาวินกอดอก แต่เขาก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้าเพราะลึกๆยังหยุดคิดไม่ได้
เด็กสาวร่างสูงเห็นมาวินยังบ้าบอไม่เลิก เธอจึงวางเฉยและพุ่งสมาธิไปที่การเดินทาง จุดหมายก็คือแกรนด์ยารด์ เมืองท่าขนาดใหญ่ของเกาะแห่งการเริ่มต้น
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
