ภายในมิติของพระราชวังพิศวง
หน้าแท่นศิลาในห้องควบคุม เด็กหนุ่มจับมือเด็กหญิงตัวน้อยแล้วใช้มืออีกทาบลงที่แท่นศิลา
ร่างทั้งสองคนก็หายวับมาอยู่ที่ป่าแห่งหนึ่งเด็กหนุ่มก้มลงหยิบพระราชวังพิศวง ที่สีดำสนิทดูไม่ได้มีคุณค่าอะไรเข้าสู่แหวนมิติ
เด็กหญิงตัวพูดออกมาว่า
"เฟยอวี่ ตอนเ้าค้นหาเมืองเ้าเจอสมุนไพรบ้างหรือเปล่า"
เด็กหนุ่มตอบกลับว่า
"ตอนนั้นข้าพุ่งเป้าหาแค่เมืองและสัตว์อสูรที่อันตรายเท่านั้น เดี๋ยวระหว่างทางข้าจะทำเนื้อย่างให้เ้ากินละกันระหว่างทางก็ล่าสัตว์อสูรรวบรวมแกนอสูรไปพลางๆเป้าหมายหลักของเรายังคงเป็เพิ่มพูนพลังฝีมือให้เร็วที่สุด น้ำทิพย์แห่งภูตที่เหล็อก็หมดลงแล้วคงต้องอาศัยเ้าช่วยกลั่นของเหลวจิติญญาให้ข้าแล้ว!"
เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้าแล้วพูดว่า "เข้าใจแล้วไปกันเถอะข้าเริ่มคันไม้คันมือแล้วละ"
ทั้งคู่ออกเดินทางไปทางตะวันตกมุ่งสู่เมือง ทั้งคู่เดินอย่างสบายๆไม่ได้เร่งรีบอะไร ระหว่างที่เดินไปได้ประมาน1ลี้
ทั้งคู่ก็ได้พบกับพยัคฆ์สีแดงเพลิงตัวหนึ่งสูงประมาณ2เมตร
เด็กหนุ่มเห็นเข้าก็ยิ้มแล้วเอ่ยออกมา
"โอ้วพยัคฆ์เพลิงสัตว์อสูรธาตุไฟระดับ3ขั้นต้น! สัตว์อสูรตัวแรกที่เจอก็ระดับ3ขั้นต้นเลยงั้นรึ?"
เท่าที่เด็กหนุ่มสำรวจสัตว์อสูรระดับ3ขึ้นไปไม่ได้มีอยู่มาก ส่วนใหญ่จะเป็ระดับ1-2เสียมากกว่า
พยัคฆ์ตัวสีแดงเพลิงได้พุ่งตรงเข้ามาหาทั้งคู่! พร้อมกับอ้าปากพ่นลูกไฟั์!
"ฟู!."
"ฟู.ฟู!"
"ฟู.ฟู.ฟู!"
ลูกไฟั์ พุ่งตรงเข้าใส่ทั้งคู่ เด็กหญิงตัวน้อยเผยรอยยิ้มพร้อมพุ่งเข้าใส่ลูกไฟั์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเด็กหญิงตัวถึงน้อย2เท่าทันที แล้วอ้าปากดูดกลืนลูกไฟั์เข้าปาก ลูกไฟั์ทั้งหมดถูกดูดหายเข้าไปในปากของเด็กหญิงตัวน้อย ในพริบตา! เด็กหญิงตัวน้อยเอามือลูบท้องแล้วเอ่ยออกมาว่า
"เพลิงของอสูรระดับ3รสชาติไม่เลว! เ้าแมวน้อยปล่อยมาอีกหลายๆลูกเลย!"
พยัคฆ์เพลิงหยุดชะงักดวงตายังคงจับจ้องไปที่เด็กหญิงตัวน้อย พร้อมเสียงขู่
"กรร!"
"กรร!"
พร้อมกับคำรามออกมา
"โฮก!"
แล้วกระโจนเข้าใส่เด็กหญิงตัวน้อยทันที
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มที่ยืนดูอยู่ก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับใช้สองนิ้วจิ้มเข้าไปที่ศรีสะของพยัคฆ์เพลิง
"วิชาดัชนีรวมศูนย์!"
นิ้วของเด็กหนุ่มแทงทะลุเการะป้องกันของพยัคฆ์เพลิงอย่างง่ายดายนิ้วของเด็กหนังจากผ่านเการะป้องกันของพยัคฆ์เพลิงก็เจาะทะลุศรีสะของพยัคฆ์เพลิงทำให้พยัคฆ์เพลิงสิ้นใจทันที พร้อมกับควักแกนอสูรในกะโหลกออกมา
เด็กหนุ่มมองดูแกนอสูรระดับ3ในมือแล้วเก็บเข้าสู่แหวนมิติพร้อมกับร่างของพยัคฆ์เพลิง
วิชาดัชนีรวมศูนย์ เป็หนึ่งในกระบวนท่าจู่โจมในวิชาจักรวาลรวมศูนย์ ซึ่งเป็กระบวนท่าเดียวตอนนี้ที่เด็กหนุ่มสามารถใช้ได้โดยไม่เปลืองแรงมากนัก กระบวนท่าอื่น เช่นก้าวย่างมิติ รวมถึงเขตแดนรวมศูนย์ และอื่นๆ ยังคงกินแรงอยู่มาก
กับแค่สัตว์อสูรระดับ3ขั้นต้น สำหรับเด็กหนุ่มที่มี แกนศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังมากว่าคนทั่วไปนับสิบเท่า ต่อให้เป็สัตว์อสูรระดับ3ขั้นสูง ก็รับมือได้ไม่ยาก
เสียงของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้นมา
"เฟยอวี่ เ้าจะรีบฆ่ามันทำไม? น่าจะล่อให้มันปล่อยลุกไฟให้ข้ากินอีกสัก2-3ลูก ข้าไกล้จะทะลวงขั้นกลางได้อยู่แล้ว!"
เด็กหนุ่มเอ่ยตอบ "เอาน่าเ้าก็รู้ดีแนวทางของข้าคือลงแรงให้น้อยที่สุดรับผลตอบแทนให้มากที่สุดจะมาเสียเวลาเล่นที่นี่ทำไม ก่อนอื่นก็เข้าเมืองหาทางเพื่มความมั่งคั่งก่อน แล้วทีนี้ ก็จะมีเงินซื้อสมุนไพรหินธาตุต่างๆให้เ้าได้มากมาย เ้าควรจะเป็ห่วงข้ามากกว่า ข้าไม่ได้กินแล้วก็นอนแบบเ้าก็เพื่มระดับพลังได้แล้ว"
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางต่อ ระหว่างทางก็เจอสัตว์อสูรระดับ1-2 อีกนับสิบตัว ล้วนแต่เป็เด็กหนุ่มที่จัดการสังหารในกระบวนท่าเดียวทั้งสิ้นพร้อมเก็บแกนอสูรระดับ2ขึ้นไปรวมทั้งซากสัตว์อสูรที่ตายแล้วทั้งหมดไว้ในแหวนมิติเช่นเดิม ส่วนแกนอสูรระดับต่ำกว่าขั้น2 เด็กหนุ่มโยนให้เด็กหญิงตัวน้อยดูดกลืนทั้งหมด
ในขณะที่ เด็กหญิงตัวน้อยดูดกลืนแกนอสูรระดับ1ขั้นสูงก้อนล่าสุดที่ได้มาจนพลังทั้งหมดของแกนอสูรหมดลงจนแกนอสูรกลายเป็ผง
ระหว่างนั้นเองทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงสนทนาของคนกลุ่มหนึ่ง
เด็กหนุ่มและเด็กหญิงตัวน้อยะโขึ้นไปแอบบนต้นไม้ทันที
"ฟุบ!"
"ฟุบ!"
กลุ่มนี้มีทั้งสิ้น สี่คน มีเด็กสาวชุดม่วงอายุประมาณสิบเจ็ดถึงสิบแปดปีหนึ่งคน ชายหนุ่มชุดดำสองคนที่อายุประมาณยี่สิบต้นดูแล้วหน้าจะเป็คนรับใช้ ส่วนอีกคนเป็ชายวัยสี่สิบถึงสี่สิบห้าปีใส่ชุดสีดำเช่นกันดูแล้วเป็คนคุ้มกันของเด็กสาว ออร่าบางๆรวมตัวคนกลุ่มนี้ ทำให้เด็กหนุ่มรู้ถึงระดับพลังของแต่ละคนได้ทันที ชายหนุ่มสองคนอยู่ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสูง เด็กสาวอยู่ระดับกำเนิดแก่นแท้ขั้นกลาง ส่วนชายวัยกลางคน อยู่ที่ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูง
เสียงพูดคุยยังคงดังอยู่
"คุณหนูท่านแน่ใจนะว่ามีคนเห็นกระทิงสายฟ้าอยู่แถวนี้จริงๆ?"
"ข้าแน่ใจว่าข่าวที่ได้มามิใช่ข่าวลวงถึงเวลานั้นข้าคงต้องให้ท่านอาเชาหรงช่วยข้าจัดการแล้ว แกนอสูรระดับ4ธาตุสายฟ้านั้นขาดตลาดแม้แต่สมาคมการค้าต้าเป่าก็ไม่มีขาย เห้นว่างานประชันศาสตราปีนี้จะมีการประลองกับรุ่นเยาว์ด้วยข้าขาดก็แค่แกนอสูรระดับ4ธาตุสายฟ้าเท่านั้นของที่ใช้ในการสลักอาคมธาตุสายฟ้าระดับ4ก็ครบแล้ว ข้าจึงทำได้แค่ขอให้ท่านอาเชาหรงช่วย กระทิงสายฟ้าระดับสี่ขั้นต้นตัวนี้ไม่คณามือท่าท่านอาอยู่แล้วกระมัง?"
คนกลุ่มนี้เดินผ่านต้นไม้ที่เด็กหนุ่มแอบซ่อนอยู่โดยไม่รู้เลยว่ามีคนสองคนแอบอยู่บนต้นไม้ การควบคุมพลังของทั้งคู่เรียกได้ว่าไร้ที่ติ ไม่มีพลังเล็ดลอดออกมาแม่แต่น้อย ทั้งคู่ค่อยๆร่อนลงอย่างเงียบๆแล้วเดินทางต่อ
3ชั่วยามผ่านไป...
ทั้งคู่ได้หยุดพักที่ริมลำธาร พร้อมกับนำเนื้อของพยัคฆ์เพลิงส่วนขาหนึ่งข้างออกมาเด็กหนุ่มใช้นิ้วควบแน่นลมปราณแทนมีดชำแหละอย่างสวยงาม พร้อมกับวาดอักขระยันต์บนอากาศ เนื้อที่เตรียมไว้ ลอยเข้าไปในวงอักขระ เปลวไฟลุกโชนกลิ่นหอมของเนื่อค่อยๆโชนมา น้ำลายของเด็กหญิงตัวน้อยค่อยๆไหลหยดลงที่พื้น
"แปะ!"
"แปะ!"
ดวงตากลมโตของเด็กหญิงตัวน้อยยังคงจ้องไปที่เนื้อที่กำลังค่อยสุกทีละนิด เมื่อไฟทั้งหมดหายไปก็เหลือเพียเนื้อที่ถูกหันเป็ชิ้น ที่สุกอย่างพอดีล่อยอยู่บนวงอักขระขนาดใหญ่ เด็กหญิงเป็คนแรกที่พุ่งเข้าไปพร้อมกับหยิบเนื้อเข้ามากินอย่างมูมมาม
"งั้ม!"
"งั้ม!"
"งั้ม!"
เด็กหนุ่ม เพียงค่อยๆใช้ปราณมีดที่นิ้วจิ่มเข้าปากอย่างเรียบร้อย ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เนื้อทั้งหมดที่รวมๆแล้วมากจนสามารถทับทั้งคู่จนมิด ก็ได้หายไปหมดแล้ว
เด็กหญิงลูบท้องด้วยสีหน้าพอใจแล้วบอกกับเด็กหนุ่มว่า
"เ้ายังคงทำอาหารได้ดีเช่นเคย เนื้อสัตว์อสูรระดับ3ให้พลังงานได้ไม่น้อยเลยทีเดียว"
เด็กหนุ่มเอ่ยตอบ "คงมีแต่เ้าเท่านั้นดูดซับพลังงานได้เกือบทุกอย่างมาเพื่มพลังให้ตัวเองได้คนทั่วไปลองได้ทำแบบเ้าดูสิร่างกายได้ะเิเป็จุนกันพอดี!"
.........
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเตียบตัวจะออกเดินทางต่อ ก็ได้มีชายวัยกลางคนอุ้มเด็กสาวที่สลบอยู่พุ่งมาทางพวกเขา!
ชายวัยกลางคนร่างเต็มไปด้วยแผลไฟไหม้จากฟ้าผ่าทั้งตัว พร้อมกับเอ่ยได้เพียงหนึ่งคำก็ได้สลบไป
"ชะ..ชะ..ช่วย วูบ!"
แว๊บแรกที่เห็น เด็กหนุ่มก็จำได้ทันทีว่าเป็พวกเดียวกับกลุ่มคนที่เขาพบ เมื่อ3ชั่วยามที่แล้ว
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปตรวจดูอาการของทั้งคู่ที่สลบอยู่ าแค่อนข้างหนักเอาการแต่ก็ยังไม่ถึงแก่ชีวิต
เด็กหนุ่มบอกกับเด็กหญิงว่า "ไป๋ลี่เ้าช่วยมารักษาอาการของคนพวกนี้ที เอาแค่ให้พอมีสติไม่ต้องถึงกับหายดี"
เด็กหญิงเดินมาไกล้ๆคนทั้งสองแล้วค่อยเป่าลมใส่ทั้งคู่แสงสีเขียวที่เต็มไปด้วยพลังธรรมชาติาแภายนอกของชายวัยกลางคนดีขึ้นสองในสิบส่วน ส่วนเด็กสาวเพียงแค่าเ็ภายในนิดหน่อยเท่านั้น จากนั้นเด็กหญิงก็ทาบฝ่าที่หน้าอกมือพร้อมถ่ายพลังให้แก่ชายวัยกลางคนจากสีหน้าที่ซีดเซียวก็ค่อยดีขึ้นทีละนิด แล้วลากทั้งคู่มาหาเด็กหนุ่ม
พร้อมเอ่ยว่า "ช้าจัดการเรียบร้อยแล้วอีกสักพักก็หน้าจะฟื้น"
เด็กหนุ่มตอบกลับ
"งั้นรอพวกเขาฟื้นก่อนแล้วค่อยเดินทางดูแล้วพวกเขาหน้าจะเป็คนของตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองที่เรากำลังจะไปไม่น้อย เพราะว่าข้าเลือกจุดที่ค่อนข้างปลอดภัยในดินแดนแห่งนี้การที่มีคนคุ้มกันถึงระดับสี่ขั้นสูงย่อมต้องไม่ธรรมดา"
ยี่สิบนาทีผ่านไป.....
เด็กสาวก็ได้สติขึ้นมา มองเห็นชายวัยกลางคนที่หมดสติอยู่ข้างๆก็ ได้เขย่าเรียก
"ท่านอาเชาหรง!"
"ท่านอาเชาหรง!"
เด็กสาวเขย่าอยู่สี่ถึงห้าครั้ง ชายวัยกลางคนก็ได้สติขึ้นมา ทั้งคู่ได้หันไปทางพวกของเด็กหนุ่มพร้อมกับที่ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม
"พ่อหนุ่มเ้าเป็คนช่วยพวกกเราไว้?"
เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบ
"ใช่แล้ว"
ชายวัยกลางคนแนะนำตัว
"ข้ามีนามว่าหม่าเชาหรง! และนี้หลานสาวของข้า หม่าซินรุ่ย! พวกข้าเป็คนของตระกูลหม่าแห่งเมืองพยัคฆ์คราม ขอบใจพ่อหนุ่มมากๆที่ช่วยเหลือ ข้าขอทราบนามของเ้าได้หรือไม่?"
เด็กหนุ่มพลันคิด นานแค่ไหนแล้วนะที่มีคนเรียกข้าแบบนี้
เด็กหนุ่มตอบหม่าเชาหรงกลับไปว่า
"ข้ามีนามว่า เฟยอวี่! ส่วนนี่น้องสาวข้าไป๋ลี่!"