หลังจากที่ทั้งสองเดินเล่นสักพัก พวกเขาก็ไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อกินอาหารเที่ยงกัน
“ หลังจากที่นายกินอาหารเสร็จแล้วนายจะไปที่ไหนต่องั้นหรอ? ” เบเรียลถามขึ้น
“ ฉันว่าฉันจะเดินเล่นรอบๆหมู่บ้านก่อนที่จะพาเธอไปที่สวนดอกไม้ที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้าน ” ไลท์พูดขึ้น
เบเรียลพยักหน้ารับเบาๆ
“ ดูเหมือนว่างานชุมนุมนี้จะมีแต่พวกกองกำลังระดับสูงทั้งนั้นเลยนะเนี้ย ” เบเรียลพูดขึ้น
เพราะตอนที่เธอเดินเที่ยวหมู่บ้านเมื่อกี้ก็พบว่านอกจากคนของตระกูลฟรอสแล้วก็มีคนของกองกำลังต่างๆที่เดินอยู่รอบๆเมือง
ซึ่งคนของตระกูลฟรอสจะมีเสื้อผ้าที่เป็นแบบเดียวกันและมีสัญลักษณ์ของตระกูลฟรอส คนของตระกูลฟรอสจะดูแลหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็คือคนของตระกูลฟรอสทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่มีการการทะเลาะหรือต่อสู้กันเกิดขึ้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าตระกูลฟรอสนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาทรงพลังและเป็นหนึ่งในห้ายักษ์ใหญ่ของเผ่ามนุษย์
“ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นเพราะการที่จะรู้ถึงการมีอยู่ของห้าตระกูลผู้พิทักษ์นั้นจะต้องมีตัวตนระดับSS ไม่สิบางทีตัวตนระดับSSบางคนก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีการคงอยู่ของห้าตระกูลนี้ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ซึ่งเขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
การที่เขารู้จักห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็เป็นเพราะสงครามระหว่างเอลฟ์และปีศาจโดยที่เฟลิกซ์เป็นคนบอก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่รู้ว่ามนุษย์ยังมีกองกำลังที่ลึกลับแบบนี้ซ่อนตัวอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักเพราะในนิยายหลายๆเรื่องก็มีไม่ใช่หรอที่กองกำลังลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด พวกเขาจะออกมาก็ต่อเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น
ไม่นานอาหารจำนวนมากก็ถูกยกมาเสิร์ฟ
พนักงานเสิร์ฟที่ยกอาหารมาเสิร์ฟเป็นเพียงสาวน้อยอายุประมาณแปดขวบเท่านั้น เธอยังมีใบหน้าน่ารักและน่าเอ็นดู
“ นี้จ๊ะ พี่สาวให้เงินค่าขนมนะ ” เบเรียลยิ้มและหยิบเงินจำนวนห้าพันจีเซลให้กับเด็กสาวตัวน้อยด้วยความเอ็นดู
“ ขอบคุณค่ะพี่สาวคนสวย ” เด็กสาวตัวน้อยยิ้มอย่างตื่นเต้นพร้อมกับเก็บเงินเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเธอทันที จากนั้นเธอก็เดินกลับไปด้วยท่าทีอารมณ์ดี
หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วไลท์ก็พาเบเรียลเดินเล่นรอบเมืองพร้อมกับไปนั่งชมดอกไม้ที่ท้ายหมู่บ้าน
