“ขอบใจท่านจริงๆ บาเอล หากข้ามาเพียงลำพังคงไม่ได้สมุนไพรเหล่านั้นอย่างแน่นอน”หลังจากได้สมุนไพรมาจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่ครบตามที่เฟยหลงต้องการบาเอลจึงได้พาเฟยหลงไปยังร้านขายสมุนไพรอีกจำนวนสามร้านด้วยกัน หลังจากที่ได้รับสมุนไพรทั้งหมดที่ต้องการเฟยหลงไม่ต้องการรบกวนบาเอลอีกเขาจึงได้ชวนบาเอลกลับไปยังที่พักทันทีเพราะเขารู้ดีถึงความลำบากใจที่บาเอลต้องแบกรับเอาไว้
“พวกเรากลับกันเถอะข้าได้สมุนไพรที่ต้องการครบหมดแล้ว”
บาเอลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนที่จะเดินนำทางเฟยหลงกลับไปยังบ้านพักของเขาเมื่อกลับมาถึง เฟยหลงรีบเดินตรงไปยังลานที่หน้าห้องพักของบาเอลทันทีเขาเริ่มทดลองหลอมกลั่นสมุนไพรในทันที
บิดามารดาของบาเอลเห็นดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากเข้าไปรบกวนเฟยหลงจึงทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูอยู่ห่าง ๆ เผื่อว่าเฟยหลงจะต้องการอะไรเพิ่มเติมเท่านั้นพวกเขาเห็นว่าเฟยหลงยังคงฝึกฝนหลอมกลั่นโอสถอยู่อย่างไม่หยุดยังแม้แต่ในเวลานี้ที่เป็นตอนกลางคืนแล้วก็ตามที
“บาเอลเพื่อนของเจ้าคนนี้น่าสนใจจริง ๆหากเขามุ่งมั่นทำสิ่งใดหากไม่สำเร็จเขาคงไม่ยอมเลิกราเป็นแน่”
“ใช่แล้วท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านพักผ่อนเถอะข้าจะคอยอยู่ดูเฟยหลงเอง พวกท่านไม่ต้องกังวล”
“เจ้าเองก็อย่าให้น้อยหน้าเพื่อนของเจ้าเสียหละเจ้าเป็นคนที่ครอบครัวของเราภูมิใจมากที่สุดอีกอย่างน้องสาวของเจ้าเองก็ยึดเอาเจ้าเป็นแบบอย่างอย่าทำให้น้องสาวของเจ้าต้องเสียใจหละ”
“ขอรับท่านพ่อท่านแม่”
อีกทางด้านหนึ่งในคืนนั้นกลุ่มคนสามคนได้แอบเข้าไปยังร้านขายสมุนไพรที่เฟยหลงและบาเอลเข้าไปซื้อสมุนไพรเมื่อตอนกลางวันพวกเขาทั้งสามร่ายเวทด้วยความชำนาญก่อนที่จะแอบลักพาตัวลูกชายและลูกสาวของเจ้าของร้านสมุนไพรสามร้าน
ทั้งสามคนใช้เวลาไม่มากนักพวกเขาก็สามารถลักพาตัวลูกของเจ้าของร้านสมุนไพรทั้งสามร้านไปได้อย่างง่ายดายเมื่อได้ตัวลูกสาวและลูกชายของเจ้าของร้านขายสมุนไพรเรียบร้อยแล้วพวกเขามุ่งหน้าไปยังภูเขาใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่นมากนักพวกเขาไปถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อทั้งสามมาถึง
“พี่ใหญ่รีบร่ายเวทเร็ว อีกไม่นานน้องเล็กคงมาถึงแล้ว” มู่จิ่วกล่าวขึ้นมา
“รออีกนิดไม่นานน้องเล็กมู่กวางก็คงมาถึงแล้ว” มู่เจ๋อผู้เป็นพี่ใหญ่เอ่ยแต่ไม่ถึงห้านาทีมู่กวางก็เดินทางมาถึงพร้อมกับเด็กน้อยอีกหนึ่งคน
มู่เจ๋อจึงได้ร่ายเวทในทันทีถ้ำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาในทันที เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในถ้ำนั้นร่างของพวกเขาเปลี่ยนจากเผ่าเอลฟ์เป็นเผ่ามนุษย์ในทันทีแถมชุดที่พวกเขาสวมใส่ยังเป็นชุดของนักเวทระดับราชันย์มนตราของอาณาจักรเมฆาตะวันตกอีกด้วย พวกเขาเดินเข้าไปในถ้ำได้ไม่นาน ก็มาถึงจุดหมายของพวกเขาเผ่าเอลฟ์ที่ถูกจับตัวมาตลอดสองสามปีมานี้อยู่ที่นี่ทั้งหมด และในวันนี้พวกเขากำลังจะขนย้ายเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดกลับไปยังอาณาจักรเมฆาตะวันตก
พวกเขาเป็นนักเวทย์สามพี่น้องของอาณาจักรเมฆาตะวันตกที่ได้รับมอบหมายให้มาจับตัวเผ่าเอลฟ์กลับไปยังอาณาจักรเมฆาตะวันตกในตอนแรกพวกเขาสามารถจับตัวเผ่าเอลได้จำนวนสี่คนในอาณาจักรเมฆาตะวันตกจากนั้นพวกเขาจึงได้รีดเค้นเอาข้อมูลต่าง ๆของเผ่าเอลฟ์ทั้งสี่คนที่จับไปได้แต่ไม่ว่าพวกเขาจะรีดเค้นข้อมูลจากเผ่าเอลฟ์พวกนั้นอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้เผ่าเอลฟ์พวกนั้นยอมเปิดปากได้
มู่เจ๋อจึงได้คิดอุบายขึ้นมาเขาให้ทหารนำตัวของเผ่าเอลฟ์คนหนึ่งออกมาสอบถามข้อมูลจากนั้นทั้งสามพี่น้องจึงร่ายเวทปลอมตัวเป็นคนของเผ่าเอลฟ์ที่เหลืออีกสามคนในทันทีเมื่อเผ่าเอลฟ์คนนั้นกลับมาอีกครั้ง มันจึงไม่ได้แปลกใจอะไรแม้แต่น้อยพวกเขาวางแผนการหลบหนีออกมาโดยพวกยามแกล้งทำตัวหละหลวมเพื่อให้ทั้งสี่หลบหนีไปได้
ด้วยสภาพของเผ่าเอลฟ์ที่ถูกทรมานนับเดือนทำให้ร่างกายของพวกเขาบาดเจ็บอย่างหนักทั้งสี่ค่อย ๆ เดินทางจนมาถึงยังดินแดนเผ่าเอลฟ์และได้รับการช่วยเหลือจากเผ่าเอลฟ์ในทันที ในตอนแรก ๆสามพี่น้องตระกูลมู่ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการเรียนรู้และจดจำผู้คนในเผ่าเอลฟ์นี้กว่าจะทำตัวให้คุ้นเคยกับเผ่าเอลฟ์ได้ก็ใช้เวลาเกือบสามเดือน
ทั้งสามคนได้สร้างคุกลับนี้ขึ้นมาเพื่อจับตัวเผ่าเอลฟ์กลับไปยังอาณาจักรเมฆาตะวันตกจำนวนห้าสิบคนซึ่งพวกเขาใช้เวลาร่วมสองปีกว่าจึงสามารถจับตัวเผ่าเอลฟ์ได้ครบตามจำนวนและวันนี้ก็เป็นวันที่พวกเขานัดหมายกันเพื่อที่จะนำตัวเผ่าเอลฟ์ที่จับมาออกจากดินแดนเผ่าเอลฟ์นี้
ทั้งสามคนนำร่างของคนจากเผ่าเอลฟ์ทั้งห้าสิบคนใส่ในแหวนมิติสำหรับสัตว์อสูรในทันทีจากนั้นจึงค่อย ๆ ออกจากถ้ำแห่งนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขาจึงได้ลักลอบออกจากดินแดนเผ่าเอลฟ์ไปได้สำเร็จด้วยการวางแผนที่ยาวนานกว่าสามปีทำให้การทำงานของพวกเขาสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสามออกจากดินแดนเผ่าเอลฟ์ไปได้แล้วความวุ่นวายภายในดินแดนเผ่าเอลฟ์จึงได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าของร้านขายสมุนไพรพบว่าลูก ๆ ของพวกเขาได้หายตัวไปพวกเขาต่างสงสัยในตัวของเฟยหลงเป็นอย่างมาก
เมื่อข่าวการหายตัวไปของลูกชายและลูกสาวเจ้าของร้านขายสมุนไพรแพร่กระจายออกไปเผ่าเอลฟ์จึงได้เริ่มรวมตัวกันขึ้น พวกเขามุ่งหน้าไปยังต้นไม้ของผู้อาวุโสทั้งห้าเมื่อเข้าพบผู้อาวุโสทั้งห้าคน พวกเขารีบเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผู้อาวุโสฟังในทันที
“อะไรนะลูกๆ ของพวกเจ้าถูกจับตัวไปพร้อม ๆ กันเช่นนี้ พวกเจ้าคิดว่าเป็นฝีมือของใครกัน”
“เรียนท่านผู้อาวุโสข้าคิดว่าเป็นฝีมือของเจ้าหนุ่มเผ่ามนุษย์คนนั้นเพราะเมื่อวานเจ้าหนุ่มนั่นพร้อมกับบาเอลได้ไปซื้อสมุนไพรที่ร้านของพวกเราทั้งสามขอรับ”
“ส่งคนไปตามบาเอลมาพบพวกเราที”
“ขอรับท่านผู้อาวุโสใหญ่”
เพียงไม่นานบาเอลก็มาถึงยังห้องโถงใหญ่ของผู้อาวุโสทั้งห้าคนเมื่อมาถึงบาเอลถึงกับงงเพราะมีเผ่าเอลฟ์อยู่เป็นจำนวนมากทุกคนต่างมองมายังบาเอลเป็นสายตาเดียวกัน
“บาเอลเมื่อวานเจ้าพาเฟยหลงไปซื้อสมุนไพรร้านพวกเขาใช่หรือไม่?”
“ใช่ขอรับข้าพาเฟยหลงออกไปซื้อสมุนไพรร้านของพวกเขาจริง ๆ ขอรับ มีอะไรเกิดขึ้นหรือขอรับ”
“ลูกชายและลูกสาวของพวกเขาหายไปเมื่อคืนนี้เองพวกเขาสงสัยว่าเฟยหลงจะเป็นผู้ลักพาตัวลูกของพวกเขาไป”
“เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดท่านผู้อาวุโสเมื่อคืนเฟยหลงหลอมกลั่นโอสถอยู่ที่ลานบ้านของข้าทั้งคืนข้ายังคอยเฝ้าดุแลเขาอยู่ตลอดเวลาไม่เชื่อท่านผู้อาวุโสสามารถสอบถามบิดาและมารดาของข้าได้”
“นี่เจ้าจะร่วมมือกับเผ่ามนุษย์เพื่อลักพาเผ่าเอลฟ์ของเราใช้หรือไม่บาเอล พวกเราไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนเช่นนี้”
“พวกท่านเข้าใจผิดแล้วเฟยหลงพึ่งจะมาได้ไม่กี่วันแต่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในดินแดนเอลฟ์ของพวกเรากี่ครั้งแล้ว พวกท่านใจเย็น ๆและลองไตร่ตรองดูให้ดี หากเฟยหลงเป็นคนทำจริง ๆตลอดระยะเวลาสามเดือนที่อยู่ในวิหารเทียมเมฆก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ได้”
“เจ้าอย่ามาแก้ตัวแทนเผ่ามนุษย์เลยอีกอย่างเจ้าเองก็เพิ่งจะกลับมาเจ้ารู้ได้เช่นไรว่าตอนที่เจ้าไปยังวิหารเทียมเมฆเกิดการลักพาตัวขึ้นอีกเจ้ารู้แสดงว่าเจ้าเองก็ร่วมมือกับพวกมันละสิท่าเจ้ารีบพาตัวเฟยหลงออกมามอบให้กับพวกเราเสียแต่โดยดี”
“ไม่ได้หรอกตอนนี้เฟยหลงยังเก็บตัวหลอมกลั่นโอสถอยู่หากใครกล้าเข้าไปรบกวนเขา อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกันเฟยหลงเป็นผู้มีบุญคุณกับข้า อีกทั้งยังเป็นผู้สืบทอดของท่านเทพสงครามหากพวกเจ้าทำอะไรกับเขาที่นี่ ข้าและครอบครัวพร้อมจะออกจากเผ่าเอลฟ์ติดตามเฟยหลงไปและจะไม่กลับมาอีกเลย”
“เจ้ากล้าทำเช่นนั้นหรือ?กับแค่เผ่ามนุษย์เพียงคนเดียวเจ้ากลับคิดทรยศเผ่าเอลฟ์ของพวกเราเช่นนั้นหรือ?”
“พวกท่านไม่มีเหตุผลเองนี่ข้าบอกแล้วว่าเฟยหลงไม่ได้ไปไหนเมื่อคืนแต่พวกท่านกลับจะให้ข้ามอบตัวเขาให้กับพวกท่าน ข้าขอถามพวกท่านสักหน่อยหากเฟยหลงโกรธขึ้นมาจริง ๆ พวกท่านคิดว่าพวกท่านจะสามารถสู้กับเขาได้เช่นนั้นหรือ? หากข้าส่งมอบตัวเขาให้กับพวกท่านแล้วเกิดความจริงปรากฎทีหลังพวกท่านคิดว่าผู้สืบทอดของท่านเทพสงครามจะช่วยเผ่าเอลฟ์ของเราดังเช่นอดีตอีกเช่นนั้นหรือ?”
“เรื่องนั้นพวกเรายืนยันได้เฟยหลงไม่ได้ออกไปไหนแม้แต่ก้าวเดียวเขายังคงหลอมกลั่นโอสถอยู่ที่เดิมตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้หากพวกเจ้าคิดจะทำร้ายเฟยหลง ข้าและครอบครัวยินดีที่จะทำตามที่บาเอลพูด”บิดาและมารดาของบาเอลเดินเข้ามา พร้อมกับเอ่ย
“ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านทำไมถึงมาที่นี่ได้”
“ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกแค่พวกเขาเชิญตัวเจ้ามา พวกเราก็รู้แล้วว่าต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอนท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านคิดว่าเรื่องเป็นไปตามที่พวกเขากล่าวหรือไม่ ?”
“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับบาเอลหากเฟยหลงตั้งใจจะทำจริง ๆ เขาคงไม่เลือกเด็กพวกนั้นอย่างแน่นอนเขาคงต้องทำอย่างเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้ แต่นี่ข้าว่ามันบังเอิญเกินไปอีกทั้งยังเจาะจงเฉพาะเด็ก ๆ ร้านที่เฟยหลงไปซื้อสมุนไพรอีก”
“แต่ว่าท่านผู้อาวุโส........”
“ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้นพวกเจ้าอยู่กับลูกของพวกเจ้าแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้เลยว่าลูกของพวกเจ้าถูกลักพาตัวไปพวกเจ้าเห็นหน้าหรือเห็นคนที่ลักพาตัวเจ้าไปหรือไม่?”
“ท่านผู้อาวุโสพวกเราไม่เห็นจริง ๆ ขอรับ”
“พวกเจ้าแค่สงสัยแต่เฟยหลงก็มีคนยืนยันอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้ออกไปไหนแล้วพวกเจ้าจะให้ข้าตัดสินว่าเขาผิดเช่นนั้นหรือ แม้เขาจะเป็นเผ่ามนุษย์แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาของเผ่าเอลฟ์ของพวกเราที่เกิดขึ้นมาเกือบสามปีแล้วพวกเจ้าต้องแยกให้ออก อีกอย่างเฟยหลงเองนับว่าเป็นแขกของข้าหากใครคิดสงสัยในตัวเขา ก็เหมือนกับสงสัยในตัวของข้าด้วย”ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวอย่างชัดเจนจนเผ่าเอลฟ์ที่อยู่ในที่นั้นถึงกับเงียบไปในทันที