จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 54 งานประมูล 2 Re

    ตอนที่ 54 งานประมูล 2 Re

            “อู่กุยหลงจิน  ไม่ได้พบกันซะนาน  ท่านดูไม่แก่ขึ้นเลย  เทียบกับกระผมที่ตอนนี้ดูแก่กว่าอายุเสียอีก” ปาถูกล่าว


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ผู้อาวุโสปาถู  ท่านต้องให้ภรรยาท่านดูแลเอาใจใส่ให้มากกว่านี้นะ” อู่กุยหลงจินกล่าว  เสียงของเขาดังมาก  ประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรนั้น  แตกต่างจากประมุขตำหนักเทพอื่นโดยสิ้นเชิง  เขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามขนาดใหญ่  แม้จะเคลื่อนไหวได้ไม่เร็วมาก  หากแต่พละกำลัง  การปะทะ  การป้องกันนั้นเป็นที่ยอมรับว่ายอดเยี่ยมที่สุดในหมู่ประมุขทั้ง 5


            “ท่านก็รู้ว่าภรรยากระผมดุขนาดไหน  จะให้กระผมไปขอร้องเธอให้ช่วยดูแล  เห็นทีมีแต่จะโดนใช้ให้ดูแลเธอเสียมากกว่า เฮ้อ” ปาถูถอนหายใจ  เพราะตั้งแต่เขาแต่งงาน  ภรรยาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นนางยักษ์  โขกสับใช้งานเขาราวกับเขาเป็นทาสในเรือน


            อู่กุยหลงจินตบบ่าปาถูเบา ๆ แต่นั่นทำให้เขาแทบทรุดลงกับพื้น  เพราะแรงของอู่กุยหลงจินนั้นมากมายกว่าคนทั่วไป


            “เอาน่า  ว่าแต่......” อู่กุยหลงจินกล่าวก่อนจะหยุดไป


            “ว่าแต่.... อะไรรึครับ” ปาถูถาม


            “ฉันจะได้ประลองกับอวี้กงไหม” อู่กุยหลงจินกล่าว  โดยส่วนตัวเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยถือตัวเหมือนพวกประมุขตำหนักเทพคนอื่น  นิยมชมชอบผู้ที่แข็งแกร่ง  เขามักจะเดินทางไปหาคนที่มีความโดดเด่นและมีฝีมือเพื่อท้าประลอง  ซึ่งปาถูนั้นเข้าใจถึงนิสัยนี้ดี


            “เกรงว่าคงจะไม่ได้ครับ  สนามประลองได้รับความเสียหาย  อีกอย่างพลังปราณของท่านก็สูงว่าเขามาก  เห็นทีคงจะไม่เหมาะ” ปาถูกล่าว


            “งั้นฉันไม่ใช้ปราณก็ได้เอ้า” อู่กุยหลงจินยังคงดึงดัน


            “ไม่ครับ  และท่านก็ควรจะตามพนักงานที่รออยู่ตรงนั้นไปที่ห้องได้แล้ว  นายน้อยอู่กุยเหวินป๋อ  ฝากดูแลท่านประมุขอย่าให้ก่อเรื่องท้าประลองกับท่านเทพกระบี่นะครับ” ปาถูกล่าว  พร้อมกับย้ำนายน้อยอู่กุยเหวินป๋อ


            “เข้าใจแล้วครับ  ท่านพ่อ  พวกเราไปกันได้แล้ว” อู่กุยเหวินป๋อ ลากพ่อของตัวเองแล้วเดินตามพนักงานสาวไป


            “เจ้าอู่กุยหลงจินไปแล้วใช่ไหม” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น  เจ้าของเสียงคือ จี๋หลินเวิ่นเทียน ประมุขตำหนักเทพกิเลนนั่นเอง


            “โอ้ ประมุขจี๋  ยินดีที่ได้พบ  ด้านข้างคงเป็นบุตรชายท่านสินะ” ผู้อาวุโสเอ้อซานกล่าว


