ภายในบริเวณห้องนอนส่วนตัวของเจ้านางดาราสายเจ้านางผู้เลอโฉมแห่งเมืองบัวแสน บัดนี้เจ้านางยืนนิ่งอยู่ปลายเตียงนอนของตัวเองมีสองสาวรับใช้นั่งแนบพื้นอยู่ไม่ห่าง สองสาวนั้นนั่งก้มหน้านิ่ง กลิ่นน้ำอบน้ำปรุงที่ทำจากดอกไม้แห้งกรุ่นกำจายไปทั่วห้องทว่ากลิ่นเหล่านั้นกลับให้ความรู้สึกอับเอียนผสมอยู่ในความรู้สึกของสองสาวใช้ด้วยมันจึงเป็นเหมือนกลิ่นที่ชวนอ้วกเสียมากกว่า แต่เจ้านางดาราสายกลับชอบและรับรู้ได้ว่าบริวารที่มีอำนาจมืดของเจ้านางได้มาถึงแล้ว
เจ้านางดาราสายยืนมองเตียงของตัวเองสักพักจากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวขึ้นเตียง แต่หาได้เตรียมจะพักผ่อนร่างกายไม่เพราะเมื่อเจ้านางขึ้นไปบนเตียงแล้วเจ้านางดาราสายก็นั่งคุกเข่าสองข้าง จากนั้นก็ทำอาการคล้ายกับคนกำลังกายบริหารลำคอเจ้านางดาราสายเอียงคอซ้ายขวา เงยหน้าก้มหน้า ช้าๆ เมื่อเจ้านางขยับคอกระดูกที่สันคอก็เปล่งเสียงกร๊อบ! กร๊อบ! ตามไปด้วยทำให้คนฟังรู้สึกขนพองมิใช่น้อย จากนั้นก็ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าตัวเองพลางสวดคาถาอะไรบางอย่างงึมงัมๆ ในลำคอ และเพียงไม่นานตะเกียงที่ให้แสงสว่างรอบห้องก็ดับวูบ มีเพียงแสงเทียนจากหัวเตียงที่หาได้ดับไปไม่สองสาวใช้ก้มหน้าแนบพื้นไม่กล้ามองดูสิ่งใดเพราะรู้ดีว่าเจ้านายของตัวเองกำลังทำอะไรอยู่บนเตียง!
เมื่อแสงไฟในห้องดับลงไปพร้อมกันแล้ว เจ้านางดาราสายก็ล้มตัวนอนหงาย สองมือวางแผ่บนเตียง เจ้านางปล่อยผมยาวของตัวเองแผ่สยายจนมองดูแล้วน่ากลัวมากกว่าสวยงามเมื่อเจ้านางจัดแจงท่านอนของตนเองเสร็จแล้วสายตาของเจ้านางก็เหลือบขึ้นไปมองบนหัวเตียงซึ่งเป็นเตียงไม้ขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายงดงามตามยุคสมัยและสมฐานันดรศักดิ์ของตน
เจ้านางดาราสายมองขึ้นไปบนหัวเตียงก็ปรากฏเงา เงาหนึ่ง เงานั้นค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้นบนหัวเตียง และชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกลักษณะของยายแก่ผมยาวสยายแต่รุงรัง ใบหน้าเหี่ยวย่นขาวซีดแต่ทว่าดวงตาขาวโพลนหาได้มีลูกตาดำเจือปนอยู่ไม่ ร่างนั้นนุ่งผ้าถุงสีดำ สวมเสื้อสีเทาแขนกระบอกห่มสไบผืนเล็กสีดำเช่นเดียวกับสีผ้าถุง ยายแก่นั้นนั่งอยู่บนขอบหัวเตียงข้อศอกทั้งสองข้างของแก ก็เท้าไว้บนหน้าขาสองมือประสานกันนิ่งพลางชะโงกหน้ามองดูใบหน้าเจ้านางดาราสายแล้วแสยะยิ้มน้ำลายไหลยืดๆ ย้อยหยดลงบนใบหน้าขาวนวลของเจ้านาง
สองสาวข้ารับใช้ก้มหน้าหลับตาปี๋มิกล้าเงยมองดูภาพอันชวนสยดสยองนั้นแม้แต่นิดเดียวยายแก่แปลกประหลาดจ้องมองหน้าเจ้านางผู้สูงศักดิ์สักครู่ จากนั้นก็ค่อยๆอ้าปากกว้างขึ้น กว้างขึ้น แล้วแลบลิ้นยาวแต่เลื้อยได้ดุจดั่งอสรพิษลงเลียใบหน้าของเจ้านางดาราสายแผล็บ แผล็บ!!
