เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 54 หัวสุนัข

    ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน และแม้จะเป็นฤดูใบไม้ร่วง  ทว่าดวงอาทิตย์ยังคงสาดแสงแรงกล้าอยู่บนท้องฟ้า


    ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองพฤกษาหมอกมีกลุ่มคนที่กำลังเดินทางไปตามเส้นทางที่ทอดยาวไปในป่าครึ้ม  รถม้าจำนวนหนึ่งบรรทุกสัมภาระมากมายเอาไว้  กลุ่มคนเหล่านั้นประกอบไปด้วยคนชรา คนอ่อนแอ ผู้หญิงและเด็ก  สีหน้าของพวกเขาต่างซีดเผือด


    “ท่านแม่ ทำไมพวกเราต้องออกจากเมืองพฤกษาหมอกด้วยล่ะ?”


    “ข้าไม่อยากไปบ้านท่านยายเลย ฮือ ฮือ ...”


    เด็กเล็กหลายคนเริ่มไม่พอใจ แต่เมื่อถูกพ่อแม่ลากจูงไปเรื่อย ๆ พวกเขาจึงทำได้เพียงเดินตามไปอย่างอิดออดเท่านั้น


    ตอนนั้นเองที่คนทั้งกลุ่มต้องหยุดเดิน  และในแถวหน้าสุด ชายวัยกลางคนที่มีดวงตาแดงก่ำหันกลับมา ชายสองคนนั้นคือหยางชิงเสวียนและหยางหยุนทียน


    ด้านหลังของพวกเขาคือหยางอู่ หยางหลิงเยวี่ยและหยางหลิงชิง


    พวกเขาออกจากเมืองพฤกษาหมอกเพราะเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลไป๋ และมิได้ก่อเรื่องใหญ่ใด ๆ ก่อนที่พวกเขาจะจากมา


    หยางชิงเสวียนและหยางหยุนเทียนทอดสายตามองเด็กหนุ่มสาวทั้งสาม  เขากัดฟันแน่นและเอ่ยขึ้น


    “พวกเจ้าทั้งสามจงฟังคำข้าให้ดี  หากพวกเจ้าไม่สามารถปกป้องเลือดเนื้อของตระกูลหยางเอาไว้ได้ แม้จะกลายเป็นผีข้าก็จะไม่ยกโทษให้พวกเจ้าเป็นอันขาด!”


    หยางอู่ยังสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้  ขณะที่หยางหลิงเยวี่ยและหยางหลิงชิงกำลังสะอื้นไห้เงียบ ๆ


    เด็กสาวทั้งสองมองไปยังบิดาผู้เป็นที่เคารพรักของพวกนางซึ่งกำลังมีดวงตาแดงก่ำอยู่ในตอนนี้  และเมื่อใคร่ครวญคำพูดที่เขาเพิ่งเอ่ยออกมา  พวกนางก็ตระหนักดีว่ามันเปรียบเสมือนคำพูดสั่งเสียและบิดาของพวกนางจะต้องตายในไม่ช้า


    เมื่อคิดถึงอนาคตของตระกูลหยางและความรับผิดชอบมากมายที่ต้องแบกรับ  พวกนางต่างรู้สึกโศกเศร้าและเจ็บปวด 


    พวกนางใช้ชีวิตอย่างอิสระไร้กังวลมาตั้งแต่เด็ก ๆ และไม่เคยคาดคิดเลยว่าตนเองจะต้องมาพบกับวิบากกรรมเยี่ยงนี้ เมื่อเด็กหนุ่มสาวทั้งสามต้องอพยพลี้ภัยคนในตระกูลที่ไร้ทางสู้


    ส่วนยอดฝีมือตระกูลหยาง  พวกเขาทั้งหมดยังต้องอยู่เพื่อจัดการกับศัตรูและอาจจะต้องจบลงด้วยการจากไปอย่างไม่มีทางหวนกลับ  เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้จะอดทนต่อชีวิตที่น่าเวทนาและการพลัดพรากเช่นนี้ต่อไปได้อย่างไร?


    แม้ว่าหยางชิงเสวียนจะไม่ได้พูดออกมา ทว่าเหล่าภรรยาของชายตระกูลหยางต่างก็พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้น  หลังจากคิดไปถึงผลลัพธ์ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้นี้  พวกนางบางคนถึงกับร่ำไห้และไม่นานนักคนอื่น ๆ ก็เริ่มร่ำไห้ออกมาเช่นกัน


    “พวกเจ้าจะร้องไห้ไปทำไมกัน  หากยังขืนร้องอยู่อีก ข้าจะฆ่าเสียให้หมด!”


    เมื่อเห็นบรรยากาศที่น่าหดหู่เช่นนี้  หยางหยุนเทียนจึงวางท่าขึงขังและกวาดตามองไปยังทุกคน  แม้ว่าหยางหยุนเทียนจะไม่ได้เก่งกาจมากนัก  แต่พลังของเขาก็นับได้ว่าแข็งแกร่งจนบรรดาผู้หญิงและเด็ก ๆ ต่างก็หวาดกลัวในตัวเขา  เมื่อเขาเริ่มเกรี้ยวกราดจึงทำให้คนอื่น ๆ ตกใจจนหยุดร้องไห้  แม้ว่าลึก ๆ แล้วพวกเขาจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตระกูลหยางนั้นใกล้ถึงคราอวสานเต็มที


    หากเทียบกับตระกูลไป๋ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองพฤกษาหมอก  พวกเขาก็ยังด้อยกว่าเล็กน้อย


    หลังจากที่เห็นว่าทุกคนเริ่มเงียบ หยางชิงเสวียนเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน


    “อย่าคิดมากไปเลย  ที่ให้พวกเจ้าทุกคนเดินทางออกจากเมืองพฤกษาหมอกก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเจ้าเอง  เมื่อทำเช่นนี้ พวกเราก็สามารถต่อสู้ได้โดยปราศจากความวิตกกังวล  และใช่ว่าตระกูลหยางของเราพ่ายแพ้ไปแล้วเสียเมื่อไหร่ เมื่อพวกเราเอาชนะพวกคนต่ำช้าได้และโจรชั่วพวกนั้นได้  เราจะกลับไปหาพวกเจ้าทุกคนอย่างแน่นอน!”


    “การเดินทางในครั้งนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของหยางอู่และพวกนางทั้งสอง  หากพวกเจ้าคนใดฝ่าฝืนคำสั่งและขัดขวางการเดินทางครั้งนี้ก็อย่ามาโทษข้า...หยางชิงเสวียน ที่จะไม่ไว้หน้าพวกเจ้า  ข้าคงอยู่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว  น้องรอง ไปกันเถอะ!”


    หลังจากมอบหมายหน้าที่เรียบร้อยแล้ว  หยางชิงเสวียนก็มองไปที่หยางอู่และเด็กสาวทั้งสอง ก่อนที่เขาจะพยักหน้าและเอ่ยขึ้น


    “อู่เอ๋อร์ เยวี่ยเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ อนาคตของตระกูลหยางขึ้นอยู่กับพวกเจ้าทั้งสามแล้ว  ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะทำหน้าที่นี้ได้ดี  เพราะพวกเจ้าเป็นลูกหลานตระกูลหยางของเรา  และไม่มีคนขี้ขลาดในหมู่ลูกหลานตระกูลหยาง!”


    หยางอู่กลั้นน้ำตาเอาไว้ขณะพยักหน้ารับ


    “ท่านพ่อ อย่าห่วงไปเลย ต่อให้ข้าต้องสละชีวิตของตนเอง ข้าก็จะจัดการเรื่องนี้ให้จงได้  ทว่าท่านต้องให้สัญญากับข้าว่าท่านจะกลับมาอย่างปลอดภัย...”


    “ใช่แล้ว  ท่านพ่อ  ข้าจะทำได้อย่างไรหากไม่มีท่าน...”


    สีหน้าของหยางหลิงเยวี่ยซีดเผือด


    หยางหลิงชิงมองหน้าหยางหยุนเทียนจากนั้นก็หันไปมองหยางชิงเสวียน  แม้ว่านางจะรู้สึกโศกเศร้า แต่ก็ยังมีศรัทธาแรงกล้าในสายตาคู่นั้น  มีคนผู้หนึ่งที่นางเชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจว่าจะไม่ยอมให้ตระกูลหยางสูญสิ้นไปในหายนะครั้งนี้


    แม้จะเป็นเพียงความเชื่อมั่นลม ๆ แล้ง ๆ แต่นางก็ยังยึดมั่นในความรู้สึกอย่างเหนียวแน่น  ก่อนหน้านี้หลงเฉินทำให้นางประหลาดใจอยู่หลายครั้งหลายครา และทำเรื่องเหลือเชื่อมากมายให้สำเร็จได้


    ก่อนที่พวกเขาจะจากไป  จู่ ๆ หยางชิงเสวียนก็พูดกับหยางอู่


    “หากหลงเฉินรอดกลับมาได้  ทุกเรื่องจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาเพียงผู้เดียวในภายภาคหน้า อย่างไรเสีย หากเขาผลีผลามเกินไป ต่อให้ต้องสละชีวิต เจ้าก็ต้องหยุดเขาให้ได้!”


