ในถ้ำที่มืดสลัวไป๋ชิงอวิ๋นค่อยๆลืมตาทั้งสองข้างของเขาขึ้น ครั้นเมื่อดวงตาฉายแววในถ้ำรอบด้านก็สว่างไสวขึ้นมา ตอนนี้ภายในถ้ำเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เดิมทีแล้วถ้ำแห่งนี้เป็เพียงถ้ำธรรมดา แต่ตอนนี้ทั้งถ้ำปกคลุมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่หนาแน่น เหล่าพฤกษานานาชนิดล้วนแต่ดูมีชีวิตชีวา แตกต่างกับเหล่าต้นไม้ที่อยู่ด้านนอก
กลิ่นอายในถ้ำตอนนี้บริสุทธิ์ มันให้ความรู้สึกเหมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีสิ่งสกปรกใดๆเจือปน ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งห่างออกไปไม่ไกล ร่างโปร่งแสงร่างหนึ่งนั่งรอคอยอยู่อย่างสงบ แต่ทันทีที่ไป๋ชิงอวิ๋นลืมตาขึ้นมา สรรพสิ่งภายในก็ล้วนแต่ตื่นเต้นยินดี ร่างโปร่งแสงแต่เดิมมีััที่ว่องไวอยู่แล้ว เมื่อััได้ว่าไป๋ชิงอวิ๋นได้สติรับรู้กลับมาเขาก็กล่าวขึ้นว่า
"รู้สึกยังไงกับ่เวลาพันปีที่ผ่านไปเพียงแค่พริบตาเดียว?"
ไป๋ชิงอวิ๋นค่อยๆยันร่างกายของตัวเองให้ลุกขึ้น เขากวาดสายตามองรอบด้านอย่างพิจารณา ดูเหมือนว่ารอบข้างจะได้รับอิทธิพลจากน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิต สมกับที่เป็สมบัติ์พลังชีวิตเช่นนี้ในใต้หล้าคงไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตได้อีกแล้ว
ไป๋ชิงอวิ๋นกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมแต่ก็สุภาพ "เรียนผู้าุโ พันปีเป็กาลเวลาที่ยาวนานมากจริงๆขอรับ แต่ดูเหมือนว่าด้วยกาลเวลาที่ยาวนานนี้ก็ยังไม่พอให้ข้าได้ศึกษาตำราในโลกหนังสืออย่างครบถ้วน หากมีอีกสักหลายพันปีคงจะดีมากเลยขอรับ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าเด็กนี่ได้คืบแต่คิดจะเอาศอกรึ หากเ้าเกิดเร็วกว่านี้สักสิบยุคสมัยจักรวาล เื่ที่ขอก็เป็จริงได้ไม่ยาก" ร่างเงาโปร่งแสงหัวเราะเสียงดัง แต่หลังจากนั้นน้ำเสียงของเขาก็เศร้าหมองลง เขามองไปที่ไป๋ชิงอวิ๋นแล้วกล่าวขึ้นอย่างอ่อนแรง "ข้าแก่แล้ว อีกทั้งร่างกายของข้าตอนนี้เป็เื่ยากที่จะดำรงอยู่ในจักรวาล ด้วยเศษเสี้ยวจิติญญาที่หลงเหลืออยู่นี้ สามารถปิดกั้นกฎเกณฑ์สูงสุดในยุคนี้ได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว มีผู้สืบทอดพลังเวทย์อย่างเ้าข้าก็รู้สึกวางใจ"
"ปณิธานของเ้าแข็งแกร่งไม่เบา สามารถทนต่อความเ็ปทางิญญาเช่นนี้ได้ มันไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะทำได้ ความเ็ปของิญญาที่กำลังจะแตกสลายคือความเ็ปที่สุดของสิ่งมีชีวิต มีคนเพียงแค่หยิบมือที่สามารถก้าวผ่านมันไปได้ เ้าถือเป็ผู้ที่มีสติปัญญาล้ำเลิศและความสามารถสูงส่ง ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะเดินไปได้ไกลกว่าข้า พลังเวทย์ที่ข้ากำลังจะถ่ายทอดให้กับเ้า เป็พลังเวทย์สายสุดท้ายในจักรวาลนี้แล้ว จักรวาลพลังเวทย์ได้จบสิ้นลงไปแล้วและตอนนี้ก็อยู่ในยุคจักรวาลลมปราณ"
