ภายในบ้านที่ดูแล้วจะสุดแสนจะธรรมดาแห่งนี้มีร่างของชายวัยกลางคนผู้นึงที่สภาพร่างของมันนั้นไม่ต่างอะไรกับผักนอนหลับโดยไม่ได้สติเช่นนี้นานนับอาทิตย์ยิ่งวันเวลาไหลผ่านไปร่างกลายของมันนั้นมีแต่กับยิ่งแย่ลงแย่ลงเข้าไปทุกที เหมือนดั่งกับนาฬิกาชีวิตที่จะค่อยๆหยุดเดินจากการสอบถามข้อมูลจากหญิงสาววัยกลางคนเบื้องต้นนั้น
ทราบว่าครอบครัวนี้อยู่ด้วยกัน เพียง3 คนเท่านั้น มีพ่อแม่ลูกโดยที่ตนเองกับสามีนั้นมีอาชีพรับจ้างทั่วไปเช่นการหาของป่าและการตัดฟืนไปขาย แต่แล้วมีอยู่วันหนึ่งสามีของเธอนั้นเกิดโชคร้ายตัวมันนั้นได้พบเจอกับเหล่าสัตว์อสูรที่มีพิษร้ายแรงเข้า แต่เขาก็ยังโชคยังดีที่หนีรอดชีวิตออกมาแต่น่าเสียดายพิษของมันนั้นร้ายแรงจนเกินไปและเป็นพิษชนิดที่มีความหายากเธอพยายามหาซื้อยาแก่พิษชนิดนี้
กับเหล่านักปรุงยาแต่มันเป็นที่น่าเสียดายพิษร้ายที่สามีของเธอนั้นโดนเข้ามันเป็นพิษชนิดที่หายากถึงนักปรุงยาจะสามารถที่จะทำยาแก้พิษชนิดนี้ได้แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่วัสดุดิบในการใช้ยาแก้พิษไม่เพียงพอและนี่คือเหตุผลที่เธอต้องพาบุตรชายไปยังหุบเขาต้องห้ามเพื่อตามหาส่วนผสมของยาแก้พิษให้กับสามีผู้เป็นที่รักของเธอ
“นายท่านนักผจญภัยได้โปรดช่วยชีวิตสามีของข้าด้วย ไม่ว่าท่านต้องการเงินเท่าไหร่ตัวข้านั้นก็จะพยายามหามาให้ท่าน”หญิงสาววัยกลางคนอ้อนวอนต่อหนุ่มน้อยตรงหน้าเพราะเขาคือความหวังเดียวของนาง
“ท่านพี่ใหญ่เซย์รินได้โปรดท่านช่วยชีวิตท่านพ่อของข้าด้วยข้าไม่อยากให้เขาตายข้าขอร้องท่าน”เด็กน้อยอาลอนก็กล่าวขอร้องเซย์รินเช่นกันน้ำตาของเด็กน้อยอาบแก้มด้วยความเป็นห่วงท่านพ่อของตน
“ท่านไม่จำเป็นต้องมอบสินน้ำใจให้แก่ข้าเพราะในยามนี้นั้นตัวท่านเองก็คงลำบากเต็มที่อยู่แล้วการที่ตัวข้านั้นไปเรียกร้องอะไรจากท่านมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากการซ้ำเติมกันทางอ้อมวางใจเถอะท่านป้า แล้วก็อาลอน ด้วยข้าจะพยายามช่วยชีวิตของเขาอย่างสุดความสามารถ”
เซย์รินมีความตั้งใจที่จะช่วยชีวิตผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนแต่ในทางกับกันตัวเขาจะได้ลองใช้วิชาความรู้ที่ได้จากหนังสือทักษะของราชาแห่งพิษด้วยเขาไม่ได้นำความรู้ไปใช้ในทางฆ่าคนแต่ในทางกับกันเขาสามารถนำความรู้ตัวนี้ไปช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย
ในยามนี้นั้นร่างกายของชายวัยกลางคนเนื้อหนังของเขานั้นเป็นสีม่วงคล้ำสีหน้าท่าทางของมันนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมันหายใจหอบถี่ราวกับคนใกล้ตายที่ลมหายใจพร้อมจะดับขาดหายไปได้ทุกเมื่อหากมันไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีไม่กี่ชั่วโมงชีวิตของมันจะต้องจบสิ้นเป็นแน่ แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี
ที่ในยามนี้นั้นตัวมันได้มาพบเจอกับเซย์รินผู้ที่สืบทอดความรู้มาจากราชาแห่งพิษตัวตนอันดับหนึ่งทางด้านการใช้พิษสังหารและการรักษาหากเป็นนักปรุงยาผู้อื่นคงจะไม่มีความสามารถที่มากพอที่จะรักษาชายวัยกลางคนผู้นี้เพราะในยามนี้นั้นพิษได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างแล้วมันเกินเยียวยาที่จะรักษาหากเป็นผู้อื่นได้มาพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้เข้าพวกมันคงจะบอกให้ทำใจและเตรียมหลุมฝังศพไว้เลย
แต่เซย์รินมันคือใครมันเป็นถึงผู้ที่ได้รับการสืบทอดจากตัวตนอันดับหนึ่งของโลกในด้านศาสตร์แห่งพิษการรักษาและการวิเคราะห์ของมันนั้นง่ายดายราวกับการปลอกกล้วยเข้าปากเพียงแค่มองเห็นสภาพร่างของมันเขาสามารถรับรู้ได้โดยทันทีว่ามันโดนสัตว์สูรพิษชนิดใดเล่นงานด้วยการมองเพียงแค่ตาเห็นครั้งเดียว
พิษร้ายที่เล่นงานชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือแมลงมุมทมิฬ ถึงแม้ว่าดูมันเพียงภายนอกมันจะไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรมากมายแต่พิษของมันนั้นไม่ธรรมดาเลยแม้แต่ผู้ที่มีพลังเวทระดับตำนาน ขั้นต้นก็ยังสามารถที่จะจบชีวิตลงได้หากไม่ได้รับยาแก้พิษอย่างทันเวลา เมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว เด็กหนุ่มได้นำสมุนไพรออกมาจำนวนมากจากภายในแหวนมิติของตน
พร้อมทั้งรีบเร่งปรุงยาในทันทีเพราะในยามนี้นั้นตัวเขาจะต้องแข่งกับเวลาเพราะร่างกายของชายวัยกลางคนนั้นมันอ่อนแอเต็มทีมันมีความเป็นไปได้ว่าเขาจะทนกับสภาพเช่นนี้ไม่ได้อีกเกิดแสงสีทองอร่ามไปทั่วทั้งห้องมันคือเปลวเพลิงสำหรับนักปรุงยาเพลิงของเซย์รินนั้นคือเปลวเพลิงขั้นสูงสุดมีแต่เพียงผู้ใช้ในระดับตำนานเท่านั้นที่จะมีแสงสีทองได้หากนักปรุงยาผู้ใดมาเห็นมันคงจะได้แต่ลืมตาอ่าปากค้างเป็นแน่เพราะเปลวเพลิงสีนี้มันหายสาปสูญมานับพันปีแล้ว แม้แต่เปลวเพลิงของราชาพิษก็จะอยู่ที่สีแดงเท่านั้นเด็กหนุ่มใช้เวลาเพียงไม่นานนักก็ที่จะสามารถหลอมยารักษาได้คุณภาพยาของมันนั้นดีเยี่ยมถึงเต็มสิบส่วน
“ท่านป้าโปรดให้สามีของท่านกลืนยาตัวนี้เข้าไปมันจะสามารถช่วยชีวิตของเขาได้”
เมื่อเด็กหนุ่มปรุงยาเสร็จมันก็ได้ส่งยาชนิดนี้ให้กับหญิงสาววัยกลางคน
“ขอบคุณท่านนักผจญภัย”หญิงสาววัยกลางคนไม่รอช้ามันรีบเร่งนำยาให้สามีของต้นได้กลืนเข้าไปในลำคอโดยทันทีเพราะเกรงกลัวว่าหากชักช้านั้นจะไม่ทันการเพราะสภาพร่างกายของเขานั้นแย่มากมันดูแล้วเหมือนกับคนใกล้ตาย เมื่อยาได้ไหลผ่านเข้าไปในลำคอของชายวัยกลางคนเพียงไม่กี่อึดใจก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นทันตาเห็นสภาพร่างของมันที่ดูแล้วไม่ต่างจากผักในยามนี้นั้นสีหน้าท่าทางของมันนั้นกำลังจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสีหน้าของมันเริ่มมีเลือดฝาดและระบบหายใจของมันแต่เดิมที่หอบทีราวกับคนใกล้ตายในยามนี้ก็กับเป็นคนปกติแล้วหากมองเพียงภายนอกชายวัยกลางคนผู้นี้ตัวเขาเพียงแค่นอนหลับไปเท่านั้น