            “ใช่แล้ว  นาน ๆ เจ้าเด็กนี่จะยอมออกมางานแบบนี้สักที  เฮ้อ  ที่มาวันนี้ก็เพราะอยากจะให้ท่านอวี้กงช่วยรับเจ้าตัวดีนี่เป็นศิษย์นี่แหละ” จี๋หลินเวิ่นเทียนส่ายหน้า  ลูกชายของเขาอายุ 18 เริ่มจะขี้เกียจและเบื่อการฝึกยุทธ์  ดูเหมือนจะไม่อยากขึ้นรับตำแหน่งประมุขต่อจากเขาเสียด้วย  นี่ทำให้เขากังวัลเป็นอย่างมาก


            “จากที่รู้จักท่านอวี้กงมา  เขามีค่อนข้างยุ่ง  คงไม่มีเวลามาสั่งสอนบุตรของท่านหรอกครับ” เอ้อซานกล่าว


            “เอาเถอะ เราไปกันเถอะเส้าเทียน” จี๋หลินเวิ่นเทียนหันไปเรียกลูชายของเขาให้เดินตามมา  ซึ่งดูเหมือนผู้เป็นลูกอย่างจี๋หลินเส้าเทียน ค่อนข้างไม่พอใจในเรื่องที่พ่อของเขากับเอ้อซานคุยกัน


            “นั่นพวก 7 เสาหลักยุทธภพมากันแล้ว  รีบไปต้อนรับกันเถอะ” ถึงจะพูดแบบนั้น  แต่ทางเส้าหลินไม่ได้มาด้วย  ทางผู้อาวุโสของสมาคมการค้าต่างพูดคุยพอเป็นพิธี  ก่อนจะให้พนักงานสาวพาทั้งหมดไปยังห้อง VIP


            หลังกลุ่มของ 7 เสาหลักของยุทธภพเข้าไปแล้ว  ในที่สุดตำหนักเทพมังกรครามก็มาถึงเสียที  ที่เดินนำมาคือประมุขตำหนักเทพมังกรคราม หลงสุ่ย  ตามมาด้วยบุตรของเขาที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะในรุ่นเดียวกัน   หลงเทียนหมิง


            “ประมุขหลงหลง  ยินดีต้อนรับรรับ” อี้เซียนเป็นคนเข้าไปต้อนรับด้วบตัวเอง


            “ยินดีที่ได้พบท่านอีกนะ ท่านอี้เซียน  ได้ข่าวว่าตอนบ่ายมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้น  แต่เห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายลงก่อนที่ฉันจะส่งคนมาเสียอีก  เป็นพวกไหนกัน” หลงสุ่ยถามเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อตอนบ่าย


            “ฝีมือของพวกหมาลอบกัด  พรรคตะวันดับน่ะครับ” อี้เซียนกล่าวขึ้นอย่างอารมณ์เสีย


            “ตอนนี้ทางเราส่งคนออกค้นหาแหล่งกบดานของพวกมันแล้ว  คาดว่าคงจะพอทำอะไรได้บ้าง  เจ้าพวกนั้นบังอาจมาหยามในพื้นที่ปกครองของฉัน  คงจะยอมไม่ได้ล่ะนะ” หลงสุ่ยกล่าว


            “หวังว่าจะเจอที่ตั้งพรรคสาขาใหญ่ของพวกมันโดยเร็ว  เพราะไม่รู้ว่าข้อมูลการทดลองการกลายพันธุ์นี้จะมีอยู่ที่พรรคสาขาอื่นอีกหรือไม่” อี้เซียนแสดงความกังวล  เพราะสัตว์อสูรที่พวกเขาสู้ด้วยช่วงบ่ายที่ผ่านมา  หากพวกเขา 10 คนสู้โดยไม่มีอวี้กง  อาจมีคนเจ็บมากกว่านี้หรืออาจมีคนตายก็ได้


            “เรื่องนี้ทางเราจะช่วยอีกแรง  ท่านไม่ต้องห่วง หลังจบงานประมูล  ทางเราจะปูพรมหาพวกมันทันที” หลงเทียนหมิงกล่าว


            จากนั้นคณะของตำหนักเทพมังกรครามก็เดินตามพนักงานสาวไปยังห้อง VIP ของตน


            ส่วนทางนั้นกำลังรินน้ำชาจากกาน้ำชากระเบื้อง  ลวดลายสวยงาม  ลงบนถ้วยชาที่มีขอบทองดูหรูหรา  หากผู้อาวุโสสมาคมการค้าตะวันจันทราไม่ได้จัดห้องไว้ให้  ยังไงเขาก็ไม่มีทางเสียเงินเพื่อใช้ห้อง VIP นี้แน่นอน  เพราะราคาสำหรับห้อง VIP นี้มีราคาเป็นตัวเลข 6 หลัก  ซึ่งเขาไม่มีทางยอมจ่ายแน่


            ลักษณะของห้อง VIP นั้น 3 ด้านเป็นผนังทึบ  อีกด้านเป็นกระจกใส  สามารถมองเห็นอัฒจันทร์ข้างล่าง และห้อง VIP ข้าง ๆ ได้  รวมถึงเห็นเวทีใหญ่ที่ตอนนี้กำลังเริ่มการจัดแสดงสินค้าที่จะมีการประมูลวันนี้  ขณะที่คิดอะไรเพลิน ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น


            “ใคร” ไป่ฉีถาม


            “ขอโทษที่รบกวนค่ะท่านอวี้กง  ประมุขตำหนักเทพเต่ามังกร  ท่านอู่กุยหลงจิน มาขอพบท่านค่ะ” พนักงานสาวกล่าว


            “ได้สิ  ขอเวลาสักครู่” ไป่ฉีทำการวาดอักขระลมปราณทั่วทั้งห้อง  สร้างเป็นอาคมไว้ใช้ทันที  เขาต้องทำให้มั่นใจว่าจะสามารถรักษาสิ่งของภายในห้องไม่ให้เสียหาย  หากเกิดการปะทะขึ้น  เพราะตัวเขาคงจ่ายค่าเสียหายไม่ไหวแน่นอน  นอกจากนี้อาคมท่วาดลงไปยังสามารถลดระดับความรุนแรงของพลังปราณสำหรับคนที่เข้ามาในห้องนี้ให้อยู่ในระดับที่เขาสามารถรับมือได้  จนกว่าผู้อาวุโสของสมาคมการค้าตะวันจันทราจะมาถึง  มันเป็นการกันเอาไว้ดีกว่าแก้


            “เข้ามาได้” ทันทีที่ไป่ฉีอนุญาต  ชายวัย 50 ปีก็เปิดประตูเข้ามาทันที  ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มอายุ 24 ปีเดินตามเข้ามา  ชายวัย 50 ปีก็เปิดประตูเข้ามาและจ้องมาที่เขา


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ช่างเป็นคนหนุ่มที่อนาคตไกลจริง ๆ  อายุเพียงเท่านี้แต่กลับได้รับชื่อเทพกระบี่ไป  ทั้ง ๆ ที่เจ้าพวก ห้าขุนเขากระบี่เชี่ยวชาญกระบี่ขนาดนั้น  โดยเฉพาะสำนักหัวซาน  แต่ละคนสร้างชื่อมาก็หลายสิบปียังไม่ได้ฉายานี้ไปเลย” อู่กุยหลงจินพูดรัวและดังจนไป่ฉีเริ่มรู้สึกว่าขี้หูเขากำลังเต้นระบำได้


            “อยู่กันแค่นี้ลดเสียงลงก็ได้  อีกอย่างข้าเองก็แค่ผู้ใช้ปราณขั้นนภา  จะให้ไปเทียบกับผู้เยี่ยมยุทธ์ในห้าขุนเขากระบี่คงไม่อาจเอื้อมขนาดนั้น” ไป่ฉีกล่าว


