ความผิดปกติของสำนักฉีมู่และแดนิญญาปีศาจไม่ใช่เื่เล็ก สามีภรรยาเจียงอีเฉินจึงละเว้นเื่ที่ตนสามารถได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน แล้วเล่ารายละเอียดให้เหล่าผู้าุโฟังอย่างถี่ถ้วน
เหล่าผู้าุโต่างขมวดคิ้วมุ่น หากเป็การต่อสู้ธรรมดา พวกเขาไม่เกรงกลัว แต่ที่กังวลคือการต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่มีเล่ห์เหลี่ยมพิสดารเช่นนี้ ต่อให้ระมัดระวังเพียงใดก็อาจพลาดท่าได้ง่าย
หลังจากทุกคนหารือกันอยู่นาน ผู้าุโใหญ่จึงกล่าวว่า "ตอนนี้พวกเรายังไม่มีวิธีแทรกซึมเข้าไปในแดนิญญาปีศาจได้ ทำได้เพียงส่งคนไปเฝ้าสังเกตการณ์ก่อน ส่วนทางด้านสำนักฉีมู่ ในเมื่อหลานชิงสงสัยว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับเผ่าปีศาจ เช่นนั้นก็ส่งคนลอบเข้าไปสืบข่าวในแดนปีศาจดู แม้ข้าจะไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจระดับข้ามทัณฑ์ตนใดที่มีร่างจริงเป็ต้นไม้ประหลาดเช่นนี้ แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับข้ามทัณฑ์มีอยู่เพียงไม่กี่คน ย่อมต้องทิ้งร่องรอยไว้บ้าง"
ทุกคนต่างเห็นพ้องว่าวิธีนี้เป็ไปได้ ฉีหลานชิงครุ่นคิดแล้วถามว่า "เช่นนั้นส่งใครไปจะดีกว่ากันเ้าคะ?"
อีกเจ็ดคนที่เหลือต่างมองหน้ากันโดยไม่มีใครปริปาก ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำประโยชน์ให้สำนัก แต่เป็เพราะสำนักเทียนสุ่ยกับแดนปีศาจมีเื่เข้าใจผิดกันเล็กน้อย
เมื่อสามร้อยปีก่อน มีเมล็ดพันธุ์ไม้วิเศษปรากฏขึ้นในแดนปีศาจ เพื่อแย่งชิงความเป็เ้าของ แต่ละเผ่าจึงเกิดการจลาจลจนกลายเป็าไปทั่ว เพื่อกำจัดภัยและระงับความวุ่นวาย หกสำนักเซียนจึงออกหน้าเป็ตัวกลางในการเจรจาสันติภาพ ทว่าในระหว่างการเจรจา แต่ละเผ่าในแดนปีศาจเกิดปากเสียงกันจนลงไม้ลงมือ ส่งผลให้มีการาเ็ล้มตายจำนวนมาก
เพื่อยุติา สำนักเทียนสุ่ยจึงฉวยโอกาสใน่ความวุ่นวาย นำเมล็ดพันธุ์ไม้วิเศษซึ่งเป็ต้นเหตุของปัญหาไปปลูกไว้ในสวนของตนเอง ด้วยเหตุนี้ เหล่าปีศาจในแดนปีศาจเมื่อเห็นศิษย์สำนักเทียนสุ่ยจึงมักจะเข้าโจมตีอย่างเอาเป็เอาตาย หากเป็เหล่าผู้าุโเหล่านี้ที่ไป อาจดึงดูดเหล่าาาปีศาจระดับผสานกายาทั่วทั้งเมืองหลวงแดนมารให้ออกมาจนหมดสิ้น
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูด ผู้าุโสองผู้มีความงามและเยาว์วัยจึงชิงพูดขึ้นก่อน "เ้าเจ็ด ในเมื่อเื่นี้เกือบทำให้หลานชิงาเ็ เช่นนั้นเ้าก็ไปแดนปีศาจสักรอบเถิด ไประบายโทสะแทนหลานชิงให้เต็มที่!"
เจียงอีเฉินไม่หลงกลและปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "เื่นี้เกี่ยวข้องกับโชคชะตาของโลกผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหมด ไม่ใช่เื่ของครอบครัวข้าเพียงอย่างเดียว ลูกสาวข้าเพิ่งเกิด ข้าต้องอยู่ดูแลภรรยากับลูก"
ผู้าุโสามมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง "เ้าเจ็ด นี่เ้าทำไม่ถูกแล้ว หลานชิงกับซินซินอยู่ในสำนักได้อย่างดี ไม่้าให้เ้าอยู่เคียงข้างหรอก การที่เ้าไปล้างแค้นให้สองแม่ลูกต่างหากที่เป็เื่สำคัญ"
ผู้าุโสี่พยักหน้า "ถูกต้อง!"
เจียงอีเฉินแค่นเสียงเย็น "พวกท่านอย่าคิดจะหลอกข้าอีกเลย าาปีศาจในแดนปีศาจพวกนั้นล้วนเป็เพราะพวกท่านไปยั่วโมโหทั้งนั้น ตอนนี้จะให้ข้าไปสืบเื่นี้ ไม่ใช่เป็การเปิดทางให้พวกเขามาล้างแค้นข้าหรอกหรือ?"
ผู้าุโห้าเป็คนอารมณ์ร้อน จึงลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับควักค้อนทองม่วงขนาดเท่าตัวคนออกมา "เลิกพูดมากได้แล้ว ตีเ้าเจ็ดสักรอบเดี๋ยวเขาก็ยอมเอง!"
ผู้าุโอีกห้าคนต่างทยอยควักอาวุธออกมา "หลานชิง เ้าไม่ต้องสอด!"
เจียงอีเฉินชักกระบี่ "หากพวกท่านกล้ารุมข้าอีก ข้าจะทำลายศิลาิญญาของยอดเขาพวกท่านให้หมด! หักให้เกลี้ยงเลย!"
เหล่าผู้าุโที่เดิมทีเตรียมพร้อมจะจู่โจม กลับราวกับถูกมนตร์สะกดให้หยุดนิ่ง ยืนค้างพร้อมอาวุธในมือ ไม่กล้าลงมือแม้แต่นิดเดียว
ฉีหลานชิงมองภาพนี้ด้วยความตกตะลึง ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่สำนักเทียนสุ่ยในความทรงจำของนาง แม้ภายนอกจะมองว่าสำนักเทียนสุ่ยดูแปลก ๆ แต่นางกับเจียงอีเฉินครองคู่เป็คู่บำเพ็ญเพียรมาหลายปี ความสัมพันธ์สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว และการอยู่ร่วมกับคนในสำนักก็ปรองดองกันดี เพียงแต่บางครั้งนางก็ตามความคิดของเหล่าศิษย์พี่ไม่ทันเท่านั้น แต่นั่นก็เป็เื่เล็กน้อย
แล้วตอนนี้จู่ ๆ จะลงไม้ลงมือกันทำไม? เจียงอีเฉินเคยระบายกับนางว่า เขาถูกเหล่าศิษย์พี่รุมตีจนต้องจำใจรับตำแหน่งเ้าสำนัก ซึ่งฉีหลานชิงคิดมาตลอดว่าเขาพูดเกินจริง แต่พอมาเห็นตอนนี้... เื่ที่ไร้เหตุผลขนาดนี้กลับเป็เื่จริงหรือเนี่ย?
เจียงอีเฉินแค่นยิ้มอย่างผู้ชนะ "ตอนนั้นพวกท่านบีบให้ข้าเป็เ้าสำนัก ตำแหน่งเ้าสำนักตลอดสองร้อยห้าสิบปีนี้ ข้าคงปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้หรอกนะ? ข้าในฐานะเ้าสำนัก ตัดสินใจมอบหมายให้ศิษย์พี่หกเป็ผู้สืบเื่นี้ สิ่งของสำหรับปลอมตัวเพื่อไปยังแดนปีศาจ สามารถนำมาเบิกเงินคืนจากสำนักได้ หากสามารถสืบจนได้ผลลัพธ์ ยอดเขาหลิงถีจะได้รับจัดสรรศิลาิญญาเพิ่มเป็สองเท่าในอีกห้าสิบปีข้างหน้า"
ผู้าุโหกเป็ผู้บำเพ็ญกายาที่มีร่างกายกำยำล่ำสัน เมื่อเริ่มโคจรเคล็ดวิชา ร่างกายของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นจนดูบึกบึนกว่าฉีหลานชิงถึงสองเท่า เดิมทีเขาตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินประโยคหลังของเจียงอีเฉิน ร่างกายที่พองโตก็ราวกับลูกโป่งที่ถูกเป่าลม ยุบกลับมาเป็ปกติทันที พร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
"เ้าเจ็ดเกรงใจเกินไปแล้ว ศิษย์พี่ศิษย์น้องแท้ ๆ จะเกรงใจกันทำไม? ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสงบสุขของสำนักและโลกผู้บำเพ็ญเพียร เพียงแต่ข้าในฐานะศิษย์พี่มีคำขอเล็กน้อย ข้าจะออกเดินทางไปยังแดนปีศาจวันนี้เลย ศิลาิญญาสองเท่านั่น สามารถจ่ายให้วันนี้เลยได้หรือไม่?"
เจียงอีเฉินมองเขาด้วยสายตาชื่นชม "ของเดือนนี้ให้เป็สองเท่าเพื่อเป็ค่าเหนื่อย ส่วนที่เหลือรอให้ท่านสืบจนได้ผลลัพธ์ก่อนแล้วค่อยจ่าย"
"ตกลง!"
ผู้าุโหกไม่เกี่ยง ขอเพียงมีศิลาิญญาไว้เลี้ยงพวกเด็กน้อยในสังกัดก็พอ เขาจึงวิ่งออกจากตำหนักหารือราวกับสายลม มุ่งหน้าไปยังแดนปีศาจทันที
แหล่งที่มาของศิลาิญญาในแต่ละยอดเขาของสำนักเทียนสุ่ยแบ่งเป็สองประเภท ประเภทแรกคือศิลาิญญาที่สำนักจัดสรรให้ตามจำนวนที่กำหนดเป็ประจำ เพื่อใช้เป็ต้นทุนในการดำเนินงาน โดยการจัดสรรภายในจะขึ้นอยู่กับผู้าุโของแต่ละยอดเขา ส่วนประเภทที่สองคือการพึ่งพาตนเองของแต่ละยอดเขา เช่นผู้บำเพ็ญสายปรุงยาและผู้บำเพ็ญสายหลอมอาวุธสามารถขายโอสถลูกกลอนหรืออาวุธวิเศษซึ่งศิลาิญญาที่ได้จะตกเป็ของยอดเขานั้น ๆ ทั้งหมด
ตอนที่เลือกเ้าสำนักคนใหม่ ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งเจ็ดตกลงกันว่าจะประลองเพื่อคัดเลือก ใครแพ้ต้องเป็เ้าสำนัก หากเป็การสู้ตัวต่อตัว เจียงอีเฉินไม่เกรงกลัวใคร ในบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งเจ็ด แม้เขาจะมีอายุน้อยที่สุด แต่มีความสามารถแข็งแกร่งที่สุด
คิดไม่ถึงว่าเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องจะไม่เล่นตามกติกา แต่กลับร่วมมือกันรุมตีเขาเพียงคนเดียว!
เพื่อเป็การแก้แค้นที่ถูกผลักดันให้เป็เ้าสำนัก สิ่งแรกที่เจียงอีเฉินทำหลังจากรับอำนาจคือการตัดงบศิลาิญญาของทุกยอดเขา ศิลาิญญาที่สำนักเคยจัดสรรให้เป็ประจำ ตอนนี้เหลือเพียงหนึ่งในสิบของจำนวนเดิม สิทธิในการค้าขายเสรีของแต่ละยอดเขา ตอนนี้ก็ถูกโอนมาขึ้นตรงกับสำนักทั้งหมด
โอสถลูกกลอน อาวุธวิเศษ หรือยันต์ต่าง ๆ ที่แต่ละยอดเขาผลิตได้ ต้องขายผ่านฝ่ายของสำนักเท่านั้น และสำนักจะหักค่าธรรมเนียมสามส่วน หากมีการลักลอบซื้อขายกันเอง จะถือว่าเป็การเลี่ยงภาษี หากถูกจับได้ ไม่เพียงแต่สิ่งของที่เกี่ยวข้องจะถูกยึดทั้งหมด แต่ยังต้องจ่ายค่าปรับอีกด้วย และกฎเกณฑ์ข้างต้นมีระยะเวลาบังคับใช้ยาวนานถึงสามพันปี
เจียงอีเฉินและฉีหลานชิงไม่ชอบรับลูกศิษย์ หลังจากกฎเหล่านี้ออกมา ชีวิตความเป็อยู่จึงค่อนข้างขัดสนเล็กน้อย ส่วนผู้าุโคนอื่น ๆ มีลูกศิษย์มากมาย ผู้คนพลุกพล่าน มีที่ที่ต้องใช้ศิลาิญญาอยู่ทุกหนทุกแห่ง เมื่อรายได้จากศิลาิญญาหายไปมากขนาดนี้ เจียงอีเฉินคิดว่าพวกเขาต้องทนไม่ได้แน่
เขารอให้เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมมือกันโค่นล้มเขา เพื่อที่เขาจะได้กลับไปเป็ผู้าุโที่ว่างงานอีกครั้ง คิดไม่ถึงว่าเพื่อที่จะไม่ต้องเป็เ้าสำนัก เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องกลับอดทนได้อย่างเหลือเชื่อ และอดทนมาจนถึงตอนนี้
ั้แ่นั้นมา ตำหนักภารกิจของสำนักเทียนสุ่ยจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ศิษย์ทั้งสำนักต่างหวังพึ่งการรับภารกิจเพื่อหาศิลาิญญา การได้ฝึกฝนในการต่อสู้จริงอย่างต่อเนื่อง ช่วยขัดเกลาความสามารถและไหวพริบของเหล่าศิษย์ จนทำให้สำนักเทียนสุ่ยมีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน
สองร้อยห้าสิบปีผ่านไป แม้เหล่าผู้าุโจะมีทรัพย์สินมากมาย แต่การต้องเลี้ยงดูเด็กน้อยที่หิวโหยจำนวนมากในสำนัก ก็ทำให้เริ่มรู้สึกขัดสนอยู่บ้าง ในทางกลับกัน คลังลับของสำนักกลับมั่งคั่งขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งเจ็ดกลับไม่มีใครสามารถแตะต้องได้เลย
ผู้าุโห้าที่เพิ่งเสนอให้รุมตีเจียงอีเฉินเมื่อครู่ ตอนนี้เก็บค้อนทองม่วงขนาดเท่าตัวคนของตนเองลง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยว่า "ศิษย์น้องเจ็ด ให้เ้าหกไปแดนปีศาจคนเดียวเกรงว่าจะเกิดปัญหา ให้ข้าไปเป็เพื่อนเขาดีกว่าหรือไม่?"
เจียงอีเฉินชำเลืองมองเขาโดยไม่พูดอะไร
ผู้าุโห้าจึงฝืนยิ้มแล้วพูดต่อ "คือว่า ศิลาิญญาของยอดเขาเหยี่ยนฉีของพวกข้า สามารถเพิ่มเป็สองเท่าด้วยได้หรือไม่?"
เจียงอีเฉินคิดทบทวนแล้วตอบอย่างเสียไม่ได้ว่า "ท่านเป็ผู้นำในการรุมตีเ้าสำนัก เพิ่มให้ได้มากที่สุดแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น"
"ตกลง!" ผู้าุโห้าตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล แล้วรีบเดินออกไปเพื่อตามผู้าุโหกชายผู้รวดเร็วราวกับสายลมคนนั้น
ผู้าุโสองยิ้มละไมและกำลังจะเอ่ยปาก แต่เจียงอีเฉินชิงพูดขึ้นก่อนว่า "ศิษย์พี่รอง ท่านน่ะช่างเถอะ ด้วยหนี้รักที่ท่านมีท่วมตัว หากไปแดนปีศาจสักรอบ คงดึงดูดาาปีศาจระดับข้ามทัณฑ์ออกมาได้แน่ เหลือทางรอดให้ศิษย์พี่ทั้งสองคนบ้างเถิด"