ยอดเขาเร้นลับแห่งสำนักเมฆาสวรรค์ สถานที่ที่เคยทะลวงผ่านชั้นม่านเมฆ ขึ้นไปสถิตอยู่เหนือสัจธรรมของปุถุชนเบื้องล่าง มันเคยโอ้อวดความยิ่งใหญ่ดุจสรวงสวรรค์จำแลง สิ่งก่อสร้างสลักเสลาจากศิลาหยกขาว ทอดตัวตระหง่านรับแสงตะวันมานับพันปี ทว่าในเสี้ยวอึดใจนี้ ทะเลเมฆรอบยอดเขาพลันเน่าตายชั่วขณะ สีขาวบริสุทธิ์ถูกกัดกร่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีของเถ้ากระดูกและโคลนโลหิต มวลอากาศหนักอึ้งดุจตะกั่วบีบอัดลงมาจนสถาปัตยกรรมฟ้าเริ่มส่งกังวานปริร้าว ศิษย์สำนักที่หลงเหลือรอดชีวิต ซุกซ่อนตัวอยู่ตามซอกตำหนักที่พังพินาศ พวกมันเงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้าด้วยข่ายเส้นเอ็นที่สั่นกระตุกอย่างไม่อาจควบคุม ในคลองจักษุของพวกมัน เจ้าสำนักคือเทพเจ้า คือผู้กุมชะตาฟ้าดิน ทว่าภาพที่สะท้อนอยู่ในม่านตาขณะนี้ กลับบดขยี้ทะเลวิญญาณของพวกมันจนแตกซ่าน แสงสีทองศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าสำนักที่สาดส่องอยู่กลางเวหา กำลังถูกเงาทะมึนจากก้นเหวสูบกลืนและบดเคี้ยว!
กร้วม... กร้วม...
กังวานบดสัจธรรมดังก้องลงมาจากฟ้า ดุจกังวานขบกรามของอสุรกายที่กำลังเคี้ยวกลืนดวงตะวัน! ศิษย์บางคนขย้อนลิ่มเลือดสีหมึกออกมา บางคนคุกเข่าลงตะกุยพื้นศิลา วิญญาณสั่นคลอนจนกล้ามเนื้อปฏิเสธการทรงตัว พวกมันตระหนักแล้วว่า สวรรค์ที่พวกมันศรัทธา กำลังตกเป็นอาหาร!
เหนือเมฆาที่เน่าเฟะ เจ้าสำนักเมฆาสวรรค์ยืนแข็งค้างอยู่กลางสุญญากาศแห่งความตาย ปราณกระบี่นับหมื่นแสนซี่ที่มันรีดเร้นออกมาด้วยอายุขัย บัดนี้แหลกละเอียดเป็นเพียงเศษสนิมกลางอากาศ ดวงตาสีทองที่เคยจองหองและเย่อหยิ่ง ปริแตกจนเส้นเลือดฝอยระเบิดออกเป็นสีแดงก่ำ กรามของมันขบเข้าหากันจนร้าว กังวานลมหายใจเสียดสีหลอดลมดังครืดคราด มันพยายามดึงรั้งปราณฟ้าดินมาปกป้องกายหยาบ ทว่าเจตจำนงฟ้าดิน กลับปฏิเสธที่จะรับใช้มัน!
ความหนาวเหน็บที่สูบกลืนไอชีวิตแผ่ซ่านขึ้นมาตามไขกระดูกสันหลัง ผัสสะเยียบเย็นที่มันไม่เคยสัมผัสมานับร้อยปีไต่ชอนไชเข้าสู่รากวิญญาณ ภาพสะท้อนในเนตรสีทองของมัน คือก้อนเนื้อโสมมในสัณฐานที่วิรูปเกินกว่ามนุษยชาติจะจินตนาการ เกล็ดสีหมึกที่ทับซ้อน ปูดโปน และดิ้นพล่านดุจเดรัจฉานร้ายกำลังชอนไชใต้ผิวหนัง และที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุด คือเนตรมารบรรพกาลที่หมุนวนอยู่เบื้องหน้า รูม่านตาชั้นที่สามของมัจจุราชกำลังจ้องมองมัน มิใช่การจ้องมองเพื่อประลองยุทธ์ แต่มันคือการจ้องมองของผู้ชำแหละที่กำลังประเมินคุณภาพของคุณค่าทางอาหาร!
สัจธรรมแห่งผู้สร้างสวรรค์พังทลายลงในพริบตา เจ้าสำนักเพิ่งตระหนักรู้ถึงสภาวะอันน่าสมเพชของตนเอง มันมิใช่ผู้ล่าที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอีกต่อไป แต่เป็นเพียงเหยื่อที่ถูกต้อนให้จนมุมอยู่บนยอดสุดของกรงขัง!
ตูมมมม!!!
มิติอากาศถูกชำแหละออกเป็นสองซีก! กายหยาบของอสุรกายในคราบมนุษย์พุ่งทะยานลงมาประทับฝ่าเท้าลงบนยอดเขาเร้นลับ! แรงบดอัดจากการกระแทก กดทับยอดเขาทั้งลูกจนทรุดฮวบลงไปหลายสิบจั้ง! ตำหนักหยกขาวแตกละเอียดเป็นผุยผง ลานพิธีศักดิ์สิทธิ์ปริแยกออกเป็นหุบเหวมรณะ แรงกระเพื่อมมหาศาลกระชากร่างของเจ้าสำนักให้ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า กระแทกลงคลุกฝุ่นบนพื้นศิลาที่ตนเองเคยเหยียบย่ำดุจเศษขยะ!
กร๊อบ!
กระดูกหัวเข่าทั้งสองข้างของมันถูกแรงอัดกระแทกจนแหลกละเอียด เศษกระดูกสีขาวทิ่มแทงทะลุเนื้อเยื่อออกมาภายนอก บังคับให้เซียนชั้นสูงสุดต้องคุกเข่าจมกองโลหิตอยู่แทบเท้าของมฤตยู!
โลหิตสีทองขุ่นมัวหยดลงบนพื้นศิลาที่แตกร้าว ติ๋ง... ติ๋ง... กังวานนั้นชัดเจนและบีบคั้นโสตประสาท ยิ่งกว่าอสนีบาตที่กรีดร้องอยู่บนฟากฟ้า เจ้าสำนักเมฆาสวรรค์ทรุดเข่ากระแทกพื้น ข่ายเส้นเอ็นสีทองห้อยระโยงระยาง โลหิตที่เคยอวดอ้างว่าศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ กำลังไหลทะลักดุจน้ำเสียจากก้นสุสาน ทว่าสิ่งที่กัดกินทะเลวิญญาณของมันยิ่งกว่าทัณฑ์ทรมานทางกายหยาบ คือสัจธรรมที่มันเพิ่งตระหนักรู้ มันกำลังจะตกเป็นอาหาร
ตลอดหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามปีที่ผ่านมา มารในใจของมันไม่เคยสะกดคำว่าความตายได้เลย มันหลงผิดคิดว่าตนเองวิวัฒนาการก้าวข้ามความตายไปแล้ว ทว่าในเสี้ยวอึดใจนี้ เมื่อมองเห็นอสุรกายสีหมึกยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สัจธรรมจอมปลอมนั้นกลับแตกสลายดุจกระจกที่ถูกบดขยี้ด้วยกรามของเดรัจฉาน
เย่เฉินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุเลือด กายหยาบของเขาหาได้สมบูรณ์ไม่ เตาหลอมวิปลาสเต้นกระหน่ำดุจจะระเบิดทะลวงกรงอก ทุกการสูดอากาศคือการกลืนกินใบมีด ทุกก้าวเดินคือการฝืนกฎแห่งฟ้าดิน ทว่าสัญชาตญาณสัตว์ตรอก ยังคงขับเคลื่อนมัจจุราชนี้ให้คืบคลานเข้าหาเหยื่อ
ครืด... ครืด...
ฝ่าเท้าสีหมึกลากผ่านเศษศิลา ดังก้องในโสตประสาทของเซียนเฒ่าดุจการลับมีดของคนขายเนื้อ ยิ่งคืบคลานเข้าใกล้ ผัสสะเยียบเย็นที่สูบกลืนไอชีวิตยิ่งบีบรัดคอหอย
“สวรรค์ของเจ้า...” ถ้อยคำต่ำลึกดุจกระดูกบดทับกันดังลอดไรฟันที่อาบโลหิต “สั่นเป็นสุนัขแก่รอการเชือดเชียวหรือ”
“หุบปาก!” เจ้าสำนักแผดกังวานคำรามจนหลอดลมฉีกขาด! สัญชาตญาณรักตัวกลัวตายผลักดันให้มันฝืนสังขารลุกขึ้นยืน ฝ่ามือซ้ายที่สั่นเทายกขึ้นประสานผนึกวิปริต แก่นโลหิตหยดสุดท้ายในขั้วหัวใจถูกรีดเร้นออกมาเผาผลาญเป็นเครื่องสังเวย ท่อนแขนขวาตวัดวูบดึงเอาศัสตราคู่กาย แส้กระดูกมังกรบรรพกาล ออกมาฟาดฟันสุดกำลัง!
ปลายแส้แหลมคมดุจหอกพุ่งทะลวงฝ่ามวลอากาศ เจาะทะลุเข้าที่หน้าท้องของเย่เฉินอย่างจัง! มันแทงทะลุชั้นกล้ามเนื้อ ทะลวงผ่านอวัยวะภายใน และพุ่งทะลุออกไปทางแผ่นหลัง โลหิตสีหมึกสาดกระเซ็นย้อมลานหิน ทว่าบนใบหน้าที่วิรูปของมัจจุราช กลับไร้ซึ่งร่องรอยของความเจ็บปวด
เจ้าสำนักแสยะยิ้มด้วยความยินดี หวังจะออกแรงกระชากแส้กลับเพื่อคว้านอวัยวะภายในของศัตรู ทว่าในวินาทีที่มันออกแรงดึง... กึก! แกรก... แกรก! รอยยิ้มของเซียนเฒ่าพลันแข็งค้าง แส้กระดูกมังกรไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย! มันเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวา และพบว่ากล้ามเนื้อวิรูปบริเวณหน้าท้องของเย่เฉินกำลังบีบรัดตัวเข้าหากัน ซี่โครงสีดำคล้ำงอกเงยขึ้นมาขบกัดรัดศัสตรานั้นไว้แน่นดุจกรามของอเวจี!
“อาวุธของเจ้า... ก็แค่ไม้จิ้มฟันที่เปราะบาง!”
ตูม! กายหยาบของเย่เฉินพุ่งทะยานไปข้างหน้า! เขาใช้หน้าท้องที่ถูกเสียบทะลุรูดไปตามความยาวของแส้กระดูกมังกร ปล่อยให้คมหนามฉีกกระชากเนื้อเยื่อของตนเองอย่างป่าเถื่อน กรงเล็บสีหมึกที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังวิปลาสคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ขวาของเซียนเฒ่า! กรงเล็บแหลมคมจิกทะลวงผ่านอาภรณ์สีขาว แทงลึกลงไปในชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ และเกาะกุมกระดูกไหปลาร้าไว้แน่น
แควกกก!!! โผล๊ะ!!!
กังวานฉีกขาดของข่ายเส้นเอ็นและผิวหนังดังก้องอย่างน่าสะอิดสะเอียน ท่อนแขนขวาของเจ้าสำนักถูกกระชากขาดกระจุยออกมาทั้งยวง! โลหิตสีทองขุ่นมัวพุ่งทะลักออกจากหัวไหล่ที่แหว่งวิ่นดุจน้ำพุร้อน เจ้าสำนักล้มกลิ้งลงไปดิ้นพล่านกับพื้น ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกทึ้งกายหยาบแบบสดๆ ทำลายสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น
ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง มันใช้ฝ่ามือซ้ายที่เหลืออยู่ประสานผนึกอีกครั้ง แสงสีทองขุ่นมัวระเบิดออกจากร่างชรา เบื้องหลังของมันปรากฏภาพมายาของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมา ทันทีที่ภาพภูเขาปรากฏ ศิษย์สำนักที่ยังซุกซ่อนตัวอยู่พลันกระตุกเกร็ง! ปราณชีวิต อายุขัย และแก่นโลหิตของพวกมันถูกกระชากออกจากรูขุมขน ลอยทะยานขึ้นไปหล่อเลี้ยงภาพมายาอย่างตะกละตะกลาม! สังขารของศิษย์นับร้อยเหี่ยวแห้งฝ่อแฟบกลายเป็นซากหนังหุ้มกระดูกในชั่วพริบตา พวกมันถูกเซียนเฒ่าจอมปลอมสูบกินเพื่อใช้เป็นเกราะคุ้มภัย!
ทว่าความหวังที่แท้จริงคือความว่างเปล่า เย่เฉินมองภาพสัจธรรมนั้นด้วยสายตาตายด้าน เตาหลอมวิปลาสเต้นกระหน่ำ และในเสี้ยวพริบตานั้น เขาก็ดีดกายหยาบพุ่งทะยานออกไป! กายหยาบสีหมึกอ้ากรามกว้าง กัดทึ้งภาพภูเขาศักดิ์สิทธิ์ให้แหว่งวิ่น! เตาหลอมในอกสูบกลืนสัจธรรมเมฆาสวรรค์และซากวิญญาณศิษย์นับร้อยอย่างป่าเถื่อน ก่อนที่ฝ่าเท้าสีหมึกจะเหยียบกระแทกลงบนมงกุฎหยกเมฆาสวรรค์ที่หลุดร่วงอยู่บนพื้นจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
ความเงียบงันอันวิปลาสเข้ากลืนกินทั่วทั้งยอดเขา เย่เฉินก้มมองก้อนเนื้อชราที่ถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า โลหิตสีทองคล้ำไหลอาบใบหน้าที่วิรูป ดวงตาที่เคยอวดอ้างความเป็นเทพ บัดนี้เหลือเพียงความหวาดผวาของสุกรบนเขียง
“รสชาติของสวรรค์เจ้า ช่างเส็งเคร็งดุจขยะเปียก” ถ้อยคำของเย่เฉินตอกทะลวงขั้วหัวใจของเจ้าสำนัก “มึงหมายถึงแก่นวิญญาณของศิษย์นับหมื่น... ที่มึงเพิ่งเคี้ยวกลืนไปเพื่อยืดอายุขัยตนเองเมื่อครู่นี้น่ะหรือ?”
เจ้าสำนักเบิกตาโพลง ความหวาดผวาระเบิดปะทุขึ้นในทะเลวิญญาณ เย่เฉินยืดสังขารขึ้น เตาหลอมวิปลาสในทรวงอกเต้นกระหน่ำรุนแรงจนผิวหนังสีหมึกปริแตก!
“กูไม่ฆ่ามึงตอนนี้หรอก...” ฝ่ามือซ้ายของเย่เฉินพุ่งทะลวงออกไปดุจอสรพิษ!
ฉึกกก!!!
กรงเล็บสีหมึกเจาะทะลวงฝ่าซี่โครง เข้าตอกตึงอยู่ที่กลางกรงอกของเจ้าสำนัก! ทว่ามันมิได้กระชากขั้วหัวใจออกมา เส้นเลือดสีดำขลับนับพันสาย ชอนไชออกจากปลายนิ้วของชายหนุ่ม มุดลึกลงไปตามจุดชีพจร รัดพันก้อนเนื้อหัวใจ และแทรกซึมเข้าสู่ข่ายเส้นเอ็นของเซียนเฒ่าอย่างตะกละตะกลาม!
“อ๊ากกกกกก!!!” เจ้าสำนักแผดเสียงกรีดร้องสุดหลอดลม สังขารชรากระตุกเกร็งดุจถูกสับด้วยขวานทื่อ
“มึงจะได้เห็นมัน...” ชายหนุ่มกระซิบ สอดผสานเจตจำนงแห่งการย่อยสลายเข้ากับระบบเส้นลมปราณของเหยื่อ “มึงคือศูนย์กลางของรากฐานสำนักเมฆาสวรรค์... กูจะใช้กายหยาบของมึง... เป็นท่อดูดกระชากสัจธรรมทั้งหมดของภูเขาลูกนี้ ขึ้นมาป้อนเข้ากระเพาะของกู!”
สิ้นคำประกาศิตแห่งห่วงโซ่อาหาร! ฟ้าดินพลันสั่นสะเทือนวิปลาส! อักขระสีทองที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้แผ่นดินสำนักเมฆาสวรรค์นับหมื่นจุด ถูกบังคับให้เปิดออก! แต่แทนที่มันจะหล่อเลี้ยงยอดเขา พลังปราณบริสุทธิ์ แก่นวิญญาณบรรพชน และสายแร่ใต้พิภพ กลับถูกกระชากสูบย้อนกลับขึ้นมา!
พวกมันไหลพุ่งเข้าสู่ร่างของเจ้าสำนักอย่างบ้าคลั่ง! สังขารชราพองโตขึ้นประหนึ่งซากศพอืดน้ำ ผิวหนังตึงเปรี๊ยะจนปริแตก โลหิตสีทองขุ่นมัวทะลักทลายออกจากดวงตา หู จมูก และปาก กระดูกซี่โครงลั่นเอี๊ยดอ๊าดโค้งงอออกด้านนอกเพราะไม่อาจรองรับมวลพลังงานมหาศาลที่อัดแน่น มันสัมผัสได้ถึงพลังบริสุทธิ์และเสียงกรีดร้องของบรรพชนทั้งสำนักที่ไหลผ่านข่ายเส้นเอ็นของมัน... ก่อนจะถูกดูดกลืนผ่านเส้นเลือดสีหมึก ส่งต่อไปยังเตาหลอมวิปลาสในอกของเย่เฉินอย่างโหดเหี้ยม!
“อ๊อก... อั่ก...” เจ้าสำนักขย้อนลิ่มเลือดผสมชิ้นส่วนเครื่องใน มันพยายามดิ้นรน ทว่าสังขารกลับถูกตรึงไว้ดุจแท่นกรองของเสีย มันถูกบังคับให้เป็นพยานในการล่มสลายของอารยธรรมตนเอง ซากตำหนักเบื้องล่างเริ่มแห้งกรอบและแปรสภาพเป็นเถ้าธุลี ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ยืนต้นตาย ร่วงโรยกลายเป็นผงธุลี ผืนศิลาแตกร้าวและเน่าเปื่อยดุจเศษดินทราย ทุกสรรพสิ่งที่อวดอ้างความเป็นสวรรค์ กำลังถูกย่อยสลายผ่านร่างกายของมันเอง!
เย่เฉินหลับตาพริ้ม สูดดมกลิ่นอายความพินาศที่ไหลทะลักเข้าสู่จุดชีพจร เตาหลอมวิปลาสเปล่งแสงสีแดงฉานดุจเตานรกที่กำลังหลอมละลายขุนเขา มุมปากฉีกรั้งกว้างขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงกระดูกที่แตกร้าวของเซียนเฒ่า
“รสชาติของสวรรค์...” เขาหัวเราะต่ำลึกใน
ลำคอ “งานเลี้ยงที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มเสิร์ฟเท่านั้น”
[จบตอนที่ 88]