ซุยอี้ค่อยๆ สะบัดดาบออกจากอกของอู๋เวินอย่างแผ่วเบา ปลายดาบที่เคยเปื้อนเลือด ตอนนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อยในมือของนาง
นางประคองร่างของเขาลงอย่างช้าๆ ให้นอนแนบพื้นอย่างสงบ แม้ในอดีตจะเคยดูถูกเขา เคยคิดว่าเขาอ่อนแอ ต่ำต้อย เป็นแค่ชายที่ติดอยู่ในโลกเบื้องล่าง แต่เวลานี้... ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ กลับเด่นชัดยิ่งกว่าทุกครา
“หากท่านเกิดในโลกเบื้องบน ไม่ใช่ที่นี่... ท่านคงกลายเป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งไปแล้ว”
ซุยอี้พูดกับตนเองในใจเบาๆ แต่ก่อนที่ความคิดของนางจะไหลไปไกลกว่านั้น ร่างของนางก็สะดุ้งเฮือก ก่อนจะกระโดดถอยออกห่างจากร่างของอู๋เวินในทันที
ตูมมมมมมมมมมมม!!
เปลวเพลิงสีดำสนิทพุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างรุนแรงจนพื้นดินสะเทือน แรงระเบิดอัดกระแทกทุกสิ่งจนหินผาแตกกระจาย เปลวไฟสีดำแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ราวกับจะกลืนกินทั้งสมรภูมิ
เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางเสียงแห่งความโกลาหล เป็นเสียงที่หนักแน่นและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
“อู๋เวิน... ลุกขึ้นมาสิ แกจะตายอย่างสบายแบบนี้ได้ยังไงกัน!”
ซุยอี้เงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนดวงตาของนางจะหดแคบลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่า ของขวัญที่นางจะมอบให้กับน้องชายของนางกำลังลอยอยู่กลางอากาศ
เย่หลินที่ตอนนี้ ผมของเขากลายเป็นสีขาวทั้งหัว ดวงตาเปล่งแสงสีแดงสด พลังปีศาจแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ออร่านั้นแผ่ไปไกลเกินกว่าระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังรู้สึกขนลุก
ในตอนแรกซุยอี้มีแผนที่จะใช้ เย่หลินเป็นอาหารให้กับร่างใหม่ของอู๋จ้าวแต่ในตอนนี้นางไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป ซุยอี้ตวัดดาบขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ตัดความมืด!”
คลื่นดาบสีเงินฟาดพุ่งขึ้นสู่ฟ้าอย่างรุนแรง แรงอัดของมันแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่น
เหล่านางฟ้าอีกหกคนที่อยู่เบื้องหลังต่างไม่รอช้า พวกนางปล่อยพลังพร้อมกัน โจมตีขึ้นไปบนท้องฟ้าแบบรวมแรงหวังสังหารเย่หลินในทันที
ในขณะเดียวกัน เย่หลินประสานมือเข้าด้วยกันอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเหวี่ยงมือออกไปเบื้องหน้า
ทันใดนั้นเอง ศพของชายชุดดำหลายร้อยร่างร่วงลงมาจากฟากฟ้า และร่างทั้งหมดล้วนติดไฟสีดำสนิท
หนิงซินกับจางฟู่หันมาสบตากันเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็ไม่ลังเลอีกต่อไป พวกนางดึงหินวาร์ปออกมาและเปิดใช้งานหนีทันที ร่างของทั้งคู่หายเข้าไปในประตูมิติอย่างรวดเร็ว
คนอื่นๆ ก็อยากหนีไปเช่นกัน แต่ก่อนที่พวกนางจะได้ขยับ ร่างหนึ่งก็พุ่งลงมาปิดทาง พวกนางเอาไว้ หญิงสาวคนนั้นมีผมยาวสีชมพูที่มีดวงตาเป็นรูปหัวใจสีชมพู นางคือ ซุยซาน องค์หญิงลำดับที่ 3