            “แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธใช่ไหมล่ะ  เอาอย่างนี้ไหม  หลังงานประมูลจบลง  มาลองปะมือกันสักหน่อย  เดี๋ยวขอยืมสนามประลองของเจ้าหลงสุ่ยให้” อู่กุยหลงจินกล่าว


            “คงไม่ได้หรอก  พรุ่งนี้ข้ามีธุระ  คงต้องเดินทางกลับหลังจากจบงานประมูล  อีกอย่างหากสู้กับท่านแล้วบาดเจ็บ ข้าอาจไม่สามารถไปทำธุระของข้าได้ และมันส่งผลต่อชีวิตประจำวันของข้า” ไป่ฉีพยายามอธิบาย


            ส่วนอู่กุยหลงจินก็เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มแย้มเป็นสีหน้าจริงจังขึ้นมา  ทางลูกชายของอู่กุยหลงจิน ก็เตรียมตัวที่จะเข้าไปห้ามพ่อของเขา


            “เอ๋” อู่กุยหลงจินแปลกใจที่เขาโคจรพลังปราณได้อย่างยากลำบาก  แถมยังรู้สึกว่ากำลังกายของเขาลดลงอย่างมาก  แม้อู่กุยเหวินป๋อเองก็แปลกใจเช่นกัน


            “ทำไมรู้สึกว่าพลังปราณกับแรงมันหายไปดื้อ ๆ” อู่กุยเหวินป๋อกล่าวขึ้น  เขาลองกำมือและคลายมืออยู่หลายครั้ง  ก่อนจะมองไปที่อวี้กง


            “เพราะข้าได้วางอาคมไว้ในห้องนี้  ทำให้เมื่อพวกท่านเริ่มโคจรพลังปราณหรือออกแรงเพื่อจะต่อสู้  อาคมจะขัดขวางการโคจรพลังปราณ  รวมถึงขัดขวางการออกแรงด้วย  หากยังฝืนดึงดัน ก็อาจถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้” ไป่ฉียิ้ม


            “ชิ เจ้าเด็กจอมเจ้าเล่ห์  ครั้งนี้จะยอมถอยไปก่อนก็ได้” พูดจบอู่กุยหลงจินก็หันหลังกลับและเดินออกจากห้องไป


            หลังจากนั้นเฟิงหลง  พ่อของเฟิงจินได้มาหาไป่ฉี  เขาได้ขอโทษในสิ่งที่ลูกชายของเขากระทำลงไป  ทางไป่ฉีเองก็รับคำขอโทษไว้  เมื่อทางนั้นหยิบยื่นไมตรีให้ด้วยความจริงใจ (มั้ง) ก็ควรรับไว้เพื่อเป็นการถนอมน้ำใจ  ไม่ควรหักหน้าอีกฝ่าย  จนเป็นการสร้างศัตรูเพิ่ม


            ก่อนการประมูล  ไป่ฉีคิดว่าในเมื่อมีผู้มีอำนาจมารวมกันเยอะขนาดนี้  หากจะหาเงินก็ต้องทำตั้งแต่ตอนนี้  ดังนั้นแค่โอสถเสริมลมปราณขั้นต้น ความบริสุทธิ์ 10 ส่วนคงยังไม่พอ  เขาจึงบอกให้พนักงานสาวที่อยู่คอยบริการเขา  ติดต่อผู้อาวุโสคนใดคนหนึ่งมาพบเขา  ซึ่งใช้เวลาไม่นานผู้อาวุโสซานไห่ก็มาพบเขา


            “ท่านอวี้กง  ไม่ทราบว่าเรียกกระผมมามีสิ่งใดขาดตกบกพร่องหรือไม่ครับ” ซานไห่รีบมาหลังจากที่พนักงานสาวติดต่อไปว่าต้องการพบผู้อาวุโสคนหนึ่ง