    เมื่อพูดจบ  เขาก็ไม่รีรอให้หยางอู่ตอบกลับ หยางชิงเสวียนและหยางหยุนเทียนหายลับตาไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งให้หยางอู่ หยางหลิงเยวี่ย และหยางหลิงชิงมองหน้ากันด้วยความขมขื่น  ความรู้สึกหวาดกลัวและอับจนหนทางเกาะกุมในหัวใจ


    “ไปกันเถอะ  พวกเรายังต้องอยู่ต่อไป”


    เขากัดฟันและนำคนออกเดินทาง  สำหรับหยางหลิงเยวี่ยและหยางหลิงชิง ไม่ว่าพวกนางจะรู้สึกสิ้นหวังหรือเจ็บปวดเพียงใด  สิ่งเดียวที่พวกนางทำได้คือกัดฟันสู้และอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น


    ‘สวรรค์ได้โปรดเมตตาตระกูลหยางด้วยเถิด  เมตตาท่านปู่ เมตตาท่านพ่อและท่านลุง ... และเมตตา... เขาผู้นั้น...’


    ภายใต้การนำของเด็กทั้งสาม คนกลุ่มนั้นก็เคลื่อนตัวไปอย่างเป็นระเบียบ อย่างไรก็ตามในเวลานี้ เงาร่างสีดำสองร่างได้กระโดดลงมาจากต้นไม้เบื้องบน  พวกเขามีสีหน้าดูถูกขณะที่มองตากัน


    “ตระกูลหยางปล่อยให้เด็กพวกนี้หนีไปงั้นรึ?  ตระกูลไป๋สั่งให้พี่น้องนับสิบของข้าคอยเฝ้าระวังอยู่ในเมืองพฤกษาหมอก แต่ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะมาอยู่ที่นี่ รีบไปเถอะ... พวกเราต้องรีบไปบอกพวกที่เหลือ  เมื่อคนตระกูลไป๋ ไป๋จ้านหลงและคนอื่น ๆ มาที่นี่  พวกเขาคงถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก?!”


    “ข้าได้ยินมาว่าผู้นำตระกูลไป๋ได้ให้ยาสมุนไพรชั้นเลิศที่เขาครอบครองกับไป๋ซื่อเฉินและไป๋ซื่อจี เพื่อที่บาดแผลซึ่งทำให้ไป๋ซื่อเฉินต้องทุกข์ทรมานก่อนหน้าจะได้ถูกเยียวยาอย่างเต็มที่  และข้ายังได้ยินมาอีกว่าเขาจะกลับมาเป็นชายชาตรีเช่นเดิม  ความแข็งแกร่งของเขาใกล้จะบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดเต็มทีแล้ว  ส่วนไป๋จีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็กำลังฟื้นตัว...”


    “เจ้าเห็นหยางหลิงชิงอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นหรือไม่?  ดูเหมือนว่านายน้อยไป๋ซื่อเฉินจะถูกใจในตัวหยางหลิงชิงผู้นี้มาก ในเมื่อตอนนั้นเขาได้รับบาดเจ็บที่ลูกอัณฑะ ทว่าตอนนี้เขาหายดีแล้ว ใครจะรู้ว่าเมื่อใดมันจะกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม...?”


    “ข้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันยังใช้การได้รึเปล่า...”


    --------------------


    เมื่อเห็นหยางเสวี่ยชิง  หลงเฉินจำต้องสะกดกลั้นความเกรี้ยวกราดของตนเองไว้ นั่นก็เป็นเพราะเขาจะได้สำแดงพลังยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ออกมาได้


    เวลานี้ กลุ่มคนทั้งสองเข้ามาใกล้หุบเขามากขึ้น และเขาก็เผชิญหน้ากับพี่น้องตระกูลไป๋พร้อมกันกับผู้นำตระกูลหยาง…


    “เฉินเอ๋อร์  เจ้าคิดว่าเหตุใดพวกเขาถึงจับตัวหยางเสวี่ยชิงไปแต่ไม่ทำร้ายนาง และแม้แต่ไม่ใช้นางข่มขู่พวกเรา?”


