"ท่านพี่ข้าจะช่วยท่านบริหารร่างกาย เราต้องทำแบบนี้ทุกวันร่างกายของท่านจะได้ปรับตัวได้ กล้ามเนื้อก็จะได้แข็งแรงขึ้น ขั้นแรกข้าจะทายาตัวนี้ให้ก่อน มันจะเย็นหน่อยนะเ้าคะ"
จ้าวหนานกงก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี กุ้ยเหมยทายาบางๆ ลงบนแขนทั้งสองข้าง สายตาก็คอยมองลูกสาวที่นั่งเล่นอยู่หน้าเตียงเป็ระยะ ตอนนี้นางคิดถึงคอกเลี้ยงเด็กในยุคของนาง ไม่อย่างนั้นนางคงไม่เป็อันทำอะไร ได้แต่คอยกังวลว่าลูกสาวของนางจะเดินไปในสถานที่อันตรายหรือเปล่า วันนี้นางต้องค้นหาเงินดูแล้วว่านางเก็บเอาไว้ตรงไหนบ้าง จะได้จ้างให้คนมาช่วยทำห้องน้ำและก็คอกกั้นเด็ก
นางให้จ้าวหนานกงนอนหงายแขนชิดลำตัว จากนั้นยกแขนขึ้นข้างหน้าช้าๆ จนถึงจุดที่ตึงหรือจนแขนชิดหู จากนั้นหุบกลับสู่ตำแหน่งเดิมช้าๆ ทำแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ทั้งสองข้างแล้วจึงเปลี่ยนท่า
จับแขนของเขามากางแขนออกทางด้านข้างจนถึงชุดที่ตึง ่ที่แขนเลยหัวไหล่ให้หมุนปลายแขนให้นิ้วโป้งชี้ขึ้นแล้วยกแขนจนถึงจุดที่ตึงหรือจนแนบชิดหู จากนั้นหุบเข้าตำแหน่งเดิม
งอศอกขึ้น แขนชิดลำตัว จากนั้นชูแขนขึ้นพยายามแตะเพดาน แล้วหุบเข้าตำแหน่งเดิม แขนเหยียดสุดแล้วจึงงอศอกขึ้นมา พยายามให้ถึงหัวไหล่ตนเอง ทำข้างละสิบครั้ง ข้างที่อ่อนแรงนางใช้มือประคองช่วยยกให้เขาบริเวณข้อศอกและข้อมือ จากนั้นงอข้อศอกขึ้น หมุนปลายแขนให้มือหงาย งอข้อศอกขึ้น จากนั้นกระดกข้อมือขึ้นลง จนครบจำนวนครั้งแล้วเวียนทำซ้ำอีกครั้ง ต่อไปก็เป็ในส่วนของ่ล่าง
กุ้ยเหมยถอยลงไปนั่งตรงด้านข้าง งอสะโพกขึ้นพร้อมเหยียดขาเขาเอาไว้ จากนั้นวางลงช้าๆ งอเข่าและสะโพกขึ้น แล้วเหยียดขาไปข้างหน้า จากนั้นกางขาออกด้านข้างไม่งอสะโพก จากนั้นหุบขาเข้าตำแหน่งเดิม ครั้งนี้นางช่วยประคองใต้เข่าและข้อเท้าแต่เขาก็สามารถทำเองได้นิดหน่อย
นางจับเขาชันเข่าข้างที่จะออกกำลังกายขึ้น จากนั้นหมุนสะโพกเข้าออก ทำข้างละสิบครั้ง วนสองรอบเพราะขาเขายังอ่อนแรงนางจึงต้องช่วยประคองบริเวณที่ปลายเท้ากับใต้ข้อพับเข่าบางครั้ง แล้วก็เลื่อนไปนั่งตรงปลายเท้า จับกระดกข้อเท้าขึ้นลงเอง
"ท่านพี่ลองทำตามข้าได้ไหมเ้าคะ กระดกเท้าขึ้นลงแบบนี้"
เขายังทำไม่ได้คล่องแต่มีกำลังใจทำมากขึ้น เมื่อเห็นว่ากุ้ยเหมยตั้งใจช่วยเขามากแค่ไหน พอทำได้สักพักนางก็เริ่มเปลี่ยนท่าให้เขาชันขาขึ้นสองข้าง
จากนั้นยกก้นลอยขึ้น เกร็งค้างไว้ หายใจเข้าตามปกติ นับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วจึงผ่อนตัวลง ทำสิบครั้ง จนเขารู้สึกเหนื่อยมาก แต่ก็รู้สึกดีด้วย
ทั้งสองใช้เวลาในการบริหารร่างกายครั้งแรกเกือบหนึ่งชั่วยาม หันมาอีกที จ้าวหลินหลันก็หลับไปแล้ว หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนซินะ ที่จริงเด็กน้อยเลี้ยงง่ายมาก หลังจากที่ร้องไห้อย่างหนักเมื่อวานนางก็ไม่ร้องไห้อีกเลย
"ท่านพี่ข้าฝากลูกนอนกับท่านก่อนนะ ข้าจะไปตามหาคนมาทำห้องน้ำก่อน แล้วก็จะทำคอกกั้นให้ลูกเราด้วย"
คิ้วของจ้าวหนานกงขมวดขึ้น "ไปไหน ไปหาหนิงต้าเจี่ยนหรือไง"
"ใช่เ้าค่ะ ข้าไปไม่นานแล้วจะรีบกลับมา"
"ไม่ให้ไป" เสียงที่บอกอารมณ์ว่ากำลังไม่พอใจทำเอากุ้ยเหมยถึงกับชะงัก นางลืมไปเลยว่าก่อนหน้าเ้าของร่างทำตัวแย่แค่ไหน เขาคงจะคิดว่านางไปเพราะเื่ชู้สาวเหมือนเดิมกระมัง
"ท่านพี่ ข้าไม่รู้จักใครเลยที่นี่ นอกจากสองคนแม่ลูกนั่น ข้าไม่ใช่กุ้ยเหมยคนเดิมแล้ว ตอนนี้ข้าเป็ภรรยาของท่านเป็แม่ของหลินหลัน ท่านช่วยเชื่อใจข้าสักครั้งได้ไหมเ้าคะท่านพี่ "
จ้าวหนานกงนิ่งเงียบไป เขารู้อยู่แก่ใจว่านางทั้งสองคนเป็คนละคนกัน จิติญญาข้างในตอนนี้ของนางเป็ใครก็ไม่รู้ แต่เขาก็ยังไม่พอใจกลัวว่านางจะทิ้งเขาไปหาคนที่ดีกว่า
"เ้าจะกลับมาใช่ไหม"น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แววตาของนางอ่อนโยนลงโดยที่ไม่รู้ตัว
"ข้าจะกลับมาแน่นอน ข้าไม่มีวันทอดทิ้งท่านพี่กับลูกไปเด็ดขาด พวกท่านเป็ครอบครัวที่เหลืออยู่ของข้าไม่ว่าท่านจะ้าข้าหรือไม่ก็ตาม ข้าก็จะไม่มีวันทอดทิ้งท่านพี่ไปไหน ท่านรอข้าแป๊บเดียวเท่านั้น เดี๋ยวข้าจะกลับมา"
"อืม เ้าไปเถอะ" ซุ้มเสียงที่แ่เบา กับหน้าตาไม่สดใสชวนให้คนสงสารนัก นางจึงโพล่เข้าไปกอดเขาแน่นๆ แล้วหอมแก้มแรงๆ ไปหนึ่งครั้ง จนคนถูกหอมหน้าแดงนั่นแหละนางถึงยอมปล่อย
นางเข้าใจว่าเขารู้สึกยังไง คนเคยถูกทอดทิ้งอย่างนางเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ดีทีเดียว ตอนนั้นจันทร์เ้าอายุเพียงแค่ 18 ปี พึ่งจบแค่ ม.6 พ่อกับแม่ก็มาเสียชีวิต พี่ชายก็หายตัวไป พร้อมกลับเอาลูกสาวมาทิ้งไว้ให้เลี้ยง แต่นางกลับขอบคุณพี่ชายที่ส่งเ้าขามา ไม่เช่นนั้นนางคงจะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังไม่ได้ แค่คิดก็ทรมานมากแล้ว หลังจากที่พ่อกับแม่เสีย นางต้องอยู่ลำพังคนเดียวนานหลายเดือน การได้มีหลานมาให้เลี้ยงแม้นจะเป็ภาระหนัก แต่เมื่อเห็นเขาค่อยๆ เติบโต ความสุขก็เริ่มกลับมา จนกระทั่งหลานสาวแต่งงานไป บรรยากาศเงียบเหงาโดดเดี่ยวก็กลับมาอีกครั้ง
แต่ตอนนี้ เหมือน์ส่งนางมาที่นี่ ให้มีสามี มีลูกสาว ถึงแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนเช่นคนอื่น แต่อนาคตนางจะทำให้สมบูรณ์แบบขึ้นเอง
