ฉินเฉารีบกระโดดออกมาจากรูปปั้นเหมือนกับฮีโร่อู่เซี่ยที่มาจากฟ้า ฉินเฉาวิ่งไปมาโดยใช้ผนังหอประชุมเป็นที่วางเท้า
5 พี่น้องต่างพากันยิงไปคนละ 3 - 4 นัด แต่ยิงถูกผนัง มีเพียงเศษผนังที่หลุดร่อนหล่นลงมาบนหัวพวกเขาทั้ง 5
“พี่ใหญ่ เจ้านี่มันรู้จัก ปิงกง (กังฟูสายฟ้า) !” น้องเล็กอุทานออกมาอย่างตกใจ
“สายฟ้าขายายเอ็งสิ!” พี่ใหญ่ตบหัวน้องเล็กด้วยพานท้ายปืน “แกดูหนังกำลังภายในมากไปแล้ว! รีบจัดการก่อนที่มันจะลงมา!”
พี่ใหญ่ออกคำสั่ง 5 พี่น้องรีบเปิดอกเสื้อแล้วหยิบปืนพกออกมาถือไว้ในมือ พวกเขาไม่รู้ว่าที่จริงแล้วพวกเขาซ่อนปืนไว้ที่ไหน แต่พวกเขารู้ว่าต่อไปต้องเล็งแล้วยิงใส่ฉินเฉา
แต่เหมือนกับผียามค่ำคืน ฉินเฉาใช้การล่องหนเพื่อกลืนตัวเองเข้ากับความมืด โลดแล่นไปในความมืดด้วยความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ลูกกระสุนที่พุ่งมายิงไม่ถูกร่างของเขา เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเคลื่อนไหว ไม่มีกระสุนแม้แต่ลูกเดียวที่เข้าเป้า
“พี่ใหญ่ เจ้านี่ต้องเป็นผีร้ายแน่ ๆ!” น้องรองถามด้วยท่าทางหวาดกลัว “ทำไมเราไม่เอาเลือดหมามาสาดใส่มันล่ะ!?”
“ไอ้เจ้าโง่! แกเป็นนักฆ่า แกคิดว่าตัวเองเป็นนักพรตไล่ผีหรือไง?” พี่ใหญ่ตะโกนพร้อมเปลี่ยนแม็กกระสุนอย่างรีบร้อน เมื่อกระสุนพวกเขาหมด พวกพี่น้องที่เหลือต่างพากันตบตามร่างกายเพื่อหาแม็กกระสุน ในตอนนี้เองที่ฉินเฉาหยุดเคลื่อนไหว แล้วยืนอยู่บนหัวอินทรีย์อีกครั้ง เขากำลังประเมินพวกอาชญากรผู้ที่กระสุนหมด
“ฮีโร่ประเภทไหนกันที่เอาแต่กระโดดไปมาอยู่บนตึก!?” น้องรองพยายามยั่วยุฉินเฉา “ลงมาสู้กันอย่างลูกผู้ชายดีกว่า!”
“ได้... จะไปล่ะนะ” ปากฉินเฉาโค้งเป็นมุม พวกอาชญากรพวกนี้ไม่มีเวลาเตรียมตัว พวกเขาเห็นฉินเฉากระโดดลงมาจากหัวอินทรีย์ที่สูงนับสิบเมตรอย่างรวดเร็ว
ร่างของเขาทำท่าตีลังกาหมุนตัวใต้แสงจันทรา แล้วเท้าของเขาเหยียบลงพื้นอย่างหนักหน่วง
ปัง! พื้นดูเหมือนว่าจะไม่สามารถรับน้ำหนักได้ พื้นซีเมนต์ใต้เท้าฉินเฉาสั่นสะเทือนปริแตกเป็นรอยแยก
พวกโจรดุร้ายกลายเป็นทึ่ม แต่นั่นเหมือนกับปีศาจร้ายที่ยิ้มให้ แล้วจากนั้นร่างกายของพวกเขาก็สะท้าน
“ไอ้เวร ให้ผู้เฒ่าคนนี้ฆ่าแกก่อน!” หนึ่งในพี่น้องกลายเป็นคลั่งเพราะความกลัว เขายกปืนขึ้นชี้ไปที่ฉินเฉาแล้วยิงออกมาหลายนัด
ฉินเฉาหลับตาลงอย่างสบาย ใช้เพียงเซนส์ของร่างกาย เขาขยับไปซ้ายทีขวาที ก็ทำให้หลบกระสุนไปได้อย่างง่ายดาย
“มา! มายิงมันพร้อมกัน!” พี่ใหญ่ผู้ที่เริ่มจะกลัว ตะโกนเสียงดัง “ฉันไม่เชื่อว่าแกจะหลบกระสุนของเราได้หมด!”
จากนั้น หนึ่งในห้าคนก็หยิบเอาอูซี่ปืนกลที่อยู่ตรงเอวขึ้นมาแล้วยิงใส่ฉินเฉาอย่างบ้าคลั่ง
“อาาาา!” ตาของพี่ใหญ่แดงก่ำ อูซี่ในมือเขายังคงสาดประกายไฟสีแดงอย่างต่อเนื่อง ซับทุกส่วนพื้นที่ว่างตรงหน้าเขา “ไม่ว่าแกจะเป็นผีหรือไม่ พ่อแกคนนี้ไม่เชื่อว่าจะฆ่าแกไม่ได้!”
สำหรับตอนนี้ เหมือนกับห่ากระสุน แม้ว่าฉินเฉาจะมีพลังเทเลคิเนซิส แต่พลังของเขาไม่พอที่จะไล่ตามความเร็วของกระสุน ปล่อยให้มันยิงไป แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยให้กระสุนทะลุร่างเขาไป
“โทษที ฉันอยากได้โล่!” ฉินเฉายื่นมือออกมา แล้วใช้พลังเทเลคิเนซิส รีบดึงหนึ่งใน 5 พี่น้องมา แล้วใช้เขาเป็นโล่ต้านกระสุนตรงหน้าเขา
“อ๊ากกก!” อาชญากรคนนั้นทำได้เพียงกรีดร้องก่อนที่เขาจะถูกยิง รูกระสุนปรากฏทุกที่บนร่างกายเขา มีความสับสนในดวงตาของเขา เขาตายโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง
“น้องสี่!” ดวงตาของพวกอาชญากรแดงก่ำ พวกเขาทั้งโกรธแล้วหวาดกลัว
“อย่าใช้ปืน! ใช้ขวานฟันมัน!” เมื่อเห็นความผิดปกติ พี่รองรีบตะโกน
พวกอาชญากรทำตาม พวกเขาเก็บอูซี่แล้วดึงเอาขวานสีแดงสองด้ามออกมาจากเอวของพวกเขา
ฉินเฉาประหลาดใจอย่างมาก ‘พวกนี้มีกระเป๋าโดราเอมอนหรือไง ทำไมพวกเขาถึงเอาของออกมาได้เรื่อย ๆ?’
หนึ่งในพวกพี่น้องเข้ามาหาเขา ความสูงของโจรดุร้ายคนนี้ใหญ่มาก พร้อมกับความแข็งแกร่งของเขา เขาแกว่งขวานหนัก ๆ นั่นด้วยสองมือ พร้อมเสียงหวีดหวิว ร่างเสือของเขาเข้าจู่โจมฉินเฉาอย่างรวดเร็ว
เขาแกร่วแขนของเขาเหมือนกับว่ากำลังเต้นอยู่ ทำให้เกิดเสียงลมหวีดหวิว ท่าทางของเขากลายเป็นน่ากลัวมากขึ้น
ฉินเฉาด้วยรูปร่างที่เตี้ยกว่า เขาหลบการสวิงของขวานสองครั้ง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้น ฟาดฝ่ามือใส่จมูกของอาชญากรคนนั้น
พร้อมเสียงแตกที่ดังออกมาจนได้ยิน กระดูกที่จมูกของอาชญากรคนนั้นหัก กระดูกแทงเข้าไปในหัวของเขา เขาทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทันทีพร้อมด้วยเลือดที่อาบเต็มปาก
“น้องห้า!” พวกอาชญากรหวาดกลัว ในกลุ่มพวกเขา น้องห้าเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแกร่งที่สุด เขาเคยเป็นทหารมาก่อน แถมยังเป็นบุคลากรที่ดีที่สุดของพวกเขา
แต่เขากลับถูกฆ่าโดยเจ้าคนลึกลับนี่ แล้วเพียงแค่การแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากับเจ้ายามที่ชั่วร้ายนี้แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ
“พี่ใหญ่ เจ้านี้แข็งแกร่งมาก ถอยก่อนเถอะ!” พี่รองรีบบอกหัวหน้าของพวกเขา
“ใช่แล้วพี่ใหญ่ ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต ก็ยังมีความหวัง!” อีกคนที่น่าจะเป็นพี่สามก็พูดแนะนำออกมา “พี่น้องกลับไปก่อน ฉันจะระวังหลังให้!”
พร้อมกันนั้น น้องสามก็หยิบเอาอูซี่ออกมาอีกครั้ง แล้วยิงอย่างบ้าคลั่งไปที่ฉินเฉา ขณะที่ปากของเขาคำรามออกมา
ฉินเฉารีบจับสองร่างที่อยู่บนพื้นมาเป็นโล่กระสุน
“พี่น้อง รีบไป!” พี่ใหญ่ยังคงตกใจอยู่ เพราะความล้มเหลวของเขา ดังนั้น พี่รองรีบดึงมือของเขาแล้วหันหน้าวิ่งหนี
น้องสามยังคงสาดกระสุนด้วยอูซี่ของเขาจนกระทั่งกระสุนลูกสุดท้ายหมดลง เขาคำรามเสียงดัง หยิบเอาขวานแดงสองด้าม แล้วพุ่งเข้าใส่ฉินเฉาอย่างดุร้าย
พร้อมกับสะบัดมือ ฉินเฉาขว้างศพที่เน่าเหม็นทิ้งไป จากนั้นก็วิ่งเข้าใส่อาชญากรพร้อมยื่นมือขวาออกมา
กร็อบ! ฉินเฉาบีบอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้า ด้วยพลังเทเลคิเนซิสคอของน้องสามหักทันที เขาหล่นลงพื้น นอนนิ่งด้วยความขัดข้องใจ
“พี่ ดูสิ เขาฆ่าไปสามคนแล้ว!” ณ จุดนี้ ที่บนหลังคาหอประชุม ไป๋เจี่ยวเจียวชี้มาที่ฉินเฉา แล้วพูดอย่างตื่นเต้น “เขาไม่เสียแรงจริง ๆ ที่ถูกเรียกว่าผู้ฝึกตนเส้นทางปีศาจ แม้ว่าโจรพวกนี้จะคล่องแคล่ว เขาก็จัดการพวกเขาได้ง่าย ๆ ”
“อนิจจา คุณชายฆ่าคนไปเยอะเหลือเกิน ภายหลัง เส้นทางในการฝึกตนของเขาจะลำบากอย่างมาก” ฮัวเหนียงที่อยู่ใกล้ ๆ กังวล แต่เมื่อเธอเห็นฉินเฉาฆ่าชายคนแรก (ฟางหัว) เธอก็รู้ว่ามันสายไปแล้ว
เธอไม่ใช่เพียงไม่หยุดฉินเฉาสำหรับครั้งนี้ แต่เธอไม่สามารถหยุดเขาได้ตลอดไป
“พี่ ฉันไม่รู้ว่าพี่กังวลเรื่องอะไร” ไป๋เจี่ยวเจียวท่าทางเหมือนกับกำลังสนุกกับโชว์ เธอชี้ไปที่ฉากฆาตกรรมด้านล่าง แล้วออกความเห็นว่า “ที่ฉินเฉาฝึกเป็นวิธีฝึกตนของเส้นทางปีศาจ ดังนั้น การฆ่าคนจึงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา พี่เคยได้ยินว่าผู้ฝึกตนปีศาจไม่ฆ่าคนบ้างหรือเปล่า?”
“เจี่ยวเจียว เธอจะไปรู้อะไร!?” ฮัวเหนียงจ้องน้องสาวของเธอ “การฝึกตนนับพันปีเป็นเรื่องยาก แต่การหลงผิดนั้นเพียงแค่ข้ามคืน ถ้าคุณชายฉินทำตามบัญญัติแล้วฝึกฝนตามวิธีการฝึกตนอย่างอุตสาหะ แม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นผู้ฝึกตนปีศาจ ในอนาคต เขาก็สามารถเข้าสู่การเป็นอมตะได้”
“นี่ไม่ยุติธรรมจริง ๆ คนที่ฝึกเส้นทางปีศาจ ตราบเท่าที่พวกเขาสามารถข้ามผ่านเคราะห์กรรมได้ พวกเขาก็สามารถเคลื่อนที่หรือว่าล่ามโลกได้อย่างอิสระ” ไป๋เจี่ยวเจียวพูดอย่างไม่เห็นด้วย “ในอีกทางหนึ่ง สำหรับพวกเราพวกผู้ฝึกตนอสูร เส้นทางอสูรเปราะบาง มันเหมือนกับเดินบนน้ำแข็งบาง ๆ น่าเบื่อจริง ๆ! เราไม่สามารถแม้แต่จะฆ่าคนได้แม้แต่คนเดียว!”
“เจี่ยวเจียว!” ฮัวเหนียงเริ่มโกรธ ลำแสงสีสันสดใสของเธอปรากฏขึ้นเหนือนิ้วมือขาวซีดของเธอ แล้วลอยใส่หน้าผากของไป๋เจี่ยวเจียว
“โอ๊ย!” ไป๋เจี่ยวเจียวรีบกุมหน้าผากที่ขาวดั่งหิมะของเธอ ร้องว่า “พี่ทำร้ายฉัน!”
“นี่เป็นบทเรียนของเธอ ฟังพี่” อารมณ์ขุ่นมัวของฮัวเหนียงพุ่งใส่ไป๋เจี่ยวเจียว พูดว่า “ถ้าเธอทำอย่างนั้น การฝึกตนตลอด 500 ปีของเธอจะสูญเปล่า มาดูกันว่าเธอจะกลายเป็นเซียนได้ยังไง!”
“เอาสิ! อย่างแย่ที่สุด สวรรค์ก็จัดการให้ฉันกลับไปร่างเดิม ฉันสามารถฝึกจากการเป็นงูเล็ก ๆ ธรรมดาได้อยู่แล้ว!” ไม่ต่างจากที่ฮัวเหนียงคาด ไป๋เจี่ยวเจียวยังคงดื้อไม่ฟังที่เธอเตือน “ถ้าเป็นอย่างนั้น พี่จะอยู่ด้านฉัน คอยดูแลฉัน ใช่มั้ย?!”
“โง่จนเกินแก้จริง ๆ เด็กคนนี้”
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนสุดของหอประชุม ทะเลาะกันภายใต้พื้นหลังเป็นเสียงเพลงของซูเฟย
แต่ฉินเฉาไม่สามารถได้ยินมัน ในหูของเขา ได้ยินแค่เสียงเพลงของซูเฟย ทำให้กายแล้วใจของเขาสบาย ที่เขาฆ่าคนก็เพราะสิ่งนี้
“พี่ใหญ่ วิ่ง!” น้องรองหันกลับไปมอง แล้วพบว่าน้องสามได้นอนตายที่ตรงหน้าการ์ดคนนั้นแล้ว เขาเสียขวัญ ทันใดนั้นเขาก็ฉี่ราด
พี่ใหญ่ไม่ได้หันกลับไปมอง จากหน้าของน้องรอง เขาก็เห็นแล้วว่าน้องสามถูกฆ่าไปแล้ว
ทั้งสองคนใช้พลังทั้งหมดวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง
“อยากหนีเหรอ?” ฉินเฉาเริ่มหัวเราะ เขาโบกมือ ขวานที่ถูกทิ้งบนพื้นลอยขึ้นมา ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี หมุนใส่ทั้งสองคนที่กำลังวิ่งหนี
“พี่ใหญ่ ระวัง!” น้องรองที่มองกลับไป แล้วเห็นขวานที่หมุนคว้างเข้ามาหาพวกเขา ทันใดนั้นเขาก็สูญเสียความกล้าหาญทั้งหมด ใช้ความกล้าที่เหลืออยู่เล็กน้อย ผลักพี่ใหญ่ออกจากเส้นทางของขวาน
ฉัวะ! เสียงอาวุธที่ตัดเข้าเนื้อ ขวานแดงจามเข้าที่หัวของน้องรอง เขาค่อย ๆ หล่นลงพื้นพร้อมใบหน้าที่เงยขึ้น
“น้องรอง!” พี่ใหญ่ที่กลิ้งไปด้านข้าง เมื่อเขาเห็นสิ่งนั้น ในพี่น้องทั้งหมด เขาเป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิต ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกปวดท้องอย่างกะทันหัน
เขาพบว่านี่ต้องเป็นแผนร้าย ชาวต่างชาติจ่ายเงินล้านหยวนจ้างให้พวกเขามาฆ่าผู้หญิงในรูป พวกเขาจ่ายเงินมัดจำเป็นเงินหนึ่งแสนหยวน ดูเหมือนว่าจะเป็นความคิดที่ดี
อย่างไรก็ตาม เงินหนึ่งแสนหยวนนี้ทำให้เขาสูญเสียชีวิตพี่น้องของเขา
“แกจะต้องไม่ตายดี! ฉันต้องแก้แค้น!” พี่ใหญ่พบวิธีแก้ปัญหา เขากลิ้งไปรอบ ๆ แล้วมาถึงด้านข้างของน้องรอง เขาหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าของน้องรอง
แต่เมื่อเขามองขึ้นไป ปีศาจในชุดยามสีฟ้า ยืนกอดแขนอยู่ตรงหน้าเขา บังแสงจันทร์ที่มาจากหัวของเขา
“แกมันปีศาจ...แกเป็นปีศาจ...” พี่ใหญ่ผู้ที่เหมือนกลายเป็นบ้า พึมพำ ลูกระเบิดมือสีเขียวในมือเขาทันใดนั้นก็กะพริบ เขาดึงสลักแล้วพูดว่า “เจ้าปีศาจ ไปลงนรกด้วยกันเถอะ!”
จากนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่ง เขากระโจนเข้าใส่ฉินเฉา
ในตอนนี้เอง เพลงของซูเฟยก็มาถึงท่อนคอรัส ดังนั้นดนตรีจึงเล่นเสียงสูง ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำนองของดนตรีถูกบรรเลงอย่างชำนาญ ทำให้หัวใจของผู้ฟังรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขาถูกชำระล้าง
“บัดซบ!” ม่านตาของฉินเฉาเขม็ง เขายื่นมือของเขาผลักพี่ใหญ่ที่กระโจนเข้ามาด้วยเทเลคิเนซิส พร้อมกันนั้น เขาก็หยิบเอาระฆังหยินหยางออกมาจากร่างของตนเอง มันลอยตรงหน้าเขา
ตูม! ระเบิดมือ สาดแสงโชติช่วงออกมา ดินปืนที่อยู่ด้านในผลักของมีคมออก ทำให้มันลอยฝ่าอากาศมา
แกร็ง แกร็ง แกร็ง! มีเงาระฆังยักษ์สีดำอยู่ตรงหน้าฉินเฉา ป้องกันของมีคมที่พุ่งมา แต่เพราะว่าพลังของฉินเฉายังไม่สูงพอ เขายังคงได้รับผลกระทบจากการระเบิดนี้
การระเบิดนั้นเผาร่างของพี่ใหญ่
จบตอน#