อภินิหารเทพปฐมภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 28 กระบี่มารกระโหลกดำ

    อ้ากกก ! หลังเสียงร้องของนายกองที่เพิ่งล้มลงเงียบหาย เมื่ออวี๋เปี้ยนไท่กระชากเข็มทองด้ายแดงสุริยาออก ก็ได้วิญญาณมาเฝ้าเพิงร้างเพิ่มอีกดวง ต่งเปียนเจียงหันไปดูนายกองในสังกัดที่เพิ่งขาดใจตายล้มลง พลันที่เสียสมาธิก็รู้สึกแขนขวาปวดแปล๊บขึ้นมาอย่างแรงกลับถูกทวนของเซี่ยหรงเหวี่ยงเข้าใส่ เขารีบรวบรวมสมาธิกลับมาอีกครั้ง ขวับๆ เสียงของเข็มทองที่ถูกซัดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อวี๋เปี้ยนไท่พุ่งแยกเข็มทองด้ายแดงมาสองทิศทางตรงไปยังขาทั้งสองของต่งเปียนเจียง " ท่านรองต่งระวัง! " นายกองที่เหลือตะโกนร้องเตือน " อ้ากก" เข็มทองปักเข้าไปที่ขาทั้งสองข้างของต่งเปียนเจียง ก่อนถูกกระชากกลับไป " ฮี่..?"เป็นเสียงอวี่เปี้ยนหัวเราะออกได้เพียงคำเดียว อวี๋เปี้ยนไท่หลังกระชากเข็มทองด้ายแดงสุริยากลับรู้สึกทหารพวกนี้ช่างไร้ฝีมือนัก ขณะที่จะหัวเราะเย้ยหยัน เพียงร้องฮี่ออกไปคำเดียวก็เห็นที่ไกลออกไปมีเงาร่างสองคนทะยานพุ่งตรงมาทางมันด้วยความเร็วที่น้อยครั้งจะพบเห็น " มารร้ายต่ำช้ายิ่งนัก ! " เสียงกึกก้องปานฟ้าถล่มของร่างที่เคลื่อนมาด้วยความเร็ว ทุกคนที่อยู่ในบริเวณเพิงร้างล้วนหันไปดู ฟังหานเต้าหยินในชีวิตเขาเกลียดชนชาวอธรรมที่ก่อกรรมทำเข็ญทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่สุด เมื่อเห็นชายชราผมเผ้ายาวยุ่งเหยิงใช้เหล่าชาวยุทธ์ต่างม้าลาและเจาะยึดกะโหลกศีรษะของทุกคนไว้ด้วยด้ายแดงของมัน เขาไหนเลยชีวิตเคยเห็นภาพเช่นนี้ หนวดเคราขาวชี้ชัน ดวงตาโปนโต โทสะลุกโหมปานกองเพลิงลุกท่วมไปทั้งร่าง เคลื่อนเท้าหมุนวนไหลลื่นเป็นวงกลมที่ต่อเนื่องพิสดารทะยานร่างจนชายเสื้อสะบัดต้านลมแรงล้ำหน้าหลี่จิ่วไต้ซือออกมาอีกช่วงหนึ่ง วิชาตัวเบาที่ผู้มาใช้ออกกลับเป็นสุดยอดวิชาตัวเบาอันเลิศเลอปานนี้ อวี๋เปี้ยนไท่เห็นเพียงท่าร่างกลับไม่กล้าชะล่าใจ ชุดนักพรตสีเขียวครามที่ผู้มาสวมใส่ในห้ามณฑลใหญ่มีเพียงมหาอาศรหยั่งฟ้าที่โดดเด่นที่สุด ถึงมันจะใช้เข็มทองด้ายแดงสุริยาดูดซับเนื้อสารแห่งความสุขสรรค์ตามที่จารึกในคัมภีร์ย้อนสวรรค์ย่นระยะเวลาการฝึกปรือร้อยปีของมัน แต่มันยังไม่แน่ใจว่ารับมือผู้ที่กำลังพุ่งมาได้ หากแก่นปฐมฌานของมันไม่แตกสลายไปยังมั่นใจว่ายังฝืนรับมือผู้ที่กำลังมาถึงนี้ได้  สุดท้ายตัดสินใจดึงเข็มทองด้ายแดงสุริยาที่มีทั้งหมดถอนออกจากกะโหลกของเหล่าชาวยุทธ์กลับคืนเก็บเข้าแขนเสื้อ เหล่าชาวยุทธ์เมื่อถูกถอนเข็มทองออกจากกะโหลกที่ยังพอมีเรี่ยวแรงอยู่ถึงกลับคืบคลานไปตามพื้นหาที่ไป ที่หมดเรี่ยวแรงถึงกับสลบไป เข็มทองเพียงเจาะควบคุมร่างกาย เพราะเนื้อสารแห่งความสุขสรรค์จะหลั่งออกมาเมื่อมนุษย์ยังมีชีวิตอยู่ เหล่าชาวยุทธ์ที่เสียชีวิตเนื่องจากวิ่งจนเหนื่อยล้าและถูกดูดซับเนื้อสารแห่งความสุขสรรค์จนหมดสิ้นเรี่ยวแรงจนตาย หลังเก็บเข็มทองด้ายแดงสุริยาที่เกรงว่ายังไม่อาจใช้รับมือผู้ที่มาได้ อวี๋เปี้ยนไท่ดึงกระบี่มารกะโหลกดำอาวุธประจำกายออกมา กระบี่นี้เป็นสีดำละเมื่อมด้ามกระบี่ยาวกว่าปกติที่ปลายด้ามเป็นหัวกะโหลกสีดำกลับเป็นกระบี่มารวิเศษที่เป็นรองเพียงจ้าวกระบี่มารไป๋เจี้ยนของจอมมารพิษอสูรจ้าวนิกายพิษอสูร กระบี่มารกะโหลกดำเล่มนี้น้อยครั้งที่อวี๋เปี้ยนไท่จะใช้ออก มันเลื่อนมือจับที่ด้ามกระบี่กำจนแน่น กระบี่มารวิเศษกลับแผ่ไอมารออกมา บริเวณมือที่จับด้ามกระบี่เส้นเลือดของมันถึงกลับเปลี่ยนเป็นสีดำขยายลามออกก่อนจะหยุดลงตรงบริเวณข้อศอก ผู้ใดจะล่วงรู้เหตุใดกระบี่มารวิเศษเล่มนี้ตกมาอยู่ในมืออวี๋เปี้ยนไท่ได้ มีเพียงจอมมารพิษอสูรและเซียนไร้โอสถจี้โคงโส่วศิษย์พี่ของมันที่ล่วงรู้ความลับนี้ ฟังหานเต้าหยินทะยานร่างหยุดลงเมื่อเห็นมารร้ายตนนี้ปล่อยด้ายแดงจากกระโหลกเหล่าชาวยุทธ์จึงเย็นลงเล็กน้อย" เจ้ามารชั่วช้า วันนี้หากไม่เชือดคอเจ้าลงมา เฒ่าชราอย่างข้าไม่ขอกลับไปมณฑลใหญ่ประจิม " " ฮี่ๆ เต้าหยินเป็นใคร ใยต้องมาสอดเรื่องของข้าด้วย " " ฟังหานเต้าหยิน มารร้ายผู้นี้ก่อกรรมทำเข็ญนัก เต้าหยินได้โปรดกำจัดมารร้ายให้ยุทธภพ " เป็นเสียงของต่งเปียนเจียงดังขึ้น เขาไหนเลยไม่รู้จักฟังหานเต้าหยิน เขาติดตามอ๋องเลี่ยนแห่งมณฑลใหญ่ภาคกลางไปสักการะมหาเจดีย์หยั่งฟ้าทุกปี ยอมเคยเห็นอดีตจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าผู้นี้ เพียงตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บยากแก่การลุกไปคารวะ ฟังหานเต้าหยินเปรยตาพยักหน้ามองต่งเปียนเจียงรองผู้ตรวจมณฑลผู้นี้เข้าย่อมรู้จัก ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอเขาที่นี้ หันกลับมามองมารร้ายที่อยู่บนรถลาก " เพียงเจ้าคร่ากุมขู่เข็ญผู้คนก็นับว่าบาปกรรมมากแล้ว นี้ถึงกับใช้ชีวิตของเหล่าชาวยุทธ์ต่างม้าลา เจาะยึดกะโหลกศีรษะไว้นับว่าอำมหิตยิ่งนัก" อวี๋เปี้ยนไท่ "....... " หากไม่ได้ยินยังพอทำเนา แต่เมื่อได้ยินกลับทำร้ายกำลังใจมันลงมาอีก นามของคน เงาของไม้ ฟังหานเต้าหยินอดีตจ้าวมหาอาศรมที่เพิ่งลงจากตำแหน่งเมื่อสองเดือนก่อนมันไหนเลยจะไม่เคยได้ยิน ครั้งกระโน้นที่เกิดการแย่งชิงคัมภีร์ย้อนสวรรค์จนวิหารมืดซ่อนดาวต้องล้มสลายดับชื่อออกจากยุทธ์ภพจนมันมาอยู่ในนิกายพิษอสูรมิใช่เพราะค่ายสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะเหล่านี้หรอกรึ วันนี้เขาไม่คาดคิดว่าผู้มาจะเป็นอดีตจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าผู้นี้ นับว่าตึงมือมันยิ่ง ขณะที่คิดหาวิธีถ่วงเวลาให้นานที่สุด " จมูกโคเจ้ารออะไรอยู่ หรือรอเจรจาให้มันเอาด้ายแดงมาร้อยจมูกโคของเจ้า จูงตามก้นมันไป"หลี่จิ่วไต้ซือที่เพิ่งมาถึงเห็นจมูกโคเฒ่าพุ่งมาก่อนกลับมาพิรี้พิไรจึงถามเอาเหตุผลกับเขา เมื่อมีผู้มาจุดเชื้อไฟอีกคราฟังหานเต้าหยินจึงดึงกระบี่หอมจันทราที่ทำจากไม้สนที่ไม่ได้ใช้ออกนับสิบปีหลังงานประลองห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมออกจากด้านหลัง หลังเขาสำเร็จหกสิบสี่กระบี่แปรผันจึงเลิกใช้กระบี่วิเศษของมหาอาศรมหยั่งฟ้าหันมาใช้กระบี่ไม้สนเล่มนี้แทน ส่วนมืออวี๋เปี้ยนไท่รวบจับกระบี่มารกะโหลกดำในมือตวัดขึ้น คิดในใจ‘ชนชาวยุทธ์ที่ใช้ดูดซับเนื้อสารแห่งความสุขสรรค์ยังมีอีกมากมายวันหน้ายังมีโอกาสหาได้ใหม่แต่ชีวิตมันมีเพียงชีวิตเดียวไหนเลยเอามาทิ้งที่นี้ได้’ หลังคิดได้ดังนั้นกัดฟันหมายจะชิงเป็นฝ่ายรุกฟาดกระบี่ในมือออกในกระบวนท่ากระบี่ดาวมารอสูรที่ร่วมฝึกปรือกับจอมมารพิษอสูรจ้าวนิกายพิษอสูร พลันร่างเขาที่อยู่บนรถลากสีแดงเพลิงก็สะท้านขึ้นมาก่อน   " เจ้ามารร้าย อำมหิต ไร้มโนธรรมจงมอบชีวิตมา! " สิ้นเสียงตวาดของฟังหานเต้าหยิน  กระบี่เนื้อไม้สนที่เรียกว่ากระบี่หอมจันทราที่กระด้างปลายกระบี่ชี้ขึ้นไม่มีความแวววับเจิดจ้าแม้แต่กระพี้เดียว