"กฎเกณฑ์สูงสุดรังเกียจพลังเวทย์เป็อย่างยิ่ง เพราะพลังนี้ไม่ควรมีอยู่ในยุคปัจจุบัน พลังเวทย์นี้เป็พลังที่แหกกฎและนอกคอก ฝึกฝนก็ยากลำบากแต่พลังนี้ก็มีข้อดีในแบบของมัน ถึงกฎเกณฑ์สูงสุดจะกีดกันพลังเวทย์นี้ แต่เมื่อฝึกฝนมันจนไปถึงระดับที่แข็งแกร่งมากพอกฎเกณฑ์สูงสุดก็ไม่อาจจำกัดเส้นทางของพลังเวทย์ได้อีก เพราะคุณลักษณะเฉพาะตัวของพลังเวทย์มันอ่อนโยนกว่าพลังลมปราณ พลังเวทย์นี้สามารถหลอมรวมกับสิ่งอื่นได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่ามันเป็พลังแห่งสื่อกลาง ไว้เ้าสืบทอดพลังจากข้าแล้วเ้าก็จะเข้าใจมันด้วยตัวเอง"
ร่างโปร่งแสงเคลื่อนตัวเข้าหาไป๋ชิงอวิ๋นอย่างช้าๆ ขณะที่เดินเข้าหาก็พรางกล่าวขึ้นว่า "เอาล่ะมาเริ่มกันเถอะ อย่าปล่อยให้เวลาต้องเสียไปเปล่าๆอีกเลย ตั้งใจให้ดีเพราะพลังที่เ้าจะได้รับสืบทอดคือพลังของมหาจอมเวทย์ทำลายล้าง เส้นทางในอนาคตเบื้องหน้าของเ้าจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว"
ไป๋ชิงอวิ๋นรับฟังอย่างสงบและยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ตลอดมาเขาทำเพียงรับฟังอย่างตั้งใจ มาจนถึงตอนนี้เขาก็รู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจเป็อย่างมาก ดูเหมือนเกิดใหม่ในชาติที่สองนี้เขาจะเริ่มต้นชีวิตได้ดี ทุกอย่างในวันนี้เหมือนถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ทั้งปรากฏการณ์กาลเวลาหยุดนิ่งและรับสืบทอดพลังเวทย์สายสุดท้าย เื่ดีงามเช่นนี้ยากที่จะทำใจเชื่อได้จริงๆ
ร่างโปร่งแสงลุกไหม้ จิติญญาของเขาตอนนี้กำลังแผดเผาตนเองอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีทองห่อหุ้มร่างโปร่งแสงเอาไว้ อานุภาพของเปลวเพลิงสีทองนี้รุนแรงเป็อย่างมาก มันทำให้เหล่าพฤกษานานาพันธุ์ในถ้ำที่ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยพลังของน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิตถูกเผาไหม้จนแห้งเกรียม เศษขี้เถ้าของต้นไม้น้อยใหญ่ปลิวว่อนไปทั่วทั้งถ้ำ
ในถ้ำตลกอบอวลไปด้วยฝุ่นควัน ร่างโปร่งแสงตอนนี้เลือนลางจนแทบจะมองไม่เห็น มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเขากล่าวด้วยสีหน้าคาดหวัง "คำพูดที่เ้ารับปากไว้กับฮุ่ยเคอข้าหวังว่าเ้าจะทำเช่นนั้นจริงๆ ตัวข้ามีนามว่าเมอร์ลินเป็มหาจอมเวทย์ทำลายล้างเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาล ตอนนี้การเดินทางของข้าได้สิ้นสุดลงแล้ว และในขณะเดียวกันการเดินทางของเ้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น จงสนุกกับการใช้ชีวิตอย่าท้อถอยหรือยอมแพ้ในโชคชะตา มีเพียงผู้ที่กัดฟันสู้จนเหลือคนสุดท้ายเช่นนั้นจึงจะเป็ผู้ชนะที่แท้จริง ไป๋ชิงอวิ๋นข้ามหาจอมเวทย์ทำลายล้างเมอร์ลินขออวยพรให้แก่เ้า จงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน และได้โปรดล้างแค้นให้ข้าด้วย"
กล่าวจบร่างโปร่งแสงก็จางหายไปกลายเป็ตราสัญลักษณ์ที่คล้ายกับคฑาเวทมนตร์ลอยอยู่เบื้องหน้าของไป๋ชิงอวิ๋น ผ่านไปไม่นานตราสัญลักษณ์คฑาเวทมนตร์ก็เริ่มสั่นะเืขึ้น มันหมุนวนรอบตัวของไป๋ชิงอวิ๋นตราสัญลักษณ์คฑาเวทมนตร์เปล่งแสงสีฟ้าครามจางๆ จากนั้นก็พุ่งลงไปประทับกลางหลังมือด้านขวาของไป๋ชิงอวิ๋น
ตราสัญลักษณ์คฑาเวทมนตร์ประทับลงที่เดียวกันกับตราสัญลักษณ์คัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งจนเกิดเป็สัญลักษณ์คฑาไขว้หนังสือ พวกมันตัดกันเป็แนวทแยงกากบาท มีคฑาพาดทับหนังสืออยู่ดูแล้วลึกลับน่าค้นหาเป็อย่างยิ่ง
ตอนนี้ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นสั่นสะท้านอย่างรุนแรง โลหิตในร่างของเขาเดือดพล่านและจิติญญาได้รับการสั่นะเือีกครั้ง โลกทั้งใบสั่นไหวหมุนคว้างราวกับจะพลิกคว่ำ เขามองภาพเบื้องหน้าไม่ชัดเลย ไป๋ชิงอวิ๋นรวบรวมสติจากนั้นก็เริ่มโคจรเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหล ลมปราณภายนอกถูกกลั่นให้บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นมันหมุนวนตามวิถีโคจร จากนั้นพุ่งตรงไปยังจุดตันเถียนกลางท้องน้อยของไป๋ชิงอวิ๋น เืลมที่เดือดพล่านและจิติญญาที่สั่นไหวเริ่มสงบลง
จากนั้นในหัวของไป๋ชิงอวิ๋นก็ปรากฏเสียงของร่างโปร่งแสงขึ้น "ระบบที่ข้าพัฒนาขึ้นมานี้ข้าขอยกมันให้เ้า และจงจำไว้ให้ดีคัมภีร์หมื่นสรรพสิ่งสามารถโคจรและดูดซับพลังลมปราณจากรอบด้านมาแปรเปลี่ยนให้กลายเป็พลังมานาบริสุทธิ์ได้ อีกทั้งคฑาเวทมนตร์ยังเป็ตัวควบคุมและปลดปล่อยพลังเวทมนตร์ในรูปแบบของสกิล สิ่งเหล่านี้จงจำไว้ให้มั่นและจงใช้มันให้ดีอย่าทำให้ข้าต้องผิดหวัง......แต่มีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อ.....ตอนที่พลังของเ้า......ยังแข็งแกร่งไม่พอ.........หากไม่ใช่่เวลาแห่งความเป็ความตาย..........จงอย่าใช้พลังเวทย์นี้โดยเด็ดขาด.......มันอาจนำภัยถึงชีวิตมาสู่เ้า....คำเตือนของข้าจงจำให้ขึ้นใจ.................สุดท้ายนี้...........เนตร์ที่ข้า่ชิงมาได้จากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย.......ก็ขอมอบมันให้เ้าเลยก็แล้วกัน...............ข้าผนึกพลังของมันเอาไว้เก้าในสิบส่วน.......ให้เ้าใช้หนึ่งส่วน........สิ่งนี้ถือว่าเป็ของขวัญอีกชิ้นจากข้าก็แล้วกัน.........ลาก่อน~~~~~"
ในระหว่างที่พูดน้ำเสียงของร่างโปร่งแสงก็ค่อยๆจางเสียงลง มันดังเบาลงเรื่อยๆจากนั้นก็กลายเป็ริบหรี่ก่อนจะค่อยๆจางหายไป
ติ่ง
ระบบจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่
ชื่อ : ไป๋ชิงอวิ๋น
อายุ : 18 ปี
อาชีพ : มหาจอมเวทย์ทำลายล้าง
เลเวล : 90
HP : 500,000,000
MP : 3,900,000,000
ความแข็งแกร่ง : 51
ความว่องไว : 42
สติปัญญา : 410
ความอดทน : 393
ความโชคดี : โชคชะตาของผู้เผชิญหน้ากับ์ +10000
ทักษะ(สกิล)
สกิล : วิเคราะห์โครงสร้าง
สกิล : หลอมรวมสรรค์สร้างสรรพสิ่ง
สกิล : ปกปิดกลิ่นอายพลังเวทย์ทั้งหมด
สกิล : เขตแดนมหาจอมเวทย์ทำลายล้าง
สกิล : เพลิงเทพหงสานิรวาณ
สกิล : ประตูมิติ(เกท)
สกิล : (ยังเหลือสกิลอยู่อีกมากมายขอเปิดเผยในอนาคตนะครับอิอิ มีของดีขออุบไว้ก่อนคิคิ)
ทักษะติดตัวที่ทำงานตลอดเวลา
สกิล : สถานะผิดปกติไร้ผล
สกิล : อำนาจมหาจอมเวทย์ทำลายล้าง
หน้าต่างสถานะแจ้งเตือนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา ไป๋ชิงอวิ๋นตัวแข็งทื่อมองดูข้อความยาวเหยียด เขากวาดตามองผ่านไปทีละบรรทัด ยิ่งอ่านดวงตาก็ยิ่งฉายแววแห่งความตื่นใ เพราะข้อความที่แจ้งเตือนอยู่ตรงหน้าเหมือนกับหน้าต่างในเกมวีอาซิมมูเลชั่นแมชชีน ที่เขาเคยเล่นในโลกก่อนหน้านี้
ไป๋ชิงอวิ๋นยื่นมือออกไปััหน้าจอข้อความสถานะ เขาปัดเลื่อนขึ้นเพื่อดูข้อความด้านล่าง แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งทำให้เขาใ ผู้าุโจอมเวทย์เมอร์ลินต้องไปเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่ถึงทำให้เขาพ่ายแพ้ได้ จากข้อมูลในระบบจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไป๋ชิงอวิ๋นนี้ ตัวเขายังมองไม่เห็นถึงความเป็ไปได้ที่ผู้าุโจอมเวทย์เมอร์ลินจะพ่ายแพ้เลย
พลังในนี้เรียกได้ว่าแหกกฎ แหกกฎอย่างมาก แหกกฎอย่างแท้จริง หากพลังเช่นนี้ปรากฏขึ้นบนโลกสมดุลทางอำนาจคงได้ถูกทำลายลงเป็แน่ เห็นทีในอนาคตขั้วอำนาจในโลกใบนี้จะต้องเปลี่ยนไปเสียแล้ว
ไป๋ชิงอวิ๋นยิ่งมองแววตาก็ยิ่งหลงไหล ดวงตาของเขาเป็ประกายตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ในนิยายกำลังภายในบางเื่ที่เขาเคยอ่านหรือมังงะบางเื่ที่เขาเคยอ่านก็มีบทคล้ายๆเช่นนี้เหมือนกัน แต่เื่เ่าั้ส่วนใหญ่ล้วนมีจุดจบแบบแบดเอ็น ในตอนแรกเขาคิดว่าเื่ทั้งหมดไม่ควรจะเรียบง่ายถึงเพียงนี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังยอมทำตามผู้าุโจอมเวทย์เมอร์ลินอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
และเหตุผลที่เขากล้าทำในเื่เหล่านี้ก็ไม่ใช่เพราะอะไรอื่น แต่มันคือความฝันที่อยากจะท่องเที่ยวไปในยุทธภพของเขา ความฝันนี้อุตส่าห์เป็รูปเป็ร่างขึ้นมาให้เห็นตรงหน้านี้แล้ว หากไม่คว้ามันเอาไว้ไม่แน่ว่าชาตินี้ทั้งชาติอาจจะไม่มีโอกาสได้มันมาไว้ในอีกแล้ว เพราะฉะนั้นต่อให้อันตรายมากแค่ไหนก็ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง
"ผู้าุโจอมเวทย์เมอร์ลินไม่ได้โกหก เขาไม่ได้โกหกข้า เขาถ่ายทอดพลังเวทย์เหล่านี้ให้กับข้าแล้วจริงๆ" ไป๋ชิงอวิ๋นซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้ เช่นนั้นก็หมายความว่าเื่ที่ผู้าุโจอมเวทย์เมอร์ลินกล่าวมาก่อนหน้านี้ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็ความจริง
ไป๋ชิงอวิ๋นยิ่งเขี่ยหน้าต่างสถานะแจ้งเตือนเล่นก็ยิ่งสนุกมือ เขาเขี่ยๆไถๆจนสุดท้ายก็เห็นสิ่งที่เขาตามหา มันมีจริงๆ ช่องเก็บของมิติแบบในการ์ตูนแฟนตาซี ด้วยระบบจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ทำให้มันมีอยู่จริง สิ่งนี้จะสามารถช่วยเขาได้มากแน่ในอนาคต ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
ในระหว่างที่กำลังศึกษาหน้าต่างสถานะอย่างขะมักเขม้น ดวงตาด้านซ้ายของเขาก็เริ่มกระตุก จากนั้นไม่นานน้ำตาก็ไหลออกมา และต่อจากน้ำตาก็คือเืแดงสด ดวงตาด้านซ้ายของเขากระตุกและเริ่มปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง คล้ายกับว่าดวงตาของเขาถูกเผาไหม้ด้วยอะไรบางอย่าง
ไป๋ชิงอวิ๋นยกมือสองข้างปิดตาด้านซ้ายของเขาจนแน่นสนิท
แต่อาการเ็ปก็ยังไม่ทุเลาลงเลย เขาทำได้เพียงเริ่มโคจรเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง แม้ความเ็ปที่ดวงตาจะไม่ได้หายไปแต่ก็เริ่มทุเลาลงเล็กน้อย เขานั่งกัดฟันต่อสู้กับความเ็ปที่เหมือนกับมดนับล้านตัวกำลังรุมกัดดวงตาของเขา ในหัวของเขาตอนนี้ปรากฏเสียงของผู้าุโจอมเวทย์เมอร์ลินขึ้นมาอีกครั้ง
".........สุดท้ายนี้...........เนตร์ที่ข้า่ชิงมาได้จากการต่อสู้ครั้งสุดท้าย.......ก็ขอมอบมันให้เ้าเลยก็แล้วกัน...............ข้าผนึกพลังของมันเอาไว้เก้าในสิบส่วน.......ให้เ้าใช้หนึ่งส่วน........สิ่งนี้ถือว่าเป็ของขวัญอีกชิ้นจากข้าก็แล้วกัน.........ลาก่อน~~~~~""
ประโยคนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเขา ตอนนี้ทำได้เพียงอย่างเดียวนั่นก็คืออดทน มีแต่ต้องอดทนเท่านั้นจึงจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ทรมานกับิญญาที่ใกล้แตกสลายมาแล้วแปดร้อยปี จะนับประสาอะไรกับความเจ็บแค่นี้ เขาต้องทนให้ได้