เพียงแค่นางยกมือขึ้นเบาๆ แรงดันในอากาศก็เปลี่ยนในทันที ไม่มีใครขยับได้แม้แต่นิ้วเดียว ขณะเดียวกัน ศพที่ติดเพลิงดำกำลังร่วงลงมากระแทกพื้น แต่ในวินาทีนั้นเอง คลื่นพลังของทั้งเจ็ดนางฟ้า ก็พุ่งเข้าไปปะทะกับศพเพลิงสีดำอย่างจัง
เสียงปะทะดังกึกก้อง เปลวเพลิงสีดำถูกต้านทานเอาไว้ได้ และถูกทำลายไปทีละศพแต่มันก็ได้สร้างหมอกควันสีดำเข้ามาปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้
หญิงสาวทั้ง 7 คนเริ่มตั้งท่าป้องกัน แต่ก่อนที่พวกนางจะได้หายใจเต็มปอด ร่างของเย่หลินก็ปรากฏตรงหน้าซุยฉี องค์หญิงลำดับที่ 7 อย่างไร้เสียง
เขาปรากฏตรงหน้านางในพริบตาเดียวพร้อมดาบเพลิงสีดำในมือของเขาแทงทะลุร่างของซุยฉีทันทีโดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย
ดวงตาของซุยฉีเบิกกว้าง เศษเลือดของนางกระเซ็นไปทั่ว ริมฝีปากของนางพยายามจะเปล่งเสียงอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่ออกมากลับเป็นเพียงลมหายใจ ขาดๆ หายๆ
ก่อนที่ร่างของซุยฉีจะแน่นิ่งลงไปในทันทีที่ดาบเพลิงสีดำแทงทะลุร่างของนาง เย่หลินไม่รอให้เวลาผ่านแม้แต่วินาทีเดียว เขาเร่งพลังในดาบเพลิงสีดำสุดขีด เปลวไฟสีดำลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง กลืนร่างของซุยฉีเข้าไปในพริบตา
ซุยฉี คือเป้าหมายแรกของเย่หลิน เพราะจากคำแนะนำของต้วนหลิงเฉิน หากซุยฉียังไม่ตาย เย่หลินจะไม่มีแม้แต่โอกาสชนะในการต่อสู้ครั้งนี้เลย
หญิงสาวคนนี้คือหัวใจสำคัญของฝ่ายศัตรู พลังของนางแม้ไม่โดดเด่นนักในแง่พละกำลัง แต่นางกลับมีพลังฟื้นฟูที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอมตะ การมีอยู่ของนางเปรียบเสมือนตะขอเกี่ยวโชคชะตาของเย่หลิน ถ้าไม่ตัดออก เขาจะไม่มีวันเดินไปข้างหน้าได้
และตอนนี้ ประสิทธิภาพของโอสถจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่... กำลังอ่อนลงและมันสร้างภาระให้ร่างกายของเขามาก ถ้าไม่มีต้วนหลิงเฉินคอยช่วยร่างของเขาคงระเบิดไปแล้ว เนื่องจากเขากินมันไป 2 เม็ดแล้วก่อนหน้าและนี้คือเม็ดที่ 3
พลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเย่หลินสั่นคลอนอย่างรุนแรง ลมปราณระดับจักรพรรดิเริ่มไหลย้อน กล้ามเนื้อในร่างกระตุกเป็นจังหวะ ความเสถียรของการบ่มเพาะเริ่มพังทลายทีละน้อยเหมือนภูเขาหิมะถล่ม
แต่เย่หลินยังคงยืนหยัด เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่า หรือเพื่อศึกแห่งศักดิ์ศรี เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือ... ถอนคำสาปโลหิต ที่ฝังอยู่ในวิญญาณของคนในตระกูลเย่
คำสาปนั้นคือโซ่ตรวนที่กำลมหายใจของทุกชีวิตในตระกูลเย่เอาไว้ เพราะว่าถ้าหากออกห่างจากผู้ใช้คำสาปเกินไป ตัวคำสาปจะทำงานทันทีและกลืนกินทุกอย่างของวิญญาณดวงนั้นไป
จากความทรงจำของชายชุดดำ ที่เย่หลินสังหารหมู่พวกมันจนหมดสิ้นเมื่อครู่ มันบอกไว้อย่างชัดเจนว่า คำสาปนี้... ถูกสร้างขึ้นโดยองค์หญิงลำดับที่สาม ซุยซาน หรือผู้หญิงที่มีดวงตารูปหัวใจ และเขายังได้รู้ถึงแผนการทำลายล้างตระกูลอู๋และแผนการสร้างอัจฉริยะที่ไร้เทียมทานของราชวงศ์อีกาทองคำ และสาเหตุการตายของคนในตระกูลเย่ในความฝันของเขาครั้งนี้ล้วนเกิดขึ้นจากราชวงศ์อีกาทองคำ
และนั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เย่หลินยังมีเหตุผลอีกอย่างที่ผลักดันเขาให้มายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้
ฮัวจินหรู อาจารย์ของเขา หญิงสาวที่เคยสอนวิธีการบ่มเพาะ สอนวิธีถือดาบ สอนวิธีเดินเข้าสู่โลกแห่งการบ่มเพาะไม่นานก่อนหน้านี้ ต้วนหลิงเฉินบอกกับเขา... ว่าอาจารย์ของเขาเอง ก็ถูกควบคุมโดยโซ่ตรวนของอู๋จ้าวด้วยเช่นกัน
หลังจากรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เย่หลินที่พึ่งสังหารหน่วยลับจากราชวงศ์อีกาทองคำไปทั้งหมด เขาจึงตัดสินใจเผาแก่นวิญญาณ และกลืนโอสถจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ อีกหนึ่งเม็ดเพื่อเร่งพลังขั้นสูงสุดของตนแต่ด้วยการกินโอสถไปหลาย 2 เม็ดแล้วก่อนหน้านั้นทำให้ตอนนี้ โอสถช่วยให้เขามีพลังแค่ในระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ระดับกลางๆ เท่านั้น
เขารีบพุ่งเข้ามาที่ด้านในตระกูลอู๋ แต่สิ่งที่รอเขาอยู่กลับเป็นภาพที่เขาไม่ได้เตรียมใจจะเห็นมันแม้แต่น้อย นั้นคือ ร่างไร้หัวของฮัวจินหรู นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า
เย่หลินเต็มไปด้วยความโกรธ เขาส่งเสียงดังกึกก้องจนท้องฟ้าสั่นสะเทือน พลังปีศาจพุ่งทะลักออกจากร่าง
ขณะที่เย่หลินกำลังนึกถึงแผนการต่างๆ นั้นเอง แม้ว่าร่างของซุยฉีจะกำลังถูกไฟปีศาจสีดำเผาไหม้อย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงกัดกินร่างเนื้อของนางจนส่งกลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่ว ทว่า... แขนข้างหนึ่งของนางกลับพุ่งทะลุออกมารวดเร็วราวอสรพิษ พุ่งตรงมาคว้าคอของเย่หลินแน่นอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
“ดูถูกกันจริงๆ เจ้ามดตัวน้อย...”
เสียงของนางดังลอดออกมาจากเปลวไฟ น้ำเสียงของนางในตอนนี้ไม่ได้แสดงถึงความเจ็บปวดหรือทรมานเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับหนักแน่น เย็นชา และอัดแน่นไปด้วยความดูถูกในทุกคำ
“ในสภาพที่ข้าไม่ได้ถูกจำกัดทั้งพลังและร่างกายมากเกินไปเหมือนในสุสานลับเวรนั้น การที่คิดจะฆ่าข้าด้วยวิธีเด็กๆ แบบนี้เหรอ? ฝันไปเถอะ!”
จากนั้นนางไม่เปิดโอกาสให้เย่หลินได้ตอบโต้ใดๆ ซุยฉีก็ออกแรงเหวี่ยงร่างเขาอย่างเต็มแรงลงสู่พื้นดิน
ตูมมมมม!!
“อ๊าาาาา”
เสียงกระแทกดังสนั่น พื้นดินแตกระแหงออกเป็นแนวยาว แรงสะเทือนกระเพื่อมไปไกลหลายหมื่นลี้ จนต้นไม้ในบริเวณร่วงหล่น ฝุ่นตลบฟุ้งขึ้นเต็มอากาศเหมือนม่านหมอกควัน
ร่างของเย่หลินถูกอัดจนจมลึกลงไปในพื้นดิน แขนขาบิดผิดรูป เลือดพ่นออกจากปากในทันที
และยังไม่ทันที่เขาจะตั้งหลักได้ดี ซุยฉีที่ยังคงมีไฟลุกไหม้อยู่ทั่วร่าง กลับก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไอพลังของนางปะทุขึ้นรุนแรงราวปีศาจที่ไม่รู้จักความตาย
“อย่าพึ่งตายซะละ!”
สิ้นเสียงของนาง หมัดของนางก็พุ่งตรงลงมาใส่ร่างของเย่หลินอีกครั้ง
ตูม!
