ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    เย่หลิน

    ซุยอี้ค่อยๆ สะบัดดาบออกจากอกของอู๋เวินอย่างแผ่วเบา ปลายดาบที่เคยเปื้อนเลือด ตอนนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อยในมือของนาง

    นางประคองร่างของเขาลงอย่างช้าๆ ให้นอนแนบพื้นอย่างสงบ แม้ในอดีตจะเคยดูถูกเขา เคยคิดว่าเขาอ่อนแอ ต่ำต้อย เป็นแค่ชายที่ติดอยู่ในโลกเบื้องล่าง แต่เวลานี้... ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ กลับเด่นชัดยิ่งกว่าทุกครา

    “หากท่านเกิดในโลกเบื้องบน ไม่ใช่ที่นี่... ท่านคงกลายเป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งไปแล้ว”

    ซุยอี้พูดกับตนเองในใจเบาๆ แต่ก่อนที่ความคิดของนางจะไหลไปไกลกว่านั้น ร่างของนางก็สะดุ้งเฮือก ก่อนจะกระโดดถอยออกห่างจากร่างของอู๋เวินในทันที

    ตูมมมมมมมมมมมม!!

    เปลวเพลิงสีดำสนิทพุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างรุนแรงจนพื้นดินสะเทือน แรงระเบิดอัดกระแทกทุกสิ่งจนหินผาแตกกระจาย เปลวไฟสีดำแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ราวกับจะกลืนกินทั้งสมรภูมิ

    เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางเสียงแห่งความโกลาหล เป็นเสียงที่หนักแน่นและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

    “อู๋เวิน... ลุกขึ้นมาสิ แกจะตายอย่างสบายแบบนี้ได้ยังไงกัน!”

    ซุยอี้เงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนดวงตาของนางจะหดแคบลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่า ของขวัญที่นางจะมอบให้กับน้องชายของนางกำลังลอยอยู่กลางอากาศ

    เย่หลินที่ตอนนี้ ผมของเขากลายเป็นสีขาวทั้งหัว ดวงตาเปล่งแสงสีแดงสด พลังปีศาจแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ออร่านั้นแผ่ไปไกลเกินกว่าระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังรู้สึกขนลุก

    ในตอนแรกซุยอี้มีแผนที่จะใช้ เย่หลินเป็นอาหารให้กับร่างใหม่ของอู๋จ้าวแต่ในตอนนี้นางไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป ซุยอี้ตวัดดาบขึ้นอย่างรวดเร็ว

    “ตัดความมืด!”

    คลื่นดาบสีเงินฟาดพุ่งขึ้นสู่ฟ้าอย่างรุนแรง แรงอัดของมันแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่น

    เหล่านางฟ้าอีกหกคนที่อยู่เบื้องหลังต่างไม่รอช้า พวกนางปล่อยพลังพร้อมกัน โจมตีขึ้นไปบนท้องฟ้าแบบรวมแรงหวังสังหารเย่หลินในทันที

    ในขณะเดียวกัน เย่หลินประสานมือเข้าด้วยกันอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเหวี่ยงมือออกไปเบื้องหน้า

    ทันใดนั้นเอง ศพของชายชุดดำหลายร้อยร่างร่วงลงมาจากฟากฟ้า และร่างทั้งหมดล้วนติดไฟสีดำสนิท

    หนิงซินกับจางฟู่หันมาสบตากันเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็ไม่ลังเลอีกต่อไป พวกนางดึงหินวาร์ปออกมาและเปิดใช้งานหนีทันที ร่างของทั้งคู่หายเข้าไปในประตูมิติอย่างรวดเร็ว

    คนอื่นๆ ก็อยากหนีไปเช่นกัน แต่ก่อนที่พวกนางจะได้ขยับ ร่างหนึ่งก็พุ่งลงมาปิดทาง พวกนางเอาไว้ หญิงสาวคนนั้นมีผมยาวสีชมพูที่มีดวงตาเป็นรูปหัวใจสีชมพู นางคือ ซุยซาน องค์หญิงลำดับที่ 3

    เพียงแค่นางยกมือขึ้นเบาๆ แรงดันในอากาศก็เปลี่ยนในทันที ไม่มีใครขยับได้แม้แต่นิ้วเดียว ขณะเดียวกัน ศพที่ติดเพลิงดำกำลังร่วงลงมากระแทกพื้น แต่ในวินาทีนั้นเอง คลื่นพลังของทั้งเจ็ดนางฟ้า ก็พุ่งเข้าไปปะทะกับศพเพลิงสีดำอย่างจัง

