รุ่งเช้าวันต่อมาไม่ได้เริ่มต้นด้วยแสงแดดอันอบอุ่นที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเริ่มต้นด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นพร้อมกันสองบานราวกับนัดหมาย...ประตูห้องนอนของเอลาร่า และประตูที่เชื่อมไปยังระเบียงด้านนอก
เอลาร่าที่ยังคงงัวเงียอยู่บนเตียง ลืมตาขึ้นมาอย่างสับสน เธอหันไปมองประตูห้องนอนก่อน แล้วจึงหันไปมองประตูระเบียง ก่อนที่เสียงของ "อาจารย์" ทั้งสองจะดังขึ้นพร้อมกันราวกับกำลังประกาศสงคราม
"อรุณสวัสดิ์ เอลาร่า บทเรียนแรกของ 'พันธมิตร' กำลังจะเริ่มขึ้น" เสียงทุ้มลึกและหนักแน่นของคาอินดังมาจากหน้าประตูห้อง "การฝึกฝนร่างกายและประสาทสัมผัสของแวมไพร์คือพื้นฐานที่สำคัญที่สุด"
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ เด็กน้อยของข้า" เสียงหวานเย้ายวนของอิซาเบลล่าดังมาจากทางระเบียง "อย่าไปเสียเวลากับการฝึกแบบเต่าคลานเลย มาเริ่มบทเรียนของ 'อาจารย์' ที่แท้จริงกันดีกว่า การปลดปล่อยและควบคุมพลังเวทมนตร์แห่งสายเลือดคือหนทางสู่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง"
เอลาร่าถอนหายใจยาว นี่สินะ...ผลลัพธ์ของการประกาศรับสมัครพันธมิตรสองขั้วอำนาจ สงครามชิงรักอาจจะจบลง แต่สงครามการเป็น "อาจารย์อันดับหนึ่ง" เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และดูเหมือนว่าสนามรบแรกก็คือตารางเวลาในชีวิตประจำวันของเธอเอง
เธอนั่งขึ้นบนเตียงและยืดเส้นยืดสาย ร่างกายของเธอยังคงเจ็บปวดจากการต่อสู้เมื่อวานนี้ แต่เธอรู้สึกได้ถึงพลังใหม่ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย พลังที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเลือดแวมไพร์และเวทมนตร์เอลฟ์ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้น แต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน
เธอตัดสินใจลุกจากเตียงและเดินไปเปิดประตูห้องนอนให้คาอินก่อน เขายืนรออยู่ด้วยชุดฝึกที่รัดกุมสีดำสนิท บนใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูภาคภูมิใจ เขายื่นแก้วโลหะที่บรรจุของเหลวสีแดงสดส่งให้เธอ
"ดื่มซะ นี่คือเลือดกวางที่สดใหม่ที่สุด จะช่วยฟื้นฟูพลังกายของเจ้าหลังจากการต่อสู้เมื่อวาน" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย นี่คือการหยอดมุมหวานในแบบของเขา...การดูแลเอาใจใส่เรื่องพื้นฐานที่สุดอย่างสม่ำเสมอ
เอลาร่าสังเกตเห็นว่าเขาเตรียมอาหารเช้านี้มาอย่างพิถีพิถัน แก้วโลหะนั้นมีลวดลายสลักที่ประณีต และเลือดข้างในยังคงอุ่นพอดี เธอรู้ว่าเขาต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปล่าสัตว์และเตรียมสิ่งนี้ให้เธอ ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น
เอลาร่ารับมาดื่มอย่างว่าง่าย รสชาติของมันช่วยปลุกให้ร่างกายของเธอตื่นตัวได้อย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย กล้ามเนื้อที่เจ็บปวดเริ่มผ่อนคลาย และประสาทสัมผัสทั้งหมดเริ่มคมชัดขึ้น แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดขอบคุณ ร่างของอิซาเบลล่าก็ปรากฏขึ้นข้างๆ คาอินราวกับเงา เธออยู่ในชุดหนังสีดำที่ดูเย้ายวนยิ่งกว่าชุดฝึกใดๆ ในมือของเธอถือถ้วยคริสตัลที่บรรจุของเหลวสีม่วงอ่อนที่ส่องประกายระยิบระยับ
"เลือดกวางน่ะมันสำหรับพวกแวมไพร์ชั้นล่าง" เธอกล่าวพลางยื่นถ้วยในมือให้เอลาร่า "นี่ต่างหากของจริง...น้ำทิพย์จากบุปผาจันทรา ผสมกับหยาดน้ำค้างแรกแห่งรุ่งอรุณ มันจะช่วยชำระล้างพลังเวทของเจ้าให้บริสุทธิ์และปลุกสัญชาตญาณของเอลฟ์ให้ตื่นขึ้น"
เอลาร่าสังเกตเห็นว่าถ้วยคริสตัลนั้นเป็นงานฝีมือที่ประณีตมาก มีรูนอักษรโบราณสลักอยู่รอบๆ ขอบถ้วย และของเหลวข้างในส่องแสงเรืองรองเหมือนแสงดาว เธอรู้ว่าบุปผาจันทราเป็นดอกไม้ที่หายากมาก บานเพียงคืนเดือนเพ็ญเท่านั้น และการเก็บน้ำค้างแรกแห่งรุ่งอรุณต้องใช้เวลาและความอดทนมาก
คาอินตวัดสายตาคมกริบมองอิซาเบลล่า "นางต้องการพลังกาย ไม่ใช่ของเล่นสวยๆ งามๆ"
"นางต้องการความสมดุลต่างหากล่ะ พ่อแวมไพร์หัวโบราณ" อิซาเบลล่าสวนกลับ "ร่างกายที่แข็งแกร่งแต่ไร้ซึ่งพลังเวท ก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหินที่รอวันถูกทุบให้แตก"
บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้น เอลาร่ารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ปะทุออกมาจากทั้งสองคน คาอินเริ่มแสดงเขี้ยวออกมาเล็กน้อย ในขณะที่อิซาเบลล่าเริ่มมีแสงสีม่วงวาบวับรอบตัว เธอต้องแทรกแซงก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย
เอลาร่ามองถ้วยในมือของคนทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนจะตัดสินใจดื่มเลือดในแก้วของคาอินให้หมด แล้วจึงรับถ้วยของอิซาเบลล่ามาจิบเล็กน้อย รสชาติหอมหวานและเย็นสดชื่นของมันทำให้เธอรู้สึกปลอดโปร่งไปทั่วทั้งร่าง เธอรู้สึกถึงพลังเวทที่ไหลเวียนในร่างกายเริ่มสงบและเป็นระเบียบมากขึ้น
"ขอบคุณสำหรับอาหารเช้าค่ะ...ทั้งสองคน" เธอกล่าว "งั้น...เราจะเริ่มฝึกอะไรกันก่อนดีคะ?"
"การต่อสู้มือเปล่า" คาอินตอบทันที "เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้ร่างกายให้เป็นอาวุธ"
"การรวบรวมมานา" อิซาเบลล่าพูดแทรก "เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะสัมผัสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว"
ทั้งสองจ้องหน้ากันเขม็ง ไม่มีใครยอมใคร เอลาร่าเห็นประกายไฟในสายตาของทั้งสองคน และเธอรู้ว่าถ้าเธอไม่หาทางออกเร็วๆ นี้ พวกเขาอาจจะเริ่มต่อสู้กันจริงๆ เธอจึงต้องเป็นคนกลางอีกครั้ง
"งั้น...ตอนเช้าฝึกกับท่านคาอิน ตอนบ่ายฝึกกับท่านอิซาเบลล่า ตกลงไหมคะ?"
ข้อเสนอนี้ดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ทั้งสองจึงพยักหน้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก แต่เอลาร่าสังเกตเห็นว่าพวกเขายังคงมองกันด้วยสายตาท้าทาย เหมือนกำลังวางแผนที่จะทำให้บทเรียนของตนเองโดดเด่นกว่าอีกฝ่าย
การฝึกภาคเช้ากับคาอินเริ่มต้นขึ้นที่ลานกว้างหลังเซฟเฮาส์ มันคือการฝึกฝนทางกายภาพที่โหดหินและไร้ซึ่งการปรานี เขาไม่ได้ออมมือให้เธอเลยแม้แต่น้อย เขาบังคับให้เธอวิ่งรอบพื้นที่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์, ฝึกการหลบหลีกการโจมตีที่มองแทบไม่เห็น, และสอนท่วงท่าการต่อสู้ที่เน้นความเร็วและพละกำลัง
"เร็วขึ้นอีก! เอลาร่า! ศัตรูของเจ้าไม่รอให้เจ้าตั้งตัวหรอกนะ!" เขาตะโกนสั่งขณะที่พุ่งเข้าโจมตีเธออีกครั้ง
เอลาร่าพยายามหลบ แต่ความเร็วของคาอินนั้นเหนือกว่าที่เธอจะตามทัน เขาเคลื่อนไหวราวกับเงาที่ไม่มีตัวตน ปรากฏและหายไปในพริบตา การโจมตีของเขาแม่นยำและรุนแรง แต่ก็ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ เขาไม่เคยทำร้ายเธอจริงๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความแตกต่างของพลังอย่างชัดเจน
"สมาธิ! ใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเจ้า!" คาอินสั่งขณะที่หมุนตัวมาโจมตีจากด้านข้าง "อย่าพึ่งแค่ตาเพียงอย่างเดียว ฟังเสียงลมที่เปลี่ยนไป สัมผัสการสั่นสะเทือนของพื้นดิน ดมกลิ่นของข้า!"
เอลาร่าพยายามทำตามคำแนะนำ เธอหลับตาและพยายามใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ในตอนแรกมันรู้สึกแปลกและยาก แต่เมื่อเธอตั้งสมาธิมากขึ้น เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว เสียงลมที่เบี่ยงเบนเมื่อคาอินเคลื่อนที่ การสั่นสะเทือนเล็กๆ ของพื้นดินเมื่อเขาเหยียบ และกลิ่นหอมเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
เมื่อคาอินโจมตีครั้งต่อไป เอลาร่าสามารถหลบได้ในนาทีสุดท้าย! แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่เธอก็หลีกเลี่ยงการโจมตีได้
"ดีมาก!" คาอินยิ้มอย่างพอใจ "นั่นแหละคือสัญชาตญาณของแวมไพร์ ตอนนี้ลองโจมตีข้าดูสิ"
เอลาร่าลังเล เธอไม่เคยโจมตีใครมาก่อน โดยเฉพาะคนที่เธอ...รู้สึกดีด้วย แต่คาอินเดินเข้ามาใกล้และจับมือของเธอขึ้นมา
"อย่ากลัว" เขากระซิบเบาๆ "ข้าจะไม่เจ็บหรอก แต่เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้ เพื่อป้องกันตัวเอง...เพื่อป้องกันคนที่เจ้าห่วงใย"
เขาชี้นำมือของเธอให้กำหมัด สอนให้เธอวางท่าทางที่ถูกต้อง "ใช้น้ำหนักทั้งตัว หมุนสะโพก ให้พลังไหลจากเท้าขึ้นมาถึงหมัด"
เมื่อเอลาร่าชกออกไป คาอินรับมือได้อย่างง่ายดาย แต่เขาไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาจับข้อมือของเธอเบาๆ และดึงเธอเข้ามาใกล้ จนเธอสามารถรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา
"รู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างกายของเจ้าไหม?" เขาถามเสียงเบา "มันไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อ แต่เป็นพลังแห่งสายเลือด พลังแห่งความต้องการที่จะอยู่รอด...และความต้องการที่จะปกป้อง"
การสัมผัสของเขาทำให้เอลาร่ารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วร่างกาย เธอสามารถรู้สึกถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเธอ พลังที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
พวกเขาฝึกต่อไปอีกหลายชั่วโมง คาอินสอนให้เธอท่าต่างๆ การเคลื่อนไหว การใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ เขาอดทนและใส่ใจในรายละเอียด แม้จะดูเข้มงวดจากภายนอก แต่เอลาร่ารู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่แท้จริงของเขา
เอลาร่าพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เธอก็ยังช้ากว่าเขามาก เธอถูกซัดจนล้มกลิ้งไปกับพื้นนับครั้งไม่ถ้วน ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและเสียงหอบหายใจที่เหนื่อยอ่อน แต่ทุกครั้งที่เธอล้มลง คาอินจะเดินเข้ามาหา...ไม่ใช่เพื่อช่วยพยุง...แต่เพื่อกระซิบที่ข้างหูของเธอ
"ดีมาก...ความดื้อรั้นของเจ้าคืออาวุธที่ดีที่สุด" เขากล่าวพลางใช้ปลายนิ้วเช็ดเหงื่อที่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา "จำความเจ็บปวดนี้ไว้...แล้วเปลี่ยนมันให้เป็นความแข็งแกร่ง"
สัมผัสที่อ่อนโยนท่ามกลางการฝึกที่โหดร้ายนั้นทำให้หัวใจของเอลาร่าสั่นไหว มันคือการหยอดมุมหวานที่อันตรายและได้ผลอย่างร้ายกาจ เขากำลังสอนให้เธอโหยหาการสัมผัสของเขา...แม้ว่ามันจะมาพร้อมกับความเจ็บปวดก็ตาม
ในช่วงพักระหว่างการฝึก คาอินจะนำน้ำและผ้าเช็ดตัวมาให้เธอ เขาจะนั่งข้างๆ เธอและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ในอดีต เกี่ยวกับศัตรูที่เขาเคยเผชิญ และเกี่ยวกับความสำคัญของการเตรียมตัว
"ข้าเคยเผชิญกับนักล่าแวมไพร์ที่มีทักษะสูงมาก" เขาเล่า "เขาเร็วกว่าข้า แข็งแกร่งกว่าข้า และมีอาวุธที่ดีกว่าข้า แต่ข้ารอดมาได้เพราะข้าไม่ยอมแพ้ ข้าใช้สิ่งที่มีอยู่ทั้งหมด ใช้สภาพแวดล้อม ใช้ความคิด และที่สำคัญที่สุด...ข้าใช้ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่"
เขาหันมามองเธอด้วยสายตาจริงจัง "เจ้าก็เหมือนกัน เอลาร่า เจ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ข้างใน แต่พลังนั้นจะไร้ประโยชน์หากเจ้าไม่มีความตั้งใจที่จะใช้มัน"
เมื่อการฝึกภาคเช้าสิ้นสุดลง เอลาร่าก็แทบจะหมดแรง ร่างกายของเธอบอบช้ำไปทั้งตัว เหงื่อไคลเต็มไปหมด และกล้ามเนื้อทุกส่วนเจ็บปวด แต่ก่อนที่เธอจะได้พัก อิซาเบลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ดูสภาพสิ...เหมือนลูกหมาตกน้ำเลย" เธอกล่าวพลางส่ายหัว "ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ แล้วมาเจอกันที่ริมลำธาร...บทเรียนของจริงกำลังจะเริ่มขึ้น"
เอลาร่าสังเกตเห็นว่าอิซาเบลล่ามองคาอินด้วยสายตาไม่พอใจ เหมือนกำลังตำหนิเขาที่ทำให้เธอเหนื่อยเกินไป แต่คาอินกลับยิ้มอย่างพอใจ เหมือนภูมิใจในผลงานของตัวเอง
"การฝึกที่แท้จริงต้องมีความเจ็บปวด" เขากล่าว "ไม่เหมือนการเล่นเวทมนตร์ที่นั่งสบายๆ"
"การควบคุมพลังเวทต้องใช้ความละเอียดอ่อนและสมาธิ" อิซาเบลล่าตอบโต้ "ไม่เหมือนการใช้กำลังดิบแบบไร้สมอง"
เอลาร่ารีบแทรกก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทะเลาะกัน "ขอบคุณสำหรับบทเรียนค่ะ ท่านคาอิน ตอนนี้ให้หนูไปเตรียมตัวสำหรับบทเรียนต่อไปก่อนนะคะ"
เอลาร่ารีบลากสังขารไปอาบน้ำ เธอแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่นที่ผสมด้วยสมุนไพรที่อิซาเบลล่าเตรียมไว้ให้ กลิ่นหอมของมันช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและฟื้นฟูพลังของเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์ น้ำมีสีม่วงอ่อนๆ และมีประกายระยิบระยับเหมือนแสงดาว เมื่อเธอแช่อยู่ในนั้น เธอรู้สึกถึงพลังเวทที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง
นี่คือการดูแลในแบบของอิซาเบลล่า...หรูหรา, ใส่ใจในรายละเอียด, และทำให้รู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ มันแตกต่างจากการดูแลของคาอินที่เน้นความจำเป็นพื้นฐาน อิซาเบลล่าทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงที่ได้รับการปฏิบัติอย่างพิเศษ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เอลาร่าพบว่าอิซาเบลล่าเตรียมชุดใหม่ไว้ให้เธอ มันเป็นชุดสีขาวที่ทำจากผ้าไหมนุ่มลื่น มีลวดลายปักด้วยด้ายเงินที่ส่องแสงระยิบระยับ ชุดนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของพลังเวทด้วย
เมื่อเธอไปถึงริมลำธาร อิซาเบลล่าก็นั่งรออยู่บนโขดหินในท่าที่สง่างาม เธอเปลี่ยนชุดเป็นชุดสีม่วงเข้มที่ดูลึกลับและเย้ายวน ผมยาวสีเงินของเธอปลิวไสวในสายลม และดวงตาสีม่วงของเธอเปล่งประกายเหมือนอัญมณี
"การฝึกของคาอินมันก็แค่การใช้แรงงาน" เธอกล่าวพลางลุกขึ้นเดินมาหาเอลาร่า "แต่พลังที่แท้จริง...มันมาจากข้างในนี้"
เธอแตะที่หน้าอกของเอลาร่าเบาๆ สัมผัสของเธอทำให้เอลาร่ารู้สึกถึงกระแสพลังงานอุ่นๆ ที่ไหลเข้าสู่ร่างกาย "พลังเวทไม่ใช่เรื่องของการบังคับ แต่เป็นเรื่องของการเชื่อมต่อ การเข้าใจ และการกลมกลืน"
อิซาเบลล่าพาเธอไปนั่งริมลำธาร เสียงของน้ำที่ไหลเซาะผ่านก้อนหินสร้างเสียงเพลงที่นุ่มนวลและผ่อนคลาย "หลับตาลง...แล้วฟังเสียงของสายน้ำ...เสียงของสายลม...เสียงของผืนดิน...สัมผัสมานาที่ไหลเวียนอยู่ในทุกสรรพสิ่ง...แล้วดึงมันเข้ามา...ให้มันเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า"
เอลาร่าทำตามอย่างว่าง่าย ในตอนแรกเธอไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความเงียบ แต่เมื่อเธอตั้งสมาธิมากขึ้น...เธอก็เริ่ม "ได้ยิน" มันจริงๆ...เสียงกระซิบของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเธอ มันเป็นความรู้สึกที่น่าทึ่งและยากจะอธิบาย เหมือนกับการได้ยินเสียงเพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก
เธอรู้สึกถึงชีวิตที่เต็มไปรอบตัว พลังงานของต้นไม้ที่เติบโต พลังงานของน้ำที่ไหล พลังงานของลมที่พัด และพลังงานของแผ่นดินที่มั่นคง ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน ไหลเวียนกัน และเป็นหนึ่งเดียวกัน
"ดีมาก..." อิซาเบลล่ากระซิบที่ข้างหู เสียงของเธอนุ่มนวลเหมือนสายลมอ่อนๆ "ตอนนี้...ลองรวบรวมมันไว้ที่ปลายนิ้ว...แล้วปลดปล่อยมันออกไป"
เอลาร่าพยายามทำตาม เธอรู้สึกถึงพลังงานที่มารวมตัวกันที่ปลายนิ้วจนร้อนวูบวาบ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้น แต่เมื่อเธอพยายามจะปล่อยมันออกไป...มันกลับสลายหายไปในอากาศ
"ใจร้อนไป" อิซาเบลล่าตำหนิเบาๆ "การควบคุมพลังเวทก็เหมือนการเกลี้ยกล่อมคนรัก...เจ้าจะใช้กำลังบังคับอย่างเดียวไม่ได้...ต้องใช้ทั้งความอ่อนโยน...การเล้าโลม...และการชี้นำ"
เธอยกตัวอย่างโดยการรวบรวมมานาที่ปลายนิ้วของเธอเอง ลูกบอลแสงสีม่วงขนาดเล็กปรากฏขึ้น มันหมุนวนอย่างช้าๆ และส่องแสงอ่อนๆ "เห็นไหม? มันต้องการความอดทน ความเข้าใจ และความรัก"
พูดจบ เธอก็จับมือของเอลาร่าขึ้นมา ประสานนิ้วของเธอเข้ากับนิ้วของเอลาร่าอย่างช้าๆ "ให้ข้าช่วยนำทางนะ" เธอกระซิบ สัมผัสของเธอนุ่มนวลและเย้ายวนอย่างประหลาด เธอค่อยๆ ชี้นำให้เอลาร่ารวบรวมมานาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอใช้พลังของเธอเองช่วยประคองและชี้นำกระแสพลังงานนั้น
"รู้สึกถึงมันไหม...ความอุ่นที่ไหลเวียนอยู่ระหว่างเรา" อิซาเบลล่ากล่าวเสียงพร่า "นี่แหละคือแก่นแท้ของพลัง...การเชื่อมต่อ...การหลอมรวม"
เอลาร่ารู้สึกถึงพลังของอิซาเบลล่าที่ไหลเข้ามาผสมผสานกับพลังของเธอ มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นและน่าหลงใหล เหมือนกับการได้อยู่ในอ้อมกอดที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความรัก
ภายใต้การชี้นำของอิซาเบลล่า ในที่สุดเอลาร่าก็ทำได้สำเร็จ! ลูกบอลแสงสีเงินขนาดเล็กปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของพวกเธอ มันส่องสว่างและสั่นไหวอย่างนุ่มนวล แสงของมันสะท้อนบนผิวน้ำสร้างภาพที่สวยงามราวกับดวงดาว
"เห็นไหม...เจ้าทำได้" อิซาเบลล่ายิ้มอย่างพึงพอใจ เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของเธอรดอยู่ที่ข้างแก้มของเอลาร่า "นี่เป็นแค่บทเรียนแรกเท่านั้น...ยังมีอะไรสนุกๆ อีกเยอะ...ที่ข้าอยากจะ 'สอน' เจ้า...เป็นการส่วนตัว"
การหยอดมุมหวานของอิซาเบลล่านั้นแตกต่างจากของคาอินโดยสิ้นเชิง มันคือการยั่วยวน, การใช้เสน่ห์, และการทำให้รู้สึกถึงความพิเศษร่วมกัน มันทำให้เอลาร่ารู้สึกสับสนแต่ก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
พวกเธอฝึกต่อไปอีกหลายชั่วโมง อิซาเบลล่าสอนให้เอลาร่าเทคนิคต่างๆ ในการควบคุมพลังเวท การรวบรวมมานาจากแหล่งต่างๆ การปรับแต่งความเข้มของพลัง และการใช้พลังเวทในรูปแบบต่างๆ
"พลังเวทไม่ใช่แค่การโจมตี" อิซาเบลล่าอธิบาย "มันสามารถใช้เพื่อการรักษา การป้องกัน การสื่อสาร และแม้กระทั่งการสร้างสรรค์" เธอสาธิตโดยการใช้พลังเวทสร้างดอกไม้จากแสง ดอกไม้นั้นสวยงามและมีกลิ่นหอมจริงๆ