“ท่านป้าไม่ต้องเป็นห่วงในยามนี้นั้นสามีของท่านได้ปลอดภัยแล้วไม่เกินเช้าของวันพรุ้งนี้เขาจะต้องตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน”
เซย์รินหลังจากที่ช่วยทำการรักษาเสร็จก็ได้พูดปลอบใจต่อหญิงสาววัยกลางคนตรงหน้าเพื่อให้เธอนั้นคลายความรู้สึกวิตกกังวล
“ขอบคุณท่านนักผจญภัยที่ช่วยเหลือครอบครัวข้ามากมายถึงขนาดนี้ตัวข้านั้นไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างใดดี”
“ขอบคุณพี่ใหญ่เซย์ริน”อาลอนเองก็กล่าวขอบคุณเด็กหนุ่มเช่นกันสภาพของมันในยามนี้นั้นดูร่าเริงสดใสเป็นอย่างมากเหมือนดั่งเด็กน้อยทั่วไปที่ควรจะเป็น
ในยามแรกนั้นเซย์รินตั้งใจจะขอตัวกลับในทันทีหลังจากที่ทำการรักษาชายวัยกลางคนเสร็จสิ้นแล้วแต่เขาก็ถูกแม่ของอาลอนให้นอนพักสถานที่แห่งนี้สัก 2-3 วัน เธอต้องการที่จะให้สามีของเธอกล่าวขอบคุณเซย์รินด้วยตนเองเพราะเซย์รินนั้นไม่ได้ช่วยชีวิตของสามีเธอเท่านั้นแต่เขายังช่วยชีวิตอาลอนบุตรชายของเขาด้วย
เช้าวันถัดมาชายวัยกลางคนผู้ที่นอนเป็นผักอยู่นานนับอาทิตย์ในที่สุดมันก็ลืมตาตื่นขึ้นภาพตรงหน้าของมันในยามนี้นั้นมีภรรยาของมันแล้วก็บุตรชายสุดรักของมันอยู่ด้วยพร้อมทั้งคนแปลกหน้าอีกสองคนมีเซย์รินกับกัสนั้นเอง
“มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันนี่ข้ายังไม่ตายอีกอย่างงั้นเหรอหรือตัวข้านั้นกำลังฝันไป”
“ในที่สุดในที่สุดท่านก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว”เมื่อหญิงสาววัยกลางคนเห็นสามีของนางลืมตาตื่นขึ้นมานางรีบวิ่งเข้าไปโอบกอดทันทีพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้สามีของนางได้รับฟัง
“ข้าตัวข้านั้นไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณพวกท่านนักผจญภัยอย่างไรดีที่ได้ช่วยชีวิตพวกเราสองคนพ่อลูกบุญคุณในครั้งนี้ข้าจะขอจดจำพวกท่านไว้จนวันตาย”ชายวัยกลางคนขอบคุณเซย์รินอย่างใจจริงไม่ใช่แค่ชีวิตของมันเท่านั้นแต่คนผู้นี้ได้ช่วยบุตรชายของมันด้วย
เมื่อร่างกายของชายวัยกลางคนแข็งแรงดีแล้วพวกเขาจึงเลี้ยงอาหารให้กับเด็กหนุ่มถึงแม้มันจะไม่ใช่อาหารที่มีราคาแพงแต่มันคืออาหารที่หญิงสาววัยกลางคนตั้งใจทำจนสุดฝีมือเพื่อเป็นการตอบแทนมันคืออีกหนึ่งมื้อที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของเซย์รินเพราะเขาสามารถสัมผัสความรักความอบอุ่นในระหว่างครอบครัว