    เสียงปะทะดังกึกก้อง เปลวเพลิงสีดำถูกต้านทานเอาไว้ได้ และถูกทำลายไปทีละศพแต่มันก็ได้สร้างหมอกควันสีดำเข้ามาปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้

    หญิงสาวทั้ง 7 คนเริ่มตั้งท่าป้องกัน แต่ก่อนที่พวกนางจะได้หายใจเต็มปอด ร่างของเย่หลินก็ปรากฏตรงหน้าซุยฉี องค์หญิงลำดับที่ 7 อย่างไร้เสียง

    เขาปรากฏตรงหน้านางในพริบตาเดียวพร้อมดาบเพลิงสีดำในมือของเขาแทงทะลุร่างของซุยฉีทันทีโดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย

    ดวงตาของซุยฉีเบิกกว้าง เศษเลือดของนางกระเซ็นไปทั่ว ริมฝีปากของนางพยายามจะเปล่งเสียงอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่ออกมากลับเป็นเพียงลมหายใจ ขาดๆ หายๆ

    ก่อนที่ร่างของซุยฉีจะแน่นิ่งลงไปในทันทีที่ดาบเพลิงสีดำแทงทะลุร่างของนาง เย่หลินไม่รอให้เวลาผ่านแม้แต่วินาทีเดียว เขาเร่งพลังในดาบเพลิงสีดำสุดขีด เปลวไฟสีดำลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง กลืนร่างของซุยฉีเข้าไปในพริบตา

    ซุยฉี คือเป้าหมายแรกของเย่หลิน เพราะจากคำแนะนำของต้วนหลิงเฉิน หากซุยฉียังไม่ตาย เย่หลินจะไม่มีแม้แต่โอกาสชนะในการต่อสู้ครั้งนี้เลย

    หญิงสาวคนนี้คือหัวใจสำคัญของฝ่ายศัตรู พลังของนางแม้ไม่โดดเด่นนักในแง่พละกำลัง แต่นางกลับมีพลังฟื้นฟูที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอมตะ การมีอยู่ของนางเปรียบเสมือนตะขอเกี่ยวโชคชะตาของเย่หลิน ถ้าไม่ตัดออก เขาจะไม่มีวันเดินไปข้างหน้าได้

    และตอนนี้ ประสิทธิภาพของโอสถจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่... กำลังอ่อนลงและมันสร้างภาระให้ร่างกายของเขามาก ถ้าไม่มีต้วนหลิงเฉินคอยช่วยร่างของเขาคงระเบิดไปแล้ว เนื่องจากเขากินมันไป 2 เม็ดแล้วก่อนหน้าและนี้คือเม็ดที่ 3

    พลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเย่หลินสั่นคลอนอย่างรุนแรง ลมปราณระดับจักรพรรดิเริ่มไหลย้อน กล้ามเนื้อในร่างกระตุกเป็นจังหวะ ความเสถียรของการบ่มเพาะเริ่มพังทลายทีละน้อยเหมือนภูเขาหิมะถล่ม

    แต่เย่หลินยังคงยืนหยัด เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่า หรือเพื่อศึกแห่งศักดิ์ศรี เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือ... ถอนคำสาปโลหิต ที่ฝังอยู่ในวิญญาณของคนในตระกูลเย่

    คำสาปนั้นคือโซ่ตรวนที่กำลมหายใจของทุกชีวิตในตระกูลเย่เอาไว้ เพราะว่าถ้าหากออกห่างจากผู้ใช้คำสาปเกินไป ตัวคำสาปจะทำงานทันทีและกลืนกินทุกอย่างของวิญญาณดวงนั้นไป

    จากความทรงจำของชายชุดดำ ที่เย่หลินสังหารหมู่พวกมันจนหมดสิ้นเมื่อครู่ มันบอกไว้อย่างชัดเจนว่า คำสาปนี้... ถูกสร้างขึ้นโดยองค์หญิงลำดับที่สาม ซุยซาน หรือผู้หญิงที่มีดวงตารูปหัวใจ และเขายังได้รู้ถึงแผนการทำลายล้างตระกูลอู๋และแผนการสร้างอัจฉริยะที่ไร้เทียมทานของราชวงศ์อีกาทองคำ และสาเหตุการตายของคนในตระกูลเย่ในความฝันของเขาครั้งนี้ล้วนเกิดขึ้นจากราชวงศ์อีกาทองคำ

    และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เย่หลินยังมีเหตุผลอีกอย่างที่ผลักดันเขาให้มายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้

    ฮัวจินหรู อาจารย์ของเขา หญิงสาวที่เคยสอนวิธีการบ่มเพาะ สอนวิธีถือดาบ สอนวิธีเดินเข้าสู่โลกแห่งการบ่มเพาะไม่นานก่อนหน้านี้ ต้วนหลิงเฉินบอกกับเขา... ว่าอาจารย์ของเขาเอง ก็ถูกควบคุมโดยโซ่ตรวนของอู๋จ้าวด้วยเช่นกัน

    หลังจากรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เย่หลินที่พึ่งสังหารหน่วยลับจากราชวงศ์อีกาทองคำไปทั้งหมด เขาจึงตัดสินใจเผาแก่นวิญญาณ และกลืนโอสถจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ อีกหนึ่งเม็ดเพื่อเร่งพลังขั้นสูงสุดของตนแต่ด้วยการกินโอสถไปหลาย 2 เม็ดแล้วก่อนหน้านั้นทำให้ตอนนี้ โอสถช่วยให้เขามีพลังแค่ในระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ระดับกลางๆ เท่านั้น

    เขารีบพุ่งเข้ามาที่ด้านในตระกูลอู๋ แต่สิ่งที่รอเขาอยู่กลับเป็นภาพที่เขาไม่ได้เตรียมใจจะเห็นมันแม้แต่น้อย นั้นคือ ร่างไร้หัวของฮัวจินหรู นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า

    เย่หลินเต็มไปด้วยความโกรธ เขาส่งเสียงดังกึกก้องจนท้องฟ้าสั่นสะเทือน พลังปีศาจพุ่งทะลักออกจากร่าง

    ขณะที่เย่หลินกำลังนึกถึงแผนการต่างๆ นั้นเอง แม้ว่าร่างของซุยฉีจะกำลังถูกไฟปีศาจสีดำเผาไหม้อย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงกัดกินร่างเนื้อของนางจนส่งกลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่ว ทว่า...  แขนข้างหนึ่งของนางกลับพุ่งทะลุออกมารวดเร็วราวอสรพิษ พุ่งตรงมาคว้าคอของเย่หลินแน่นอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว

    “ดูถูกกันจริงๆ เจ้ามดตัวน้อย...”

    เสียงของนางดังลอดออกมาจากเปลวไฟ น้ำเสียงของนางในตอนนี้ไม่ได้แสดงถึงความเจ็บปวดหรือทรมานเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับหนักแน่น เย็นชา และอัดแน่นไปด้วยความดูถูกในทุกคำ

    “ในสภาพที่ข้าไม่ได้ถูกจำกัดทั้งพลังและร่างกายมากเกินไปเหมือนในสุสานลับเวรนั้น การที่คิดจะฆ่าข้าด้วยวิธีเด็กๆ แบบนี้เหรอ? ฝันไปเถอะ!”

    จากนั้นนางไม่เปิดโอกาสให้เย่หลินได้ตอบโต้ใดๆ ซุยฉีก็ออกแรงเหวี่ยงร่างเขาอย่างเต็มแรงลงสู่พื้นดิน

    ตูมมมมม!!

    “อ๊าาาาา”

    เสียงกระแทกดังสนั่น พื้นดินแตกระแหงออกเป็นแนวยาว แรงสะเทือนกระเพื่อมไปไกลหลายหมื่นลี้ จนต้นไม้ในบริเวณร่วงหล่น ฝุ่นตลบฟุ้งขึ้นเต็มอากาศเหมือนม่านหมอกควัน

    ร่างของเย่หลินถูกอัดจนจมลึกลงไปในพื้นดิน แขนขาบิดผิดรูป เลือดพ่นออกจากปากในทันที

    และยังไม่ทันที่เขาจะตั้งหลักได้ดี ซุยฉีที่ยังคงมีไฟลุกไหม้อยู่ทั่วร่าง กลับก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไอพลังของนางปะทุขึ้นรุนแรงราวปีศาจที่ไม่รู้จักความตาย

    “อย่าพึ่งตายซะละ!”

    สิ้นเสียงของนาง หมัดของนางก็พุ่งตรงลงมาใส่ร่างของเย่หลินอีกครั้ง

    ตูม!

