“…” ฉันเม้มปากแน่นขณะที่สายตาเลื่อนขึ้นไปมองหน้าของเขา อีกฝ่ายดูมีท่าทางชอบใจกับสีหน้าของฉันมาก เพราะตอนนี้ฉันกำลังหงุดหงิดขั้นสุดเลยละ!
ที่ไม่พอใจก็เพราะฉันทำให้ตัวเองหน้าแตกอีกแล้ว และข้อความที่เห็นเมื่อกี้เป็เพียงข้อความที่เหล่าแฟนคลับของเขาให้การช่วยเหลือต่างหาก นอกจากจะบอกทางลัดต่าง ๆ แต่ละคนยังพากันส่งข้อมูลมากมายที่เป็ประโยชน์ให้เขาอีก
โอเค! รอบนี้ฉันแพ้ราบคาบ ลืมคิดไปเลยว่าคนตรงหน้าคือดาราดัง เพียงแค่โพสต์รูปตัวเองใส่ชุดนักศึกษาแล้วเช็กอินที่มอก็ได้ข้อมูลจากคนที่ไม่รู้จักมากมายขนาดนี้
เก่ง! เก่งมาก! ฉันเนี่ยกว่าจะเจอทางลัดแต่ละที่ใช้เวลาไปเกือบเดือนเชียวนะ!
“อาจารย์ผิดเองค่ะที่คิดมากไป ขอโทษทีนะคะ” ฉันพยายามฝืนยิ้มให้ได้มากที่สุด และรีบพูดรีบจบ เพราะจะได้หนีออกไปเสียที ฉันไม่ได้หน้าหนาขนาดมายืนต่อหรอกนะหลังจากโดนแบบนั้นไปน่ะ
“สำหรับอาจารย์ ผมให้อภัยเสมอครับ”
ณ ห้องสอน
“อาจารย์ดูหมดแรงนะคะวันนี้” หนึ่งในนักศึกษาที่พึ่งเดินมาส่งงานที่โต๊ะของฉันเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“อาจารย์ดูเป็แบบนั้นในสายตาของนักศึกษาเหรอเนี่ยสงสัยต้องเก็บอาการให้เก่งกว่านี้ซะแล้ว” ฉันตอบเธอพร้อมเสียงหัวเราะหยอกล้อ
“เพราะโดนแฟนคลับรุมมาใช่ไหมคะ หนูได้ยินมาว่าอาจารย์สนิทกับดารา เหนื่อยแย่เลย” เธอตอบฉันด้วยใบหน้าแดงและทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่เผอิญว่าฉันตรวจงานเสร็จก่อน เธอเลยจำต้องเดินออกไป เพราะยังมีคนอื่นต่อแถวอยู่อีก
ฉันก็ไม่ได้อยากปัดเธอหรอก แต่เื่ของผู้ชายคนนั้น ฉันรับไม่ไหวแล้วต่างหาก
“หมดไปแล้วครึ่งวัน แต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึกเหนื่อยมากขนาดนี้กันนะ” หลังจากนักศึกษาออกไปหมดแล้วฉันก็ลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมาด้วยความเหนื่อยล้า
วันนี้เป็วันที่พลังงานของฉันถูกใช้ไปหนักมากเพราะงั้นเดี๋ยวตอนไปกินข้าวคงต้องทานให้เยอะกว่าเดิมซะแล้วสิ
“อันดับแรกคงต้องเอาของไปเก็บไว้ที่ห้องทำงานก่อนสินะ เฮ้อ แล้วตึกก็อยู่ห่างกันเสียจริง” ถึงจะบ่นยังไงสุดท้ายฉันก็ต้องกลับตึกศิลปศาสตร์ก่อนอยู่ดี
เอาเถอะเลิกบ่นแล้วรีบไปดีกว่าแค่นี้ก็เสียเวลาพักไปมากแล้ว หากช้าอีกมีหวังถูกยัยพรีมบ่นแน่
“...” เมื่อเดินออกมาจากห้องสอนฉันก็พบเข้ากับคนเดิมที่เป็สาเหตุทำให้ฉันหมดแรง
ดูเหมือนเขากำลังยืนเล่นมือถืออยู่ แต่ไม่ใช่เื่ของฉันเพราะงั้นอย่าไปสนใจดีที่สุด เดี๋ยวก็ไปทำตัวหน้าแตกใส่เขาอีก แค่เื่ก่อนหน้าก็เกินพอแล้ว
ระหว่างทาง
“...” ฉันขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ และแสร้งเดินต่อไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เสียงฝีเท้าที่กำลังได้ยินมันเป็เสียงเท้าของคนที่คิดเอาไว้แท้ ๆ
เป็เวลาเกือบห้านาทีได้แล้วที่ฉันได้ยินเสียงนี้ั้แ่เดินกลับมาจากตึกก่อนหน้า จนตอนนี้จะถึงตึกศิลปศาสตร์อยู่แล้วเสียงนั้นก็ยังคงดังอยู่เหมือนเดิมอยู่เลย
คิดในแง่ดีเอาไว้หลิน เขาคงมีธุระแถวนี้แหละ เธออย่าคิดมากไปเลยน่า แค่นี้ก็หน้าแตกมากพอแล้ว จะหาเื่ให้ตัวเองไปเพื่ออะไรอีก
ติ๊ง ~
“มีธุระที่ตึกนี้เหรอคะ” ถึงแม้จะไม่อยากพูดอะไรด้วยก็จริง แต่เพราะต้องเข้าลิฟต์มาด้วยกัน และมันมีแค่เราสองคน ปากไม่รักดีบวกกับอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิดเลยทำงานออกไปทันทีแบบที่คุมตัวเองไม่อยู่
แต่ก็ยังถือว่าเก่งพอตัวอยู่ เพราะฉันซ่อนใบหน้าไม่พอใจเอาไว้ได้ดี และแทนที่มันด้วยรอยยิ้มแทน
สงสัยจังว่าเด็กนิเทศอย่างเขามาทำอะไรที่นี่กันนะ?
“เปล่าครับ” เขาตอบหน้าเฉย
“ถ้างั้นแล้วมาทำ...”
ตึง!
เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่ฉันกดเอาไว้บทสนทนาเลยต้องจบลง และเมื่อฉันก้าวขาออกไปก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าผู้ชายคนนี้ขึ้นลิฟต์มาโดยที่ไม่กดเลขชั้นเลยนี่นา
นั่นเลยทำให้ฉันรีบหมุนตัวหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง
“…” แต่เขากลับกำลังยิ้มเหมือนพอใจอะไรมาก ๆ อยู่และดันแสดงออกมาให้เห็นอย่างเปิดเผยด้วยหลังจากเห็นสีหน้าไม่พอใจของฉันผ่านประตูลิฟต์ที่กำลังค่อย ๆ ปิดลง
“ใจเย็นไว้สิหลินก็แค่เด็กกวนประสาท เธอเคยเจอบ่อยนี่อย่าไปสนใจเลย อย่าไปใส่ใจ...” ฉันยืนปลอบใจตัวเองเมื่อโทสะกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แต่คำปลอบใจดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้ใจเย็นเลยสักนิด เพราะตอนนี้ใบหน้ายิ้มนั้นกำลังหลอกหลอนให้เห็นอยู่เหมือนเดิม
โรงอาหารกลาง
“แกดูหมดแรงนะหลิน” คำทักทายแรกหลังจากที่ไม่เจอกันั้แ่แยกไปเมื่อตอนเช้าเอ่ยขึ้นคล้ายเป็ห่วง
“อือ หมดแรงสุด ๆ” ฉันหย่อนตัวนั่งลงอย่างหมดแรงตามที่เพื่อนพูดพร้อมไล่สายตามองจานอาหารตรงหน้าที่ได้ฝากให้พรีมช่วยซื้อไว้ให้แล้ว
อันที่จริงฉันกินข้าวที่โรงอาการของคณะศิลปศาสตร์ก็ได้แต่ที่ต้องถ่อมาถึงโรงอาการกลางก็เพราะเป็ข้อตกลงของเพื่อนตัวดีที่เดาถูกเสมอว่าฉันจะต้องไม่มีเพื่อนกินข้าว
เื่ที่อาจารย์หลายคนไม่ชอบฉันพรีมมันรู้หมด ที่จริงเื่ทานข้าวคนเดียว ฉันทำได้ เพียงแต่พรีมมันไม่ชอบ ก็เลยต้องมานั่งตกลงกันว่าจะมาทานข้าวด้วยกันแบบนี้ทุกครั้งแทน
ฉันเคยปฏิเสธมันไปแล้ว เพราะคณะของเราสองคนอยู่ไกลจากโรงอาหารนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องแพ้มันอยู่ดี
“ทุกทีไม่เห็นจะเป็แบบนี้ แถมฉันได้ยินมาอีกว่าแกได้สอนดาราดังด้วยนี่” มันพูดอย่างตื่นเต้น
ยัยพรีมมันบ้าดารามาั้แ่สมัยเรียน ถึงแม้ตอนนี้จะต้องเก็บอาการเอาไว้ เพราะเป็อาจารย์ก็เถอะ แต่พออยู่กันสองคนทีไรนิสัยเดิมก็ออกมาอยู่ดี
“อืม เห็นว่าเป็ดาราพึ่งดัง แกก็รู้จักด้วยเหรอ นึกว่าตามแต่ฝั่งเกาหลี” อันที่จริงการที่เพื่อนบ้าดารา ส่วนใหญ่เป็ฝั่งเอเชียบ้านเรามากกว่าคนไทยด้วยกัน แปลกใจเหมือนกันนะที่เห็นว่ามันสนใจดาราไทยด้วย
“แกนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว ถึงจะเป็ดาราหน้าใหม่ แต่ดังไปหลายประเทศเลยนะ ฉันก็พึ่งมารู้จักตอนเมนหลักฉันพูดถึงนี่แหละว่าเขานิสัยดีมากแถมวงทริกซี่ก็ให้สัมภาษณ์ว่าคนนี้ให้ความร่วมมือดีมากอีกด้วยนะ เอาง่าย ๆ มีแต่คนชมจนฉันถึงกลับต้องหาข้อมูลเลยแหละ” ยัยพรีมสาธยายคำชมมากมายให้ฉันฟังระหว่างที่ฉันเองก็ตักข้าวเข้าปากไปพลาง ๆ ถึงแม้จะฟังแล้วแสลงหู เพราะสิ่งที่มันพูดกับสิ่งที่ฉันเจอต่างกันก็เถอะ แต่การไปเบรกมันตอนนี้ถือเป็การเอาตัวเองไปตายเปล่า ๆ
“ฉันสืบจนรู้ว่าเขาอายุเท่าเราเลยแก!”
แค่ก ๆ
“ว่าไงนะ?” ฉันรีบหันไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้สำลัก
“ฉันบอกว่าโทนเขาอายุเท่าพวกเราเลย แต่เพราะมีข่าวเื่ที่เขาเรียนไม่จบออกมาจนกลายเป็ประเด็นร้อนแรง เ้าตัวก็เลยต้องกลับมาเรียน” มันอธิบายต่อ ส่วนฉันก็ฟังไปเรื่อย ๆ ไม่คิดเลยว่าจะอายุเท่ากัน เขาหน้าเด็กมาก ถ้าบอกว่าพึ่งจบมอหกมาหมาด ๆ คงไม่เกินจริงเท่าไร
“พ่อเป็ผู้กำกับชื่อดังมาก แม่ก็เป็ดาราดังรุ่นเก่า เห็นว่าตอนนี้แม่เขายังมีผลงานออกมาให้ชมอยู่เรื่อย ๆ ด้วย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของจริงเลย ตอนแกเจอตัวจริงเป็ไง หล่อมากปะ?”
“ก็หล่อดี”
“ตอบแบบใส่ใจหน่อยดิเพื่อน ครั้งก่อนตอนฉันถามถึงหน้าตาพระเอกที่เล่นซีรีส์วายเพราะเห็นว่าเขาลงเรียนคลาสของแก แกก็ตอบแบบขอไปทีทีหนึ่งแล้วนะ” พรีมขมวดคิ้วเหมือนกำลังไม่พอใจกับคำตอบฉัน
“หล่อมาก คนอะไรใบหน้าไม่มีรูขุมขนเลย อย่างกับใส่ฟิลเตอร์ไว้ตลอดเวลา แค่แสงไฟตกกระทบนิดหน่อยออร่าก็พุ่งกระจายขึ้นมาแล้ว ผู้หญิงอย่างฉันเห็นแล้วยังอิจฉา”
“ประชด?” พรีมเลิกคิ้วถาม
“เปล่า แต่ถ้าแกเห็น เดี๋ยวก็เข้าใจเอง” แม้คำพูดฉันอาจคล้ายประชด แต่ทุกคำที่พูดไปไม่มีคำไหนเลยที่โกหก เพราะเขาเป็อย่างที่พูดทุกอย่างจนน่าเจ็บใจ ฮึ่ย!
กึก ~
“...” ฉันหันไปมองตามเสียงกระทบก็พบเป็จานข้าวอีกจานที่พึ่งวางลงบนโต๊ะด้านข้างตัวเอง จากนั้นฉันก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองจนพบเ้าของจานข้าวไร้มารยาทจานนั้น
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————