ทว่า.. แทนที่เจ้านางดาราสายแสนสวยจะขยะแขยงเจ้านางกลับนอนนิ่งหลับตาพริ้มให้ยายแก่นั่นเลียใบหน้าของตนราวกับได้ลิ้มชิมรสอาหารอร่อยก็ไม่ปานยายแก่นางนี้ที่แท้แล้วก็คือผีกะที่เจ้านางดาราสายเลี้ยงเอาไว้และเป็นผีกะที่มีสายสัมพันธ์กับเจ้านางสายบัวทิพย์พี่สาวต่างมารดาของเจ้านางดาราสาย เพราะผีกะตนนี้เจ้านางดาราสายได้ทำพิธีซื้อต่อมาจากเจ้านางสายบัวทิพย์ ที่สำคัญเจ้านางสายบัวทิพย์ก็กำลังเดินทางมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้านางดาราสายตามคำของของเจ้านางดาราสายอีกด้วย
แม้จะเป็นถึงบุตรีคนโตแห่งเมืองบัวแสนแต่ทว่าเจ้านางสายบัวทิพย์ก็แทบจะไม่มีบทบาทอะไรนั่นก็เพราะว่ามารดาของเจ้านางสายบัวทิพย์ เป็นแค่สนมนางใน หาใช่เจ้านางผู้สูงศักดิ์ไม่จึงทำให้เจ้านางสายบัวทิพย์เป็นเบี้ยล่างให้กับเจ้านางดาราสายมาโดยตลอด เมื่อเจ้านางดาราสายส่งสารถึงเจ้าหลวงอดิศักดิ์ผู้เป็นพ่อเพื่อขอให้เจ้านางสายบัวทิพย์มาอยู่เป็นเพื่อน มีหรือที่เจ้าพ่อจะปฏิเสธด้วยความตามใจบุตรสาวคนเล็กมาแต่ไหนแต่ไรและแน่นอน อะไรที่ทำให้เจ้านางดาราสายพึงใจได้เจ้าหลวงอดิศักดิ์ผู้เป็นพ่อจะต้องจัดหาให้เป็นอย่างดีโดยไม่ได้สนใจเลยว่าเจ้านางสายบัวทิพย์อยากจะมาอยู่กับเจ้านางดาราสายด้วยหรือไม่
พิธีกรรมเลียหน้าของผีกะนั้นตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาก็คือจะช่วยให้ผู้หญิงนางนั้นสาวขึ้น สวยขึ้นและมีเสน่ห์มากขึ้นจนเป็นที่หลงใหลของบุรุษที่พบเห็นทั่วไปแต่กระนั้นเจ้านางดาราสายก็ไม่เคยจำได้เสียทีว่าพิธีกรรมนี้ไม่สามารถช่วยให้เจ้าภูแสนต้องตาตรึงใจได้เลยสักคราเดียวเมื่อผีกะเลียหน้าเลียตาให้เจ้านางดาราสายเรียบร้อยแล้วเจ้านางดาราสายก็ลุกขึ้นนั่งคุกเข่าจ้องสบตากับผีกะ ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“อาหารท่านอยู่ตรงนั้น เลือกเอาเถิด..!!” เมื่อพูดจบสองข้ารับใช้สาวก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อของเจ้านางแสนสวยผู้นี้ทั้งสองรีบลุกขึ้นนั่งตาเหลือลาน มองหน้ากันเลิ่กลั่กผีกะที่นั่งจิกเท้าอยู่บนหัวเตียงนั้น มันก็ค่อยๆ เงยหน้ามองสองสาวทันที แล้วแสยะยิ้มด้วยความกระหายและเสี้ยววินาทีนั้นเอง
“กร๊อบ...!!!” หนึ่งในสาวรับใช้ของเจ้านางดาราสายก็ใช้มือข้างหนึ่งซึ่งตอนนี้มีเล็บยาวสีดำโผล่พุ่งขึ้นมาหักคอเพื่อนสาวใช้ด้วยกันส่วนมืออีกข้างง้างคมเล็บยาวกระหน่ำไปที่หน้าท้องของเพื่อนสาวรับใช้อย่างไร้ความปราณี
“กรี๊ดดดดด...!!!” เสียงกรีดร้องสุดหลอดลมที่บ่งบอกถึงความตกใจและหวงแหนลมหายใจเฮือกสุดท้ายอย่างยิ่งยวดแต่กระนั้นก็หาได้ทำให้เพื่อนหญิงรับใช้หยุดการกระทำอันน่าสยดสยองไม่นางล้วงมือกระซวกเข้าไปควานหาเครื่องในตรงหน้าท้องก่อนจะดึงกระชากไส้ที่เต็มไปด้วยเลือดออกมาแล้วยัดลำไส้นั้นเข้าปากเคี้ยวหยับๆประหนึ่งว่าอดอยากอาหารมาแรมปีส่วนทางด้านเจ้านางดาราสายก็นั่งดูเหตุการณ์เบื้องหน้านิ่งๆ ราวกับว่าชินกับสิ่งที่เกิดขึ้นและประหนึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว!!
ยายแก่ผีกะเข้าสิงร่างข้ารับใช้ของเจ้านางดาราสายเพื่อกัดกินเครื่องในสดๆของนางรับใช้อีกคนซึ่งเป็นเพื่อนกัน ขณะที่ผีกะกัดกินเครื่องในอยู่นั้นข้ารับใช้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายก็สั่นเกร็งด้วยความเจ็บปวดมือสองข้างจิกเล็บลงไปที่พื้นจนเล็บหลุด สองเท้าเกร็งบิดเข้าหากัน ลำตัวกระตุกไปมาดวงตาเบิกโพลงด้วยความทรมานจนกระทั่งข้ารับใช้ผู้เคราะห์ร้ายขาดใจตายเนื่องจากทนพิษบาดแผลและความเจ็บปวดไม่ไหว
เมื่อผีกะตนนั้นกัดกินเครื่องในของนางข้ารับใช้จนอิ่มหนำแล้วมันก็ออกจากร่างนางข้ารับใช้ แล้ววูบไปเกาะอยู่ที่หัวเตียงเช่นเดิมเจ้านางดาราสายกับยายแก่ผีกะมองสบตากัน จากนั้นยายแก่ผีกะก็หายตัววับไปนั่นแหละเจ้านางดาราสายถึงได้ลุกออกจากเตียงเดินลงไปยืนอยู่เบื้องหน้านางข้ารับใช้ที่เพิ่งจะรู้สึกตัวและเมื่อนางข้ารับใช้ผู้รอดชีวิตมีสติครบเต็มที่แล้ว เห็นสภาพเพื่อนของตนที่ร่างมีแต่เลือดท่วมแดงฉานก็ถึงกับกรีดร้องเสียงหลงเจ้านางดาราสายเห็นอย่างนั้นก็จิกมือไปที่ผมของนางข้ารับใช้คนนั้นแล้วกระชากให้หันหน้ามามองตัวเองก่อนจะพูดด้วยเสียงเหี้ยมผิดกับกิริยาที่แสดงออกต่อหน้าผู้คนว่าตนคือสตรีที่แสนจะอ่อนโยนและเรียบร้อย
“จัดการเก็บกวาดซากศพเพื่อนแกซะและปิดปากแกให้สนิท มิเช่นนั้นแกจะเป็นรายต่อไป..!!!” นางข้ารับใช้ตัวสั่นงันงกน้ำตาคลอเบ้าที่ต้องมาเจอเรื่องวิปลาสเช่นนี้ นางทั้งตกใจ ทั้งกลัวจนสติแทบจะหลุดแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ ได้แต่ทำตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านายของตนตัวสั่นงันงก ส่วนเจ้านางดาราสายก็ยืนกอดอกเพ่งจ้องไปที่นางข้ารับใช้คนนั้นพลางแสยะยิ้มที่มุมปากเพราะนางคนนี้ก็คือเหยื่อรายต่อไปของยายแก่ผีกะนั่นเอง!!