“เจ้าไม่ต้องกลัว เราเผ่าเอลฟ์รักสงบมาก จนกว่าจะมีอะไรเข้ามารุกรานเราถึงจะแสดงความโหดร้ายออกมา”
แอนเดอร์สันมองไปยังชาตรงหน้า มันมีทั้งกลิ่นหอมและมานาอยู่ภายในถ้วยเพื่อเพิ่มรสชาติของมัน เขารับรู้ได้เลยว่าชาตรงหน้าของเขาจะต้องเป็นชาชั้นเลิศอย่างแน่นอน
“ผมชื่อแอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์ ขอโทษที่แนะนำตัวช้าครับ”
รอยยิ้มเผยออกมาจากใบหน้าของฟีโอน่า แอนเดอร์สันที่เห็นรอยยิ้มจากคนสวยทำให้เขารู้สึกทำตัวไม่ถูก
“เจ้าอายุเท่าไหร่”
“ผมอายุ 15 ปีอีกไม่นานก็จะ 16 ปีแล้วครับ”
“สำหรับพวกเราเจ้ายังคงเป็นทารก เจ้าคงแปลกใจกับคำพูดของข้าสินะว่าทำไมถึงมองแบบนั้น”
“คงเป็นเพราะเอลฟ์มีอายุที่ยืนยาวใช่ไหมครับ”
“ใช่ เจ้าพูดถูก เห็นข้าแบบนี้ข้าก็มีอายุ 1,200 ปีแล้ว เจ้ามาจากสหพันธ์ไหนอย่างนั้นเหรอ”
“ผมมาจากสหพันธ์โคเวียครับ”
“สหพันธ์โคเวียอย่างนั้นสินะ แล้วเจ้าได้แผนที่และตราของพวกเรามาได้ยังไงกัน”
แอนเดอร์สันนำแผนที่ออกมาวางพลางตอบคำถามทุกอย่าง จากการสัมผัสกับมานาในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขารู้ว่าภูติและเอลฟ์บางตนสามารถจับโกหกได้ด้วยกระแสมานาในร่างกาย
“แม่ของผมเป็นเจ้าของแผนที่นี้ครับ”
“เธอมาจากตระกูลใดล่ะ”
“เฟียร์” แอนเดอร์บอกตระกูลของแม่ให้ผู้นำหมู่บ้านเอลฟ์ได้ทราบ เธอจึงเดินเข้ามาส่องใกล้ๆดวงตาของแอนเดอร์สันแล้วฉีกยิ้มน้อยๆออกมา
“ผู้หญิงตัวเล็กๆผมสีเขียวอ่อนมีดวงตาสว่างไสวคนนั้นและมีนัยน์ตาเหมือนกับเจ้าเธอสบายดีไหม”
“แม่ของผมเสียไปนานแล้วครับ” แอนเดอร์สันทำหน้าเศร้าเมื่อพูดถึงแม่มีเพียงรอยยิ้มอันอบอุ่นเท่านั้นที่เขายังคงจำได้อยู่
“ทุกชีวิตมีเกิดและต้องมีสูญสลาย สำหรับแม่ของเจ้าผู้ได้รับพรเจ้าแห่งพืชพรรณเธอคงเดินทางเข้าสู่อาณาเขตแห่งนิรันดร์ที่เหล่าภูติเมื่อหมดอายุขัยจะเดินทางไป ที่นั่นเต็มไปด้วยความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เจ้าไม่ต้องกังวลใดๆเกี่ยวกับการจากไปของเธอ”
แอนเดอร์สันอมยิ้มเล็กน้อยกับการลูบหัวที่ผู้นำหมู่บ้านมอบให้เขาด้วยความเอ็นดู
“แอนเดอร์สัน เจ้าครอบครองพรเหมือนกับแม่ของเจ้าใช่ไหม แต่เจ้าพิเศษกว่าเพราะเจ้ามีพรเกี่ยวกับจิตวิญญาณไม้อีกอย่าง แม้แต่แม่ของเจ้าก็ไม่สามารถทำให้ภูติทั้งป่าออกมารวมตัวกันได้แบบนี้”
“ใช่ครับ ผมมีพร 2 อย่าง เจ้าแห่งป่าไม้คือพรแรกของผม ส่วนผู้ที่เป็นที่รักของต้นไม้คืออีกพร”
“หืม เป็นพรที่ดี ไม่แปลกที่เหล่าภูติมากมายจะต้อนรับเจ้าด้วยการเต้นรำ”
แอนเดอร์สันยิ้มเล็กน้อยพลางหยิบชาขึ้นมาจิบ
“แล้วเจ้าอยากจะทำอะไรต่อไปล่ะ อยากจะอยู่ที่นี่สักหน่อยไหม”
“มีอะไรเหรอครับ”
“ข้าเห็นภูติเหล่านี้สนใจในตัวของเจ้า พวกเขาคงอยากให้เจ้าอยู่ที่นี่อีกสักพักเพื่อเล่นกับพวกเขา”
แอนเดอร์สันมองไปยังหน้าต่าง ปรากฎว่ากลุ่มแสงที่เห็นก่อนหน้าเริ่มก่อตัวจนมีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ตัวเล็กๆเท่าเม็ดถั่ว กำลังเกาะขอบหน้าต่างมองเขาด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นผมขอรบกวนสักวันได้ไหมครับ”
“ได้สิ ข้าจะให้คนเตรียมที่พักให้เจ้า พักผ่อนได้ตามสบาย”
แอนเดอร์สันเดินตามผู้นำหมู่บ้านออกไปด้านนอก หลังจากที่เขาออกมาภูติมากมายก็เข้ามาสอบถามแอนเดอร์สันต่างๆมากมาย เขาไม่รู้เลยว่าแต่ละตัวพูดอะไรเพราะภาษาที่พวกเขาใช้ดูเหมือนจะเป็นภาษาเฉพาะ
“ระหว่างที่ข้าพาเจ้าเดินดูหมู่บ้าน หากเจ้าอยากตอบคำถามพวกเขาลองปลดปล่อยมานาของเจ้าออกมารอบๆสิ แล้วใช้มานาเหล่านั้นรับรู้ถึงเสียงของภูติเท่านั้นเจ้าก็จะเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดแล้ว”
แอนเดอร์สันลองทำตาม พลางมองออกไปรอบข้างเพื่อดูบ้านไม้ที่ถูกสร้างให้อยู่ในลักษณะทรงกลมขนาดแตกต่างกันไป นับว่าเป็นการอยู่อาศัยกับธรรมชาติโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างมลพิษ เป็นการอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน
“นี่นี่ เจ้ามนุษย์ตัวใหญ่ เจ้ามาจากไหนเหรอ”
“นี่ เจ้าร้องเพลงได้ไหม”
“เจ้าได้ยินพวกเราหรือเปล่า”
แอนเดอร์สันที่ได้ยินเสียงของเหล่าภูติผ่านทางมานาเขาถึงขั้นฉีกยิ้มกว้าง จากบทพูดของภูติมากมายที่กำลังบินล้อมรอบตัวของเขาอย่างกับหิ่งห้อยกลางวัน พวกเขาเหมือนกับเด็กน้อยเขาจึงตอบทุกๆคำถามเพราะมันทำให้เขารู้สึกโล่งใจหลังจากหนีการตามล่ามาตลอดหลายเดือนและต้องตกอยู่ใต้การฆ่าตลอดเวลา ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ได้หยุดเท้าหลังจากมีเอลฟ์เดินเข้ามาหาผู้นำหมู่บ้านเพื่อจะรายงานบางอย่าง
“แอนเดอร์สัน เจ้าเล่นกับพวกเขาไปตามสบายเลยนะ ข้าจะให้คนมารับเจ้าหลังจากเตรียมบ้านพักให้เจ้าเสร็จแล้ว”