"ความสวยงามก็เป็นพลังอย่างหนึ่ง" เธอกล่าวพลางยื่นดอกไม้แสงให้เอลาร่า "มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความหวัง และเปลี่ยนแปลงหัวใจของคนได้"
วันแรกของการฝึกจบลงด้วยความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ เอลาร่ากลับมาที่ห้องและทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง ร่างกายของเธอยังคงเจ็บปวดจากการฝึกกับคาอิน แต่จิตใจของเธอกลับรู้สึกสงบและเต็มไปด้วยพลังใหม่จากการฝึกกับอิซาเบลล่า
เธอนอนมองเพดานและคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ การฝึกทั้งสองแบบนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็มีคุณค่าในแบบของมันเอง คาอินสอนให้เธอแข็งแกร่งและเตรียมพร้อมสำหรับอันตราย ในขณะที่อิซาเบลล่าสอนให้เธอเข้าใจและควบคุมพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน
แต่แล้วเธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าบนเตียงของเธอมี "ของขวัญ" วางรออยู่สองชิ้น
ชิ้นแรกคือมีดสั้นสีดำทมิฬที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม ด้ามจับทำจากไม้ที่แกะสลักอย่างประณีต และใบมีดส่องแสงเรืองรองในความมืด เมื่อเอลาร่าจับมันขึ้นมา เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในนั้น มันเป็นอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความใส่ใจและฝีมือระดับสูง
มีการ์ดเล็กๆ เขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคยของคาอินวางอยู่ข้างๆ "สำหรับป้องกันตัวในระยะประชิด...และสำหรับระลึกว่าข้าอยู่ข้างเจ้าเสมอ"
ชิ้นที่สองคือสร้อยคอเงินที่ประดับด้วยคริสตัลสีม่วงอ่อนที่สามารถเรืองแสงได้ในความมืด สร้อยคอนี้ทำจากเงินบริสุทธิ์และมีรูนอักษรโบราณสลักอยู่รอบๆ คริสตัลกลาง เมื่อเอลาร่าสวมมันเข้าไป เธอรู้สึกถึงพลังเวทที่ไหลเวียนในร่างกายได้ชัดเจนขึ้น มันเข้าคู่กับถ้วยน้ำทิพย์เมื่อเช้าอย่างพอดิบพอดี
การ์ดของอิซาเบลล่าเขียนด้วยลายมือที่สวยงามและเย้ายวน "สำหรับรวบรวมมานา...และสำหรับเตือนให้เจ้ารู้ว่า...ยังมีโลกที่สวยงามอีกมากรอให้เจ้าไปค้นพบ...กับข้า"
เอลาร่านั่งมองของขวัญทั้งสองชิ้นสลับกันไปมา การแข่งขันของคนทั้งสองมันชัดเจนและร้อนแรงยิ่งกว่าที่เธอคิดไว้ พวกเขาไม่ได้แค่แข่งกันฝึกเธอ...แต่กำลังแข่งกันเพื่อครอบครองพื้นที่ในหัวใจของเธอด้วย
เธอหยิบมีดสั้นของคาอินขึ้นมา สัมผัสได้ถึงความเย็นและความหนักแน่นที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย มันเป็นของขวัญที่เน้นความปฏิบัติจริง เพื่อการป้องกันตัวและการอยู่รอด จากนั้นเธอก็หยิบสร้อยคอของอิซาเบลล่าขึ้นมา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความสว่างที่ให้ความรู้สึกถึงความหวัง มันเป็นของขวัญที่เน้นความสวยงามและความเป็นไปได้ในอนาคต
เธอควรจะเลือกอะไร? หรือเธอไม่จำเป็นต้องเลือก?
ความคิดนั้นทำให้เธออมยิ้มออกมาบางๆ บางที...การมีอาจารย์สองคนที่เป็นคู่แข่งกันแบบนี้...อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป พวกเขาทั้งสองต่างก็มีสิ่งที่มีค่าให้กับเธอ และการแข่งขันของพวกเขาทำให้เธอได้รับการดูแลและความสนใจมากกว่าที่เธอเคยได้รับ
เธอตัดสินใจสวมสร้อยคอของอิซาเบลล่าเข้าไป และเก็บมีดของคาอินไว้ใต้หมอน เธอจะใช้ทั้งสองอย่าง เพราะทั้งสองอย่างล้วนมีความหมายและความสำคัญในแบบของมันเอง
คืนนั้น...เอลาร่าเหนื่อยเกินกว่าจะคิดอะไรต่อ ร่างกายที่เจ็บปวดและจิตใจที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ทำให้เธอรู้สึกหนักหน่วง เธอหลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยว่า...ในความมืดมิดของห้อง...มีเงาร่างสองร่างยืนมองเธออยู่จากคนละมุมห้อง
คาอินยืนอยู่ใกล้หน้าต่าง แสงจันทร์ส่องผ่านเข้ามาทำให้เงาของเขาดูยาวและลึกลับ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความหวงแหน เขามองเอลาร่าด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยแสดงออกมาในตอนกลางวัน ใบหน้าเข้มงวดของเขาผ่อนคลายลง และรอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก
"นอนหลับให้สบายนะ เอลาร่า" เขากระซิบเบาๆ "ข้าจะปกป้องเจ้าเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
ในขณะเดียวกัน อิซาเบลล่ายืนอยู่ในเงามืมมุมตรงข้าม ร่างของเธอเรืองแสงเรืองรองเบาๆ ในความมืด สายตาของเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาและความท้าทาย เธอมองเอลาร่าด้วยสายตาที่ซับซ้อน ผสมผสานระหว่างความรักและความต้องการที่จะครอบครอง
"เจ้าจะเป็นของข้า เอลาร่า" เธอกระซิบเสียงเบา "ข้าจะทำให้เจ้าเห็นโลกที่สวยงามและน่าอัศจรรย์ที่เจ้าไม่เคยจินตนาการได้"
ทั้งสองคนยืนเฝ้าดูเอลาร่าในความเงียบ ไม่มีใครเคลื่อนไหวหรือพูดอะไร แต่ความตึงเครียดในอากาศนั้นหนาแน่นจนแทบจับต้องได้ พวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นั่น แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะเผชิญหน้ากัน คืนนี้เป็นเวลาของการเฝ้าดู การคิด และการวางแผน
เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองก็ค่อยๆ หายไปในความมืด คาอินกลับไปยังห้องของเขาด้วยความมั่นใจว่าเขาได้สร้างความประทับใจที่ดีในวันแรก ในขณะที่อิซาเบลล่ากลับไปยังที่พักของเธอด้วยความพอใจที่ได้เห็นพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ของเอลาร่า
สงครามการฝึกฝนและการแข่งขันชิงหัวใจ...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...และดูเหมือนว่ามันจะร้อนแรงยิ่งกว่าที่ใครจะคาดคิดได้