"ข้าคนเก่านิสัยไม่ดี คิดนอกใจท่าน แต่ข้าคนนี้จะมีท่านเป็สามีแค่คนเดียว ขอเพียงท่านมีข้าคนเดียวเช่นกัน ทั้งชีวิตนี้ข้าจะรักท่านคนเดียวเท่านั้น"
จ้าวหนานกงมองลึกเข้าไปในดวงตาของกุ้ยเหมย เหมือนนางจะบอกเขาว่า นางไม่ใช่กุ้ยเหมยคนนั้น ครั้งนี้เขามั่นใจแล้วว่านางคือ กุ้ยเหมยคนที่จะเป็ภรรยาของเขาต่อไปในอนาคต หากเป็นาง เขาคงจะมีความสุขมากที่สุดในชีวิต
"พี่เชื่อเ้า"
กุ้ยเหมยหอมแก้มให้รางวัลอีกครั้ง "ขอบคุณเ้าค่ะ แล้วข้าจะรีบกลับมา"
จ้าวหนานกงมองตามร่างของนางจนลับสายตาเขาเชื่อว่านางจะกลับมาในอีกไม่นาน ภาวนาอย่างเดียวว่าอย่าให้ใครมาเห็นความดีและความน่ารัก ของนางเลย เพราะร่างกายของเขาตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับใครจริง ๆ
กุ้ยเหมยเดินออกมาหาเงินที่ภาพความทรงจำ รู้ว่าร่างเดิมซุกซ่อนเอาไว้ในห่อผ้า ฝังตรงใต้ไม้ พอขุดออกมาก็พบจริง ๆ ตอนนี้นางต้องทบทวนค่าเงินของยุคนี้ว่ามันสามารถซื้ออะไรได้บ้าง เท่าที่นางจำได้ 1000 อีแปะ เท่ากับ1ตำลึงเงิน 10 ตำลึงเงิน เท่ากับ 1ตำลึงทอง ในห่อผ้ามีเงินแค่ 352 อีแปะ ไม่รู้ว่าจะพอค่าช่างในยุคนี้หรือไม่ กุ้ยเหมยคนเดิมก็ไม่เคยจ้างให้ใครมาทำอะไรสักครั้ง
นางเอาเงินทั้งหมดเติมใส่ในช่องว่างวิเศษ แล้วเอาออกมา จำนวนเงินก็เพิ่มมาอีกเท่าตัว นางทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเงินอีแปะเต็มถังที่ใส่น้ำ ตอนนี้นับไม่ได้เลยว่ามีเงินมากเท่าไหร่ รู้แต่ว่าน่าจะพอที่จะสร้างบ้านหรืออะไรได้หลายอย่างแล้ว นางอยากจะได้เงินที่เป็ตำลึงเงินกับตำลึงทองมาใส่ช่องว่างนี้ จะได้จ่ายได้มากขึ้นหากค่าจ้างช่างมันราคาสูง
ร่างบางมาหยุดอยู่ตรงบ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ในภาพความทรงจำ ไม่นานร่างหญิงวัยกลางคนก็เดินอุ้ยอ้ายออกมาต้อนรับนาง
"อ้าวเหมยเหนียง เ้าไม่มานอนที่นี่หลายวันเลย ป้าว่าจะไปดูอยู่ว่าเป็อะไรหรือเปล่า มาเข้ามาในบ้านก่อน"
ป้าหนิงทักทายอย่างมีไมตรี แต่ลึกภายในใจแล้วนางก็ไม่ได้อยากได้ลูกสะใภ้ที่เกียจคร้านแบบกุ้ยเหมย เอาแต่แต่งตัวไปวันๆ ไม่ดูแลลูก ดูแลสามี หากนางเอามาเป็สะใภ้ ต่อไปนางคงจะไม่สามารถพึ่งพาได้ หากไม่เพราะได้เงิน 50 อีแปะทุกเดือน แค่หน้านางก็ยังไม่อยากมองเลย
"ข้ามีเื่จะรบกวนท่านป้าเ้าค่ะ ข้าอยากขยายห้องนอนเพิ่ม แล้วก็ทำห้องน้ำที่นั่งได้ อาจจะต้องใช้ไม้ จึงอยากให้ท่านป้าแนะนำช่างไม้ให้หน่อยได้ไหมเ้าคะ แล้วก็บางอย่างที่ต้องทำเพิ่มด้วย เพราะสามีข้าต้องใช้"
"เื่แค่นี้เอง พี่ต้าเจี๋ยนสร้างได้ เ้า้าขนาดไหน เดี๋ยวป้าเรียกเขามาคุย รอประเดี๋ยวนึงนะ"
ถึงแม้นางจะแปลกใจที่อยู่ๆ กุ้ยเหมยมาขอความช่วยเหลือเื่ปรับปรุงบ้าน แต่เพราะหวังรายได้ นางจึงเลิกสงสัยในทันที
ไม่ถึง 1 เค่อบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ผิวคล้ำกร้านแดดกล่าว แล้วเดินหน้าบึ้งออกมา เขาคิดว่านางมีแผนที่จะพยายามใกล้ชิดเขาเหมือนทุกครั้ง เขาไม่ชอบสตรีผู้นี้ นางใจร้ายใจดำได้แม้กระทั่งลูกของตัวเอง เขายังเคยเห็นนางตบตีลูก ทั้งที่ลูกสาวของนาง ยังตัวเล็กนิดเดียว แต่พอเจอเขา กลับพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ถึงแม้ใบหน้าของนางจะงดงาม แต่เขาทำใจชอบนางไม่ได้จริง ๆ
"เ้ามีอะไร" น้ำเสียงกระชากแบบนี้ คงไม่ใช่คนที่รู้สึกดีต่อกันเหมือนกับในความทรงจำของร่างคิดเอาเองแน่นอน
"ข้าอยากต่อเติมห้องเพิ่ม สร้างห้องอาบน้ำ แล้วก็มีเก้าอี้สำหรับนั่งทำธุระส่วนตัวของสามีข้า ไม่รู้ว่าท่านมีใครพอจะแนะนำข้าได้บ้าง"
คราวนี้ต้าเจี่ยนถึงกับอึ้งไป นางไม่ได้เรียกเขาว่าพี่ต้าเจี่ยน เสียงอ่อนหวานเหมือนทุกครั้ง ทำให้กำแพงความระแวงที่ตั้งเอาไว้ เริ่มผ่อนคลายลง
"เป็เก้าอี้แบบไหน"
"เป็เก้าอี้ที่มีพนักพิงหลัง ส่วนตรงที่นั่งเจาะรูตรงกลางประมาณนี้เ้าค่ะ" หญิงสาวทำมือให้เขาดูคร่าวๆ ประมาณโถนั่งชักโครกในยุคของนาง
"แล้วก็คอกกั้น ท่านตามข้ามาข้างนอกก่อน ข้าจะวาดภาพให้ดู จะได้เห็นภาพไปด้วย"
ทั้งสองคนมานั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าบ้าน กุ้ยเหมยหยิบกิ่งไม้มาวาดภาพคอกกั้นเด็กให้เขาดูบนลานดิน ซึ่งพอเห็นภาพเขาก็เข้าใจทันที
"ข้าอยากได้รถเข็นด้วยเ้าค่ะ สามีข้าคงอยากออกมานอกบ้านบ้าง เขานอนนิ่งอยู่แบบนี้มาเป็ปีแล้ว อีกอย่างข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะเ้าคะ ที่แต่ก่อนมารบกวนบ้านท่านอยู่บ่อย ๆ จนทำให้ท่านอาจจะรู้สึกไม่พอใจข้านัก"
"ไม่เป็ไร เื่มันผ่านไปแล้ว เ้าคงคิดได้แล้วสินะ ตัวเองมีสามีมีลูกแล้ว จะมาทำตัวเหมือนเดิมไม่ได้อีก"
"ข้าคิดได้แล้วเ้าค่ะ ต่อไปข้าจะดูแลพวกเขาให้ดี ไม่ทำตัวแย่เช่นเดิมอีก"
"ดีแล้ว อีกสองวันข้าจะพาเพื่อนไปช่วยอีกคนหนึ่ง ค่าแรงตามที่เขาคิดกัน ข้าไม่เอาเปรียบเ้าแน่นอน"
"แล้วปกติเขาคิดกันเท่าไหร่เ้าคะ"
"ค่าแรงวันละ 30-50 อีแปะ แล้วแต่ความยากง่ายของงาน ขอข้าไปดูหน้างานก่อน แล้วจะบอกเ้าอีกที"
"ขอบคุณเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าขอลากลับก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวลูกสาวจะร้องหากไม่เห็นข้า"
"อืม"เขามองตามร่างบางที่เดินจากไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด บรรยากาศรอบตัว ทั้งคำพูดของนางดูเปลี่ยนไปมาก ไม่มีจริตจะก้านเหมือนที่เคยทำ ครั้งนี้นางคงจะคิดได้แล้วจริง ๆ กระมัง