“ เป็นหนึ่งในสวนดอกไม้ที่สวยงามมากๆเลย ” เบเรียลพูดขึ้น สำหรับเธอแล้ว เธอสามารถยกสวนดอกไม้ที่นี้ให้กลายเป็นหนึ่งในห้าสวนดอกไม้ที่ทั้งสวยงามและงดงามที่สุดเท่าที่เธอเคยไปเลยทีเดียว
ซึ่งสวนดอกไม้ที่เธอยกให้เป็นอันดับหนึ่งก็คือสวนดอกไม้ของหมู่บ้านดอกไม้ นอกจากนี้ที่แห่งนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ความทรงจำของเธออีกด้วย เพราะสถานที่แห่งนี้คือสถานที่ที่ไลท์ขอเธอเป็นคนรัก
ไลท์และเบเรียลเดินไปที่ศาลาเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งศาลานี้มีไว้เพื่อให้คนมานั่งพักผ่อนหลังจากที่เดินชมสวนดอกไม้
ภายในศาลามีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว
ชายชราคนนี้มีรูปร่างผอมแห้ง ใบหน้าเหี่ยวย่นเล็กน้อย เส้นผมสีเทาอ่อน สวมชุดของตระกูลฟรอส
ชายชราคนนี้กำลังนั่งอ่านตำราเล่มหนึ่งอยู่ ที่ด้านหน้าของเขาก็มีกาต้มน้ำที่กำลังอุ่นและมีจานขนมบางอย่างวางเอาไว้
เมื่อไลท์และเบเรียลเดินเข้ามาในศาลาชายชราก็หยุดอ่านตำราพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองแขกทั้งสอง
“ สวัสดีแขกทั้งสอง ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านฟอร์ก้าของเรานะ ” ชายชราพูดทักทายด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
“ ขอบคุณมากครับคุณปู่ ” ไลท์ตอบรับด้วยรอยยิ้มพร้อมกับนั่งลงที่ข้างๆชายชรา
“ สนใจกินชาด้วยกันไหม? นี้เป็นชาชนิดพิเศษที่ปลูกขึ้นมาจากที่นี้โดยเฉพาะเลยนะ ” ชายชราพูดขึ้น
“ ถ้างั้นคงต้องเสียมารยาทแล้วล่ะครับ ” ไลท์ยิ้มรับเบาๆ
ชายชราหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับนำถ้วยชาใบใหม่ออกมาจากกระเป๋าที่อยู่ด้านข้างและค่อยๆเทชาลงบนถ้วยชาทั้งสองถ้วยและมอบให้กับไลท์และเบเรียล
หลังจากที่ทั้งสองชิมแล้วก็ต้องประหลาดใจเพราะทั้งสองสัมผัสได้ว่าน้ำชามีพลังเวทย์อยู่เล็กน้อย แม้ว่าจะไม่มากแต่ก็สามารถเพิ่มพลังเวทย์ให้กับคนที่ดื่มได้
ทั้งสองรู้มาว่าอาหารที่มีพลังเวทย์อยู่นั้นจะเป็นอาหารที่มีราคาแพงมาก ซึ่งจานหนึ่งไม่ต่ำกว่าหลักแสนจีเซลแล้ว และมันจะต้องมีเชฟแบบพิเศษเท่านั้นที่จะสามารถจัดเตรียมอาหารเหล่านี้ได้ ซึ่งอาหารเหล่านี้เพียงแค่วัตถุดิบก็มีค่าเป็นล้านจีเซลแล้ว ทำให้อาหารเหล่านี้ถ้าหากไม่ใช่คนที่มีเงินมากพอก็อย่าคิดที่จะลองเลย
ไลท์และเบเรียลมองหน้ากัน
“ ฮ่าฮ่า พวกเธอไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันไม่ใช่ชายชราที่วิเศษวิโสอะไร สาเหตุที่ฉันมีชาที่มีพลังเวทย์ก็เพราะตระกูลฟรอสดูแลพวกเราอย่างดี พวกเขามักจะนำอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีพลังเวทย์ให้กับพวกเราประจำ ทำให้พวกเราแข็งแกร่งและมีอายุขัยที่มีอายุยืนยาว ” ชายชราหัวเราะออกมา