แอนเดอร์สันมองผู้นำหมู่บ้านที่เดินจากไปด้วยใบหน้าเป็นกังวล ทันใดนั้นเหล่าภูติปากสว่างและขี้สงสัยก็ได้บ่นให้แอนเดอร์สันฟังเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้พวกเขาไม่สบายใจ
“แย่จริงๆ พวกนั้นมาอีกแล้ว”
“ใช่ๆ เห็นแก่ตัวมากๆเลย”
“แล้วเราจะต้องย้ายบ้านไหม ผลไม้ชีวิตเหลือผลเดียวแล้ว พวกนั้นยังจะนำของเราไปอีก”
จากน้ำเสียงของภูติที่เปลี่ยนไปเป็นหดหู่ทำให้แอนเดอร์สันอยากรู้ว่าพวกนั้นที่ภูติพูดถึงคือใคร
“พวกนั้นคือใครเหรอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นทำไมดูผู้นำหมู่บ้านดูกังวลจัง”
“พวกนั้นคือออร์ค พวกมันอยากได้ผลไม้แห่งชีวิตที่เราเหลืออยู่เพียง 1 ผลเท่านั้น ตอนนี้ต้นไม้ชีวิตกำลังจะตาย เราต้องใช้เมล็ดของมันปลูก แต่ถ้าออร์คขอไปเราก็จะไม่มีต้นไม้แห่งชีวิตอีก ราชินีกังวลว่าเราจะไม่มีพลังเวทย์ไว้ซ่อนตัวอีกต่อไป”
“ราชินี ? ใช่ผู้นำหมู่บ้านไหม”
“ใช่ๆ เธอเป็นราชินีของเผ่าเอลฟ์ แอนเดอร์สันตามมาดูนี่สิ”
แอนเดอร์สันเดินตามภูติที่กำลังนำทาง เหล่าเอลฟ์ที่เห็นภูติกำลังนำทางให้กับแอนเดอร์สันพวกเขาจึงไม่เข้าไปขัดขวาง การนำทางของภูติก็เหมือนกับการนำทางของราชินี แอนเดอร์สันจึงสามารถไปที่ไหนก็ได้ในหมู่บ้านแห่งนี้
“นี่ๆ สิ่งนี้คือต้นไม้แห่งชีวิต มันกำลังจะตาย”
เหล่าภูติบินเข้าไปเกาะเปลือกต้นไม้ขนาดใหญ่ แอนเดอร์สันไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าต้องใช้คนกี่พันกี่หมื่นคนถึงจะโอบโคนต้นของมันมิด หลังจากรู้ว่าภูติต้องการให้เขาเชื่อมต่อกับต้นไม้แอนเดอร์สันจึงลองทำตาม ก่อนที่เขาจะพบว่าการเชื่อมต่อครั้งนี้มันแปลกประหลาด ทุกครั้งที่เขาสัมผัสกับต้นไม้เพื่อเชื่อมต่อพวกมัน เขาจะรับรู้ได้เหมือนกับว่ามีอวัยวะใหม่โผล่ออกมาจากร่างกาย
แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป ต้นไม้แห่งชีวิตไม่ได้เป็นแขนหรือขา มันไม่ใช่ดวงตาที่เขาจะใช้สอดส่องมองดูทุกๆอย่าง ต้นไม้แห่งชีวิตที่เขาเชื่อมต่อเข้ามาด้านใน ได้พาตัวของเขาล่องลอยไปตามส่วนต่างๆของมันที่เต็มไปด้วยพลังงานมากมายหลายเส้นสาย เขาไม่สามารถควบคุมมันให้เหมือนกับต้นไม้ต้นอื่นๆได้ เพราะมันเป็นเหมือนกับแหล่งพลังงานที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อถูกควบคุม
อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับพบสิ่งหนึ่งจากการเชื่อมต่อ สิ่งๆนั้นคือเขาสามารถช่วยเหลือมันได้ด้วยฉายาทั้งสองที่เขาครอบครอง เจ้าแห่งพืชพรรณและผู้เป็นที่รักของต้นไม้