    หลงเฉินเองก็คิดถึงประเด็นนี้  แต่ไม่นานนักเขาก็ได้คำตอบในใจและตอบกลับไป


    “ข้าเดาว่าพวกเขามั่นใจในฝีมือของตนเอง และจะใช้ไม้ตาย ซึ่งก็คือท่านแม่ของข้า มาข่มขู่พวกเราก็ต่อเมื่อพวกเขามีทีท่าว่าจะพ่ายแพ้เท่านั้น  อย่างไรเสีย ในระยะใกล้แค่เอื้อมเช่นนี้  ข้าจะปล่อยให้พวกเขามีโอกาสทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?”


    “เฉินเอ๋อร์ เจ้ามั่นใจมากเพียงใดว่าจะจัดการไป๋ลี่ได้?”


    เมื่อเห็นดวงตาเป็นประกายและเฉียบคมของน้องชายผู้นำตระกูลไป๋ ไป๋ลี่ ซึ่งค่อย ๆ ใกล้เข้ามา  หลงเฉินมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าคนผู้นี้ผ่านการต่อสู้ฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน  ความโกรธแค้นและชิงชังของหลงเฉินได้พบกับที่ระบายในที่สุด  และด้วยคำถามอย่างกะทันหันของผู้นำตระกูลหยาง หลงเฉินมิได้เอื้อนเอ่ยคำใดหากแต่รีบตรงเข้าไปหาไป๋ลี่ด้วยความรวดเร็ว!


    หลังจากที่เห็นว่าหลงเฉินเป็นฝ่ายลงมือก่อน  บรรยากาศตึงเครียดก่อนหน้านี้ก็ระเบิดขึ้นมาและไป๋ลี่ถูกหลงเฉินไล่ต้อนทันที  เวลานั้น ผู้นำตระกูลหยางและไป๋เซิงที่แปรเปลี่ยนจากพี่น้องเป็นศัตรูคู่อาฆาตก็เริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด!


    หลังจากต่อสู้กันไปมากับไป๋ลี่ หลงเฉินถูกกดดันด้วยปราณอันทรงพลังของคู่ต่อสู้และร่างทั้งร่างของเขาถูกซัดกระเด็นไปด้านหลัง  เมื่อเห็นว่าหลงเฉินอยู่ในสภาพที่น่าสมเพช ไป๋ลี่ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา


    “มีฝีมือเพียงเท่านี้แต่กลับคิดจะเทียบชั้นกับข้าเชียวรึ?  ช่างทะเยอะทะยานเสียจริง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เจ้าไปคุยโวโอ้อวดถึงความเก่งกาจไร้เทียมทานของตนเอง  วันนี้ข้าจะตัดหัวสุนัขของเจ้าเสีย!”


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินกระเด็นออกไปอย่างง่ายดายด้วยน้ำมือของไป๋ลี่  ความมั่นใจของผู้นำตระกูลหยางก็ลดลงอย่างมาก ทว่าหลงเฉินที่ถูกไป๋ลี่ต้อนจนมุม จู่ ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างน่าตกใจพร้อมกับสีหน้าเย้ยหยัน


    “เจ้าก็แค่รับการโจมตีพื้น ๆ ไปเท่านั้น จะลำพองไปไย? ดูเหมือนว่าคนตระกูลไป๋จะมีแต่พวกไม่เอาถ่านทั้งนั้น  สำหรับหัวสุนัขที่เจ้าว่า หัวของผู้ใดที่โดนตัดในวันนี้... นั่นล่ะหัวสุนัข!”


    ในขณะที่พูดอยู่นั้น หลงเฉินก็ใช้วิชาแปลงร่างวิญญาณมังกร  ก่อนหน้านี้ที่เขาใช้การแปลงร่างวิญญาณมังกรที่บ้านตระกูลไป๋และทำให้ไป๋เซิงและไป๋ลี่หวาดผวามาแล้วครั้งหนึ่ง  และระยะห่างในตอนนี้ก็ประชิดกว่าครั้งก่อนมาก  เมื่อเห็นเกล็ดสีเลือดและเดือยกระดูกแหลมโผล่ออกมาจากร่างกายของหลงเฉิน  มันก็ย้ำเตือนให้ผู้นำตระกูลไป๋นึกถึงบุตรชายของตนที่ตายอย่างน่าสยดสยอง  ความเกรี้ยวกราดของเขาปะทุขึ้นในทันที


    “น้องรอง แก้แค้นให้ลูกชายของข้าด้วย!”


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินมีเกล็ดสีโลหิตเป็นเกราะกำบัง  ความหวาดผวาบังเกิดแก่ไป๋ลี่ในตอนแรก  และหลังจากนั้นเขาเลียริมฝีปากด้วยความตื่นเต้นและเอ่ยขึ้น


    “เช่นนั้นเจ้าก็เป็นนักรบอสูรจริง ๆ สินะ!  อย่างไรเสีย ต่อให้นักรบอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าได้เพียงขั้นเดียวเท่านั้น ข้าบรรลุเส้นชีพจรแก่นสวรรค์แล้ว คนอย่างเจ้าจะไปเข้าใจพลังระดับนั้นได้อย่างไร...”


    “อย่าห่วงไปเลยพี่ใหญ่ เจ้าเด็กเหลือขอนี่ก็แค่เศษสวะ  แม้ว่าเขาจะสามารถแปลงร่างเป็นนักรบอสูรได้ มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าการแปลงร่างนั้นไม่สมบูรณ์นัก  นอกจากนี้ สัตว์อสูรที่เขาดูดกลืนวิญญาณเข้าไปก็ยังไม่แน่ชัด  หากเขาไม่สามารถเทียบได้กับนักรบอสูรที่แท้จริง  แล้วข้า...ไป๋ลี่ จะปล่อยให้เขาหลุดมือไปได้อย่างไรกัน?”


    เขารู้สึกกังขาในรูปลักษณ์การแปลงร่างของหลงเฉิน  แต่ในขณะนี้ ผู้นำตระกูลหยางกำลังพัวพันกับการต่อสู้ที่ดุเดือดกับไป๋เซิง  ดังนั้น ไป๋ลี่จึงทำได้เพียงพ่นลมหายใจอย่างดูถูกและเคลื่อนไหวต่อไป  สายลมรุนแรงพุ่งเข้าใส่หลงเฉินพร้อมกับวังวนขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะก่อกำเนิดมาจากของเหลว  ดูราวกับสายน้ำสีเหลืองที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลงเฉิน!


    “พลังของผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเก้านั้นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจได้หรอกนะ  เจ้าลูกหมาตัวกระจ้อย!”


    “ดัชนีสวรรค์ทมิฬ – ยมโลกเก้าโคจร!”


    หลงเฉินคุ้นเคยกับยมโลกเก้าโคจรดี  เขาเคยประมือกับไป๋ซื่อเฉินและไป๋จ้านสงที่เคยใช้กระบวนท่านี้มาก่อน  ซึ่งคราวนี้ไป๋ลี่ก็ใช้กระบวนท่าเดียวกัน  หากเทียบความแข็งแกร่งกับไป๋จ้านสงแล้ว นับได้ว่าไป๋ลี่นั้นแข็งแกร่งกว่าหลายเท่าตัว และหลงเฉินเองก็ไม่ใช่หลงเฉินคนเดิมที่จัดการกับไป๋จ้านสง  เมื่อเห็นพลังโจมตีอันรุนแรงที่กำลังมุ่งตรงมาที่เขา  หลงเฉินก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าเลยแม้แต่น้อย


    เพราะพลังอันไร้ขอบเขตและปราณโลหิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นถึงสิบเท่าเมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้  ทำให้หลงเฉินมีความมั่นใจอย่างไร้ขีดจำกัดเช่นกัน!


    หลังจากบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ด  นี่เป็นครั้งแรกที่หลงเฉินได้ประมือกับยอดฝีมืออย่างไป๋ลี่  การต่อสู้ในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นความสามารถในการต่อสู้ทั้งหมดในร่างกายของเขาและทำให้เขาต่อสู้ได้อย่างดุเดือด!


    “ก่อนหน้านี้ข้าใช้ผนึกมังกรลึกล้ำทำลายดัชนีย์สวรรค์ทมิฬ – ยมโลกเก้าโคจรของไป๋จ้านสงได้สำเร็จ  ครานี้ ข้าจะใช้ผนึกมังกรลึกล้ำทำลายยมโลกเก้าโคจรเสียให้สิ้น  มิเช่นนั้นแล้วจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าข้า...หลงเฉินได้พัฒนาฝีมือไปมากเพียงใด...”


    ***************************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390