เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 87 ทิเบตันมาสทิฟผู้แย่งกันอวดดี

    ฮัสกี้ลืมตามองจ้าวลี่อิ่งอย่างเกียจคร้านหนึ่งแวบก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

            จ้าวลี่อิ่งโกรธจัด คว้าหมอนข้างรูปจระเข้ขึ้นมาฟาดใส่มันอีกหน

            “ลุก! ลุกขึ้นสิ!! ได้ยินไหม! ไปซื้อข้าวกับฉัน!!”

            จริงๆ แล้วจ้าวลี่อิ่งไม่ได้ถึงขั้นอยากให้ฮัสกี้ไปซื้อข้าวด้วยแต่แค่เห็นมันนอนหลับอย่างไม่สนโลกแบบนั้นแล้วหงุดหงิดขึ้นมา

            สวี่มั่วตั้งใจจะแกล้งทำเป็นตายต่อแต่จ้าวลี่อิ่งกลับไม่ยอมแพ้ราวกับเด็กที่พอโมโหแล้วก็ไม่เลิกหยิบตุ๊กตาบนเตียงมาฟาดมันจนหมดสุดท้ายยังคว้าขาหลังข้างหนึ่งลากมันออกมาจากกองตุ๊กตาจนตัวมันห้อยออกมาครึ่งเตียง

            “อ๊ากกก!! ยอมเธอแล้ว! ฉันยอมแล้ว!!”

            สวี่มั่วจนปัญญา ตะโกนลั่นพลางลุกขึ้นมาเสียทีจ้าวลี่อิ่งจึงหยุดการรบกวนลง

            “ฮึ่ม! ทีนี้เลิกแกล้งตายได้แล้ว!ออกมากับฉันเดี๋ยวนี้!” จ้าวลี่อิ่งฮึดฮัดอย่างได้ใจคว้าขนหลังคอฮัสกี้ไว้แน่นเหมือนกลัวมันจะหนี แล้วลากมันออกมานอกห้องนอนก่อนเอาสายจูงมาคล้องไว้

            ทิเบตันมาสทิฟที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ได้ยินเสียงโวยวายเมื่อเห็นหัวหน้าตัวเองถูกเจ้านายสาว ‘ลาก’ ออกมาจากห้องก็ตกตะลึงก่อนจะมองจ้าวลี่อิ่งด้วยสายตาเลื่อมใสจากนั้นรีบลุกขึ้นวิ่งกระดิกหางไปยืนข้างสวี่มั่ว เอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ลูกพี่ๆจะได้ออกไปเล่นข้างนอกเหรอ”

            สวี่มั่วเหลือบมองมันอย่างอ่อนแรง แล้วตอบไปว่า “เออๆ เลิกพูดมากซะทีตามมาก็พอแล้ว”

            “โอ้ๆ!!” ทิเบตันมาสทิฟกระดิกหางแรงยิ่งกว่าเดิมรีบวิ่งไปยืนรอที่หน้าประตูก่อนหันกลับมามองจ้าวลี่อิ่งกับสวี่มั่วด้วยความกระตือรือร้น

            จ้าวลี่อิ่งประหลาดใจอยู่พักหนึ่งเธอได้ยินเสียงหมาสองตัวเห่าโต้ตอบกันราวกับกำลังสื่อสารแล้วก็เห็นทิเบตันมาสทิฟวิ่งปราดไปที่ประตูอย่างตื่นเต้น

            นี่มันรู้ว่ากำลังจะได้ออกไปข้างนอก เลยคิดจะตามไปด้วยงั้นหรือ

            จ้าวลี่อิ่งทั้งงุนงงทั้งแอบดีใจ คิดว่านี่อาจเป็นโอกาสดี

            บางทีอีกฝ่ายอาจอยากไปเอง เดี๋ยวพาออกไปแล้วมันก็คงไม่กลับมาอีก

            ครู่ต่อมา จ้าวลี่อิ่งก็พาฮัสกี้ออกจากอาคาร ข้างๆมีทิเบตันมาสทิฟวิ่งตามมาติดๆ

            เมื่อออกมาถึงด้านนอก จ้าวลี่อิ่งลองพูดกับทิเบตันมาสทิฟว่า“อย่าตามฉันมาเลย กลับไปทางของแกเถอะ”

            “โฮ่ง??” ทิเบตันมาสทิฟเงยหน้ามองเธอด้วยดวงตาใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความเว้าวอน

            จ้าวลี่อิ่งพูดต่อ “เข้าใจที่ฉันพูดไหม กลับบ้านของแกไปสิอย่ามาตามฉันเลย ฉันไม่ใช่เจ้าของแกนะ”

            ว่าแล้วเธอก็ดึงสายจูง บอกกับฮัสกี้ว่า “มั่วมั่ว ไปกันเถอะ”

            ทิเบตันมาสทิฟรีบร้อนหันไปถามสวี่มั่วว่า “ลูกพี่! ทำยังไงดีเจ้านายจะไล่ผมแล้วเหรอ”

            สวี่มั่วเหลือบมองมันอย่างไม่ใส่ใจ “เธอแค่ลองดูว่าแกจะไปจริงไหมแกแค่เดินตามมาเงียบๆ ก็พอ”

            “โอ๊ะโอ๋! ผมไม่ไปหรอก ผมไม่ไปแน่ๆ!”ทิเบตันมาสทิฟพยักหน้าหงึกๆ แล้วรีบเดินตามฮัสกี้ไปติดๆ ทำหน้าตาซื่อสัตย์สุดชีวิต

            จ้าวลี่อิ่งเห็นว่าทิเบตันมาสทิฟยังคงตามมาก็ถอนหายใจอย่างจนใจ“ทำไมยังตามมาอีกล่ะ…ก็บอกแล้วไงว่าอย่าตาม”

            แต่ครั้งนี้ทิเบตันมาสทิฟทำเป็นไม่เข้าใจ แลบลิ้นหอบเบาๆพลางกระดิกหางอย่างเอาใจ

            “ช่างเป็นหมาที่แปลกจริงๆ…” จ้าวลี่อิ่งส่ายหน้าทำความเข้าใจไม่ได้เลยว่าทำไมหมาตัวนี้ถึงไม่ยอมไปเสียที

            เพราะฉันมีเสน่ห์มากเกินไป? หลงตัวเองไปหรือเปล่านะเรา

            คิดแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ ความรู้สึกดีๆพลันเอ่อล้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

            จ้าวลี่อิ่งเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาหื่นกาม เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วรีบยกมือขึ้นดึงคอเสื้อให้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ

            เธอไม่ใช่คนที่รังเกียจการแสดงออกถึงความงามของตัวเองแต่ไม่ชอบการถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น แต่เพราะอยู่บนถนนใหญ่เธอจึงไม่อยากไปต่อความยาวสาวความยืดกับใคร

            จู่ๆ ทิเบตันมาสทิฟวิ่งพรวดขึ้นไปข้างหน้าเห่ากร่างใส่ชายคนนั้นเสียงดัง

            “โฮ่งๆ! โฮ่งๆๆ โฮ่ง! (มองอะไรนักหนา!ห้ามมองเจ้านายคนใหม่ของฉันด้วยสายตาหื่นแบบนั้นเด็ดขาด!ไม่อย่างนั้นจะกัดให้ตายเลย!)”

            ทิเบตันมาสทิฟคำรามใส่ชายคนนั้นอย่างดุดันแล้วยังพุ่งไปงับขาอีกฝ่ายเข้าเต็มแรง

            โชคดีที่เขาหลบทันจึงไม่ถูกกัดเข้าเต็มๆแต่กลับเหยียบพลาดจนล้มกลิ้งตกจากฟุตปาธ ท่าทางทุลักทุเลสุดๆ

            ชายคนนั้นหน้าถอดสี รีบลุกขึ้นยืนแทบไม่ทัน มองทิเบตันมาสทิฟทีจ้าวลี่อิ่งที จากนั้นก็วิ่งหนีหางจุกตูด ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมา

            จ้าวลี่อิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง

            พอเห็นชายคนนั้นหนีหายไปก็หันไปมองเจ้าหมาที่วิ่งดุกดิกกลับมาหาเธอด้วยท่าทางดีใจราวกับตัวเองเป็นผู้ชนะเธอถึงกับกลั้นขำไม่อยู่

            “เมื่อกี้แกช่วยฉันเหรอ”จ้าวลี่อิ่งมองเจ้าทิเบตันมาสทิฟด้วยแววตาประหลาดใจ ก่อนจะยิ้มออกมา “ไม่เลวเลยนะทำตัวดีเชียว ฉลาดกว่าหมาของฉันซะอีก”

            ว่าแล้วเธอก็เหลือบมองฮัสกี้ที่ยืนเฉยอยู่ข้างๆ ราวกับจะตำหนิว่าทำไมตอนเธอถูกชายแปลกหน้ามองด้วยสายตาแปลกๆ ถึงไม่ทำอะไรเลย

            สวี่มั่วทำเป็นไม่เห็น หันไปพูดกับทิเบตันมาสทิฟว่า “ฉลาดใช้ได้นี่ไม่ต้องให้สอนก็รู้จักแสดงฝีมือแล้ว”

            “นี่น่ะ เจ้านายเก่าสอนให้ผมเอง!เขาบอกว่าถ้ามีใครกล้าหาเรื่องเขา ก็ให้ผมกระโจนเข้าใส่ได้เลย!”ทิเบตันมาสทิฟโต้ตอบพลางส่ายหัวดิ๊กๆ

            “ต่อไปขู่ให้กลัวก็พอ อย่าไปกัดใครมั่วซั่วล่ะยัยนี่ไม่ชอบให้ทำแบบนั้น”

            “อ้อ...”

     

    ระหว่างทางหลังจากนั้นทิเบตันมาสทิฟก็กลายเป็นบอดี้การ์ดขาโหดไปโดยปริยายใครที่กล้าลอบมองจ้าวลี่อิ่งด้วยสายตาหื่นมันก็จะจ้องกลับพร้อมส่งเสียงขู่ในลำคอจนคนพวกนั้นต้องรีบหลบเลี่ยงไปเหมือนเห็นนักเลงหัวไม้

            จ้าวลี่อิ่งหัวเราะคิกคักตลอดทางรู้สึกว่าเจ้าหมาตัวนี้ดูไปดูมาก็น่ารักดีเหมือนกัน

            พอมาถึงตลาดสด จ้าวลี่อิ่งก็เริ่มจับจ่ายซื้อของ พอเดินวนรอบหนึ่งเธอก็หยุดอยู่ที่แผงขายผักแห่งหนึ่งแล้ววางถุงใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยผักลงก่อนจะเลือกของต่อ

            สวี่มั่วหันไปสั่งทิเบตันมาสทิฟที่กำลังชะเง้อมองรอบๆ ว่า“ไปคาบถุงนั่นมา”

            ทิเบตันมาสทิฟมองถุงผักอย่างงงๆ “อะไรนะ”

            “ให้ทำก็ทำสิ จะพูดมากอะไรนัก!”

            “โอ้...”

            ทิเบตันมาสทิฟเดินไปอย่างว่าง่าย แล้วงับตรงหูหิ้วขึ้นมาถุงก็ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงคางมันพอดี

            “อ๊ะ?” จ้าวลี่อิ่งเห็นการกระทำนั้นเข้าก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างตกใจว่า “อะไรเนี่ย จะช่วยถือให้ฉันเหรอ”

            ทิเบตันมาสทิฟพูดไม่ได้เพราะงับถุงอยู่ เลยได้แต่กระดิกหางประจบ

            จ้าวลี่อิ่งยิ่งแปลกใจ “ทำไมถึงฉลาดขนาดนี้นะ...”

            เธอกลั้นใจลูบหัวทิเบตันมาสทิฟเบาๆ แล้วเอ่ยชม “ดีมากๆ เลยงั้นช่วยถือให้ฉันก็แล้วกันนะ!”

            ทิเบตันมาสทิฟยิ่งดีใจ ส่ายหางไม่หยุดคาบถุงเดินดุกดิกตามจ้าวลี่อิ่งไปไม่ห่าง

            ถ้าโจวเหล่ยเจ้าของเก่ามันมาเห็นเข้าคงได้กระอักเลือดตายแน่ๆ...ทุ่มทุนฝึกหมาตัวนี้ให้กลายเป็นขาโหดประจำสนามต่อสู้สุดท้ายกลับกลายมาเป็นหมารับใช้อย่างกับหมาปักกิ่ง...


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน