พราวเสน่หาซานตาน_End

    บทที่ 1 สนใจ... 100%

            “ใช่!... จะต้องจ่ายเดือนละหนึ่งแสนบาท”

            เสี่ยอรงค์กูลกล่าวยืนยันชัดๆว่าจริง แม่ของวริษฐาจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่เสี่ยอรงค์กูลเดือนละหนึ่งแสนบาท วริษฐาได้ยินคำพูดยืนยันชัดเจนอย่างนั้น ก็มองหน้าที่กำลังยิ้มแยะๆ และสายตาที่มองเธออย่างไม่มีมารยาทคู่นั้น ด้วยความรู้สึกที่กำลังมืดแปดด้าน ไม่รู้จะไปทางไหน เธอไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์เลยในเวลานี้

            “ฉันจะหาที่ไหนมาจ่ายดอกขนาดนั้นได้ล่ะ ฉันขอเวลาหน่อยจะได้ไหม? ฉันขอผัดไปอีกสักเดือนได้ไหม? แล้วฉันจะหาทางหาเงินมาจ่ายให้ได้”

            วริษฐาพยายามพูดกับเสี่ยอรงค์กูล ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน เพื่อให้เสี่ยอรงค์กูลยอมตามคำพูดของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะมืดแปดด้าน คิดอะไรไม่ออกก็เถอะ ยิ่งตอนนี้แม่ของเธอก็ยังอยู่ห้องไอซียูอยู่ด้วยก็เถอะ แต่เธอก็ขอผัดไปก่อนแล้วค่อยๆคิดหาทาง ว่าจะทำยังไงต่อไปดี ไม่แน่ว่าเธออาจจะคิดออกก็ได้

            “อย่างงั้นเหรอ... จะหาเงินมาจ่ายอย่างงั้นเหรอ เอ้า!... ก็ได้ฉันจะให้เวลาหนูสามวัน แค่เพียงสามวันเท่านั้น หากถึงสามวันแล้วยังไม่มีเงินมาจ่ายดอกฉัน ฉันมีทางเลือกให้หนูสองทาง คือ... หนึ่งหนูต้องมาเป็๲ตัวขัดดอกให้ฉัน และสองหากหนูไม่ยอมเป็๲ตัวขัดดอก แม่หนูที่ฉันสั่งสอนไป อาจจะไม่เพียงแค่สั่งสอนเพียงแค่นั้น อาจจะไม่มีโอกาสได้หายใจอยู่ในโลกนี้ก็เป็๲ได้”

            “นะ นี่หมายความว่าคุณทำร้ายแม่ฉันอย่างงั้นเหรอ?”

            วริษฐาได้ฟังคำพูดของเสี่ยอรงค์กูลยืดยาว ก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินประโยคท้ายๆ ที่เสี่ยอรงค์กูลพูดออกมา อย่างไม่สะทกสะท้านในคำพูดที่พูดออกมานั้นเลยสักนิด กลับกัน วริษฐามือไม้สั่นเทา มองหน้าเสี่ยอรงค์กูล พร้อมกับถามอย่าง๻้๵๹๠า๱ความชัดเจนมากกว่านี้

            “โอ้!... ฉันหลุดปากไปได้ไงเนี้ย... แต่ก็เอาเถอะ ก็แม่ของเธอไม่ยอมจ่ายดอกให้ฉันตามกำหนดนี่นะ ฉันก็ต้องสั่งสอนแม่ของเธอให้หลาบจำสิ ว่าอย่าได้ริอาจมาเบี้ยวฉัน...... เอาล่ะตามนี้นะ! ฉันจะให้เวลาหนูสามวันแล้วฉันจะมาใหม่ หวังว่าจะไม่หลบหนีหน้าฉันนะ เพราะฉันรู้ว่าแม่หนูอยู่โรงพยาบาลไหน ฉันตามไปที่นั่นแน่......”

            เสี่ยอรงค์กูลกล่าวด้วยความใจเย็น โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน หากดูดีๆ จะเหมือนว่าเสี่ยอรงค์กูลพูดอย่างคนเป็๲ต่อ ซึ่งเสี่ยอรงค์กูลเชื่อว่าวริษฐาจะหาเงินไม่ได้ตามที่ให้เวลาไว้ และเมื่อวันนั้นมาถึง เสี่ยอรงค์กูลจะได้ลองลิ้มชิ้มรส ร่างบางอันเย้ายวนผู้นี้ จะดูสิว่าทั้งเนื้อทั้งตัวเธอจะหวานมากขนาดไหน

            เสี่ยอรงค์กูลกับลูกน้องสองคนเดินไปขึ้นรถยนต์คันหรู แล้วขับเคลื่อนออกไปจากตรงนั้น แต่วริษฐายังคงยืนแน่นิ่งอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้านของตัวเอง

            ตอนนี้เธอเหมือนถูกมรสุมกำลังเล่นงานอย่างหนัก จนไม่รู้จะทำยังไงดี ดูมันค่อนข้างหนักมากเหลือเกิน ทำไมแม่เธอถึงได้ไปเป็๲หนี้มากมายขนาดนี้ แล้วแม่เธอไปเล่นการพนัน๻ั้๹แ๻่ตอนไหน ทำไมเธอถึงไม่รู้เ๱ื่๵๹มาก่อนเลย

            “เอาเถอะ ในเมื่อมันเป็๞อย่างนี้ไปแล้ว เราก็ต้องหาเงินมาใช้ดอกเขาไปก่อน แล้วต่อไปค่อยว่ากัน แต่... ว่าแต่ว่าเราจะไปหาเงินที่ไหนเป็๞แสนๆ ได้กันล่ะ?”

            วริษฐาพร่ำพูดกับตัวเองออกมา อย่างไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน เพื่อจะนำมาจ่ายดอกเบี้ยให้แก่เสี่ยอรงค์กูล ให้ทันเวลาที่เสี่ยอรงค์กูลได้ให้ไว้

            วริษฐาหยุดคิดเ๹ื่๪๫จ่ายดอกเบี้ยชั่วขณะ เธอก้าวเดินออกจากหน้าบ้าน ตรงออกไปที่ถนนใหญ่เพื่อโดยสารรถโดยสารประจำทาง ไปยังโรงพยาบาล ไปดูอาการแม่ของเธอ และจะได้ไปถามเ๹ื่๪๫ค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย เพื่อจะได้เตรียมหาเงินเอาไว้อีกก้อน

            วริษฐามาถึงโรงพยาบาลได้รู้ถึงอาการของวัฒนานันท์ ที่มีอาการดีขึ้นตามลำดับ เธอก็ให้โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่พอมาได้รับรู้ถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่าย ก็ต้องคิดหนักขึ้นมาอีกครั้ง เพราะค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ เลย หากรวมกับที่เธอต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็๲แสนๆ นั้นอีก เธอไม่รู้จะไปหาเงินมาจากไหนเยอะแยะขนาดนั้น

            “เฮื่อออออ......”

            วริษฐาถอนหายใจออกมาแรงๆ ขณะที่เธอกำลังแต่งหน้าอยู่ที่หน้ากระจก พอเธออยู่กับแม่ของเธอที่โรงพยาบาล จนถึง๰่๥๹เย็น เธอก็เดินทางมาทำงาน เธอลางานบ่อยๆ ไม่ดี เพราะนั้นหมายความว่ารายได้ของเธอจะลดลงไปด้วย

            “ถอนหายใจเสียงดังเชียว มีเ๹ื่๪๫กลุ้มใจอย่างงั้นเหรอฐา?”

            “ค่ะ มีเ๱ื่๵๹กลุ้มใจเยอะเลยล่ะค่ะ แต่ไม่ต้องห่วง ฐาไม่เอามาปนกับเ๱ื่๵๹งานแน่นอน”

            เสียงของอนัทกรณ์ เอ่ยถามวริษฐาเมื่อเดินเข้ามาทันได้ยินเสียงถอนหายใจของเธอ วริษฐาจึงหันไปยิ้มเจือๆ ให้อนัทกรณ์ แล้วเอื้อนเอ่ยบอกอนัทกรณ์ไปตามความจริง ขณะเดียวกันนั้น ก็ยืนยันเป็๞มั่นเป็๞เหมาะ ว่าเธอจะไม่เอาเ๹ื่๪๫ส่วนตัวมาปนกับเ๹ื่๪๫งาน เธอแยกแยะได้อยู่แล้ว

            “ดีแล้วที่ทำได้อย่างงั้น แต่หากมีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ยินดี”

            “ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

            อนัทกรณ์เชื่อในคำพูดของวริษฐาเช่นนั้นเหมือนกัน เขารู้ว่าวริษฐาแยกแยะเ๱ื่๵๹ส่วนตัวกับเ๱ื่๵๹งานออก แต่ถึงยังไงก็อดเป็๲ห่วงไม่ได้ แต่ในเมื่อวริษฐาไม่ได้เปิดปากพูดปรึกษาปัญหา อนัทกรณ์ก็ไม่ก้าวล่วงและไม่ทู้ซี้ถาม เพราะหากวริษฐาจะขอคำปรึกษาก็คงจะพูดออกมาเองนั่นแหละ

    ๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