บทที่ 87
“อีกอย่างนะ แกเคยเข้าใจความรู้สึกของเธอจริงๆไหม.. เธอต้องการอะไร เธอเคยพูดสักคำไหมว่าเธออยากให้คนอย่างแกมาปกป้อง ทั้งหมดมันก็เป็นตัวของแกเองไม่ใช่เหรอที่คิดไปเองทั้งหมด..” โอ๊ตกล่าว และทั้งสมเพชในตัวของทัศนีย์ เจตนาดีของมันแต่กลับเป็นประสงค์ร้ายต่อตัวไอนะด้วยเช่นกัน“ฉันไม่สนใจคำพูดของแกหรอกนะ.. ฉันจำเป็นต้องปกป้องเธอ เพราะเธอคือนางฟ้าตัวน้อยที่คอยให้กำลังใจฉันมาโดยตลอด ในวันที่ฉันร้องไห้ ในวันที่ฉันผิดหวัง และเสียใจก็ยังมีเธออยู่.. เธอคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน และฉันนี่แหละจะเป็นคนปกป้องเธอจากปีศาจร้ายอย่างแกเอง..”ทัศนีย์กล่าวออกมาทั้งน้ำตา สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังบอกกับเขามันเป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้ สำหรับเขาแล้วไอนะคือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าใครหน้าไหนกล้าบอกว่าเขาคือคนที่ทำร้ายเธอเขาก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้ามันอีกต่อไป เพราะเขาคือผู้พิทักษ์ของไอนะ โอ๊ตที่ได้ยินความคิด และตรรกะของมันก็ทำให้เขาเหนื่อยใจไม่น้อย นับว่าชายคนนี้มีอาการค่อนข้างหนัก คลั่งไอดอลจนสามารถทำลายได้ทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ“แกทำทั้งหมดนี้.. ก็เพื่อไอดอลอะไรนั่นของแกอีกแล้วเหรอ.. ฉันคิดว่าแกจะโตได้ในสักวัน และเลิกทำตัวเป็นเด็กเป็นเล็กอย่างนี้สักที แต่เหมือนว่าฉันจะคิดผิดอย่างนั้นสินะ..”ทัศนัยกล่าว และไม่ว่ากี่ครั้งที่ลูกชายของเขาทำทุกอย่างเพื่อไอดอล ไม่ว่าจะเป็นการเปย์เงิน การทำอะไรตามใจของตัวเอง เขาก็ไม่เคยสนใจเลยสักครั้ง หลายครั้งที่ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องคดีทำร้ายร่างกาย เพียงเพื่อปกป้องไอดอลของมัน เขาก็เป็นคนประสานงาน และจัดการปัญหาได้ เขารู้แล้วว่าตัวเองคิดผิดที่ช่วยเหลือมันมาโดยตลอด จนหล่อหลอมให้มันเป็นคนอย่างนี้ เขาเสียใจจริงๆ“..พ่อจะไปรู้อะไร.. พ่อไม่เคยรู้อะไรเลย วันที่พ่อทุบตีลูกตอนสอบนายร้อยไม่ผ่าน มีไหม? ใครสักคนที่ให้กำลังใจลูก.. ใช่! มีแต่ไอนะเท่านั้นแหละ รอยยิ้มของเธอคอยปลอบประโลมทุกอย่าง.. พ่อไม่มีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตของลูก.. พ่อไม่มีสิทธิ์! และทั้งหมดมันก็เป็นเพราะพ่อ!” ทัศนีย์กล่าว และมันก็ทำให้โอ๊ตนั้นเข้าใจแล้ว เหตุผลที่ทำให้ทัศนีย์เป็นคนอย่างนี้ มันเกิดขึ้นมาจากอะไร เขาแอบสงสารมันขึ้นมาจับใจ“เฮ้อออ กลายเป็นละครน้ำเน่าไปซะได้..” โอ๊ตกล่าวบ่นออกมา ตอนนี้เขาเหมือนมาดูปัญหาครอบครัวมากกกว่า และมันก็ไม่ค่อยจะสนุกสักเท่าไร“ต้องขออภัยท่านชายด้วยขอรับ.. ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะกระผมสั่งสอนลูกได้ไม่ดีพอ.. กระผมไม่เหมาะสมให้เขาเรียกว่าพ่อ และผมจะจบปัญหานี้ด้วยตัวเอง..”ทัศนัยลุกขึ้นมากล่าวพร้อมกับโค้งศีรษะของตัวเองให้กับโอ๊ตทั้งน้ำตา เขาต้องยอมรับเลยว่าที่ผ่านมาเขาล้มเหลวกับความเป็นพ่อคน และเขาจะชดใช้มันด้วยชีวิต เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาการกระทำของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ทัศนัยเคลื่อนตัวไปหยิบปืนของบอดี้การ์ดที่จับไหล่ของลูกชายเขา แน่นอนว่าบอดี้การ์ดนั้นไม่ทันตั้งตัว ประกอบกับทัศนัยเองก็เป็นตำรวจมือพระกาฬในอดีตมาก่อน มันไม่ยากเลยที่จะขโมยปืนมา“ไอ้เด็กเวร!.. ตายไปซะ!” ทัศนัยกล่าวพร้อมกับขึ้นลำกล้องมุ่งตรงไปยังที่ปีศาจร้าย เขารัวยิงจนเกือบหมดแม็กซีน ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่อยู่ที่นี่ กิตติ และชูเกียรติที่มีทักษะที่ยอดเยี่ยม พวกเขาสองคนรีบเคลื่อนตัวเข้ามาบังผู้เป็นนายเอาไว้ เพราะพวกเขาไม่รู้เป้าหมาย และความคิดของทัศนัย.. ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!...อ๊ากกก! อ๊ากกก! อึก!อึก!อึก! ทัศนีย์ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะกระอักเลือดออกมาจากปากหลายครั้ง สายตาของเขามองไปยังคนที่ยิงมา และนั่นไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะนั่นคือพ่อของเขาเองที่กำลังมือสั่น และเหนี่ยวไกทั้งน้ำตา ทัศนีย์กลั้นใจที่จะกล่าวอะไรบางออกมา..“ทั้งหมดก็เพื่อ..ไอนะ.. นางฟ้าของฉัน..” แม้ว่ามันจะเป็นเสียงที่เบาบางสักแค่ไหน แต่ทุกคนก็ยังได้ยินมันอย่างชัดเจน ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ในหัวของทัศนีย์ก็ยังคงมีแค่ไอนะ และไอนะเท่านั้น ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของทัศนีย์จะจบลง..“..ถ้าท่านชายจะพอกรุณา ได้โปรดละเว้นโทษของครอบครัวกระผมด้วยขอรับ.. กระผมอยากจะกล่าวขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อนกับการกระทำโง่ๆของลูกชายกระผม ผมจะชดใช้ทุกอย่างด้วยชีวิตของกระผมด้วยอีกคนหนึ่งขอรับ..” ทัศนัยกล่าว ก่อนจะขึ้นลำกล้องอีกขึ้น และเป้าหมายในครั้งนี้ก็คือหัวของตัวเขาเอง ปังงงง!!! เสียงกระสุนนัดสุดท้ายที่ดังพร้อมกับร่างของทัศนัยล้มตัวลงไปกองกับพื้น..“เฮ้อออ มีแต่เรื่องให้วุ่นวายจริงๆ.. แต่ว่าเขาก็ใจกล้าไม่น้อยเลยทีเดียว” โอ๊ตมองเห็นภาพเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านตาทั้งสองข้าง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่ต้องทำอะไรเลย อีกฝ่ายก็ฆ่ากันเองเสียแล้ว เอาตรงๆเขายังไม่หายแค้นที่เจ้าทัศนีย์นั้นทำร้ายเขาเลย..