หมัดแรกกระแทกเข้าใส่หน้าอกของเขาเสียงดังจนพื้นสะเทือน
ตูม! ตูม! ตูม!
หมัดต่อมาถล่มใส่ทุกส่วนของร่าง ทั้งหัวไหล่ แขน ซี่โครง ขาทั้งสองข้าง ไม่มีจุดใดที่รอดพ้น
เสียงกระดูกหักดังลั่นในแต่ละหมัด เหมือนไม้แห้งที่ถูกทุบให้แหลกละเอียด พื้นที่ใต้ร่างของเย่หลินยุบลงเป็นหลุมลึกจากแรงหมัด แรงสั่นสะเทือนทำให้พลังปราณรอบข้างแปรปรวนจนแม้แต่ผู้ชมจากระยะไกลยังต้องถอยห่าง
เลือดไหลทะลักจากปากของเย่หลินจนแทบหมดตัว สติของเขาแทบจะหลุดลอยไป ร่างกายแทบแหลกละเอียดกลายเป็นเศษเนื้อ
แต่แล้ว... โชคก็เปลี่ยนข้าง
เศษหินชิ้นหนึ่งจากแรงกระแทกเด้งขึ้นมา สะท้อนเข้าตาข้างหนึ่งของซุยฉี
เพียงเสี้ยววินาทีที่นางหลับตาโดยสัญชาตญาณ เย่หลินก็กัดฟันแน่น รีบควักโอสถสองเม็ดจากแหวนมิติ
หนึ่งคือโอสถฟื้นฟูขั้นสูง อีกหนึ่งคือโอสถจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เม็ดที่ 4 ของเขาเพื่อเพิ่มพลังให้ถึงระดับสูงสุด
เขาโยนทั้งสองเม็ดเข้าปากทันทีโดยไม่ลังเล
เพียงพริบตา พลังลมปราณทั่วร่างของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ออร่ารอบตัวเปลี่ยนไปทันทีจากแหล่งพลังใกล้ดับกลายเป็นเปลวเพลิงที่ลุกไหม้
“ตายซะ!”
เย่หลินคำราม ฟันดาบเพลิงสีดำสวนขึ้นไปด้วยความเร็วและแรงเกินกว่าที่ซุยฉีจะหลบได้ทัน
ฉัวะ!!
เสียงของดาบตัดผ่านเนื้อกระดูกดังชัดเจน ศีรษะของซุยฉีปลิวออกจากคอ เลือดพุ่งยาวเป็นสาย นางไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เปล่งเสียงสุดท้าย
เย่หลินใช้จังหวะนั้น กระโดดถอยหนีออกจากสนามรบทันทีโดยไม่หันหลังกลับ แต่ศัตรูของเขาก็ไม่ปล่อยให้เขาหายใจได้เต็มปอด
“ฟันหัวน้องสาวที่แสนน่ารักของข้าแล้วเจ้าคิดว่าจะหนีได้ง่ายๆ แบบนี้งั้นเหรอ?”
เสียงหวานปนเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลังของเย่หลิน ซุยซาน... ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตั้งแต่เมื่อไร ปลายนิ้วเรียวยาวของนางแตะไปที่กลางหลังของเย่หลินเบาๆ ราวกับเพียงแค่แตะไหล่เรียกเพื่อน แต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม
“อ๊าาาาาาาาาา!!”
เสียงกรีดร้องดังกึกก้อง ความเจ็บปวดเหมือนวิญญาณถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ แล่นทะลุร่างของเขา เย่หลินแทบล้มลงตรงนั้น
ด้วยความเจ็บจนสติเลือนราง เขาฟันดาบสวนกลับไปด้วยสัญชาตญาณสุดท้าย แต่ซุยซานก็เตะสวนเขามาที่ลำตัวก่อนที่ดาบของเขาจะได้ขยับด้วยซ้ำ
ตูม!!
ฝ่าเท้าของนางกระแทกลำตัวเขาอย่างจัง แรงอัดกระแทกทะลวงร่างของเย่หลินจนร่วงลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงพื้นหินใต้ร่างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นและเศษหินปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ
เย่หลินนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ในหลุมกว้าง ใบหน้าเปรอะเลือด ลมหายใจรัวถี่ พลังในกายแหลกเละ อวัยวะในร่างกายพังไปเกือบทั้งหมด ความเจ็บปวดกัดกินทุกส่วนของร่างกาย