บทที่ 54.2 : หุบเขารอยแยกมรณะ ( 2 )
เมื่อพวกเขาก้าวลึกเข้ามาจนถึงเขตแดนรอยต่อก่อนจะถึงประตูชั้นใน สัมผัสวิญญาณของซูหลงอวิ๋นก็พลันจับคลื่นความผันผวนของพลังปราณที่เกรี้ยวกราดและทรงอำนาจ พุ่งทะยานเข้ามาจากทิศทางด้านหลัง!
"มีคนตามมา! และรวดเร็วยิ่งนัก!" ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาลง เขารีบดึงหลิงอวี้ซีให้หลบซ่อนตัวอยู่หลังกองภูเขากระดูกขนาดยักษ์ สลายเพลิงปรโลก และใช้เคล็ดวิชาซ่อนสวรรค์ปกปิดกลิ่นอายอย่างมิดชิด
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
พริบตาต่อมา เงาร่างในชุดคลุมสีโลหิตจำนวนเจ็ดสาย ก็พุ่งทะยานแหวกม่านหมอกสีเขียวเข้ามาตกลงบนลานกระดูก!
พวกเขาคือยอดฝีมือจาก 'นิกายเงาโลหิต' หนึ่งในสองมหาอำนาจที่ปิดล้อมอยู่ด้านนอก! ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุด คือชายชราผมสีแดงเพลิง ใบหน้าเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน อยู่ในขอบเขต 'ตัดวิญญาณขั้นปลาย' (ขอบเขตที่ 5 ขั้นปลาย)! ส่วนผู้ติดตามอีกหกคน ล้วนเป็นยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุดทั้งสิ้น!
"ผู้อาวุโส 'เซวียถู' (สังหารโลหิต)! ขุมกำลังระดับสูงของนิกายเงาโลหิต!" หลิงอวี้ซีจดจำรูปพรรณสัณฐานของศัตรูได้จากข้อมูลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ นางส่งกระแสจิตบอกซูหลงอวิ๋น "พวกมันทะลวงค่ายกลชั้นนอกเข้ามาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ!"
"ไม่ใช่..." ซูหลงอวิ๋นมองดูร่องรอยค่ายกลเคลื่อนย้ายที่สลายไปจากใต้เท้าของพวกมัน "ตาแก่นั่นมี 'ยันต์เคลื่อนย้ายมิติเฉพาะจุด' ที่ถูกบันทึกพิกัดของชั้นกลางนี้เอาไว้ล่วงหน้า! ดูเหมือนนิกายเงาโลหิตจะเคยส่งคนมาสำรวจที่นี่เมื่อนานมาแล้ว และจงใจส่งกองกำลังทะลวงค่ายกลหลอกให้สำนักกระดูกขาวเสียเวลาอยู่ด้านนอก ส่วนพวกมันก็ใช้ยันต์ลอบเข้ามาตัดหน้า!"
ช่างเป็นเล่ห์เหลี่ยมของวิถีมารที่ตลบตะแลงยิ่งนัก!
เซวียถู ชายชราผมแดง กวาดสายตามองไปรอบๆ ลานกระดูก มันขมวดคิ้วเมื่อเห็นกองทัพโครงกระดูกนับหมื่นตนนอนหมอบราบอยู่กับพื้น ไร้ซึ่งร่องรอยการต่อสู้
"แปลกนัก... บันทึกของนิกายกล่าวว่าทะเลกระดูกนี้มีกับดักกองทัพโครงกระดูกที่น่ารำคาญยิ่งนัก เหตุใดพวกมันถึงได้นอนนิ่งราวกับเศษขยะเช่นนี้?" เซวียถูพึมพำด้วยความสงสัย
ทันใดนั้น จิตสัมผัสระดับตัดวิญญาณขั้นปลายของมัน ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง!
"ผู้ใดซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
เซวียถูตวาดลั่น มันสะบัดมือขวา ปลดปล่อย 'อาณาเขตทะเลโลหิต' คลื่นเลือดสีแดงฉานพุ่งทะยานซัดสาดเข้าใส่กองภูเขากระดูกที่ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีซ่อนตัวอยู่อย่างรุนแรง!
ตูมมมม!
ภูเขากระดูกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ! ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซี(ในคราบทาสเงา) จำต้องพุ่งทะยานหลบฉากออกมาลอยตัวอยู่กลางอากาศ!
"หืม? เป็นเด็กหนุ่มขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น กับทาสรับใช้ระดับตัดวิญญาณขั้นต้นงั้นรึ!"
เซวียถูหรี่ตามองผู้บุกรุก มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมารในร่างของซูหลงอวิ๋น ทว่ากลับไม่คุ้นหน้า "พวกเจ้าเป็นคนของสำนักใด! เหตุใดถึงลอบเข้ามาถึงชั้นกลางนี้ได้ก่อนข้า!"
ซูหลงอวิ๋นในคราบคุณชายมาร ปัดฝุ่นกระดูกออกจากเสื้อคลุมอย่างเยือกเย็น เขามิได้แสดงความตื่นตระหนกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่เหนือกว่าตนเองหนึ่งขอบเขตใหญ่กับอีกเกือบสามขั้นย่อย
"ข้าคือใคร ย่อมมิใช่เรื่องที่สุนัขรับใช้ของนิกายเงาโลหิตจำเป็นต้องรู้... ทว่า ในเมื่อพวกเจ้าบังอาจรบกวนการเดินเล่นของข้า โทษทัณฑ์มีเพียงความตาย" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงโอหังและท้าทายอย่างถึงที่สุด
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
เซวียถูและลูกสมุนระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบร้อยปี!
"ไอ้หนู! เจ้าคงเป็นคุณชายจากตระกูลมารสักแห่งที่ถูกเลี้ยงมาจนเสียสติสินะ! คิดว่ามีทาสเงาระดับตัดวิญญาณขั้นต้นคอยคุ้มครอง แล้วจะมาอวดดีต่อหน้าข้า เซวียถู ผู้อยู่ในขอบเขตตัดวิญญาณขั้นปลายได้งั้นรึ!"
เซวียถูแสยะยิ้มอำมหิต นัยน์ตาของมันสาดประกายความโลภเมื่อมองดูสตรีภายใต้ผ้าคลุม "ไม่เลว... ปราณหยินในร่างทาสของเจ้านับว่าบริสุทธิ์ยิ่งนัก หากนำมาสกัดเป็นโอสถโลหิต ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการทะลวงขอบเขตของข้า! วันนี้ ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ แล้วริบเอาสมบัติและทาสของเจ้าไปทั้งหมด!"
"ลงมือ! สังหารไอ้เด็กนั่น! ส่วนนังทาสนั่น จับเป็น!" เซวียถูสั่งการศิษย์วิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุดทั้งหกคน
"รับคำสั่งผู้อาวุโส!"
ศิษย์มารทั้งหกพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาซูหลงอวิ๋นประดุจฝูงหมาป่ากระหายเลือด อาวุธที่อาบด้วยพิษโลหิตและปราณความตาย ฟาดฟันหมายจะสับสังหารเด็กหนุ่มให้แหลกเป็นผุยผง!
หลิงอวี้ซีเตรียมจะชักกระบี่ออกมากวาดล้างพวกมัน นางไม่สามารถทนเห็นสวะพวกนี้มาเห่าหอนได้อีกต่อไป
ทว่า ซูหลงอวิ๋นกลับยกมือขึ้นปรามนาง
"ขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุดหกคน... และตัดวิญญาณขั้นปลายหนึ่งคน... ช่างเป็นหินลับมีดที่พอดีมือยิ่งนัก"
ซูหลงอวิ๋นบิดลำคอจนเกิดเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ รอยยิ้มมัจจุราชปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียว เขามิได้ชักกระบี่ และมิได้ถอยหนี
เผชิญหน้ากับการโจมตีของศัตรูทั้งหกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน... ซูหลงอวิ๋นเพียงแค่เปิดจุดตันเถียน กระตุ้นทารกวิญญาณหยินหยางเทวะ!
"ให้พวกเจ้าได้ลิ้มรส... พละกำลังที่แท้จริงของจักรพรรดิ!"
ตู้มมมมมม!
ซูหลงอวิ๋นพุ่งทะยานสวนกลับเข้าไปในดงศัตรูด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าอสนีบาต! กายามังกรเทวะที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้รูปลักษณ์ของมาร ปะทุพลังทำลายล้างออกมาอย่างเต็มพิกัด!
หมัดขวาของเขาที่อาบด้วยปราณหยินหยาง ชกกระแทกเข้าที่หน้าอกของศิษย์มารคนแรก!
ปังงงงง!
เสียงกระดูกซี่โครงและจุดตันเถียนระเบิดแตกกระจาย! ร่างของยอดฝีมือวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุด ถูกหมัดทะลวงหน้าอกจนเป็นรูโหว่ขนาดเท่าชาม! เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็น ก่อนที่ร่างนั้นจะปลิวไปกระแทกกับกองกระดูกแหลกคาที่!
สังหารวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุด ด้วยหมัดเดียว!
"อะไรกัน!" ศิษย์มารอีกห้าคนที่เหลือเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ความเร็วและพละกำลังนี้ มันเหนือล้ำกว่าขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดไปไกลลิบ!
ทว่ามัจจุราชมิได้หยุดพัก! ซูหลงอวิ๋นพลิ้วกายด้วย 'ย่างก้าวเงามายา' ร่างของเขาแยกออกเป็นหกสาย พุ่งเข้าหาศัตรูที่เหลืออย่างพร้อมเพรียง!
"วิถีแห่งเทวะ... ฝ่ามือดับสูญ!"
ฉาด! ฉาด! ฉาด!
ฝ่ามือที่แฝงด้วยเจตจำนงการทำลายล้าง ฟาดฟันลงบนกะโหลกและลำคอของศัตรูอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี!
เพียงชั่วพริบตาเดียว! เสียงกะโหลกแตกและเสียงกระดูกหักดังก้อง ศพของศิษย์มารขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุดทั้งหกคน ก็ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นทะเลเถ้ากระดูก กลายเป็นซากศพไร้วิญญาณอย่างสมบูรณ์แบบ!
เงียบกริบ...
เซวียถู ผู้อาวุโสขอบเขตตัดวิญญาณขั้นปลาย เบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด! มันมองดูซากศพของศิษย์เอกทั้งหกด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา!
"กะ... แกเป็นสัตว์ประหลาดอันใดกัน! วิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น... เหตุใดจึงมีพละกำลังร่างกายแข็งแกร่งประดุจสัตว์อสูรระดับห้าเช่นนี้!" เซวียถูถอยหลังไปครึ่งก้าว ความหวาดหวั่นเริ่มกัดกินจิตใจ
ซูหลงอวิ๋นสะบัดคราบเลือดออกจากหลังมือ เขาก้าวเดินเข้าหาผู้อาวุโสนิกายมารอย่างเนิบนาบ นัยน์ตาสีเขียวมรกตสาดประกายความเหี้ยมเกรียม
"ตาของเจ้าแล้ว... ตาแก่จิ้งเหลนโลหิต"
"อย่ามาอวดดีให้มากนัก! ต่อให้ร่างกายเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด ทว่ากฎเกณฑ์แห่งขอบเขต 'ตัดวิญญาณ' ย่อมบดขยี้พลังปราณของเจ้าได้ในพริบตา!"
เซวียถูเดือดดาลจนถึงขีดสุด มันคำรามลั่น ปลดปล่อย 'อาณาเขตทะเลโลหิต' ออกมาอย่างเต็มกำลัง! คลื่นเลือดที่อัดแน่นไปด้วยวิญญาณอาฆาตนับแสนตน พุ่งทะยานกลายเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์ หมายจะสูบกลืนร่างของซูหลงอวิ๋นเข้าไปบดขยี้ให้แหลกเป็นผุยผง!
นี่คือการโจมตีระดับตัดวิญญาณขั้นปลาย! หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์วิญญาณก่อกำเนิดทั่วไป เพียงแค่สัมผัสกลิ่นอายก็ต้องกระอักเลือดและวิญญาณแตกซ่านแล้ว!
ทว่า เผชิญหน้ากับพายุโลหิตมรณะ... ซูหลงอวิ๋นกลับยืนเอามือไพล่หลัง รอยยิ้มโอหังประดับบนใบหน้า เขาไม่หลบ ไม่กางโล่ และไม่เรียกใช้ค่ายกลใดๆ!
"อาณาเขตจอมปลอมที่เต็มไปด้วยสิ่งเจือปนและกลิ่นเหม็นเน่า... บังอาจนำมาอวดอ้างต่อหน้าจักรพรรดิรึ!"
ซูหลงอวิ๋นประสานอินด้วยมือขวาเพียงข้างเดียว ทารกวิญญาณเทวะในร่างระเบิดพลังถึงขีดสุด!
"เคล็ดวิชาเทวะ... สถิตร่างเทวะเหมันต์กลืนเอกภพ... แขนจำแลงสยบมาร!"
เพื่อรักษากลิ่นอายมาร และประหยัดพลังงาน ซูหลงอวิ๋นมิได้เรียก 'ร่างจำแลง' ออกมาทั้งตัว ทว่าเขาบีบอัดและควบแน่นวิชาระดับเทวะ ให้กลายเป็นเพียง 'แขนขวาของโครงกระดูกยักษ์' ที่ประกอบขึ้นจากน้ำแข็งและเพลิงปรโลกสีขาวทมิฬ!
แขนกระดูกจำแลงขนาดยักษ์พุ่งทะยานออกมาจากแผ่นหลังของเขา มันแผ่กลิ่นอายสัจธรรมที่อยู่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ของขอบเขตตัดวิญญาณไปไกลลิบ!
"นี่มันวิชาอันใดกัน! กลิ่นอายนี้... มันเหนือกว่าวิชาระดับสวรรค์!" เซวียถูหวาดผวาสุดขีด!
"ทำลาย!"
ซูหลงอวิ๋นตวัดมือขวา แขนกระดูกจำแลงขนาดยักษ์ก็ตวัดฟันกรงเล็บลงบน 'อาณาเขตทะเลโลหิต' อย่างจัง!
เปรี้ยงงงงงงงงงงง!!!!!
ผลลัพธ์คือการทำลายล้างที่หมดจด! กรงเล็บกระดูกที่แฝงสัจธรรมแห่งกึ่งเทพและเพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก ฉีกกระชากพายุโลหิตมรณะจนขาดสะบั้นเป็นสองซีกอย่างง่ายดายประดุจฉีกกระดาษ! คลื่นเลือดถูกแช่แข็งและแตกสลายกลายเป็นละอองน้ำแข็งสีแดงร่วงหล่นลงสู่พื้น!
"อ๊ากกก!"
อาณาเขตถูกทำลาย เซวียถูได้รับบาดเจ็บสะท้อนกลับจนกระอักเลือดคำโต! มันเสียหลักและถอยร่นไปหลายสิบก้าว ความเชื่อมั่นในพลังขอบเขตที่ห้าของตนพังทลายลงในพริบตา!
"จบเกมแล้ว ตาแก่!"
ซูหลงอวิ๋นไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เขาใช้วิชาเคลื่อนย้ายมิติ พุ่งทะลวงฝ่าเศษน้ำแข็งโลหิต เข้าประชิดตัวของเซวียถูในเสี้ยวลมหายใจ!