พลันวาบแปลบปลาบดั่งแสงอัสนี แสดงอานุภาพออกมา  ซู่ ซู่ซู่ ซู่ซู่ซู่ซู่ ซู่ซู่ซูซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ซู่ ประกายกระบี่หอมจันทราบนมือของฟังหานเต้าหยินพลันผันแปรจนปิดบังร่างของเขาไปสิ้น จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด จากแปดเป็นสิบหก จากสิบหกเป็นสามสิบสอง จากสามสิบสองสุดท้ายเป็นหกสิบสี่กระบี่แปรผัน ประกายสภาวะกระบี่บินว่อนขยายคลี่คลุมไปจนเต็มท้องฟ้า ก่อนประกายกระบี่จะโค้งรวมศูนย์พุ่งตรงไปยังอวี๋เปี้ยนไท่ที่อยู่บนรถลากสีแดงเพลิง ที่บัดนี้ผมเผ้ายาวยุ่งเหยิงของมันถึงกับกระเซิงยิ่งกว่าเดิม อวี๋เปี้ยนไท่มองออกไปทุกหนแห่งรอบกายถึงกับมีประกายกระบี่มรณะบินว่อนเข้ามาจากทุกสารทิศที่ถูกเร่งความเร็วจนมีความเร็วและทิศทางต่างกันไม่แบ่งแยกลำดับก่อนหลัง เวลาให้ตกใจยังไม่มีไหนเลยจะกล้ารุกเปลี่ยนเป็นตั้งรับรั้งกระบี่กลับมาเร่งเร้าลมปราณอีกครั้งกัดฟันร่ายรำกระบี่มารกระโหลกดำในมือออกในกระบวนท่าปราการมารสวรรค์อันเป็นกระบวนท่าป้องกันของมัน ปรากฏม่านกระบี่ถี่เร็วปานจักรผันเป็นปราการคุ้มกันแผ่ออกคุ้มครองร่างยามคับขัน เคร้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปรากฏประกายไฟแตกเป็นจุดแต้มขึ้นทั่วร่างของอวี๋เปี้ยนไท่จนไม่มีช่วงว่างใดเหลืออยู่ ข้อมือเขาถึงกับด้านชาไปจนแทบจะไร้ความรู้สึกไป พลังปราณที่แฝงมากับประกายของกระบี่หอมจันทราถึงกับแผ่ทะลุปราการมารสวรรค์เข้ามา จนชีพจรตรงมือที่กุมกระบี่มารกะโหลกดำถึงกับสั่นสะท้านจนมาถึงหัวไหล่ เขาตระหนักขึ้นทันทีหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต้องถูกประกายกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามทะลุร่างจนนึกคำนวณสภาพไม่ออก สุดท้ายกัดฟันยอมให้กระบี่วิเศษมารเล่มนี้ดูดกลืนพลังลมปราณยิ่งกว่าเดิม อ๊าาาา! พลันพลังปราณในร่างที่เหลืออยู่ไหลออกสู่กระบี่มารกะโหลกดำ ปราณฝึกปรือที่เพิ่งสะสมเพิ่มพูนมาได้ยินยอมสละทิ้ง ดีกว่าทิ้งชีวิตอยู่ตรงนี้มากนัก เส้นเลือดสีดำขยายลามออกจากข้อศอกไปที่ลำแขนวิ่งพล่านไปที่ลำตัวก่อนลุกลามจนเส้นเลือดที่ปรากฏทั่วร่างเป็นสีดำ แม้ดวงตาที่แดงกล่ำของเขายังเปลี่ยนเป็นสีดำ... .............................