หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    การเสริมกำลังของพี่น้อง

    สตรีทั้งห้านางเมื่อถอยหล่นมาอยู่บริเวณที่เซียนหนิงซีอยู่ ก็เป็นไห่ชิงเอ่อร์ที่เข้าไปเจรจา "เจ้าหญิงน้อยตระกูลเซียน เนื่องจากพวกเราไม่สามารถกำจัดศัตรูด้วยตัวเองได้มากนัก จึงมาที่นี่เพื่อขอเจรจาเป็นพันธมิตร"

     

    "หืม เจ้าหญิงตระกูลราชามังกรวารีหรือ ได้สิ ว่าแต่พวกท่านจะช่วยพวกเราได้อย่างไร"เซียนหนิงซีกล่าวถาม ในขณะที่ตนเองกำลังเสริมกำลังเหล่าขุมกำลังของตนเองไปด้วย

     

    หากถามว่าทำไมนางถึงตอบตกลงง่ายดายนัก คำตอบย่อมเป็นที่แน่นอนว่าเพราะหญิงสาวทั้งห้าคือตระกูลราชามังกรวารีที่ทรงคุณธรรม อีกทั้งด้วยสถานการณ์เช่นนี้ย่อมมีมิตรดีกว่าศัตรู

     

    "แน่นอนว่าพวกเราช่วยส่งเสริมพวกท่านได้ อีกทั้งนอกจากตระกูลราชามังกรวารีจะแข็งแกร่งที่สุดในการโจมตีธาตุน้ำแล้ว พวกเรายังมีทักษะรักษาและชำระล้างที่ไม่ยิ่งหย่อนไม่กว่าธาตุแสงแต่อย่างใด"นางเอ่ยปากถึงความสามารถออกมาในทันที

     

    "เช่นนั้นลงมือเถอะ กองกำลังของพวกข้าก็ดูจะต้านไม่ไหวแล้ว"เซียนหนิงซีเอ่ยปาก ไห่ชิงเอ่อร์พยักหน้าและลอยไปอยู่ข้างๆของหญิงงามในทันทีและปลดปล่อยพลังของราชามังกรวารีออกมาเพื่อส่งเสริมราชามังกรอัสนีบาตสวรรค์ของเซียนหนิงซี

     

    ส่วนหญิงงามอีกสี่นางที่เหลือก็พุ่งทะยานแยกย้ายออกไปในทันที แม้พวกนางจะไม่สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้โดยตรงแต่ก็สามารถช่วยเหลือรักษาเยียวยาคนของตระกูลราชามังกรอัสนีบาตที่ได้รับบาดเจ็บได้ และนั่นคือหน้าที่หลักๆของพวกนางในเวลานี้

     

    เมื่อราชามังกรมังกรวารีชนชั้นผู้นำกับราชามังกรอัสนีบาตสวรรค์ที่เป็นดังตำนานได้ประสานร่างส่งเสริมกันและกัน เหล่ารุ่นเยาว์ที่ได้รับการเสริมพลังจากพวกนางกลับคล้ายมีพลังเยียวยาของวารีธาตุอยู่ด้วยทำให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังมากขึ้นเลยเท่าตัวอีกทั้งการไหลเวียนของสายฟ้าก็ดีเกินคาด พวกเขาพากันถล่มและกำราบยักษ์น้ำแข็งบรรพชนขั้นที่หนึ่งและขั้นที่สองอย่างง่ายดาย

     

    แมัจะได้รับบาดเจ็บหญิงสาวทั้งสี่คนก็พร้อมที่จะรักษาเยียวยาให้ การร่วมมือของทั้งสองขุมกำลังใหญ่ดูเหมือนว่าจะได้ผลทันตา จนทำให้อีกสองตระกูลใหญ่ที่เหลือที่เริ่มเกิดการสูญเสียบ้างแล้วรู้สึกโมโหและเดือดดาล

     

    "ทำไมถึงมีแต่ตระกูลราชามังกรอัสนีบาตที่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาละ ทั้งๆที่พวกเราก็สู้เหมือนกันแท้ๆ"

     

    "ใช่!สองขุมกำลังนั้นยังไม่มีใครตายเลย แบบนี้มันจะไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว"

     

    "พวกเราทุกคนก็อยากได้รับการเยียวยาเช่นนั้น แบบนี้มันไม่ยุติธรรมจริงๆ"

     

    เสียงโอดครวญและเดือดดาลของทางฝั่งตระกูลวิหคเพลิงอมตะและตระกูลราชสีห์เพลิงดังขึ้นมาไม่ขาดสาย เสียงเหล่านี้ยังไปปลุกปั่นให้รุ่นเยาว์ที่หัวอ่อนบางขุมกำลังพากันทักท้วงขึ้นมาเช่นเดียวกันจนเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ

     

    แต่ทว่าทางฝั่งของตระกูลราชามังกรอัสนีบาตและตระกูลราชามังกรวารีก็คร้านจะสนใจ แต่เดิมคนที่มีความเกี่ยวข้องกับมังกร ก็หยิ่งทนงค์ในตนเองและไม่ค่อยเห็นใครในสายตาอยู่แล้ว ดังนั้นเหตุการณ์แบบนี้จึงไม่นับว่าเป็นอะไรได้สำหรับพวกเขา

     

    ศึกสงครามเริ่มต้นมาเป็นเวลาเกือบสี่ชั่วยาม ในที่สุดประการของฝั่งรุ่นเยาว์บางประการก็แตกพ่ายจนต้องถอยหล่นไปพักใหญ่ ส่วนทางฝั่งของตระกูลราชามังกรอัสนีบาต เซียนหนิงซีหน้าซีดขาวและเหนื่อยหอบอย่างช่วยไม่ได้

     

    ต้องไม่ลืมว่านางมีตบะระดับจักรพรรดิขั้นแรกเท่านั้น การที่ต้องเสริมกำลังให้ทุกคนในขุมกำลังมาจนถึงตอนนี้จึงกินพลังอย่างมหาศาลโดยไม่ต้องสงสัย

     

    "เซียนหนิงซี ท่านไหวหรือไม่ หากท่านอยากพักข้าจะเสริมพลังให้เอง"ไห่ชิงเอ่อร์กล่าวด้วยความเป็นห่วง ถึงอย่างไรก็สู้มาด้วยกันจนถึงตอนนี้ จะให้ทอดทิ้งกันคงทำไม่ได้

     

    "พักตอนนี้ไม่ได้!! ตอนนี้พวกมันเหลือแค่สองพันตัวอีกทั้งยังมีตบะระดับบรรพชนขั้นที่สามขึ้นไป หากข้าหยุดเสริมกำลังให้พวกเขามีหวังได้ตายกันหมดแน่"นางกล่าวออกมาเช่นนั้นแม้จะเหนื่อยหอบจนแทบสลบลงไปก็ตาม

     

    ในเวลาเดียวกันนั้นเองลั่วอู่หลินที่กำลังเสริมกำลังให้หยางเหยกุ้ยและหลี่อิงสู้กับยักษ์ระดับบรรพชนขั้นที่หนึ่งก็พลันมองไปยังทางด้านตระกูลราชามังกรอัสนีบาตที่เริ่มเหนื่อยหอบก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว พี่สาวของเขาช่างฝืนตัวเองเสียจริงๆ

     

    "ศิษย์พี่ตามข้ามา ข้าจะมีวิธีรอดแล้ว"ลั่วอู่หลินตะโกนเรียกหญิงสาวทั้งสองในทันที พวกนางก็ต่างพยักหน้ารับและถอยหล่นออกมา จากนั้นพวกเขาก็พากันทะยานร่างไปที่ตระกูลราชามังกรอัสนีบาตอย่างไม่หยุดยั้ง แน่นอนว่าจุดที่เขาจะไปย่อมไม่ใช่ที่ไหนนอกจากตรงที่พี่สาวของเขาอยู่ อีกทั้งในเวลานี้ไม่มีผู้ใดสนใจชายหนุ่ม ทำให้กลุ่มเขาสะดวกสบายยิ่งในการเดินทาง

     

    "ศิษย์พี่ทั้งสองของข้า เรื่องนับจากนี้ให้พวกท่านช่วยเก็บเอาไว้เป็นความลับได้หรือไม่ เอาไว้ข้าจะอธิบายให้พวกท่านฟังภายหลัง"ลั่วอู่หลินหันไปกล่าวทำให้ทั้งหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงงุนงงในทันทีแต่ก็พยักหน้ารับออกไป

     

    ในขณะเดียวกันบทท้องฟ้า เซียนหนิงซีใช้พลังปราณเกือบหมดสิ้นไม่อาจที่จะเสริมพลังได้มากไปกว่านี้อีกแล้วจึงได้ล่วงหล่นลงมา จนไห่ชิงเอ่อร์ต้องรับเอาไว้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้รุ่นเยาว์ตระกูลราชามังกรอัสนีบาตทุกคนต่างถอยหล่นในทันใด เซียนหนิงเอ่อร์พยายามลุกขึ้นและทำหน้าที่ของนาง ทันใดนั้นเสียงของชายหนุ่มก้ดังขึ้นจนทำให้นางถึงกับหยุดชะงักไป

     

    "พี่สาว การเสริมกำลังนับจากนี้ให้ข้าเอง"หญิงงามดวงตาเบิกกว้าง เบื้องหน้าของนางคือชายหนุ่มผมสีเงินอาภรณ์สีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า แน่นอนว่านั่นย่อมไม่ใช่ใครอื่นนอกจากน้องชายของนาง ลั่วอู่หลิน

     

    เมื่อเขามาถึงแนวหน้าก็เปิดดวงจิตอสูรเทวะพฤกษาจรัสแสงในทันทีพร้อมกับกับวงแหวนเซียนเทียนห้าวงที่ลอยวนเวียนไปมา

     

    พฤกษาจรัสแสงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นด้านหลังแผ่พลังแสงออกมาอย่างไม่หยุดยั้งและทำให้การเสริมกำลังตระกูลราชามังกรอัสนีบาตเริ่มขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว

     

    แม้จะไม่ได้ดีเท่ากับการเสริมกำลังการโจมตีของราชามังกรอัสนีบาตสวรรค์ แต่กลับส่งเสริมพลังในทุกๆด้านให้เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างมหาศาล และทำให้เหล่ารุ่นเยาว์ตระกูลราชามังกรอัสนีบาตยังคงยืนต่อสู้อยู่ได้ อีกมือข้างหนึ่งก็ไม่วายผายไปที่พี่สาวและเสริมกำลังให้นางในทันที

     

    "นะ นี่มัน!!"

     

    เมื่อได้เห็นพฤกษาจรัสแสงที่แสนจะศักดิ์สิทธิ์อยู่เบื้องหน้าทุกคนต่างพากันอึ้งและตะลึงงันไป ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเยาว์ของขุมกำลังต่างๆรวมไปถึงผู้นำขุมกำลังของตระกูลใหญ่ก็มิอาจที่จะละสายตาได้แม้แต่เสี้ยววินาที

     

    เวลาเดียวกัน คนที่ดูจะตกตะลึงมากกว่าใครคงหนีไม่พ้นหยางเหมยกุ้ยและหลี่อิงที่สับสนจนทำอะไรไม่ถูกเลยก็ว่าได้ พวกนางยืนอยู่ข้างๆเซียนหนิงซีสายตามองไปยังศิษย์น้องด้วยแววตาที่หลากหลาย นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มบอกให้เก็บเป็นความลับงั้นหรือ ตอนนี้นางไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชายหนุ่มเบื้องหน้าถึงได้แข็งแกร่งนัก อีกทั้งเมื่อคิดไปถึงตอนไปทำภารกิจด้วยกัน ตอนปราบโจรนั่นก็ดูจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือโชคดีอีกต่อไป

     

    "เฮ่ พี่สาว ลุกไหวหรือเปล่า ถ้าไหวก็มาช่วยกันหน่อยดีหรือไม่"ลั่วอู่หลินหันไปที่พี่สาวของเขาและกล่าวขึ้นทำให้เซียนหนิงซียิ้มรับและพยักหน้าในทันที แม้ลมปราณเดิมของนางจะเกือบหมดแล้วก็ตามแต่การเสริมลมปราณของลั่วอู่หลินทำให้มั่นใจว่าจะคงการเสริมกำลังอยู่ได้

     

    หญิงสาวลอยไปข้างๆน้องชายและปลดปล่อยราชามังกรอัสนีบาตสวรรค์ขึ้นมาอีกครั้ง ลั่วอู่หลินที่เห็นร่างอันศักดิ์สิทธิ์ของมันใกล้ๆก็พลันขมวดคิ้วในทันที ไหนว่าตัวตนนี้เกิดมาเพื่อเป็นขั่วตรงข้ามของราชามังกรอัสนีบาตทรราชของเขา แต่ทำไมอยู่ใกล้ขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นกระตุ้นให้ราชามังกรอัสนีบาตทรราชตื่นขึ้นมาได้เลย

     

    "จะให้พี่สาวคนนี้ทำอย่างไร"เซียนหนิงซีเอ๋ยปากถาม

     

    "อ๊า พี่สาวแค่เป็นตัวกลางใช้พลังปราณที่ข้าเสริมกำลังไปให้ เรีกยใช้งานทักษะเสริมกำลังของราชามังกรอัสนีบาตสวรรค์ก็เท่านั้นไม่มีอะไรมากมาย"

     

    "หืม หากเป็นเช่นนั้นพลังปราณของเจ้าจะพอหรือ"นางกล่าวถามด้วยความห่วงใย

     

    "ไม่ต้องกังวล พลังปราณของข้ามีเหลือเฟือ"

     

    สองพี่น้องเมื่อตกลงกันได้ก็เริ่มต้นการเสริมกำลังครั้งใหญ่ทันที เหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูลราชามังกรอัสนีบาตพุ่งเข้าฟาดฟันโจมตีอย่างบ้าคลั่งโดยไม่ต้องกลัวสิ่งใด เนื่องจากมีแสงของพกฤกษาจรัสแสงคุ้มกายอีกทั้งยังได้รับการเสริมการโจมตีจากราชามังกรอัสนีบาตสวรรค์

     

    นั่นทำให้พวกเราราวกับนักรบที่ไม่หวั่นเกรงแม้แต่ความตาย เบื้องล่างของสองพี่น้อง ไห่ชิงเอ่อร์ที่อยู่ใกล้ๆมองไปที่อีกฝ่ายที่กำลังช่วยเหนือด้วยความตะลึงลาน หน้าตา สีผม และดวงตา ของชายหญิงคู่นี้ช่างเหมือนกันยิ่ง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ในใจเริ่มเกิดคลื่นลมขึ้นมา

     

    หากเป็นอย่างที่นางคาด ตระกูลราชามังกรอัสนีบาตถึงกับมีตัวตนที่ยิ่งใหญ่เกิดมาถึงสองคนในรุ่นของนาง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเพราะนั่นหมายถึงในอีกไม่กี่ร้อยกี่พันปีข้างหน้าตระกูลราชามังกรอัสนีบาตจะมีอำนาจเหนือกว่าอีกสามตระกูลอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    'ไม่ได้การข้าจะต้องนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับท่านพ่อกับท่านแม่'นางคิดเช่นนั้นในใจ

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน