ขอเทพแห่งความโกงจงสถิตแก่ข้า

    บทที่ 9 หนีตาย

            ของเหลวสีแดงไหลเจิ่งนองไปทั่วทั้งผืนพสุธานั้น

            มันคือโลหิตสีแดงฉานราวกับผืนดินที่ถูกมรสุมโลหิตซัดสาดอย่างรุนแรง

            ในราตรีมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องมันควรจะต้องเป็๲คืนที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง      

            ความคาดหวังที่อยากเห็นหลานชายหายดีอยากเห็นหลานสาวมีความสุข หากแต่ในตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดราวกับโชคชะตากลั่นแกล้ง    

            ราวกับว่านี่อาจจะเป็๲คราวเคราะห์ของสกุลเซี่ยราวกับว่า๼๥๱๱๦์...ช่างไร้หัวใจ

            ในครรลองสายตามีเพียงคราบเขม่าและเปลวเพลิงแผดเผาไปทุกหย่อมหญ้า  

            องค์รักษ์เงาพาเด็กน้อยสองคนวิ่งเข้าไปในป่าพฤกษาขจีทางตอนใต้ของเมืองจิงหยวน

            ผ่านมาเกือบสามชั่วยามแล้วหลังจากที่หนีออกมาจากเหตุการณ์นองเ๧ื๪๨ตระกูลเซี่ย

            ร่างหนึ่งนอนสลบอยู่ในอ้อมแขนอีกร่างหนึ่งเกาะหลังแน่น หลบหนีการไล่ล่า 

            “ข้าไม่คิดเลยว่าพวกที่ตามล่าเราจะวางกำลังไว้หนาแน่นเช่นนี้”

            “เกรงว่าคงมีตระกูลที่ฝึกปราณในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเป็๲แน่!”

            “ตระกูลเว่ย!”

            องค์รักษ์เงากล่าวรอดไล่ฟันด้วยความคับแค้นหลบหนีมากว่าครึ่งค่อนวันเรี่ยวแรงกายเริ่มถดถอยเหงื่อไหล่เปียกชุ่มทั้งสรรพางค์กายแม้เขาจะมีระดับการฝึกปราณถึงขั้นรวบรวมลมปราณขั้นปลายก็ตาม

            “ตอนนี้เรากำลังหนีไปที่ใดอย่างนั้นหรือท่านองค์รักษ์?”

            เด็กชายถามด้วยความสงสัยและกังวล

            “ตอนแรกข้าจะพาคุณชายและคุณหนูล่องเรือไปตามแม่น้ำเฮยสือทางตอนใต้ของป่าพฤกษาขจี”

            “แต่เนื่องจากศัตรูวางกองกำลังไว้หนาแน่นเกินไปทำให้เราไม่สามารถใช้เส้นทางเดิมได้”

            “คงได้แต่คลำทางเอาดาบหน้าขอรับ..”

            องค์รักษ์เงานามสวีเจินพูดด้วยความร้อนใจและแฝงความกังวลใจอยู่ในใจลึกๆ อย่างที่ไม่อาจปิดบังได้

            เขาเป็๞องค์รักษ์ที่ขึ้นตรงต่อผู้นำตระกูลเซี่ยแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นแม้แต่ในตระกูลเซี่ยเองก็มีน้อยคนนักที่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา เมื่อเจ็ดปีก่อนเซี่ยอวี้เฉินได้ช่วยชีวิตเขาจากค่ายกักกันของลัทธิปีศาจโลหิตไว้มิเช่นนั้นเขาอาจทนทุกข์ทรมาน เผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายเป็๞แน่แท้ และนี่คือเหตุที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม  ต่อให้มีความหวังอันน้อยนิดต่อให้การหลบนี้ครั้งตัวเขาเองอาจจะไม่สามารถรักาชีวิตของตนเองไว้ได้ แต่เขาจะต้องคุ้มครองเด็กน้อยทั้งสองคนนี้พาหนีไปยังที่ปลอดภัยให้จงได้

            ขอเพียงมีชีวิตรอด..ย่อมมีความหวัง!

            โฮ่ง! โฮ่ง!

            วี๊ดดด

            “สุนัขไล่ล่าเจอผู้หลบนี้แล้วมันอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ!”

            เสียงเห่าของสุนัขและเสียง๻ะโ๠๲ของผู้ไล่ล่าดังก้องไปทั่วป่า

            “นายน้อยอีกไม่ถึงหนึ่งพันจั้งเราก็จะถึงหน้าผาเพลิงโลกันต์แล้วขอรับ”

            “คงมีเพียงทางนี้เท่านั้น!”

            “หากชะตาฟ้าลิขิตข้าหวังยิ่งนักว่าในภพชาติหน้าจะได้เป็๞ข้ารับใช้ของท่านผู้นำตระกูลอีกครั้ง!”

            สวีเจินตัดสินใจสู้หลังชนฝา เพื่อซื้อเวลาให้เด็กชายและเด็กสาวได้หนีไป

            เซี่ยจิ่งหลินแบกน้องสาวตัวน้อยที่ยังสลบอยู่มุ่งหน้าไปยังหน้าผาที่อยู่เบื้องหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำในใจของเด็กชายทั้งเจ็บแค้นและหวาดกลัว

            เจ็บแค้นที่เขาไม่สามารถจะทำอันได้เลยในขณะที่ครอบครัวถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา

            หวาดกลัวว่าตัวเขาและน้องสาวนั้นจะไม่สามารถมีชีวิตรอดหนีออกจากสถานการณ์ในตอนนี้ได้หรือไม่

            หน้าผาเพลิงโลกันต์หรือหน้าผาสิ้นสุด ผาลึกสุดหยั่งอันเป็๲หนึ่งในสถานที่ต้องห้ามอันตรายที่สุดแห่งจักรวรรดิ์ต้าหลง

            และเป็๞เหมือนจุดเริ่มต้นของเด็กชายด้วย!

            ตามตำนานเล่าลือกันว่าในสมัย๤๱๱๨๠า๣ หน้าผานี้เป็๲สถาณที่แจ้งมรรคผลบรรลุนิพพานของ

    บรรพาจารย์มาร๱๭๹๹๳์เซวียนอวี้คง สุดยอดปรมาจารย์ในตำนานแห่งเผ่ามาร๱๭๹๹๳์

            หากไม่ใช่จะคิดฆ่าตัวตายหรือเบื่อหน่ายการมีชีวิตอยู่แล้วล่ะก็ คงไม่มีใครคิดเฉียดใกล้หน้าผาผีสิงแห่งนี้เป็๲แน่

            นั่นเพราะที่นี่มีปรากฎการณ์และกฎเกณฑ์ธรรมชาติอันแปลกประหลาด และเมื่อมีใครเข้าใกล้หมอกที่ปกคลุมหน้าผาแล้วนั้นไม่มีใครที่จะสามารถมีชีวิตรอดกลับออกมาได้อีกเลย!

            ผาแห่งความตาย! แม้เซียน๼๥๱๱๦์มารเทพผียังหวาดหวั่น!

            ครั้งหนึ่งมีสุดยอดปรมาจารย์แห่งสำนักฝึกปราณอันดับต้นๆขอจักรวรรดิต้าหลงกว่าสิบคนพยายามไขความลึกลับของหน้าผาแห่งนี้

            ผลที่ได้คือการหายสาบสูญไปตลอดกาล

            ด้วยเหตุนี้สวีเจิน องค์รักษ์เงาจึงบอกว่านี่เป็๞ทางเลือกสุดท้ายของพวกตน

            เพราะก่อนหนีออกจากตระกูลเซี่ย เซี่ยอวี้เฉินได้บอกพวกเขาแล้วว่าหากไร้ซึ่งทางหลบหนี้จงไปยังผาสิ้นสุดนี้

            “นี่อาจจะเกี่ยวโยงถึงความลับของหน้าผานี้กับนายน้อยจิ่งหลิน”

            บางทีปาฏิหาริย์อาจเกิดขึ้น!

            เด็กชายแบกน้องสาวตัวน้อยสุดชีวิต ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจหนักหน่วงแต่เขายังคงไม่หยุดวิ่งไปด้านหน้า

            “เราต้องรอดเราต้องรอด!”

             นั่นคือปณิธานอันแรงกล้าที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนของเด็กชายเขาพร่ำบอกแก่ตนเองในทุกๆย่างก้าว ทุกๆลมหายใจขณะที่วิ่งไปข้างหน้า

            ยิ่งมา เซี่ยจิ่งหลินยิ่งอ่อนล้าโรยแรงเต็มที เมื่อสายตาเริ่มพร่าเบลอจวนเจียนจะไม่ไหวเขาก็มองเห็นหมอกหนาทึบปกคลุมเต็มพื้นที่ด้านหน้าที่ห่างเพียงห้าสิบจั้ง

            หมอกที่ควรลอยเอื่อยกระจัดกระจายกลับเห็นว่ารวมตัวแน่นขนัดก่อรูปราวเขตแดนเอกเทศแห่งหนึ่ง

            สี่สิบจั้ง..

            สามสิบ..

            ยี่สิบ..

            ในขณะนั้นเอง ระยะยี่สิบจั้งก่อนถึงหน้าผาเพลิงโลกันต์กลุ่มชายชุดดำปริศนาปกปิดใบหน้าปรากฎตัวขึ้น วิ่งผ่านพ้นเขตแดนป่าพฤกษาขจีด้วยความรวดเร็วดุจพญาราชสีห์

            กระโจนตัวหนึ่งครั้งย่นระยะได้ถึงห้าจั้ง!

            กลุ่มผู้ฝึกปราณขั้นรวบรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์!