    หมัดแรกกระแทกเข้าใส่หน้าอกของเขาเสียงดังจนพื้นสะเทือน

    ตูม! ตูม! ตูม!

    หมัดต่อมาถล่มใส่ทุกส่วนของร่าง ทั้งหัวไหล่ แขน ซี่โครง ขาทั้งสองข้าง ไม่มีจุดใดที่รอดพ้น

    เสียงกระดูกหักดังลั่นในแต่ละหมัด เหมือนไม้แห้งที่ถูกทุบให้แหลกละเอียด พื้นที่ใต้ร่างของเย่หลินยุบลงเป็นหลุมลึกจากแรงหมัด แรงสั่นสะเทือนทำให้พลังปราณรอบข้างแปรปรวนจนแม้แต่ผู้ชมจากระยะไกลยังต้องถอยห่าง

    เลือดไหลทะลักจากปากของเย่หลินจนแทบหมดตัว สติของเขาแทบจะหลุดลอยไป ร่างกายแทบแหลกละเอียดกลายเป็นเศษเนื้อ

    แต่แล้ว... โชคก็เปลี่ยนข้าง

    เศษหินชิ้นหนึ่งจากแรงกระแทกเด้งขึ้นมา สะท้อนเข้าตาข้างหนึ่งของซุยฉี

    เพียงเสี้ยววินาทีที่นางหลับตาโดยสัญชาตญาณ เย่หลินก็กัดฟันแน่น รีบควักโอสถสองเม็ดจากแหวนมิติ

    หนึ่งคือโอสถฟื้นฟูขั้นสูง อีกหนึ่งคือโอสถจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เม็ดที่ 4 ของเขาเพื่อเพิ่มพลังให้ถึงระดับสูงสุด

    เขาโยนทั้งสองเม็ดเข้าปากทันทีโดยไม่ลังเล

    เพียงพริบตา พลังลมปราณทั่วร่างของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ออร่ารอบตัวเปลี่ยนไปทันทีจากแหล่งพลังใกล้ดับกลายเป็นเปลวเพลิงที่ลุกไหม้

    “ตายซะ!”

    เย่หลินคำราม ฟันดาบเพลิงสีดำสวนขึ้นไปด้วยความเร็วและแรงเกินกว่าที่ซุยฉีจะหลบได้ทัน

    ฉัวะ!!

    เสียงของดาบตัดผ่านเนื้อกระดูกดังชัดเจน ศีรษะของซุยฉีปลิวออกจากคอ เลือดพุ่งยาวเป็นสาย นางไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เปล่งเสียงสุดท้าย

    เย่หลินใช้จังหวะนั้น กระโดดถอยหนีออกจากสนามรบทันทีโดยไม่หันหลังกลับ แต่ศัตรูของเขาก็ไม่ปล่อยให้เขาหายใจได้เต็มปอด

    “ฟันหัวน้องสาวที่แสนน่ารักของข้าแล้วเจ้าคิดว่าจะหนีได้ง่ายๆ แบบนี้งั้นเหรอ?”

    เสียงหวานปนเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลังของเย่หลิน ซุยซาน... ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตั้งแต่เมื่อไร ปลายนิ้วเรียวยาวของนางแตะไปที่กลางหลังของเย่หลินเบาๆ ราวกับเพียงแค่แตะไหล่เรียกเพื่อน แต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม

    “อ๊าาาาาาาาาา!!”

    เสียงกรีดร้องดังกึกก้อง ความเจ็บปวดเหมือนวิญญาณถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ แล่นทะลุร่างของเขา เย่หลินแทบล้มลงตรงนั้น

    ด้วยความเจ็บจนสติเลือนราง เขาฟันดาบสวนกลับไปด้วยสัญชาตญาณสุดท้าย แต่ซุยซานก็เตะสวนเขามาที่ลำตัวก่อนที่ดาบของเขาจะได้ขยับด้วยซ้ำ

    ตูม!!

    ฝ่าเท้าของนางกระแทกลำตัวเขาอย่างจัง แรงอัดกระแทกทะลวงร่างของเย่หลินจนร่วงลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงพื้นหินใต้ร่างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นและเศษหินปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ

    เย่หลินนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ในหลุมกว้าง ใบหน้าเปรอะเลือด ลมหายใจรัวถี่ พลังในกายแหลกเละ อวัยวะในร่างกายพังไปเกือบทั้งหมด ความเจ็บปวดกัดกินทุกส่วนของร่างกาย

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน