ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 46 เมืองอันเงียบสงบ

         หนึ่งปีต่อมา..
         หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันของชุนกับบิดาของเจี้ยนหลี่ ชุนกับหานเยว่ได้มาอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆไร้นามเมืองหนึ่งทางทิศเหนือของทวีปนรก
         ภายในเมืองนี้เป็นเมืองเงียบสงบมีผู้คนอาศัยอยู่ราวๆพันคน นับได้ว่ามีผู้คนน้อยมากนัก แม้ว่าอากาศค่อนข้างจะหนาวเย็นและต้องหาอาหารตามป่าเขาหรือเอามาแลกเปลี่ยนกันในแต่ละวัน ทุกคนภายในเมืองล้วนใช้ชีวิตอย่างไม่ติดขัด สำหรับเรื่องการซื้อขายไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ เพราะคนในเมืองไม่ซื้อขายสิ่งใดกัน นอกจากจะมีพ่อค้าเร่มารับซื้อขายบางสิ่งทุกๆหนึ่งเดือน
         อย่างไรก็ตามบ้านทุกหลังล้วนอยู่อาศัยได้มิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะว่าในเมืองผู้ต้องการเข้ามาอยู่อาศัยจริงสามารถเลือกพื้นที่ว่างสร้างบ้านอาศัยได้ ทั้งยังมิมีเรื่องแย่งชิงเกิดขึ้นในเมืองอันแสนสงบให้เห็นสักครั้งราวกับความสงบมีผู้ควบคุมเอาไว้
         ณ บ้านของชุนกับหานเยว่
         ชุนกับหานเยว่กำลังนั่งทานผลไม้เรียบง่ายบนโต๊ะไม้หนาดูธรรมดาในช่วงเย็นตามปกติ เพราะหลังจากนี้เป็นช่วงเวลาพักผ่อน
         "คืนนี้พี่ชุนว่างรึไม่..ช่วงนี้รู้สึกว่าพี่เอาแต่ฝึกฝนไม่ได้มานอนอยู่กับข้าเหมือนก่อน"
         "ขอโทษด้วยน้องเยว่ วันนี้ข้ามิว่างจริงๆเพราะเป็นวันสำคัญ หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดนับแต่พรุ่งนี้ไปคงได้อยู่กับเจ้าทุกค่ำคืน....จะว่าไปน้องเยว่ตั้งใจฝึกลมปราณรึไม่ รู้สึกว่าจะยังทะลวงไปขั้นราชันวิญญาณมิได้"
         "พี่ชุนมิต้องเป็นห่วง น้องเยว่ภรรยาของพี่อีกไม่นานจะบรรลุไปขั้นเดียวกับท่าน"
         "ฮ่าๆๆๆ เป็นเช่นนั้นนับว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อย..ยามบรรลุขั้นพี่จะอยู่ข้างเจ้าคอยช่วยให้เจ้าบรรลุสู่ราชันวิญญาณอย่างปลอดภัย..เอาละน้องเยว่ ขอตัวก่อน"
         ชุนส่งยิ้มให้หานเยว่ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ท่อนไม้ จากนั้นเดินตรงไปยังห้องของเขาเพื่อทำเรื่องสำคัญที่ทำมากว่าสิบเดือนโดยมิเว้นพักสักวันเดียว มันคือเรื่องการฝึกฝนของเขา เพียงแต่ไม่ใช่การฝึกฝนควบคุมพลังปราณระดับราชันวิญญาณที่เขาทำให้เสถียรได้ในหนึ่งอาทิตย์..มันเป็นการฝึกฝนพลังเวทมนตร์ระดับเทพบรรพกาลที่เทียบเท่ากับระดับปราณขอบเขตบรรพกาลให้คงที่และควบคุมระดับพลังได้ตามใจนึก
         เมื่อชุนเดินเข้ามาในห้องอันแสนเรียบง่ายของเขาและนั่งขัดสมาธิตรงกลางห้องเทพพลันส่งกระแสจิตบอกชุน
         'นายท่านขอรับ เมื่อท่านควบคุมพลังได้ตามใจนึกการสร้างโลกของตนมิใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทั้งยังสามารถสร้างพันธสัญญากับไร้ลักษณ์ได้ง่ายดาย เหนือสิ่งอื่นใดท่านสามารถใช้ไร้ลักษณ์ผนึกพลังแทนเต๋าได้'
         "ตามจริงแกควรจะบอกหลังข้าควบคุมพลังเทพบรรพกาลได้สำเร็จ"
         ชุนทำเสียงไม่สบอารมณ์กับเทพ เพราะมันชอบส่งกระแสจิตมาดื้อๆ ถึงเขาจะคุ้นชินยังไงมันก็ห้ามไม่ให้เขาไม่สบอารมณ์ไม่ได้
         'อย่าเหนื่อยใจไปขอรับนายท่าน ทุกอย่างตลอดสิบเดือนท่านทำได้สมบูรณ์แบบ แค่ทบทวนการควบคุมทุกขั้นตอนจนเป็นธรรมชาติก็สร้างโลกส่วนตัวได้สบายแล้วขอรับ'
         "แกบอกมันเหมือนจะง่ายนะ แต่เอาเข้าจริงๆมันยากยิ่งกว่าเดินหาศิลาวิญญาณระดับสูงในป่าเขาซะอีก"
         'ความยากเป็นเรื่องธรรมดาขอรับนายท่าน แต่มันแลกมาด้วยความสะดวกสบายหลังจากท่านสร้างโลกของท่านได้ มิเพียงเข้าไปฝึกฝนพลังเทพบรรพกาลและวิชาได้ ยังนำสิ่งมีชีวิตเข้าไปเก็บไว้ในโลกของท่านได้อีก ถ้ามิเกินความสามารถของท่าน ทุกสิ่งล้วนแล้วเก็บไว้ในโลกได้โดยมิมีข้อยกเว้น'
         "โลกของตัวเองมันดีขนาดนั้นเลยเร๊อะ"
         'น้ำเสียงท่านดูตกใจมิน้อยนะนายท่าน รึว่าท่านมิรู้ว่ากว่าจะมีผู้บรรลุมาระดับนี้ได้ต้องใช้เวลา ความรู้ความเข้าใจนานแสนนาน ซ้ำยังต้องเข้าใจเต๋าอย่างถ่องแท้'
         "พึ่งจะรู้ตอนที่แกบอกนั่นแหละ อีกอย่างแกควรหยุดชวนคุยได้แล้ว ขืนชวนคุยอยู่แบบนี้คงไม่ได้ฝึกและนั่งถามทั้งคืน"
         'ขอรับนายท่าน ข้าน้อยมิยืดเยื้ออีกต่อไป'
         "เออ!"
         ชุนตอบสั้นๆพร้อมกับค่อยๆทำให้จิตใจให้สงบอย่างช้าๆ ก่อนจะดำดิ่งเข้าสู่สมาธิเพื่อมุ่งจิตไปยังพลังที่ถูกผนึก 
         ในจุดที่พลังของชุนถูกผนึกโดยเต๋า ร่างจิตของชุนได้ปรากฏตรงใจกลาง ไม่นานนักเต๋าจึงค่อยๆคลายผนึกปล่อยให้ชุนควบคุมพลัง เมื่อชุนเป็นผู้ควบคุมพลังของเขาแล้ว เขาค่อยๆดึงสติกลับมาพร้อมๆกับปล่อยให้พลังไหลไปตามร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนเต๋ากับเทพได้สร้างม่านพลังมิให้พลังของชุนรั่วไหลหรือเกิดผลกระทบกับดินแดนวิญญาณ
         ผ่านไประยะเวลาหนึ่งหลังจากเต๋ากับเทพสร้างม่านพลัง ทั้งสองค่อยๆคลายม่านพลังออกเหมือนกับว่าการฝึกของชุนสำเร็จลุล่วง เพราะชุนควบคุมพลังของเขามิให้มันรั่วไหลได้ ต่อให้มีคนในระดับเดียวกันก็มองว่าชุนเป็นคนธรรมดาหากมิใช้พลัง
         ทว่า..ยังมิจบแค่นั้น เต๋ากับเทพต้องรีบสร้างม่านพลังในพริบตา เพราะชุนได้สร้างโลกของเขาในมิติส่วนตัว ทั้งเต๋าและเทพจึงต้องรับมือกับสิ่งไม่คาดฝัน ไม่ใช่แค่นั้นเต๋ายังเร่งเตือนและอธิบายทุกสิ่งระหว่างชุนกำลังสร้างโลก เนื่องจากมันกลัวว่าชุนทำจะพลาด แม้ว่ายามนี้ทุกอย่างยังดูปกติ..ดำเนินต่อไปได้ด้วยดี
         'นายท่านคิดสร้างต้องใช้จินตนาการและกฎเกณฑ์..'
         'หุบปากแกไม่จำเป็นต้องมาสอน โลกที่ข้าต้องการเป็นเพียงโลกที่เหมือนมิติพิเศษ ไม่ต้องสร้างให้วุ่นวาย แค่สามารถใช้เก็บของ ซ่อนตัวและฝึกฝนได้ รู้แล้วก็เงียบคอยคุ้มกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด'
         ชุนส่งกระแสจิตไปบอกเต๋าและเทพหลังถูกเต๋ารบกวนขณะสร้างโลก โชคดีที่การสร้างโลกของชุนไม่เกิดความผิดพลาดถึงแม้ชุนดูเหมือนไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ โลกขนาดเท่ากำปั้นจึงค่อยๆก่อตัวจากพลังเทพบรรพกาลอย่างช้าๆ มันเป็นเพราะว่าชุนเข้าใจเรื่องเหล่านี้ไม่ต่างจากเรื่องทั่วไป ซึ่งมันเป็นผลมาจากการฝึกฝนอยู่กับลุงชาวจีน
         นอกจากกฎเกณฑ์ชุนยังเข้าใจเต๋าแห่งการสังหารที่เกิดจากการฆ่าสิ่งมีชีวิตมานับไม่ถ้วนตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความเข้าใจต่อเต๋าเทพอสูร ความเข้าใจนั้นมันเหมือนเรื่องปกติสำหรับชุน ไม่งั้นเขาไม่มีทางบรรลุสู่ระดับเทพบรรกาลได้ง่ายๆแค่มีพลังหลั่งไหลเข้ามา จิตสังหารเองเขายังควบคุมมันได้ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วย..เหนือสิ่งอื่นใดเขานั้นมีความรู้ความเข้าใจสัตว์อสูรโดยธรรมชาติ 
         แต่ชุนไม่รู้ตัวจึงไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ได้ดี จะเรียกว่ามีเหมือนไม่มีก็ไม่ผิดสักนิดเดียว นอกเหนือไปจากความรู้ความเข้าใจสัตว์อสูรโดยธรรมชาติ เขายังมีความรู้ความสามารถอีกหลายอย่างที่ไม่อาจใช้ได้ตามใจนึก เพราะไม่รู้ว่ามีความสามารถเหล่านั้น กระนั้นเขายังใช้มันตามปกติเหมือนเขาสามารถทำได้ทุกอย่าง แน่นอนว่าเขาใช้มันโดยไม่รู้ตัว     
         

    คล้ายกับเรื่องผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง! ที่คุณอ่าน