ช่วยด้วยฉันโดนเพลย์บอยตามจีบ

    ช่วยด้วยฉันโดนเพลย์บอยตามจีบ|03 - 2

    “…” ฉันเม้มปากแน่นขณะที่สายตาเลื่อนขึ้นไปมองหน้าของเขา อีกฝ่ายดูมีท่าทางชอบใจกับสีหน้าของฉันมาก เพราะตอนนี้ฉันกำลังหงุดหงิดขั้นสุดเลยละ!

    ที่ไม่พอใจก็เพราะฉันทำให้ตัวเองหน้าแตกอีกแล้ว และข้อความที่เห็นเมื่อกี้เป็๞เพียงข้อความที่เหล่าแฟนคลับของเขาให้การช่วยเหลือต่างหาก นอกจากจะบอกทางลัดต่าง ๆ แต่ละคนยังพากันส่งข้อมูลมากมายที่เป็๞ประโยชน์ให้เขาอีก

    โอเค! รอบนี้ฉันแพ้ราบคาบ ลืมคิดไปเลยว่าคนตรงหน้าคือดาราดัง เพียงแค่โพสต์รูปตัวเองใส่ชุดนักศึกษาแล้วเช็กอินที่มอก็ได้ข้อมูลจากคนที่ไม่รู้จักมากมายขนาดนี้

    เก่ง! เก่งมาก! ฉันเนี่ยกว่าจะเจอทางลัดแต่ละที่ใช้เวลาไปเกือบเดือนเชียวนะ!

    “อาจารย์ผิดเองค่ะที่คิดมากไป ขอโทษทีนะคะ” ฉันพยายามฝืนยิ้มให้ได้มากที่สุด และรีบพูดรีบจบ เพราะจะได้หนีออกไปเสียที ฉันไม่ได้หน้าหนาขนาดมายืนต่อหรอกนะหลังจากโดนแบบนั้นไปน่ะ

    “สำหรับอาจารย์ ผมให้อภัยเสมอครับ”

    ณ ห้องสอน

    “อาจารย์ดูหมดแรงนะคะวันนี้” หนึ่งในนักศึกษาที่พึ่งเดินมาส่งงานที่โต๊ะของฉันเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็๞ห่วง

    “อาจารย์ดูเป็๲แบบนั้นในสายตาของนักศึกษาเหรอเนี่ยสงสัยต้องเก็บอาการให้เก่งกว่านี้ซะแล้ว” ฉันตอบเธอพร้อมเสียงหัวเราะหยอกล้อ

    “เพราะโดนแฟนคลับรุมมาใช่ไหมคะ หนูได้ยินมาว่าอาจารย์สนิทกับดารา เหนื่อยแย่เลย” เธอตอบฉันด้วยใบหน้าแดงและทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่เผอิญว่าฉันตรวจงานเสร็จก่อน เธอเลยจำต้องเดินออกไป เพราะยังมีคนอื่นต่อแถวอยู่อีก

    ฉันก็ไม่ได้อยากปัดเธอหรอก แต่เ๱ื่๵๹ของผู้ชายคนนั้น ฉันรับไม่ไหวแล้วต่างหาก

    “หมดไปแล้วครึ่งวัน แต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึกเหนื่อยมากขนาดนี้กันนะ” หลังจากนักศึกษาออกไปหมดแล้วฉันก็ลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมาด้วยความเหนื่อยล้า

    วันนี้เป็๲วันที่พลังงานของฉันถูกใช้ไปหนักมากเพราะงั้นเดี๋ยวตอนไปกินข้าวคงต้องทานให้เยอะกว่าเดิมซะแล้วสิ

    “อันดับแรกคงต้องเอาของไปเก็บไว้ที่ห้องทำงานก่อนสินะ เฮ้อ แล้วตึกก็อยู่ห่างกันเสียจริง” ถึงจะบ่นยังไงสุดท้ายฉันก็ต้องกลับตึกศิลปศาสตร์ก่อนอยู่ดี

    เอาเถอะเลิกบ่นแล้วรีบไปดีกว่าแค่นี้ก็เสียเวลาพักไปมากแล้ว หากช้าอีกมีหวังถูกยัยพรีมบ่นแน่

    “...” เมื่อเดินออกมาจากห้องสอนฉันก็พบเข้ากับคนเดิมที่เป็๞สาเหตุทำให้ฉันหมดแรง

    ดูเหมือนเขากำลังยืนเล่นมือถืออยู่ แต่ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ของฉันเพราะงั้นอย่าไปสนใจดีที่สุด เดี๋ยวก็ไปทำตัวหน้าแตกใส่เขาอีก แค่เ๱ื่๵๹ก่อนหน้าก็เกินพอแล้ว

    ระหว่างทาง

    “...” ฉันขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ และแสร้งเดินต่อไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เสียงฝีเท้าที่กำลังได้ยินมันเป็๲เสียงเท้าของคนที่คิดเอาไว้แท้ ๆ

    เป็๞เวลาเกือบห้านาทีได้แล้วที่ฉันได้ยินเสียงนี้๻ั้๫แ๻่เดินกลับมาจากตึกก่อนหน้า จนตอนนี้จะถึงตึกศิลปศาสตร์อยู่แล้วเสียงนั้นก็ยังคงดังอยู่เหมือนเดิมอยู่เลย

    คิดในแง่ดีเอาไว้หลิน เขาคงมีธุระแถวนี้แหละ เธออย่าคิดมากไปเลยน่า แค่นี้ก็หน้าแตกมากพอแล้ว จะหาเ๱ื่๵๹ให้ตัวเองไปเพื่ออะไรอีก

    ติ๊ง ~

    “มีธุระที่ตึกนี้เหรอคะ” ถึงแม้จะไม่อยากพูดอะไรด้วยก็จริง แต่เพราะต้องเข้าลิฟต์มาด้วยกัน และมันมีแค่เราสองคน ปากไม่รักดีบวกกับอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิดเลยทำงานออกไปทันทีแบบที่คุมตัวเองไม่อยู่

    แต่ก็ยังถือว่าเก่งพอตัวอยู่ เพราะฉันซ่อนใบหน้าไม่พอใจเอาไว้ได้ดี และแทนที่มันด้วยรอยยิ้มแทน

    สงสัยจังว่าเด็กนิเทศอย่างเขามาทำอะไรที่นี่กันนะ?

    “เปล่าครับ” เขาตอบหน้าเฉย

    “ถ้างั้นแล้วมาทำ...”

    ตึง!

    เมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่ฉันกดเอาไว้บทสนทนาเลยต้องจบลง และเมื่อฉันก้าวขาออกไปก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าผู้ชายคนนี้ขึ้นลิฟต์มาโดยที่ไม่กดเลขชั้นเลยนี่นา

    นั่นเลยทำให้ฉันรีบหมุนตัวหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง

    “…” แต่เขากลับกำลังยิ้มเหมือนพอใจอะไรมาก ๆ อยู่และดันแสดงออกมาให้เห็นอย่างเปิดเผยด้วยหลังจากเห็นสีหน้าไม่พอใจของฉันผ่านประตูลิฟต์ที่กำลังค่อย ๆ ปิดลง

    “ใจเย็นไว้สิหลินก็แค่เด็กกวนประสาท เธอเคยเจอบ่อยนี่อย่าไปสนใจเลย อย่าไปใส่ใจ...” ฉันยืนปลอบใจตัวเองเมื่อโทสะกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แต่คำปลอบใจดูเหมือนไม่ได้ช่วยให้ใจเย็นเลยสักนิด เพราะตอนนี้ใบหน้ายิ้มนั้นกำลังหลอกหลอนให้เห็นอยู่เหมือนเดิม

    โรงอาหารกลาง

    “แกดูหมดแรงนะหลิน” คำทักทายแรกหลังจากที่ไม่เจอกัน๻ั้๫แ๻่แยกไปเมื่อตอนเช้าเอ่ยขึ้นคล้ายเป็๞ห่วง

    “อือ หมดแรงสุด ๆ” ฉันหย่อนตัวนั่งลงอย่างหมดแรงตามที่เพื่อนพูดพร้อมไล่สายตามองจานอาหารตรงหน้าที่ได้ฝากให้พรีมช่วยซื้อไว้ให้แล้ว

    อันที่จริงฉันกินข้าวที่โรงอาการของคณะศิลปศาสตร์ก็ได้แต่ที่ต้องถ่อมาถึงโรงอาการกลางก็เพราะเป็๞ข้อตกลงของเพื่อนตัวดีที่เดาถูกเสมอว่าฉันจะต้องไม่มีเพื่อนกินข้าว

    เ๱ื่๵๹ที่อาจารย์หลายคนไม่ชอบฉันพรีมมันรู้หมด ที่จริงเ๱ื่๵๹ทานข้าวคนเดียว ฉันทำได้ เพียงแต่พรีมมันไม่ชอบ ก็เลยต้องมานั่งตกลงกันว่าจะมาทานข้าวด้วยกันแบบนี้ทุกครั้งแทน

    ฉันเคยปฏิเสธมันไปแล้ว เพราะคณะของเราสองคนอยู่ไกลจากโรงอาหารนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องแพ้มันอยู่ดี

    “ทุกทีไม่เห็นจะเป็๲แบบนี้ แถมฉันได้ยินมาอีกว่าแกได้สอนดาราดังด้วยนี่” มันพูดอย่างตื่นเต้น

    ยัยพรีมมันบ้าดารามา๻ั้๫แ๻่สมัยเรียน ถึงแม้ตอนนี้จะต้องเก็บอาการเอาไว้ เพราะเป็๞อาจารย์ก็เถอะ แต่พออยู่กันสองคนทีไรนิสัยเดิมก็ออกมาอยู่ดี

    “อืม เห็นว่าเป็๲ดาราพึ่งดัง แกก็รู้จักด้วยเหรอ นึกว่าตามแต่ฝั่งเกาหลี” อันที่จริงการที่เพื่อนบ้าดารา ส่วนใหญ่เป็๲ฝั่งเอเชียบ้านเรามากกว่าคนไทยด้วยกัน แปลกใจเหมือนกันนะที่เห็นว่ามันสนใจดาราไทยด้วย

    “แกนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว ถึงจะเป็๞ดาราหน้าใหม่ แต่ดังไปหลายประเทศเลยนะ ฉันก็พึ่งมารู้จักตอนเมนหลักฉันพูดถึงนี่แหละว่าเขานิสัยดีมากแถมวงทริกซี่ก็ให้สัมภาษณ์ว่าคนนี้ให้ความร่วมมือดีมากอีกด้วยนะ เอาง่าย ๆ มีแต่คนชมจนฉันถึงกลับต้องหาข้อมูลเลยแหละ” ยัยพรีมสาธยายคำชมมากมายให้ฉันฟังระหว่างที่ฉันเองก็ตักข้าวเข้าปากไปพลาง ๆ ถึงแม้จะฟังแล้วแสลงหู เพราะสิ่งที่มันพูดกับสิ่งที่ฉันเจอต่างกันก็เถอะ แต่การไปเบรกมันตอนนี้ถือเป็๞การเอาตัวเองไปตายเปล่า ๆ

    “ฉันสืบจนรู้ว่าเขาอายุเท่าเราเลยแก!”

    แค่ก ๆ

    “ว่าไงนะ?” ฉันรีบหันไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้สำลัก

    “ฉันบอกว่าโทนเขาอายุเท่าพวกเราเลย แต่เพราะมีข่าวเ๹ื่๪๫ที่เขาเรียนไม่จบออกมาจนกลายเป็๞ประเด็นร้อนแรง เ๯้าตัวก็เลยต้องกลับมาเรียน” มันอธิบายต่อ ส่วนฉันก็ฟังไปเรื่อย ๆ ไม่คิดเลยว่าจะอายุเท่ากัน เขาหน้าเด็กมาก ถ้าบอกว่าพึ่งจบมอหกมาหมาด ๆ คงไม่เกินจริงเท่าไร

    “พ่อเป็๲ผู้กำกับชื่อดังมาก แม่ก็เป็๲ดาราดังรุ่นเก่า เห็นว่าตอนนี้แม่เขายังมีผลงานออกมาให้ชมอยู่เรื่อย ๆ ด้วย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของจริงเลย ตอนแกเจอตัวจริงเป็๲ไง หล่อมากปะ?”

    “ก็หล่อดี”

    “ตอบแบบใส่ใจหน่อยดิเพื่อน ครั้งก่อนตอนฉันถามถึงหน้าตาพระเอกที่เล่นซีรีส์วายเพราะเห็นว่าเขาลงเรียนคลาสของแก แกก็ตอบแบบขอไปทีทีหนึ่งแล้วนะ” พรีมขมวดคิ้วเหมือนกำลังไม่พอใจกับคำตอบฉัน

    “หล่อมาก คนอะไรใบหน้าไม่มีรูขุมขนเลย อย่างกับใส่ฟิลเตอร์ไว้ตลอดเวลา แค่แสงไฟตกกระทบนิดหน่อยออร่าก็พุ่งกระจายขึ้นมาแล้ว ผู้หญิงอย่างฉันเห็นแล้วยังอิจฉา”

    “ประชด?” พรีมเลิกคิ้วถาม

    “เปล่า แต่ถ้าแกเห็น เดี๋ยวก็เข้าใจเอง” แม้คำพูดฉันอาจคล้ายประชด แต่ทุกคำที่พูดไปไม่มีคำไหนเลยที่โกหก เพราะเขาเป็๞อย่างที่พูดทุกอย่างจนน่าเจ็บใจ ฮึ่ย!

    กึก ~

    “...” ฉันหันไปมองตามเสียงกระทบก็พบเป็๞จานข้าวอีกจานที่พึ่งวางลงบนโต๊ะด้านข้างตัวเอง จากนั้นฉันก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองจนพบเ๯้าของจานข้าวไร้มารยาทจานนั้น

    ————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————

    ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย

    (https://www.facebook.com/SunisayokWriter)

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————