ภายในถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้กลายเป็สักขีพยานแห่งโศกนาฏกรรมและความจริงอันน่าเหลือเชื่อ
คำอินทร์ยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปสลัก นิ้วมือของเขาลูบไล้แหวนทองคำขาวที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายอย่างแ่เบา ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากมันเป็สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเื่ราวทั้งหมดที่เพิ่งได้ฟังไม่ใช่ความฝัน
เขาคือเ้าฟ้า...โอรสแห่งกษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา
ความจริงข้อนี้หนักอึ้งราวกับูเาทั้งลูกที่ถล่มลงมาทับ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ช่วยปะติดปะต่อเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ขาดหายไปในวัยเด็กของเขาได้อย่างน่าอัศจรรย์
ทว่า...คำถามมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
"แล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่และท่านตาขอรับหลวงปู่?" คำอินทร์เอ่ยถามขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความกลัวที่จะต้องรับฟังความจริงในบทต่อไป "เหตุใด...ข้าจึงต้องสูญเสียความทรงจำ และมาอยู่ที่หมู่บ้านลับแลกับท่าน?"
หลวงปู่แก้วทอดสายตามองศิษย์รักผู้เป็หลานแท้ๆ ของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป
ท่านสูดลมหายใจที่ตื้นเขินเข้าลึกๆ ราวกับจะรวบรวมพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อเล่าขานถึงโศกนาฏกรรมครั้งสุดท้าย...โศกนาฏกรรมที่เปลี่ยนชีวิตของคำอินทร์ไปตลอดกาล และเป็ต้นเหตุของทุกสิ่งทุกอย่าง
"เื่ราวมันซับซ้อนกว่านั้นมาก...คำอินทร์" ท่านกล่าวเสียงแ่ "การพลัดพรากของเ้าจากครอบครัว...มันไม่ใช่เื่บังเอิญ และไม่ใช่แค่การรุกรานของทหารพม่าธรรมดา...แต่เื้ัของมันคือความลับที่ยิ่งใหญ่และอันตรายที่สุดของแผ่นดินสยาม...ความลับที่ผูกติดอยู่กับตัวของเ้าโดยตรง"
หลวงปู่หยุดไอออกมาเป็เือีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ท่านกลับยิ้มบางๆ ออกมา "ไม่ต้องห่วง...ข้ายังไม่ตายง่ายๆ จนกว่าจะเล่าเื่นี้ให้จบ"
ท่านเริ่มเล่าต่อ "นอกจากชาติกำเนิดของเ้าแล้ว...ยังมีความจริงอันยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่งที่ข้าจำต้องปิดบังไว้...นั่นคือ พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวของเ้า...พลังที่ตาของเ้า...สหายรักของข้า...เ้าพระยาอินทร์ ได้มอบให้เ้าไว้เป็มรดกชิ้นสุดท้าย"
"พลังหรือขอรับ?" คำอินทร์ขมวดคิ้ว "พลังอาคมที่ข้าฝึกฝนมาทั้งหมด...มาจากท่านตารึขอรับ?"
"ไม่ใช่แค่อาคมธรรมดา" หลวงปู่ส่ายหน้า "สิ่งที่อยู่ในตัวเ้านั้นยิ่งใหญ่และเก่าแก่กว่านั้นมากนัก...มันคือ
'แก่นอาคมแผ่นดิน'"
เพียงแค่ได้ยินชื่อนั้น คำอินทร์ก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างในร่างที่สั่นะเืขึ้นมาอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ มันคือความรู้สึกคุ้นเคยที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งของจิติญญามาโดยตลอด
"แก่นอาคมแผ่นดิน...คือพลังงานบริสุทธิ์อันเป็แก่นกลางของอาณาจักรสยาม" หลวงปู่แก้วอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยำเกรง
"มันไม่ใช่คาถาหรือมนตรา แต่มันคือจิติญญาของแผ่นดินที่ถูกควบแน่นจนกลายเป็แก่นพลังที่จับต้องได้ กล่าวกันในตำนานว่า...มันคือพลังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเคย และใช้มันค้ำจุนอาณาจักรให้อยู่รอดปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองอย่างถึงขีดสุดตลอดรัชสมัยของพระองค์"
"ตำนานเล่าว่า...แก่นอาคมนี้จะเลือกผู้ที่คู่ควรกับมันด้วยตนเอง และจะสถิตอยู่กับผู้ที่มีสายเืราชันย์และมีจิตใจที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินอย่างแท้จริงเท่านั้น...และคนผู้นั้นในยุคของเรา...ก็คือตาของเ้า...เ้าพระยาอินทร์"
คำอินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "ท่านตา...ท่านตาของข้าคือผู้พลังในตำนานนั่นรึ!?"
"ถูกต้อง...อินทร์สหายข้าเป็จอมอาคมสายพิทักษ์ที่หาตัวจับได้ยาก จิตใจของเขาผสานเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติและแผ่นดินล้านนาที่เขาปกครอง ทำให้แก่นอาคมแผ่นดินเลือกที่จะสถิตอยู่กับเขา...และนั่นคือสิ่งที่นำพาหายนะมาสู่ครอบครัวของเ้า"
ภาพในความทรงจำของหลวงปู่แก้ว ย้อนกลับไปยังวันที่มืดมนที่สุด...
ย้อนกลับไปในปีพุทธศักราช 2290 นครเชียงใหม่
"ข้ายังจำวันนั้นได้ดี..." ท่านเล่าด้วยเสียงสั่นเครือ "เป็่ที่สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดอย่างหนัก ข่าวการรุกรานของพม่ามีมาไม่ขาดสาย แต่อินทร์กลับไม่ได้กังวลเื่นั้นเท่าใดนัก เพราะเขามีแก่นอาคมแผ่นดินคุ้มครองอยู่ พลังของมันสร้างเป็เกราะอาคมที่มองไม่เห็นปกคลุมเมืองเชียงใหม่ไว้ ทำให้ศัตรูไม่กล้าล่วงล้ำเข้ามาโดยง่าย"
"แต่แล้ว...ความลับเื่แก่นอาคมก็ได้รั่วไหลออกไป...ข้าไม่รู้ว่ามันรั่วไหลไปได้อย่างไร หรือใครเป็ผู้นำไปบอก แต่ข่าวนี้ได้ไปเข้าหูของราชครูมินจอส่วย...และกษัตริย์พม่าในยุคนั้น!"
"ราชครูซึ่งแค้นเคืองข้าเป็การส่วนตัวอยู่แล้ว เมื่อได้ทราบว่ามีพลังอันยิ่งใหญ่เช่นนี้อยู่กับสหายของข้า มันจึงมองเห็นเป็โอกาส...โอกาสที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ารักและผูกพัน...และโอกาสที่จะแย่งชิงพลังอันยิ่งใหญ่นั้นมาเป็ของตนเอง"
"มันจึงได้วางแผนอย่างแยบยล...มันไม่ได้ส่งทัพหลวงบุกเข้ามาซึ่งๆ หน้า แต่กลับส่ง 'หน่วยสังหารพิเศษ' ที่นำโดยยอดฝีมือสายอาคมมืดลอบเข้ามาในเขตสยาม เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การยึดเมือง...แต่คือการสังหารเ้าพระยาอินทร์และทุกคนในครอบครัว...เพื่อชิงเอาแก่นอาคมแผ่นดิน!"
"และในคืนแห่งโศกนาฏกรรมนั้นเอง...ข้าซึ่งเดินทางมาเพื่อเยี่ยมเยียนอินทร์และเ้าตามปกติ ก็ได้มาถึงช้าเกินไป..."
เสียงของหลวงปู่ขาดห้วงไปชั่วขณะ ความเ็ปในแววตาของท่านฉายชัดออกมา "ข้ามาถึง...ในขณะที่คฤหาสน์ของเ้าเมืองกำลังลุกเป็ไฟ"
"ข้าเห็นภาพของทหารพม่าในชุดดำกำลังไล่ฆ่าข้ารับใช้และทหารองครักษ์อย่างโเี้ เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว ข้าพยายามจะเข้าไปช่วย...แต่แล้วข้าก็ได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของข้าแตกสลาย..."
"ข้าเห็นอินทร์...สหายรักของข้า...ยืนต้านทานหน่วยสังหารของพม่าอยู่กลางลานเพียงลำพัง ร่างของเขาเต็มไปด้วยาแ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างองอาจเพื่อปกป้องเ้าและแม่ของเ้าที่อยู่เื้ั"
"แต่ที่ร้ายกาจที่สุดคือ...ข้าเห็นราชครูมินจอส่วยยืนมองอยู่บนหลังคา มันไม่ได้ลงมือเอง แต่กำลังร่ายอาคมบางอย่าง...เป็อาคมคำสาปที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน มันสร้างม่านพลังสีดำขึ้นมา...กดทับพลังของแก่นอาคมแผ่นดินเอาไว้ ทำให้อินทร์ไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่!"
"อินทร์รู้ตัวดีว่าตนเองคงต้านทานได้อีกไม่นาน...เขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่จอมอาคมผู้เป็พ่อและเป็ตาทุกคนจะทำ...นั่นคือการเสียสละเพื่อปกป้องสายเืของตน"
"ในวาระสุดท้าย...ขณะที่ดาบของศัตรูกำลังจะมาถึงตัว...เขาได้หันกลับมาหาเ้า...เด็กน้อยวัยสิบขวบที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัวอยู่ข้างกายแม่"
"เขาวางมือลงบนศีรษะของเ้า...แล้วถ่ายเท 'แก่นอาคมแผ่นดิน' ทั้งหมด...เข้าสู่ร่างของเ้า!"
"เขาใช้ร่างของเ้า...เป็
'ภาชนะมีชีวิต' เพื่อรักษามรดกที่สำคัญที่สุดของแผ่นดินไว้...เพื่อปกป้องอนาคตของราชวงศ์เอาไว้!"
"และนั่นคือเหตุผลที่เ้าสูญเสียความทรงจำ...คำอินทร์" หลวงปู่แก้วมองลึกเข้าไปในดวงตาของศิษย์รัก "การที่พลังงานอันไพศาลมหาศาลขนาดนั้นถูกผนึกเข้าไปในร่างของเด็กอายุเพียงสิบขวบอย่างกะทันหัน...มันรุนแรงเกินกว่าที่ร่างกายและจิตใจของเ้าจะรับไหว ผลของมันคือความทรงจำทั้งหมดก่อนหน้านั้น...ได้ถูกพลังงานนั้นชะล้างไปจนหมดสิ้น...เพื่อเปิดทางให้ร่างกายของเ้าได้ปรับสภาพและหลอมรวมเข้ากับแก่นอาคมได้อย่างสมบูรณ์"
"ข้าไปถึงทันในจังหวะนั้นพอดี...หลังจากที่อินทร์ได้ถ่ายทอดพลังให้เ้าเสร็จสิ้น...เขาก็ได้ล้มลง...ข้าจึงเข้าต่อสู้และชิงตัวเ้าออกมาได้สำเร็จ...แต่ข้าก็ไม่อาจช่วยแม่ของเ้าหรือใครคนอื่นได้ทัน...ข้าทำได้เพียงพาเ้าหนี...หนีมายังหมู่บ้านลับแลแห่งนี้"
บัดนี้...ความจริงทั้งหมดได้รับการเปิดเผยแล้ว...
คำอินทร์นั่งนิ่งราวกับิญญาออกจากร่าง น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขาไม่ใช่แค่เ้าชายผู้ถูกลืม...แต่เขาคือผู้ที่แบกรับทั้งมรดกและความเสียสละของท่านตาเอาไว้...เขาคือความหวังสุดท้ายที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากเืและน้ำตาของครอบครัว
เขายกมือขึ้นััที่กลางอก...บัดนี้เขารู้แล้วว่าความรู้สึกคุ้นเคยที่สั่นะเือยู่ในร่างของเขามาโดยตลอดคืออะไร...
มันคือหัวใจของแผ่นดินที่กำลังเต้นเป็จังหวะเดียวกับหัวใจของเขานั่นเอง...