“พี่หญิง...โปรดเมตตาข้าด้วย...”
แคว้นเป่ยหลิง จวนสกุลเซียว มีเสียงครวญครางอย่างเ็ปแ่เบาแว่วมา เซียวจิ่วเอ๋อร์ถูกกักขังอยู่ภายในข่ายอาคม นางนอนจมอยู่ท่ามกลางกองเื สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์ที่ขาดวิ่นคือร่างกายที่เต็มไปด้วยาแน้อยใหญ่
“คนไร้ค่าที่ไม่มีแม้แต่พลังิญญาเช่นเ้า สมควรแล้วหรือที่จะให้ข้าไว้ชีวิต”
เซียวหรันย่อตัวลง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความชิงชัง แม้ใบหน้าของนางจะประดับด้วยรอยยิ้ม หากแต่ไม่อาจซ่อนความเกลียดชังที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นได้ นางถือกริชไว้แน่น ก่อนจรดคมลงบนใบหน้าที่งดงามเย้ายวนของเซียวจิ่วเอ๋อร์
ความเย็นเฉียบของโลหะผสานกับความเ็ปพุ่งเข้าใส่
เซียวหรันลากกริชลงช้าๆ กรีดผ่านผิวเนื้อทิ้งรอยแผลเป็ไว้บนใบหน้างาม เืไหลอาบ าแยาวคดเคี้ยวราวกับตัวหนอนที่น่าเกลียดและน่าขยะแขยง
“อย่า...ข้าเจ็บ...”
“ไอ้เืชั่วต่ำต้อย เจ็บหรือ วันนี้ข้าจะทำให้เ้ารู้เองว่าความเ็ปที่แท้จริงคืออะไร! พวกเ้า เอาศพเข้ามา!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเซียวหรัน บ่าวรับใช้ก็ลากร่างไร้ลมหายใจของหญิงคนหนึ่งเข้ามาในข่ายอาคม
เมื่อเซียวจิ่วเอ๋อร์เห็นใบหน้าของหญิงผู้นั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตระหนก
“ท่านแม่...เกิดอะไรขึ้น! ท่านแม่ฟื้นสิ ฟื้นขึ้นมา!!!” เซียวจิ่วเอ๋อร์ร้องไห้คร่ำครวญพลางคลานไปหาร่างนั้น เมื่อได้เห็นาแตรงลำคอที่ถูกเชือดจนเกือบขาด ดวงตาของนางค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็ความเคียดแค้น
“เซียวหรัน! เ้าทำเช่นนี้กับข้าทำไม!”
“เพราะสัตว์เดรัจฉานอย่างเ้าไม่มีคุณค่าพอที่จะมีชีวิตอยู่!”
แผ่นดินเสินโจวเป็สถานที่ที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการฝึกฝนพลังยุทธ์ และแบ่งชนชั้นจากระดับพลังิญญาในร่างกาย
ในดินแดนอันกว้างใหญ่นี้มีเผ่าพันธุ์หลักอยู่สี่เผ่า ได้แก่ เผ่าเทพ เผ่ามาร เผ่ามนุษย์ และเผ่าอสูร
ในบรรดาเผ่าพันธุ์เหล่านี้ เผ่าอสูรถูกมองว่าต่ำต้อยที่สุด เพราะเป็ร่างจำแลงของสัตว์เดรัจฉาน พวกมันไม่ได้รับอนุญาตให้เดินผ่านเขตของเผ่าพันธุ์อื่นโดยพลการ หากพบเห็นจะถูกฆ่าทันทีเพื่อนำเอาแก่นอสูรออกมา หรือไม่พวกมันจะถูกจับไปประมูลเป็สัตว์อัญเชิญ
เซียวจิ่วเอ๋อร์นั้น แก่นิญญาในร่างของนางเสียหายั้แ่กำเนิด ตอนนี้นางอายุสิบหกปีแล้ว แต่ร่างกายของนางกลับไม่มีกระทั่งเศษเสี้ยวพลังิญญา แม้แต่เด็กอายุสามขวบยังสามารถเอาชนะนางได้ นางจึงกลายเป็ความอับอายของตระกูลโดยทันที
เซียวหรันอยากฆ่านางมานานแล้ว ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้ นางรู้ว่ามารดาของเซียวจิ่วเอ๋อร์เป็ชาวเผ่าอสูรที่ปกปิดตัวตนไว้ ซ้ำร้าย คุณชายคนที่นางรักยังพูดจาเยาะเย้ยว่านางมีรูปร่างสู้เซียวจิ่วเอ๋อร์ไม่ได้ ความแค้นของนางจึงะเิออกมา
“สัตว์เดรัจฉานเผ่าอสูรสมควรตาย ลูกที่เกิดจากมันก็ยิ่งไม่สมควรมีชีวิต!”
ใบหน้าของเซียวหรันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางก้าวเข้าไปหาร่างมารดาของเซียวจิ่วเอ๋อร์ ผ่าท้องและควักแก่นอสูรออกมา ก่อนจะกลืนมันลงไปในท้องต่อหน้าต่อตาเซียวจิ่วเอ๋อร์
แก่นอสูรของเผ่าอสูรช่วยเพิ่มพลังิญญาให้แก่ผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นร่างของเซียวหรันก็เปล่งประกายแสงสีเขียว และแปรเปลี่ยนเป็แสงสีน้ำเงินในเวลาไม่นาน
บ่าวรับใช้ที่เห็นเช่นนั้นก็ร้องอย่างยินดี
“บ่าวขอแสดงความยินดีกับคุณหนูสามที่ทะลวงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าได้ขอรับ!”
“ฮ่าๆ ข้าทำสำเร็จแล้ว!” เซียวหรันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง สายตาของนางมองเหยียดไปยังเซียวจิ่วเอ๋อร์ที่กอดศพมารดาพลางร่ำไห้อย่างสิ้นหวัง ก่อนเอ่ยเยาะเย้ยว่า “ดูสิ ช่างเป็ภาพแม่ลูกที่รักใคร่กลมเกลียวกันเสียจริง!”
“เซียวหรัน...ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปเด็ดขาด! ต่อให้ข้าตายก็จะกลายเป็ิญญาร้ายตามหลอกหลอนเ้า ลากเ้าลงสู่ห้วงนรกอเวจี ให้เ้าไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกชั่วกัปชั่วกัลป์!” เซียวจิ่วเอ๋อร์มองเซียวหรันอย่างอาฆาตแค้นสุดแสน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นางกัดฟันเอ่ยคำสาปแช่งด้วยเสียงอ่อนระโหยโรยแรง
“ถ้าเช่นนั้น เ้าก็ไปตายซะ!” เซียวหรันเหวี่ยงกริชลงอย่างแรง ปลายคมปักเข้าไปกลางอกของเซียวจิ่วเอ๋อร์ ก่อนจะยิ้มเยาะและสั่งการอย่างเ็า “เอาศพไปทิ้งนอกเมือง แล้วหากบิดาข้าถามก็จงบอกว่านางทั้งสองยืนกรานจะออกจากเมือง สุดท้ายก็ตายอย่างอนาถอยู่ในป่าอสูร”
ชานเมืองหลวงยามดึกสงัด
ชายฉกรรจ์หลายคนเดินล้อมวงอย่างระแวดระวังใกล้ปากทางเข้าสู่เขตป่าอสูร พวกเขาช่วยกันหามร่างไร้ิญญาสองร่างอย่างทุลักทุเล หยาดเืหยดเป็ทางยาวตามจังหวะฝีเท้า
“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเข้าไป!”
ขณะที่กำลังก้าวเข้าสู่เขตแดนป่าอสูร ชายผู้เป็หัวหน้าก็หยุดชะงัก เขาวางร่างของเซียวจิ่วเอ๋อร์ลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก นิ้วมืออวบอูมลากผ่านอกของนางอย่างช้าๆ ดวงตาเปล่งประกายความกระหาย พร้อมรอยยิ้มชั่วช้า
“พี่ใหญ่ นี่ท่านจะทำอะไร...” คนอื่นๆ มองหน้ากันอย่างงุนงง ไม่เข้าใจความคิดของหัวหน้า
“นี่คือเซียวจิ่วเอ๋อร์เลยนะ!” ชายผู้นั้นกระซิบเสียงต่ำด้วยความตื่นเต้น “สตรีที่บุรุษทั้งเมืองหลวงต่างหมายปอง! แม้นางจะตายไปแล้วก็ยังสวยไม่สร่าง พวกเ้าว่างั้นไหมล่ะ”
บุตรสาวตระกูลเซียวผู้เพิ่งเติบโตเป็สาวสะพรั่งอย่างเต็มตัว ใบหน้าที่งดงามตรึงใจราวกับสตรีล่มเมืองของเซียวจิ่วเอ๋อร์นั้นเป็ที่เลื่องลือไปทั่วทั้งเมือง ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก
แม้จะเป็คนไร้ค่า แต่เพียงแค่ใบหน้าอันงดงามนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้บุรุษมากมายหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น แน่นอนว่ารวมถึงบ่าวรับใช้ต่ำช้าเหล่านี้ด้วย...
ชายฉกรรจ์เ่าั้สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะต้องร่างไร้ิญญาของเซียวจิ่วเอ๋อร์...
ทันใดนั้นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยส่องสว่างด้วยแสงจันทร์และหมู่ดาว กลับถูกเมฆหนาทึบปริศนาไร้ที่มาปกคลุมทั่วบริเวณ แสงจันทร์สีเงินอันแสนบริสุทธิ์พลันแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน
ลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำราวกับมีพลังบางอย่างถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน กิ่งไม้ส่ายไหวโอนเอนไปมา ชายฉกรรจ์หยุดชะงักโดยไม่รู้ตัว พวกเขาสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
ขนตาของเซียวจิ่วเอ๋อร์ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นขยับไหวเล็กน้อย ความเ็ปพลันแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ลามเลียไปยังแขนขาทั้งสี่ แล้วแผ่กระจายไปทั่วทั้งตัว
แสงสีแดงโลหิตพลันส่องประกายภายใต้เปลือกตาที่ปิดแน่น ก่อนจะลามไปทั่วดวงตาทั้งสองของนาง!
เซียวจิ่วเอ๋อร์ลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสีเงินขาวพลันพุ่งทะลุออกมาจากร่างของนางทะยานสู่ท้องฟ้า แสงนั้นเจิดจ้าจนส่องสว่างไปทั่วทั้งป่า!
ปราณอสูรแผ่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ สัตว์ป่าและนกนานาชนิดต่างพากันแตกตื่นส่งเสียงร้องลั่น ก่อนจะหนีหายไปคนละทิศละทาง
เซียวจิ่วเอ๋อร์ตั้งสติได้ก่อนจะพบว่ามีชายคนหนึ่งคร่อมอยู่บนร่าง มือของชายผู้นั้นแนบอยู่บนหน้าอกของนาง โดยที่นิ้วมือครึ่งหนึ่งได้สอดเข้ามาในเสื้อผ้าของนางแล้ว!
ั์ตาของนางหม่นแสงลง ก่อนจะตอบสนองตามสัญชาตญาณ พลิกสถานการณ์โดยการกดชายผู้นั้นลงใต้ร่าง แล้วบิดคอเขาจนหักในทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจสถานที่ที่นางอยู่
ที่นี่ที่ไหน นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
เซียวจิ่วเอ๋อร์เต็มไปด้วยความสงสัยและระแวดระวัง แต่ไม่นานนักนางก็สงบลง
ที่นี่คือแคว้นเป่ยหลิง หนึ่งในสี่แคว้นใหญ่บนแผ่นดินเสินโจว ดินแดนที่ไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์
ชาติก่อนนางคือเซียวจิ่วเอ๋อร์ผู้สืบทอดเ้าหุบเขาโอสถ ผู้ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดวางแผนสังหารอย่างเืเย็น
และในขณะเดียวกัน นางก็คือเซียวจิ่วเอ๋อร์ ผู้ที่ถูกพี่สาวของตัวเองทรมานจนตายไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน
เมื่อความทรงจำสองส่วนผสานเข้าด้วยกัน เซียวจิ่วเอ๋อร์ก้มลงมองสำรวจร่างกายของตนเองอย่างเงียบงัน
เสื้อผ้าของนางขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยาแ เืเปรอะเปื้อนทั่วทั้งตัว ภาพลักษณ์ที่เห็นช่างน่าหดหู่ยิ่งนัก
ข้างกายของนางคือศพหญิงคนหนึ่งที่ถูกผ่าท้องจนไส้ทะลัก ดวงตาของนางยังคงเบิกโพลง มองตรงมาทางเซียวจิ่วเอ๋อร์ราวกับจะสื่อถึงความแค้นและความไม่ยินยอมอย่างสุดแสน
เซียวจิ่วเอ๋อร์ละสายตาออกจากศพนั้น ริมฝีปากแดงสดยกขึ้นเป็รอยยิ้มแฝงความเย้ยหยัน นางหันไปมองพวกชายฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ซึ่งกำลังมองนางราวกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น
ดวงตาของนางแดงฉาน ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีเงินขาวที่หมุนวนอยู่รอบกาย รอยแผลทั่วร่างกำลังสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวเนียนขาวถูกปกคลุมด้วยเสื้อคลุมยาวเปื้อนเืที่ขาดวิ่น แม้จะดูสยดสยอง แต่นางก็ราวกับปีศาจงามล่มเมืองที่ยากจะละสายตาได้
“พวกเ้า...เมื่อครู่คิดจะทำอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ”
เซียวจิ่วเอ๋อร์เอ่ยเสียงเรียบคล้ายถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
เมื่อเหล่าชายฉกรรจ์ได้สติกลับมาต่างก็มองหน้ากันด้วยความลนลาน พวกเขาไม่คิดเลยว่านางจะฟื้นคืนชีพ ซ้ำยังฆ่าคนไปอีกด้วย
แต่ความตื่นตระหนกนั้นอยู่ได้ไม่นาน พวกเขาค่อยๆ ตั้งสติและคิดในใจว่า เซียวจิ่วเอ๋อร์ผู้ไร้ค่าถูกตระกูลเซียวทอดทิ้งมานานถึงสิบหกปี แล้วจะเปลี่ยนไปในเวลาอันสั้นได้อย่างไร พวกเขามั่นใจว่าเป็เพราะเซียวหรันแทงครั้งสุดท้ายไม่ลึกพอ นางจึงรอดมาได้ และในเมื่อเื่มาถึงขนาดนี้แล้ว พวกเขาจะปล่อยให้นางหนีไปจากที่นี่ไม่ได้เป็อันขาด!
เซียวจิ่วเอ๋อร์รับรู้ถึงจิตสังหารของพวกเขา นางมองดูพวกเขาที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ แล้วหัวเราะเบาๆ อย่างเย้ยหยัน
“พวกเ้าช่างไม่เจียมตัวเสียจริง...คนไร้ค่าเช่นพวกเ้า ตายไปก็ไม่มีอะไรให้เสียดาย!”