ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ช่างน่าตกตะลึง

            หลันเยว่หรูมองเฟิ่งเฉี่ยนด้วยท่าทีลำพองใจ สายตาของนางแฝงนัยท้าทาย“หากตอนนี้เจ้าคิดจะกลับคำก็ยังไม่สาย ขอเพียงเจ้ามอบใบไม้ทองคำออกมาข้ารับรองว่าจะไม่ถือสาหาความกับเจ้า ซ้ำยังมีรางวัลขอบคุณเจ้าอย่างงาม!”

            มาถึงเวลานี้ นางยังจะเสแสร้งอะไรอีก!

            ทั้งๆ ที่รู้ว่าเฟิ่งเฉี่ยนไม่รู้จะไปหาใบไม้ทองคำมาจากที่ใดนางยังจงใจแสดงท่าทีว่าเป็นคนใจกว้างมีเมตตา

            เห็นแววตาเยียบเย็นที่มองมา เฟิ่งเฉี่ยนได้แต่ยกยิ้มบางๆ“มีใบไม้ทองคำหรือไม่ เจ้า ข้าต่างรู้อยู่แก่ใจ! หากเจ้าไม่ถือสาหาความจริงๆเหตุใดจึงร้องขอเป็นคนเลือกตำรามาสร้างความลำบากให้กับข้าด้วยเล่า ในเมื่อต้องการเป็นหญิงคณิกาแล้วยังต้องการสร้างอนุสรณ์...คุณหนูหลัน เจ้าช่างเป็นคนละโมบยิ่งนัก!”

            ถูกต้อง ผู้ที่กล่าวว่าจะไม่ถือสาหาความเป็นเจ้าผู้ที่ก้าวออกมาเสนอตัวเป็นคนเลือกตำราแพทย์ก็เป็นเจ้าเช่นกัน ทำเช่นนี้ย้อนแย้งเกินไปแล้วกระมัง

            คำพูดเพียงแค่สองสามประโยคทำให้หลันเยว่หรูโกรธแค้นจนหน้าดำหน้าแดงไปถึงรากผม “เจ้า...”

            เฟิ่งเฉี่ยนยื่นมือออกไปพูดอีกว่า “ส่งมาเถิด!”

            พ่าบ! หลันเยว่หรูเหวี่ยงตำราแพทย์ใส่ฝ่ามือของนางเต็มแรงดวงตาที่แทบจะมีเปลวไฟออกมาคู่นั้นจ้องเฟิ่งเฉี่ยนเขม็ง

            ท่านผู้อาวุโสกล่าวเร่ง “เริ่มเถิด รีบหน่อย! อย่าได้เสียเวลาของทุกคน!”

            เวลานี้เป็นยามเหม่าแล้ว คนบางส่วนต้องกลับไปเข้านอนทว่าเรื่องใบไม้ทองคำยังหาข้อสรุปไม่ได้ไม่ว่าผู้ใดล้วนไปจากที่นี่ไม่ได้ดังนั้นทุกคนต่างพากันร้อนใจ

            พวกเขาเร่ง เฟิ่งเฉี่ยนกลับไม่รีบร้อน นางมองพวกเขาด้วยสายตาเรียบเรื่อย“พวกเจ้าเตรียมพร้อมแล้วใช่หรือไม่”

            เชอะ! มาอีกแล้วหรือ!

            คนทั้งหมดไม่มีคำพูดจะเอ่ย นี่ตกลงว่านางท่องจำ หรือพวกเขาท่องจำกันแน่นะ

            เห็นทุกคนมองนางด้วยท่าทีร้อนใจ เฟิ่งเฉี่ยนจึงค่อยๆก้มหน้าลงเปิดตำราแพทย์ในมือ...

            สวบๆๆๆๆ สวบๆๆๆ...

            เร่งความเร็วอีกแล้ว! นางอ่านตำราเร็วกว่าเมื่อสักครู่เสียอีก!

            ทุกคนไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาเข้าไปดูใกล้ๆ กลับมองไม่ทันกระทั่งตัวอักษรนี่หากท่องจำได้ พวกเขายินดีที่จะคุกเข่าทันที

            ทว่าเมื่อเฟิ่งเฉี่ยนอ้าปากท่องเนื้อหาในตำรา พวกเขาแทบจะคุกเข่าลงทันที!

            “ถาม: ชีพจรมีหยินหยาง หมายถึง? ตอบ: ชีพจรเต้นแรง ลอย จำนวนครั้งการเคลื่อนไหว ไหลลื่น เหล่านี้คือ หยาง ; ชีพจรลึกไม่สม่ำเสมอ อ่อน ตึง เบา เหล่านี้คือ หยิน เมื่อมีอาการตัวร้อน เหงื่อออกไม่รู้สึกหนาวแต่กลับร้อน อาการเหล่านี้เรียกว่าโรคขาดธาตุหยาง มักจะมีอาการปากขมคอแห้ง ตาพร่า ไม่อยากอาหาร อาเจียน (ผู้ที่มีธาตุหยางมากกว่าหยินก็จะเป็นโรคขาดธาตุหยิน ส่วนผู้ที่มีธาตุหยินมากกว่าหยางก็จะเป็นโรคขาดธาตุหยาง)...”

            เมื่อท่องมาถึงอักษรตัวที่หนึ่งร้อย ท่านผู้อาวุโสเงยหน้าขึ้นขวับ

            เมื่อท่องมาถึงอักษรตัวที่สองร้อย หลันเยว่หรูมีสีหน้าซีดขาวปานกระดาษนางมองเฟิ่งเฉี่ยนด้วยสายตาเหลือเชื่อ

            เมื่อท่องมาถึงอักษรตัวที่สามร้อยคนทั้งหมดล้วนหยุดหายใจและหันไปมองเฟิ่งเฉี่ยนราวกับไม่อยากจะเชื่อ!

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่ได้รับผลกระทบจากปฏิกิริยาของใครทั้งสิ้น นางยังคงท่องต่อไป“ถาม: เมื่อมีไข้และเหงื่อออก แก้อาการอย่างไร? ตอบ: ชีพจรเต้นเบาและตึง ด้วยร่างกายอ่อนแอดังนั้นเมื่อมีไข้จึงมีเหงื่อออกผู้ที่ธาตุหยินพร่อง เมื่อร่างกายเกิดอาการต่อต้าน ดูได้จากชีพจรที่เต้นเบาให้พยายามทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาเพื่อบรรเทาอาการ หากชีพจรลอยและนับครั้งได้กดฟังดูแล้วไม่กลวง แสดงว่าร่างกายของคนผู้นี้ไม่ได้มีอาการธาตุหยินพร่อง หากต้องการแก้อาการเองให้เหงื่อออกทางหู...”

            《ซาง หาน ลุ่น》และ《หวง เหล่า จิง》แตกต่างกัน 《หวง เหล่า จิง》กล่าวถึงวิธีการดำเนินชีวิตที่เป็นอายุวัฒนะซึ่งน้อยนักที่คนในวัยหนุ่มสาวจะศึกษา ทว่า 《ซาง หาน ลุ่น》เป็นวิชาภาคบังคับของสำนักศึกษาเทียนหง แทบจะกล่าวได้ว่าศิษย์ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ล้วนท่องได้อย่างคล่องแคล่วและไหลลื่นดังนั้นหลังจากพวกเขาได้ยินเฟิ่งเฉี่ยนท่องเนื้อหาออกมาก็จะทราบและตัดสินได้ในทันทีว่าที่นางท่องออกมานั้นถูกต้องหรือไม่

            ในสายตาของพวกเขา การที่นางสามารถท่องออกมาได้สามร้อยคำเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์อยู่แล้วเพราะมันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ทว่าเฟิ่งเฉี่ยนยังคงท่องต่อไป!

            “ถาม: มีอาการสามวันชีพจรเต้นเบาและนับครั้งได้ ร่างกายผู้ป่วยเย็นเพราะเหตุใด? ตอบ: อาการจะทุเลาในยามกลางคืน ผู้ที่ชีพจรเต้นเบาและลอยต้องทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมา ; ผู้ที่ชีพจรเต้นเร็วต้องทำให้กินอาหารได้; ผู้ที่ชีพจรเต้นเบาเดี๋ยวมีเดี๋ยวไม่มี ต้องทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมา...”

            สี่ร้อยคำแล้ว!

            ห้าร้อยคำแล้ว!

            หนึ่งพันคำแล้ว!

            ทุกคนมีสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริด!

            เมื่อท่องมาจนถึงตอนสุดท้าย เฟิ่งเฉี่ยนยังคงท่องไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน“ผู้ที่มีอาการเย็นผลักร้อน คือความร้อนส่วนบนถูกความเย็นส่วนล่างดันขึ้นทำให้อาเจียนทันทีหลังกินอาหาร ให้ดื่มน้ำแกงที่ต้มจาก ขิงแห้ง หวงหลิง หวงเหลียนโสมคน”

            นางหยุดครู่หนึ่งเพื่อกระแอมกระไอให้โล่งคอ “เมื่อสักครู่ข้าท่องตามปกติตอนนี้ข้าจะท่องกลับหลังรอบหนึ่ง!”

            โดยที่ไม่ต้องหยุดพักเพื่อหอบหายใจ นางเริ่มท่องกลับหลังทันทีอีกทั้งยิ่งท่องยิ่งเร็ว เร็วกว่าตอนที่ท่องตามปกติ!

            แปะ! ตำราแพทย์ในมือหลันเยว่หรูร่วงลงสู่พื้นหางตา มุมปากของนางแข็งค้าง!

            ท่านผู้อาวุโสสูดลมหายใจเข้าลึก อึก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นสายตาที่มองเฟิ่งเฉี่ยนเสมือนเช่นเห็นสัตว์ประหลาดตนหนึ่ง!

            แรกเริ่มนั้นมู่ชิงเซียวมีท่าทางปากอ้าตาค้างต่อมาคือหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ท่านบอกว่าท่านท่องจำปกติรอบหนึ่งก็ทำให้คนแตกตื่นเพียงพออยู่แล้วเวลานี้ยังท่องกลับหลังอีกรอบหนึ่งอีกทั้งยังคล่องแคล่วกว่าตอนท่องตามปกติอีก...ตัวเขานอกจากส่ายหน้าแล้วยังคงส่ายหน้าอยู่นั่นเองหมดคำพูดที่จะบรรยายนางได้แล้ว!

            ศิษย์คนอื่นๆ มองตาค้าง คางแทบจะร่วงลงบนพื้น

            คิดถึงเมื่อแรกที่พวกเขาเพิ่งจะเข้ามาศึกษาในสำนักศึกษาเพื่อท่องจำตำราเล่มนี้ 《ซาง หาน ลุ่น》มีเพียงภูตผีที่รู้เท่านั้นว่าพวกเขาต้องผ่านอะไรมาบ้างแต่ผู้อื่นพลิกเปิดตำราแบบผ่านๆ กลับท่องได้อย่างคล่องแคล่ว!

            นี่...นี่...ช่างทำให้คนโมโหตาย!

            เมื่อมองแววตาของเฟิ่งเฉี่ยนอีกครั้ง แต่ละคนได้แต่ตื่นตระหนก

            นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเทพแล้ว!

            เมื่อท่องตอนที่หนึ่งจบ เฟิ่งเฉี่ยนคลี่ยิ้มบางๆ ให้ทุกคน “ข้าท่องจบแล้ว! หากยังต้องการให้ข้าท่อง ข้าท่องกลอนอีกรอบก็ได้”

            ภายในหอตำราเงียบเป็นเป่าสาก

            คนทั้งหมดกำลังมองเฟิ่งเฉี่ยน แต่ละคนมีท่าทีราวกับเห็นผี!

            เจ้ายังจะท่องกลอนอีกรอบหนึ่งหรือ ให้ตายเถอะ เจ้ายังใช่คนอีกหรือไม่

            แม้พวกเขาจะท่อง 《ซาง หาน ลุ่น》ได้อย่างคล่องแคล่ว ทว่าหากให้ท่องกลอนตอนนี้ ไม่แน่ว่าพวกเขาจะท่องได้คล่องแคล่วเช่นนางหรือไม่ที่ท่องโดยไม่สะดุด ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการท่องกลับหลังอีกทั้งยังคล่องกว่าท่องตามปกติ...

            ให้ตายเถอะ! ยังเหลือทางรอดให้ผู้อื่นเดินหรือไม่

            ท่านผู้อาวุโสตื่นเต้นจนลิ้นพันกัน “เจ้า...เจ้าทำได้อย่างไรกัน”

            เฟิ่งเฉี่ยนคลี่ยิ้มบางๆ “ข้าเป็นคนอ่านตำราเร็ว ความจำดีพอใช้ได้เพียงแค่กวาดตาอ่านรอบหนึ่งก็จดจำได้พอสมควรแล้ว”

            ท่านผู้อาวุโสหน้าดำทะมึน อย่างเจ้าเรียกว่าพอใช้ได้หรือ มารดาเถอะเจ้าน่ะมันมากกว่าพอใช้ได้อีก!

            มู่ชิงเซียวมองใบหน้าด้านข้างอันงดงามของเฟิ่งเฉี่ยนแสงตาที่สะท้อนมาจากดวงตาของเขาเจิดจ้า นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นนางเขาก็รู้สึกว่านางแตกต่างจากคนอื่น เมื่อแรกเริ่มมีเพียงความรู้สึกประหลาดใจต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่นชม มาถึงตอนนี้เขาพบว่าขอเพียงเป็นที่ที่มีนางอยู่ผู้อื่นล้วนไม่อยู่ในสายตาของเขา

            “ท่านผู้อาวุโสตอนนี้ท่านยังสงสัยว่าแม่นางเฟิงขโมยและซ่อนใบไม้ทองคำเอาไว้อีกหรือไม่” เขาถามเสียงสูง น้ำเสียงปนเปไปด้วยความรู้สึกผิด

            ท่านผู้อาวุโสส่ายหน้าทอดถอนใจ“เป็นข้าผู้อาวุโสเองที่ตัดสินผู้อื่นเร็วเกินไป! แม่นางเฟิงเป็นผู้มากความสามารถต่อไปย่อมมีชื่อเสียงระบือไกลในใต้หล้าจะละโมบในทรัพย์เพียงแค่ใบไม้ทองคำได้อย่างไร กล่าวหาว่าแม่นางเฟิงขโมยและซ่อนใบไม้ทองคำเป็นคำพูดที่ไม่มีหลักฐาน!”

            คนอื่นๆ เริ่มพากันวิพากษ์วิจารณ์

            “ใช่แล้ว เรื่องนี้ ใครเล่าจะไปใส่ใจใบไม้ทองคำเพียงแค่ไม่กี่ใบ”

            “ข้าเห็นแม่นางเฟิงปราดแรก ก็รู้สึกว่านางเป็นคนมิสามัญเหตุใดนางต้องขโมยใบไม้ทองคำด้วยเล่า”

            “แม่นางเฟิง เป็นพวกเราที่เข้าใจเจ้าผิด”

            “แม่นางเฟิง เจ้าเป็นคนใจกว้าง อย่าได้เก็บใส่ใจมาถือสาเลย!”

            “...”

            คำวิพากษ์วิจารณ์เปลี่ยนข้างทันที

            หลันเยว่หรูมีสีหน้าเขียวคล้ำและบิดเบี้ยวเส้นเลือดสีเขียวบริเวณข้างขมับเต้นตุบๆ

            แผนการที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจนั้น ถูกผู้อื่นทำลายแผนการลงอย่างรวดเร็วช่างน่าโมโหนัก!

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663