“ จริงสิฉันยังไม่ได้บอกชื่อของฉันเลย ชื่อของฉันคือฟรี ” ฟรีพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ พวกเธอไม่ต้องแนะนำตัวหรอกเพราะพวกเธอคือไลท์และเบเรียลสินะ ”
ไลท์พยักหน้ารับเล็กน้อยเพื่อเป็นการยืนยันคำตอบของฟรี
“ ฮ่าฮ่า ชื่อเสียงและใบหน้าของพวกเธอพวกเราในฐานะข้ารับใช้ของตระกูลฟรอสนั้นจดจำได้อย่างดี เพราะพวกเธอเป็นเพื่อนของคุณหนูฟีเลียและคุณชายฟลินท์ ” ฟรีพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นไลท์และเบเรียลก็พูดคุยอยู่กับฟรีนานกว่าสองชั่วโมงจนทำให้เขารับรู้ข้อมูลของหมู่บ้านฟอร์ก้า
หมู่บ้านฟอร์ก้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมานานกว่าพันปีแล้ว และทุกๆหนึ่งร้อยปีตระกูลฟรอสก็จะส่งคนมาซ่อมแซ่มส่วนที่มันกำลังจะพังทำให้หมู่บ้านฟอร์ก้าดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ประชากรของหมู่บ้านฟอร์ก้ามีอยู่ประมาณสองหมื่นคน ซึ่งพวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นข้ารับใช้ของตระกูลฟรอสทั้งหมด โดยที่มีผู้ดูแลคือหนึ่งในอาวุโสของตระกูลฟรอส
ผู้ดูแลที่เป็นผู้อาวุโสของตระกูลฟรอสมีชื่อว่า ฟรอนเทียร์
ฟรอนเทียร์เป็นชายวัยกลางคนอายุมากกว่าสองร้อยปีแล้ว ความแข็งแกร่งของฟรอนเทียร์อยู่ในระดับSS นอกจากนี้ก็ยังมีตัวตนระดับSอีกหลายสิบคนที่ดูแลหมู่บ้านแห่งนี้
สถานที่ที่พวกฟรอนเทียร์อยู่ก็คือศาลาเหมันต์
นอกจากนี้ถ้าหากข้ารับใช้คนไหนมีพรสวรรค์หรือความสามารถ ข้ารับใช้คนนั้นก็จะถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมกับตระกูลฟรอสและฐานะของคนๆนั้นและครอบครัวของพวกเขาก็จะถูกย้ายไปที่เมืองของตระกูลฟรอส
ส่วนที่ว่าทำไมห้าตระกูลผู้พิทักษ์ถึงไม่จัดงานชุมนุมที่พื้นที่ของตัวเองแต่เลือกที่จะจัดงานชุมนุมที่ห่างจากพื้นที่ของตัวเอง
คำตอบที่ได้รับก็คือสาเหตุที่ห้าตระกูลผู้พิทักษ์ไม่ยอมจัดงานชุมนุมที่ตระกูลของตัวเองก็เพราะ พวกเขาไม่ต้องการเปิดเผยความลับของตระกูลตัวเองให้กับตระกูลที่เหลือเห็น แน่นอนว่าตระกูลแต่ละตระกูลก็มีความลับของตระกูลที่ซ่อนเอาไว้ไม่สามารถเปิดเผยให้กับคนนอกตระกูลเห็น
หลังจากที่พูดคุยกันอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งสองก็ขอตัวกลับไปเดินเล่นเที่ยวเล่นตามหมู่บ้านอีกครั้ง
จุดมุ่งหมายของทั้งสองที่มุ่งหน้าไปก็คือร้านขนมหวานแห่งหนึ่ง เนื่องจากทั้งสองเป็นคนที่ชอบขนมหวาน
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายชั่วโมง
ดวงอาทิตย์ได้ลาลับไปแล้ว ดวงจันทร์ได้ขึ้นมาทำหน้าที่แทน
ไลท์พาเบเรียลไปกินอาหารที่ร้านอาหารบุปผาเหมันต์
จากที่โอเว่นบอกมา ร้านอาหารแห่งนี้คือร้านอาหารที่หรูหราที่สุดในอมู่บ้านแห่งนี้
หลังจากที่ไลท์และเบเรียลเข้ามาด้านใน เขาก็ถูกพนักงานต้อนรับที่เป็นข้ารับใช้ของตระกูลฟรอสพาขึ้นไปที่ชั้นสองของร้านอาหาร
ร้านอาหารบุปผาเหมันต์มีเพียงแค่สองชั้นเท่านั้น ซึ่งชั้นแรกจะเป็นเหมือนกับร้านอาหารทั่วๆไปที่ให้คนธรรมดามานั่งกินอาหาร ส่วนชั้นที่สองคือห้องส่วนตัว การที่จะขึ้นไปที่ชั้นที่สองได้จะต้องเป็นบุคคลที่มีอำนาจอย่างมาก
เพราะแขกที่ถูกเชิญมาที่งานชุมนุมก็เป็นตัวตนหรือกองกำลังที่มีอำนาจมากๆในโลก แต่พวกเขาก็ยังถูกแบ่งความแข็งแกร่งและอำนาจกันอยู่ดี เพราะฉะนั้นการที่ขึ้นไปยังชั้นสองได้คือคนที่มีอำนาจและความแข็งแกร่งเหนือกว่ากองกำลังที่อยู่บนจุดสูงสุดของเผ่ามนุษย์อีกที
เนื่องจากร้านอาหารบุปผาเหมันต์เป็นร้านอาหารที่หรูหราและดีที่สุดในหมู่บ้านฟอร์ก้า เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ตัวตนระดับสูงของกองกำลังต่างๆจะเข้ามากินอาหาร และเมื่อมีคนที่กำลังจะขึ้นไปที่ชั้นสองก็ย่อมกลายเป็นจุดสนใจของทุกๆคนในร้านอาหารแห่งนี้
หลังจากที่ไลท์และเบเรียลขึ้นไปที่ชั้นสองได้ไม่นานก็มีบางคนที่จำไลท์และเบเรียลได้
“ นั้นคือท่านไลท์และท่านเบเรียล ”
“ โอ้วพระเจ้าเมื่อกี้คือท่านไลท์และท่านเบเรียลจริงๆงั้นหรอ ให้ตายเถอะรู้งี้ฉันไปมองให้นานกว่านี้หน่อย ”
เสียงพูดคุยของแขกที่ถูกเชิญมายังงานชุมนุมพากันบ่นออกมาด้วยความเสียดาย
ห้องส่วนตัวคือห้องแบบที่หรูหราและกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศที่เย็นสบายอีกด้วย ซึ่งวิวที่มองออกไปด้านนอกก็สามารถมองเห็นหมู่บ้านฟอร์ก้าในยามราตรี
หลังจากที่สั่งอาหารไปแล้ว ไลท์และเบเรียลก็นั่งพูดคุยกันเพื่อเป็นการฆ่าเวลา
“ หลังจากเสร็จนี้แล้วพวกเราจะไปไหนกันต่อหรอ? ” เบเรียลถามขึ้น
“ ฉันคิดว่าจะกลับไปพักผ่อนที่คฤหาสน์น่ะ หรือว่าเธออยากที่จะไปที่ยอดเขาฟอร์ก้า? แน่นอนว่าฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะถ้าหากเธออยากไปน่ะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับดื่มน้ำชาไปด้วย
“ ฉันก็เอาตามที่นายคิดแล้วกันเพราะฉันยังไงก็ได้ ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา
“ งั้นก็เอาตามนั้น ” ไลท์พยักหน้า
ไม่นานอาหารจำนวนมากก็ถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะ
“ ขอให้ท่านทั้งสองรับประทานอาหารให้อร่อยนะค่ะ ” พนักงานเสิร์ฟหญิงพูดด้วยน้ำเสียงเคารพก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
หลังจากที่กินอาหารไปนานกว่าสองชั่วโมง ไลท์และเบเรียลก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน
“ ทางร้านของเราไม่เก็บเงินของท่านไลท์ค่ะไม่สิต้องบอกว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกท่านเลยดีกว่า เนื่องจากมีคำสั่งจากคุณชายฟลินท์ว่าถ้าหากมีคนของสมาชิกเดธปาร์ตี้มากินอาหารที่นี้ก็ให้ลงบัญชีของคุณชายฟลินท์เอาไว้ ” พนักงานหญิงพูดขึ้น
ไลท์ที่ได้ยินก็ยิ้มเบาๆ
“ งั้นก็ขอบคุณมากครับ อาหารที่นี้อร่อยจริงๆ ” ไลท์พูดขึ้นเขาก็พาเบเรียลออกไปที่ด้านนอกห้อง
แต่เมื่อไลท์ออกมาจากในห้องเขาก็เห็นว่ามีคนบางกลุ่มก็กำลังเดินออกมาจากห้องส่วนตัวด้วยเหมือนกัน
เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่อายุประมาณยี่สิบกว่าปี แบ่งเป็นผู้ชายสามคนและผู้หญิงอีกสองคน ซึ่งพวกเขาต่างก็สวมชุดหรูหราแสดงให้เห็นว่าเป็นลูกหลานของตระกูลที่มีอำนาจ นอกจากนี้วัยรุ่นกลุ่มนี้ยังมีอาการมึนเมาอีกด้วย
ไลท์และเบเรียลไม่ได้สนใจพวกคนเหล่านั้นแม้แต่น้อยพร้อมกับเดินผ่านกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ไป
แต่เมื่อเบเรียลเดินผ่านไป
ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นก็เบิกตากว้างก่อนที่จะเลียริมฝีปากเล็กน้อย
“ นี้คุณผู้หญิงได้โปรดหยุดก่อน ” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งรีบพร้อมกับรีบเดินมาอยู่เบื้องหน้าของไลท์และเบเรียล
ไลท์และเบเรียลมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความสนใจ พวกเขาอยากรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องการทำอะไรกันแน่ แต่ด้วยประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมาทำให้ทั้งสองก็พอที่จะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น
ส่วนเพื่อนๆของเจอร์รัลก็มองไปที่เพื่อนของตัวเองพร้อมกับถอนหายใจออกมา พวกเขารู้ดีว่าเจอร์รัลเป็นคนอย่างไร
เจอร์รัลเป็นลูกชายของไมม์เปอร์ผู้นำตระกูลเฮอร์ไมน์ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันมีความแข็งแกร่งในระดับSS นอกจากนี้เขายังเป็นเพื่อนของผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลฟรอสที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSอีกด้วย
ด้วยเบื้องหลังที่แข็งแกร่งแบบนี้ทำให้เจอร์รัลเป็นคนที่หยิ่งผยอง นอกจากห้าตระกูลผู้พิทักษ์และสภาจอมเวทย์แล้ว เจอร์รัลจะไม่เห็นหัวใครอีก และเขายังเป็นคนที่ชื่นชอบสาวสวยอีกด้วย ถ้าหากมีโอกาศเขาก็มักจะพาสาวๆกลับไปที่ห้องนอนของเขา
“ คุณผู้หญิงที่แสนงดงาม จะเป็นไปได้ไหมว่าเจอร์รัลคนนี้สามารถเชิญคุณผู้หญิงไปดื่มกันที่บาร์? ” เจอร์รัลพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นพร้อมกับใบหน้าที่แดงกล่ำด้วยความมึมเมา
“ ฉันคงต้องขอปฏิเสธเพราะฉันจะไปเที่ยวกับคนรักของฉัน ” เบเรียลพูดขึ้น
เมื่อถูกเบเรียลปฏิเสธ สีหน้าของเจอร์รัลก็แสดงถึงความไม่พอใจขึ้นมา แต่ทันใดนั้นจังหวะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆเขาก็ถูกเพื่อนคนหนึ่งของเขาห้ามเอาไว้ก่อน
“ ต้องขอโทษด้วยครับคุณผู้หญิง ถ้าหากเพื่อนของผมทำให้คุณผู้หญิงไม่พอใจ ” ชายหนุ่มที่อายุพอๆกับเจอร์รัลพูดพร้อมกับดึงให้เจอร์รัลกลับมาที่เดิม
ไลท์และเบเรียลเดินไปโดยที่ไม่มองพวกเจอร์รัลแม้แต่นิดเดียว