“ช่างมันเถอะ พวกแกก็อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับครอบครัวพวกเขาอีกล่ะ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นยืน เพราะที่นี่ไม่มีอะไรให้เขาต้องทำอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ได้รับผลกรรมของตัวเองแล้ว“เรียนคุณชาย.. เราจะปล่อยตระกูลของเขาไปไม่ได้นะขอรับ.. ถึงจะไม่ได้น่ากลัวสำหรับเราเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเขาคงจะแค้นไม่น้อยเลยทีเดียว... ผมเกรงว่ามันอาจจะเป็นภัยต่อตัวท่านได้ในอนาคตขอรับ..” กิตติกล่าวเตือนกับโอ๊ต และเขาเป็นประเภทที่ถ้าจะจัดการก็ต้องจัดการแบบถอนรากถอนโคน จะฆ่าก็ต้องฆ่าให้มันหมด เพื่อไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นกล้ามาเป็นหนามกลับมาทิ่มแทงได้ในภายหลัง“เรียนคุณชาย.. กระผมเองก็เห็นด้วยกับความคิดของท่านกิตติขอรับ” ชูเกียรติกล่าว“เฮ้ยๆ พวกแกควรจะฟังคำขอสุดท้ายของเขาบ้างเถอะ เขาใช้ชีวิตของตัวเองเป็นเครื่องสังเวยไปแล้ว.. หัดมีสำนึกเสียบ้าง อีกอย่างนะ ในอนาคตฉันจะเป็นภัยหรือถูกใครฆ่าตายมันก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกแกทั้งนั้น.. ในอนาคตไม่ว่ายังไงก็จะไม่ใช่ฉันแน่นอนที่ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล.. เข้าใจ”โอ๊ตกล่าวก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย และยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับทั้งสองคนสักเล็กน้อย.. ‘ขอให้ไปสู่สุขติก็แล้วกันทั้งสองคน.. เราน่าจะหมดเวรหมดกันได้สักที” โอ๊ตกล่าวก่อนจะหันมามองศพของพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าออกจากจุดนี้ทันที กิตติ และชูเกียรติที่เห็นเจ้านายของพวกเขาเป็นคนอย่างนี้ พวกเขาก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินตามคุณชาย และก็ไม่ลืมสั่งให้บอดี้การ์ดเคลียร์สถานที่เกิดเหตุ โอ๊ตที่ร่างกายอ่อนเพลียเป็นทุนเดินอยู่แล้ว เขาจึงตัดสินใจว่าจะพักผ่อนที่นี่เลย ถึงจะไม่ค่อยมีของใช้อำนวยความสะดวกสักเท่าไร แต่มันก็ยังดีกว่าที่เขาจะฝืนร่างกายของตัวเองขนาดนั้น“พวกแกกลับกันได้แล้ว.. ฉันต้องการพักผ่อน..” โอ๊ตกล่าวกับทั้งสองคนเมื่อถึงห้องคอนโดแล้ว“ขอรับคุณชาย.. ผมจะให้คนคอยคุ้มกันคุณชายที่หน้าห้องขอรับ..” กิตติกล่าวพร้อมกับก้มหัว“อะไรกัน!.. ฉันดูแลตัวเองได้ กลับๆไปเถอะน่า” โอ๊ตสะบัดมือ โบกไล่ให้พวกกิตติกลับไปให้หมด แต่ทว่าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานี้ มันทำให้เขาชะงักตัวไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมากล่าวสั่ง“จริงสิ!.. เรื่องที่ฉันถูกแทงนั้น ไม่ว่าจะต้องทำด้วยวิธีไหน ก็ต้องให้มันเป็นความลับที่สุด.. พวกแกเคลียร์คราบเลือดกับกล้องวงจรปิดให้หมดด้วย อย่าให้มันมีร่องรอยใดๆ เข้าใจแล้วนะ” โอ๊ตกล่าว“ขอรับคุณชาย.. พวกเราจัดการทั้งหมดแล้วขอรับ เออ..คือ..ว่า..” กิตติกล่าวขานรับก่อนที่จะกล่าวแบบอ้ำๆอึ้งๆ เหมือนจะกำลังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกล่าวออกไปดีหรือไม่ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็นึกรำคาญใจไม่น้อย“มีอะไรจะพูด..ก็รีบๆพูดมา ฉันจะได้ไปนอน..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วสงสัยแบบเชิงรำคาญ“คือว่า.. กระผมคิดว่าหลังจากนี้คุณชายควรจะมีบอดี้การ์ดติดตามไปคุ้มกันบ้างสัก 4-5 คนนะขอรับ.. ผมเข้าใจดีว่าคุณชายออกจะรำคาญพวกมันไปบ้าง แต่ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณชายเอง และความปลอดภัยของตัวพวกผมด้วยขอรับ..” กิตติกล่าว และมันยิ่งทำให้โอ๊ตถึงกับยิ่งสงสัยเข้าไปอีก“หืออ ความปลอดภัยของฉัน มันไปเกี่ยวอะไรกับความปลอดภัยของพวกแกกัน.. เออ..ตาแก่นั่นสินะ เฮ้อ เป็นห่วงไม่เข้าเรื่องจริงๆ.. ฉันดูแลตัวเองได้ และไม่ต้องการให้มีบอดี้การ์ดคุ้มกันประจำตัว ทีนี้ก็กลับไปได้หรือยัง ฉันจะนอนแล้วเว้ย” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหาวโชว์ไปหนึ่งดอก กิตติ และชูเกียรติที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้น พวกมันสองคนก็รีบคุกเข่าในทันที“คุณชายได้โปรดช่วยพวกเราสักครั้งเถอะขอรับ.. ด้วยเหตุการณ์นี้พวกเราก็ไม่รู้จะเอาไปตอบคุณท่านยังไงดีแล้ว ได้โปรดรับการคุ้มกันจากพวกเราเถอะขอรับ” ชูเกียรติกล่าวออกมาเป็นคนแรก ราวกับว่าพวกเขาสองคนนัดกันมาอย่างไรอย่างนั้น เพราะว่าคิวถัดไปมันก็เป็นของกิตติกล่าวต่อ“คุณชายขอรับ.. คุณชายลองพิจารณาดูดีๆนะขอรับ หากคุณท่านใหญ่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมเชื่อว่าคุณท่านใหญ่คงจะส่งกองกำลังหลักที่เป็นในรูปแบบกองทัพนับร้อยคนมาอารักษ์คุณชายแน่นอนขอรับ.. และพวกเราเหล่าข้ารับใช้เองก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันได้ขอรับ..” กิตติกล่าว“ใช่แล้วขอรับคุณชาย.. คุณชายลองนึกถึงภาพที่มีกองกำลังติดอาวุธคุ้มกันท่านนับร้อยคน ทั้งด้านหน้าทั้งด้านหลัง และเดินเที่ยวกลางห้างสรรพสินค้าดูสิขอรับ.. ผมเชื่อว่าคุณชายไม่ชอบใจอย่างแน่นอน” ชูเกียรติกล่าวถึงผลร้ายต่อในทันที“ใช่แล้วขอรับ.. ไม่แน่ว่าคุณท่านอาจจะสั่งคนมานับพันคนก็เป็นไปได้.. คุณชายลองคิดดูนะขอรับ ว่าชีวิตที่แสนธรรมดาของคุณชายจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเดิมแค่ไหน ความสงบที่คุณชายใฝ่ฝัน...” กิตติกล่าวย้ำ และโอ๊ตเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มปวดหัวกับทั้งสองคนนี้ที่มันเข้าขากันดีจนเกินไป“เออๆๆๆ เข้าใจแล้ว.. แต่ว่าฉันเองก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน และพวกแกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ..”