“แอนเดอร์สัน เราไปอยู่ด้วยได้ไหมถ้าต้นไม้ชีวิตตายไป”
“หืม ทำไมล่ะ”
“ก็นายสดชื่นไง มานาของนายสดชื่น”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อย หากภูติเหล่านี้ได้เจอกับน้องสาวของเขาคงจะวิ่งเล่นกันทั้งวัน อย่างไรก็ตามเขาคิดว่าตัวเองคงไม่สามารถพาภูติเหล่านี้ไปอยู่ด้วยได้เพราะชีวิตของเขากำลังจะทำสงครามกับพี่ชาย
“นี่ แล้วพวกออร์คจะทำยังไงหากราชินีไม่ให้ผลไม้แห่งชีวิต”
“พวกมันขู่ว่าจะยกกองทัพมาบุก หากต้นไม้แห่งชีวิตไม่อ่อนแอพวกมันไม่กล้าบุกมาหาเราหรอก”
“ใช่แล้ว ไอ้พวกหมูอ้วนนั่นมันขี้กลัว”
“ขี้กลัว”
หลังจากร้องตะโกนด้วยความดุดันเหล่าภูติก็พากันหัวเราะหลังจากเปรียบเทียบออร์คเป็นหมู แอนเดอร์สันรู้สึกตลกจึงยิ้มตามไปด้วย ทันใดนั้นเอลฟ์ตนหนึ่งก็ได้เข้ามาหาแอนเดอร์สันเพื่อพาเขาไปยังบ้านพัก
“ไปด้วยๆ”
เหล่าภูติยังคงตามติดแอนเดอร์สันเช่นเดิม ระหว่างเดินทางผ่านบ้านเรือนมากมายแอนเดอร์สันได้มองไปยังตะกร้าที่เอลฟ์นำออกมาผึ่งแดด ภายในตระกร้าที่เขาเห็นมีสมุนไพรมากมายทั้งคุณภาพสูงและคุณภาพต่ำแตกต่างกันออกไป ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเอลฟ์ที่กำลังนำสมุนไพรไปทำยา เขาจึงมองด้วยความรู้สึกทึ่งเล็กน้อยที่สมุนไพรเหล่านี้สามารถใช้วิธีบ้านๆ อย่างเช่นการบด ตำ ต้ม เพื่อสร้างยาขึ้นมา ทั้งที่มนุษย์ใช้วิธีสกัดผ่านเครื่องมือทันสมัยเพื่อให้ได้สิ่งที่มีคุณภาพที่สุดจากตัวยา
“หืม ต้องใช้เวทย์ควบคู่ไปด้วยเหรอ”
แอนเดอร์สันมองไปยังก้นเตาที่กำลังต้มยาที่ตอนนี้มีเวทย์บางอย่างกำลังทำงาน อย่างไรก็ตามเขาต้องเดินผ่านไปก่อนเพราะภูติกำลังตื่นเต้นกับที่พักของแอนเดอร์สัน
“ถึงแล้ว เจ้าสามารถพักผ่อนที่นี่ได้ตามต้องการ”
แอนเดอร์สันเดินเข้าไปในบ้านทรงกลมไม่ต่างจากเอลฟ์ตนอื่นๆ เหล่าภูติที่ตามมาด้วยต่างบินว่อนสำรวจบ้านของแอนเดอร์สัน หลังจากที่เขาเข้ามาด้านในได้นี้เองนั้นแอนเดอร์สันจึงใช้เวทย์น้ำกับร่างกายตัวเองเพื่อทำความสะอาดแล้วเป่าด้วยเวทย์ธาตุลม ส่งผลให้ภูติที่อยู่รอบๆบินวนด้วยความสนุกต่อไป
“นี่ ฉันว่าจะของีบสักหน่อย”
“ได้เลย เราก็จะงีบเช่นกัน”
เหล่าภูติต่างยิ้มแย้มพร้อมกับบินหาตำแหน่งในการงีบนอน แอนเดอร์สันจึงปล่อยไปเพราะความเพ้อฝันของชีวิตก่อนกำลังจะถูกเติมเต็ม การได้มานอนกับภูติมากมายนี้เอง ทำให้เขานึกถึงวัยเด็กที่เคยเพ้อฝันถึงเรื่องเหล่านี้