"ชิ้งงงงง!"
กระบี่กลืนเงาสีดำทมิฬถูกชักออกจากฝัก! ประกายแสงกระบี่ที่อัดแน่นด้วยความพิโรธของทารกวิญญาณ พุ่งทะยานออกไปเป็นเส้นตรง!
"วิถีกระบี่บรรพกาล... แทงทะลวงวิญญาณตัดสังสารวัฏ!"
ฉึก!!!!!
คมกระบี่กลืนเงาพุ่งเจาะทะลุหน้าอกของเซวียถู ตัดขั้วหัวใจและทะลวงทำลายจุดตันเถียนของยอดฝีมือขอบเขตตัดวิญญาณขั้นปลายอย่างแม่นยำและเฉียบขาด!
"อั้ก... เจ้า... เป็น... ตัวอันใด..."
เซวียถูเบิกตาโพลงค้าง เลือดสีดำไหลทะลักออกจากปาก วิญญาณของมันที่พยายามจะหลบหนีออกจากร่าง ถูกอักขระกลืนวิญญาณบนใบกระบี่สูบกลืนและบดขยี้จนดับสูญไปในพริบตา!
ยอดฝีมือตัดวิญญาณขั้นปลาย (ขอบเขตที่ 5 ขั้นปลาย)... ถูกวิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น สังหารอย่างสมบูรณ์แบบในการปะทะเพียงสองกระบวนท่า!
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของการครอบครอง 'รากฐานวิญญาณเทวะ' และ 'วิชาระดับกึ่งเทพ'! มันทำให้ช่องว่างแห่งขอบเขตพลังกว่าหนึ่งขอบเขตใหญ่ กลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันสำหรับผู้สืบทอดแห่งจักรพรรดิ!
ซูหลงอวิ๋นสะบัดกระบี่ไล่หยาดเลือด ก่อนจะเก็บเข้าฝัก เขาหอบหายใจเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มกลับแฝงความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด เขาก้มลงปลดแหวนมิติของเซวียถูและลูกสมุนทั้งหมดมาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว
"ยอดเยี่ยม... การใช้วิชาเทวะแบบ 'เฉพาะส่วน' กินพลังงานน้อยกว่าการเรียกออกมาทั้งตัวหลายเท่า ซ้ำยังคล่องตัวและพลิกแพลงได้ดีกว่า" เขาประเมินผลการต่อสู้
หลิงอวี้ซีก้าวเดินเข้ามาหานาง นางมองดูซากศพของศัตรูด้วยความรู้สึกที่ชินชากับความวิปริตของบุรุษผู้นี้ไปเสียแล้ว
"เจ้าจัดการศัตรูขอบเขตที่ห้าได้อย่างง่ายดายประดุจปอกกล้วย... พลังของเจ้าก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วสินะ" นางกล่าวเรียบๆ
"พวกมันแค่สวะที่พึ่งพาพลังที่ได้จากโอสถและวิชามารอันตื้นเขิน... การสังหารพวกมัน ไม่นับว่าเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจอันใด"
ซูหลงอวิ๋นเงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองลึกลงไปในทะเลกระดูก เบื้องหน้าไกลโพ้น ปรากฏบานประตูศิลาขนาดยักษ์ที่สลักลวดลายภูตผีนับหมื่นตน มันคือทางเข้าสู่ 'ชั้นในสุด' ของสุสาน!
"ไปกันเถิด อวี้ซี... อุปสรรคที่แท้จริง ไม่ใช่พวกมดปลวกเหล่านี้ ทว่ามันคือสิ่งที่รอคอยพวกเราอยู่หลังประตูบานนั้นต่างหาก... 'ผลึกวิญญาณบรรพกาล' สมบัตินี้ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของพวกมารเด็ดขาด!"
การนองเลือดในทะเลเถ้ากระดูกได้สิ้นสุดลงชั่วคราว
(จบบทที่ 54.2)