ภา : สวัสดีค่ะท่าน ดิฉันม่านนะภานะคะจากสำนักพิมพ์อธิชนค่ะ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกพอที่จะให้ข้อมูลที่กำลังเป็ข่าวอยู่ขณะนี้ได้ไหมคะ
ท่าน : อธิชนหรอ ไม่เอาๆ ไม่ว่างๆ
ภา : ท่านค่ะ ท่าน
จิ๊บ : โดนปฏิเสธอีกแล้วสิภา
ภา : ใช่ค่ะพี่จิ๊บ
ชีวิตนักข่าวเราต้องปวดหัวมากมายกับเื่ทุกเื่ั้แ่เื่ขอสัมภาษณ์หรือลงพื้นที่ไปทำข่าวก็ต้องโดนปาของใส่อยู่เป็ประจำ จนมาถึงตอนนี้ต้องมาปวดหัวกับผู้ใหญ่ในประเทศที่มักทำตัวลับๆล่อๆน่าสงสัย ขอสัมภาษณ์ทีไรก็เป็แบบนี้เสียทุกที
ภา : แสดงว่าเื่ที่ทุกคนเขาลือกันก็คงจะ..........
จิ๊บ : ก็คงจะจริง
ภา : แบบนี้นี่เอง
เรากับพี่จิ๊บได้แต่คิดวิธีการที่จะเค้นข้อมูลจากท่านผู้ทรงเกียรติและมีหน้ามีตาของประเทศคนนี้ แต่ดูเหมือนว่าวิธีการที่จะได้มานั้นมันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน จนกระทั่ง 'นิวัตร' เพื่อนชายในที่ทำงานที่พึ่งวางสายจากธุระเสร็จก็เข้ามาเสนอแิและแผนการของเขา
นิวัตร : งั้นเราก็สะกดรอยตามไอ้ท่านคนนี้สิครับพี่จิ๊บ
จิ๊บ : ดีเลย พี่ว่าแผนการนี้ดี พี่ว่าวิธีนี้แหละที่จะทำให้เราได้ข่าวไวกว่าสำนักอื่น ถ้างั้นพี่ฝากภากับนิวัตรรับงานนี้ด้วยนะ
ภา : ได้ค่ะพี่จิ๊บ
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์พวกเราทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหนื่อย นั่นเป็สาเหตุให้เราต้องมานั่งกุมขมับปวดหัวจากอาการเมารถมาหลายวัน นิวัตรที่เหมือนเห็นเราอาการไม่ค่อยดีเลยต้องไถ่ถามด้วยความสงสัย
นิวัตร : ภาแกไหวรึเปล่า? ลากกลับบ้านก่อนก็ได้นะ
ภา : จะบ้าหรอ? พี่จิ๊บได้บ่นฉันตายก่อนพอดี
นิวัตร : แล้วแกจะนอนที่นี่ให้พี่จิ๊บด่ารึไง? ยังไงเสียกลับไปนอนบ้านเถอะ ยังไงพี่จิ๊บก็ให้กลับเชื่อฉัน
นิวัตรจัดแจงสภาพเราให้พร้อมสำหรับการกลับบ้านมากที่สุดแล้วก็เป็ดั่งนิวัตรได้ว่าไว้ พี่จิ๊บปล่อยเรากลับบ้านอย่างง่ายดายจนเราอดสงสัยไม่ได้ว่าทุกคนดูแปลกไปเสียหมด เราเดินทางกลับบ้านด้วยรถเมล์เหมือนเช่นทุกวัน หากแต่วันนี้กลับเป็วันที่เราอยากจะลงจากรถแล้วเดินไปในซอยที่ไม่คุ้นเคยเอาซะเลย
ภา : เปลี่ยวจัง
แทบทุกจังหวะย่างก้าวของเรามีแต่เสียงรองเท้าสนสูงกระทบกับพื้นดังกึกก้องไปทั่วตรอกซอย ยิ่งเดินเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ก็เหมือนมีคนเดินตามอยู่ตลอด เริ่มหวั่นแล้วสิ
ภา : ใครกัน? ออกมานะ
หรือว่าเราคงคิดไปเอง เอาเถอะถือว่าซ้อมความคิดอันผิดเพี้ยน หากแต่ว่าเมื่อเดินไปสักพักเราก้เจอเข้าแล้วสิ
รวี : (จับมือ) ตามเรามา
ภา : เห้ย! ปล่อยนะ เธอเป็ใครเนี่ย?
จู่ๆก็มีผู้หญิงปริศนาใส่ชุดดำกระโปรงดำมาจับมือเราแล้วดึงเราเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งในตรอกซอยข้างกัน เราได้เพียงแต่ตามผู้หญิงคนนี้เรื่อยๆจนเข้าไปในบ้านหลังนั้น
ภา : ปล่อยนะ เธอเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงพาฉันมาที่เปลี่ยวๆแบบนี้
รวี : ขอโทษที่เสียมารยาท แต่เราอยากให้คุณช่วย
ภา : ช่วย? ช่วยเื่อะไร?
รวี : (ยื่นซองสีน้ำตาล) นี่เป็ข้อมูลที่เราคิดว่าพวกคุณคงกำลังตามหาอยู่
ภา : หมายความว่า.............. อ้าวเธอเดี๋ยวก่อน เธอ!
ผู้หญิงคนนั้นเดินจากไปโดยทิ้งซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ให้เราสงสัย เราได้เพียแต่เดินกลับบ้านและพยายามนึกถึงผู้หญิงคนนั้นว่าเป็ใครหรือคนวงในหรือเปล่า? แต่เรากลับคิดไม่ออกเลยนี่สิ อะไรกันอีกแล้วนะ
ภา : ฮัลโหลค่ะ ม่านนภาพูดค่ะ
จิ๊บ : นี่ภาหายไปไหนมา พี่โทรหาภาั้แ่ชั่วโมงที่แล้วทำไมถึงพึ่งรับ
ภา : คือภาปวดหัวมากเลยค่ะพี่จิ๊บ กลับมาภาเลยรีบนอนเลยค่ะ ต้องขอโทษจริงนะคะพี่จิ๊บ
จิ๊บ : ไม่เป็ไรๆพี่เข้าใจ พี่แค่เป็ห่วงน่ะ แต่เอาเถอะพรุ่งนี้นิวัตรจะไปรับภาที่บ้านแล้วเราจะไปตามข่าวกัน
ภา : ได้ค่ะพี่จิ๊บ ค่า หวัดดีค่ะ
เราวางสายจากพี่จิ๊บแล้วหลังจากที่พี่จิ๊บโทรหาเราั้แ่ยังไม่ถึงบ้าน เรานั่งที่โต๊ะทานข้าวที่มีเอกสารซองสีน้ำตาลวางอยู่ มีเพียงแค่ใบหน้าหญิงสาวที่ซ้อนทับเข้ามาและทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า.................
" หล่อนคือใครกันนะ? "