—----------------------------
“ราชินี พวกมันไม่ยอมถอยเลยใช่ไหม”
เอลฟ์มากมายที่เดินเข้ามาหาราชินีล้วนทำสีหน้าลำบาก จำนวนของเอลฟ์มีน้อยมากเมื่อเทียบกับออร์คที่เพิ่มลูกหลานอย่างบ้าคลั่ง หากทำสงคราม การที่เอลฟ์ไม่ได้รับการสนับสนุนจากต้นไม้แห่งชีวิตพวกเขามีโอกาสสูงที่จะพ่ายแพ้
“ใช่ พวกเขาไม่ยอม ข้าขอเวลาคิดก่อนเผื่อจะเจอทางออกที่ดีกว่านี้”
เหล่าเอลฟ์พยักหน้ายอมรับแล้วเดินแยกย้าย ราชินีที่มองไปยังบ้านพักของแอนเดอร์สันที่เต็มไปด้วยภูติมากมายเธอทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ จากเดิมคิดว่าจะให้แอนเดอร์สันช่วยเหลือเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้แห่งชีวิตใหม่ แต่ด้วยพลังเวทย์ของเขาที่พึ่งก้าวผ่านระดับ 300 ปีมาได้ไม่มากพอ เธอจึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่เพื่อให้ผลดีกับสองฝ่าย
—-------------------------
“มีคนเจอเขาหรือยัง”
โรแลนที่ถูกคุมตัวเอาไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปไหน หลังจากถูกตระกูลซิกฟรีทลงโทษกักบริเวณไม่ให้เดินทางออกจากบ้าน สาเหตุที่มันต้องถูกลงโทษแบบนี้ก็เพราะว่าเรื่องการล่มสลายของตระกูลเฟียร์ทางสหพันธ์พบเบาะแสว่าคนของตระกูลซิกฟรีทยุ่งเกี่ยวด้วย ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าเป็นฝีมือของโรแลน อย่างไรก็ตามผู้นำตระกูลซิกฟรีทได้ตัดปัญหาทุกอย่างออกไป ด้วยการปลดชื่อคนของตระกูลซิกฟรีทที่ตายในตระกูลเฟียร์ออก ทำให้กลุ่มคนที่ลงมือไม่ใช่คนของตระกูลซิกฟรีทจนโรแลนพ้นผิด
อย่างไรก็ตามการที่ผู้นำตระกูลซิกฟรีทออกมาประกาศกับทางสหพันธ์ว่าคนที่ลงมือออกจากตระกูลไปนานแล้ว ส่งผลให้กลุ่มคนที่เข้าร่วมกับโรแลนกระสับกระส่ายเพราะพวกเขากลัวจะถูกตัดขาดเช่นเดียวกัน หากว่าทำงานล้มเหลว จากเรื่องนี้ทำให้โรแลนรีบหาทางนำความเชื่อมั่นกลับมาด้วยการตามหาแอนเดอร์สันแล้วรีบฆ่า ถ้าหากเขาไม่รีบนำความเชื่อมั่นกลับมา ตระกูลและกลุ่มอำนาจมากมายที่หนุนหลังมันจะต้องถอนตัวออกไปอย่างแน่นอน
“นายน้อย เรายังไม่เจอนายน้อยแอนเดอร์สัน ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นตายร้ายดียังไง ล่าสุดคนที่เห็นยังระบุว่าเขาอยู่ในเขต 7”
“ชิ ไปไหนของมันกัน”