วันนี้โหลวอี้หยางกำลังเตรียมตัวจะไปยังจวนสกุลฉีเพื่อถอนหมั้นเขาด้วยตนเองครบกำหนดหนึ่งเดือนแล้งยังจะต้องให้รออันใดอีก หากส่งบ่าวไพร่ไปคงได้เจอลูกเล่นของฉีหวังโม่อีก
โหลวอี้หยางกำลังจะเดินทางออกจากจวนด้วยใจที่สงบนิ่ง แต่แล้วก็มีขบวนของสกุลฉีเดินมาขวางหน้าจวนก่อนและคนที่มาด้วยนั้นก็คือฉีหวังโม่ ช่างเตรียมการได้เหมาะเจาะเสียจริง ชายผู้นี่คงวางคนไว้เฝ้าดูนางห่างๆอย่างไม่รู้ตัวอีกแล้วสิ
"คารวะคุณชายฉี ท่านมายังจวนข้าเช่นนี้ คง้าทำตามที่ตกลงกันใช่หรือไม่"
"แม่นางโหลว ข้ามาจวนท่านวันนี้ก็เป็เื่ของเราอยู่แล้ว คงไม่ต้องไปถึงจวนข้าหรอก ดีหรือไม่"
"เป็เช่นนั้นก็ดี เชิญ"
โหลวอี้หยางเดินนำ ฉีหวังโม่เข้าไปยังในตัวเรือนใหญ่ของ บิดาและมารดาของนางอย่างไม่ไขว้เขวกับท่าทางที่ดูจะอ่อนลงของฉีหวังโม่
"คารวะ ใต้เท้าโหลวและฮูหยินโหลว ขอรับ"
"เชิญท่านนั่งลงเถิด"
"ไม่ทราบว่าวันนี้ที่ท่านมายังจวนของข้ามีเื่อันใดหรือ"
"คงเป็เื่เดียวกับที่แม่นางโหลว้า"
"เื่การถอนหมั้นหรือ"
ใต้เท้าโหลวมีสีหน้าหนักใจขึ้นมาทันที แม้เขาจะตามใจบุตรสาวถึงเพียงใด เขาก็ไม่อยากให้บุตรสาวตนต้องมีชื่อเสียงมีตำหนิแม้เพียงนิดเดียว แต่ก็ยังคงตามใจนางอยู่ดี
"ใช่ขอรับ"
"เช่นนั้นท่านก็รีบเสีย ข่าวจะประกาศออกไปทันที"
"เช่นนั้นก็ดียิ่ง ข้าจะได้นำสินสอดมาเพิ่มและกำหนดวันแต่งงานเสียที"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร"
"ข้าหมายตามที่ข้ากล่าวออกไป"
ใต้เท้าโหลวหันหน้าไปมองหน้าบุตรสาวตนที่ตอนนี้มีสีหน้าราบเรียบและเยือกเย็น แล้วก็ได้ยินนางเอ่ยออกมาเสียเรียบ
"ข้าคิดว่าเราตกลงกันเรียบร้อยแล้วเสียอีก คุณชายฉี ครบหนึ่งเดือนแล้วก็อย่าทำให้มันยืดเยื้อไปมากกว่านี้เลย"
"หนึ่งเดือนมานี้ข้าให้แม่นางโหลวคิดใคร่ครวญให้ดีว่าการถอนหมั้นจะสร้างชื่อเสียงไม่ดีแก่ท่านเป็แน่ ข้าไม่้าให้เป็เช่นนั้น"
โหลวอี้หยางเหยียดยิ้มออกมาส่งให้ฉีหวังโม่ทันที ดูท่าภพที่แล้วถึงนางจะไม่พึงพอใจเขา เขาก็คงจะพยายามทำให้นางแต่งเข้าตระกูลตนให้ได้เป็แน่คงอยากเชื่อมสัมพันธ์กับสกุลโหลวใจแทบขาดเสียแล้ว ช่างเป็บุรุษเ้าแผนการเสียจริง ดวงตาของโหลวอี้หยางเย็นะเืขึ้นมาทันที
"ข้าคิดดียิ่ง หากท่านไม่ถอนหมั้น ข้าจะเป็ฝ่ายถอนหมั้นเอง ข้าให้โอกาสท่านรักษาชื่อเสียงของท่านแล้ว ถ้าท่านไม่รับก็จงกลับไป"
"แม่นางโหลวช่างพูดจาได้ตรงยิ่งนัก ข้าขอกล่าวอะไรบางอย่างก่อนจากไป จวนสกุลโหลวก็อยู่กับราชสำนักมาหลายสิบปีแล้ว ถ้าท่าน้าให้สกุลโหลวเสื่อมเสียงชื่อเสียงเพราะแม่นางข้าก็ไม่อยากจะทำเลยจริงๆ"
กล่าวจบเขาก็ยื่นหนังสือบางอย่างส่งไปให้โหลวอี้หยาง กับใต้เท้าโหลว
ใต้เท้าโหลวหน้าซีดขึ้นมาทันที ข้อมูลนี้เป็เหตุการณ์ที่เขารับสินบนมาเพราะถูกบังคับจากคนพวกนั้น สถานการณ์บีบบังคับทำให้ต้องทำเช่นนั้น แม้ถึงมันจะไม่ร้ายแรงเท่าใดนัก แต่ชื่อเสียงของสกุลโหลวเป็ต้องหม่นหมองเป็แน่
โหลวอี้หยางอ่านหนังสือที่ตนรับมาก็เหยียดยิ้มตรงมุมปากมองฉีหวังโม่อย่างสมเพชสุดใจ นางมองตรงไปยังเขาก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนใดๆให้เห็น
"หลักฐานนี่ ท่านได้มาเช่นนี้ก็คงเป็ท่านที่เป็คนบังคับท่านพ่อข้าให้รับสินบนนั้นใช่หรือไม่"
"เื่นี้คงต้องถามใต้เท้าโหลวเสียแล้ว ข้าเพียงค้นพบหนังสือนี้โดยบังเอิญเท่านั้น"
โหลวอี้หยางนั่งมองหน้าฉีหวังโม่ด้วยสายตาคมกริบคล้ายอยากจะเฉือดเขาให้ได้
"ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน แม่นางโหลวรอแต่งเข้าสกุลฉีของข้าก็พอ"
ฉีหวังโม่กล่าวจบก็มองไปยังโหลวอี้หยางด้วยสายตาของคนที่อยู่เหนือกว่าคล้ายอยากจะกดดันนางให้ยอมรับโชคชะตานี้ของนางเสีย