            “พวกท่านอยากให้การประมูลครั้งนี้มีสีสันและดุเดือดขึ้นไหม” ไป่ฉีถาม


            “ท่านอวี้กง  ท่านมีอะไรจะเสนองั้นรึ” ซานไห่ถาม


            ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  ก่อนจะเรียกกระบี่เล่มหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ  มันเป็นกระบี่ที่มีแสงสีแดงแผ่ออกมาจากคมกระบี่  สิ่งที่เขาเอาออกมา  ทำให้ซานไห่ตาโตขึ้นมาทันที


            “นะ...นี่มัน  หรือว่าท่านคิดจะ.....” ซานไห่มองที่กระบี่ในมือของไป่ฉี  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับไป่ฉี


            “ใช่แล้ว  ข้าจะนำกระบี่ราชันย์อัคคีนี้เข้าประมูล  พอจะนำมันลงประมูลในวันนี้ได้หรือไม่” ไป่ฉีถาม  พร้อมกับยื่นกระบี่ที่เก็บเข้าฝักแล้วให้กับซานไห่


            ซานไห่รับไปด้วยมือที่สั่นเทาเพราะความตื่นเต้น  ในใจก็คิดว่าอวี้กงมีกระบี่อยู่กี่เล่มกัน  เมื่อช่วงบ่ายเขาก็ตกใจไปแล้วรอบนึงจากการได้เห็นกระบี่ระดับจักรพรรดิ  แต่นี่ถึงจะเป็นกระบี่ระดับราชันย์  ซ้ำยังมีธาตุไฟสถิตอยู่ในตัวกระบี่ด้วย  นับเป็นของสุดยอดสมบัติที่ไม่เคยมีการนำเข้าประมูลมาก่อน  เท่าที่ซานไห่เคยเห็นมาคือกระบี่ระดับนภาที่มีธาตุน้ำสถิตอยู่  ซึ่งตอนนี้มันอยู่ในมือของตำหนักเทพมังกรคราม  เมื่อปีก่อนหลงสุ่ยนำมันมาให้หลงเทียนหมิงใช้ในการประลองยุทธประจำปี


            “ได้ครับ  กระผมจะรีบจัดการให้” ซานไห่รับคำ  ก่อนจะค่อย ๆ ประคองกระบี่ในมือเดินออกไป


            “เอาล่ะ  โชว์กำลังจะเริ่มแล้ว  ทางนี้ขอดูหน่อยแล้วกันว่ากระบี่ระดับราชันย์จะมีมูลค่ามากขนาดไหนในโลกใบนี้” ไป่ฉีมองไปยังเวทีใหญ่ที่ตอนนี้พนักงานกำลังยุ่งอยู่กับการจัดวางสินค้า  รวมถึงติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยด้วย


            ทางซานไห่ กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาที่จุดลงทะเบียนของที่จะนำมาลงประมูล  พนักงานที่เห็นท่าทางรีบร้อนของซานไห่อดสงสัยไม่ได้  หรือว่าสินค้าที่ลงประมูลมีบางตัวที่มีปัญหา  แต่สิ่งที่เขาเห็นอีกอย่างคือกระบี่ที่ด้ามและฝักดาบมีสีออกทองแดง ลวดลายที่ประดับด้ามกับฝักมีสีทองวิจิตรสวยงาม


            “ผู้อาวุโสซานไห่  มีอะไรรึเปล่าครับ  แล้วกระบี่นั่น....” พนักงานชายถาม


            “เอาสิ่งนี้ลงทะเบียนด่วนที่สุด  จัดระดับความปลอดภัยหนาแน่นที่สุด  มากกว่าปกติ 3 เท่า” ซานไห่ยื่นกระบี่ให้กับพนักงาน  แต่สักครู่เขาก็ดึงมันกลับ  เพราะกลัวพนักงานจะทำหาย


            “ถ้าไม่เอามาผมก็จัดการลงทะเบียนให้ไม่ได้นะครับ” พนักงานกล่าว


            “กระบี่นี้ต้องอยู่ในสายตาฉันตลอด  ลงทะเบียนไปซะ  ฉันจะถือไว้จนกว่าจะเข้าไปในตู้จัดแสดงและมีคนคอยคุ้มกันเรียบร้อยแล้วเท่านั้น” ซานไห่ยืนยันหนักแน่น


            ภายในห้องจัดประมูล

            ตอนนี้สินค้าที่เข้าประมูลทุกชิ้นถูกจัดไว้เรียบร้อย  โดยสินค้าอย่างสุดท้ายนั้นถูกคลุมด้วยผ้าสีแดง  ซึ่งทุกคนเห็นว่าสินค้าชิ้นสุดท้ายนี้  มีการคุ้มกันแน่นหนากว่าชิ้นอื่นถึง 3 เท่า  ต่างตรวจรายการสินค้าที่จะประมูล  ก็พบว่าจำนวนที่ระบุในรายการสินค้าที่จะประมูล กับจำนวนสินค้าที่จัดแสดงมันไม่เท่ากัน


            “นี่มันอะไรกัน  มีสินค้าเพิ่มมาอีก 1 อย่างเหรอ” หลงสุ่ย อดสงสัยไม่ได้  สมาคมการค้าตะวันจันทราไม่เคยทำงานผิดพลาดมาก่อนในงานประมูล


            “หืม สินค้าที่เข้ามาอย่างสุดท้ายมันคืออะไรกันแน่นะ” อู่กุยหลงจิน ก็สงสัยเช่นกัน


            ขณะที่ทุกคนกำลังคิดไปต่าง ๆ นานา  หญิงสาวในชุดแนวผสมผสานระหว่างชุดสมัยใหม่กับชุดโบราณ


            “ทุกท่านคะ  ทุกท่านคงสงสัยกันใช่ไหมคะว่าทำไมจำนวนสินค้าจึงมีมากกว่าที่แจ้งไป 1 รายการ  ขอย้ำว่าไม่ได้เป็นความผิดพลาดแต่อย่างใด  เนื่องจากวันนี้ทางสมาคมได้สินค้าชิ้นหนึ่งมา  มันเป็นของที่ทางเราได้เตรียมไว้สำหรับเป็นสินค้าพิเศษในการประมูลนี้  แต่ทุกท่านไม่ต้องห่วง  ทางเราจะเปิดให้เข้าชมสินค้าชิ้นอื่นก่อน  ส่วนชิ้นพิเศษนี้  หลังจากทุกท่านประมูลสินค้าครบทุกรายการแล้ว  ทางเราจะเปิดให้ทุกท่านได้ชมสินค้าพิเศษนี้ก่อนจะเปิดประมูลมันค่ะ” พิธีกรสาวชี้แจงเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่มีในรายการที่ทางสมาคมการค้าประกาศไว้ตอนแรก


            หัวข้อในการสนทนาของทุกคนจึงเปลี่ยนไปในทันที  ว่าสินค้าพิเศษที่ทางสมาคมการค้าตะวันจันทรานำมาให้พวกเขาประมูลกันในวันนี้คืออะไรกันแน่  ใช้เวลาไม่นานนัก  พิธีกรสาวก็เดินขึ้นมาบนเวทีจัดแสดงสินค้าอีกครั้ง


            “จากนี้ฉันขอเปิดให้ทุกท่านได้เข้ามาชมสินค้าอย่างใกล้ชิด  เพื่อประกอบการตัดสินใจของทุกท่าน  ขอเชิญทุกท่านเข้ามาชมสินค้าได้แล้วค่ะ” พิธีกรสาวกล่าว

    _____________________________________

    งานประมูลเปิดม่านขึ้นแล้ว มาดูกันว่าของที่ไป่ฉีนำมาประมูลจะได้ราคาเท่าไหร่กัน

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน