ตอนที่ 91 คำตัดสินของไกอาคือสิ้นสุด
หลังจากคนที่โดนไล่ออกมาจากศาลก็พากันประท้วงรุนแรงมากขึ้นสิ่งที่คนธรรมดาโกรธนั้นเข้าใจได้ว่ามันเป็นผลมาจากต้นเหตุคือน้องสาวและตัวเขาที่ทำให้มอนสเตอร์บุกมาที่นี่แต่ความผิดนี้ไม่มีเหตุผลมากพอจะเอาผิดลุคได้แล้ว
มีแค่เรื่องของการฆาตกรรมเหนือมนุษย์ 19 ศพและทหาร 20ศพที่ต้องถูกพิจารณาและดูเหมือนจะมีการใช้สิทธิ์บางอย่างที่ไม่มีในการไต่สวนคดีของคนทั่วไปซึ่งพวกเขาคิดว่าการที่ลุคร้องขอให้ไกอามาไต่สวนแสดงว่าลุคมั่นใจว่าเขาจะพ้นผิด
ผู้คนจึงไม่พอใจกันมากขึ้นแต่ด้านนอกก็คือด้านนอกไม่เกี่ยวอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในศาลที่ตอนนี้ได้ติดตั้งเสาเชื่อมต่อไกอาและเปิดระบบจำลองขั้นสูงแล้ว
เสามีเสียงของผู้หญิงดังขึ้นมา
“ไกอาเปิดใช้งานการพิจารณาคดีรูปแบบพิเศษ”
ภายในห้องเริ่มเปลี่ยนไปพื้นถูกทำให้กลายเป็นสีขาวทั้งหมดไม่จำเป็นต้องมีแหวนเครือข่ายไกอาก็สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เพราะมาจากเสาด้านหน้าที่ทรงพลังกว่าแหวนมาก
“เริ่มการดึงภาพและจำลองเหตุการณ์”มีเสียงของหญิงสาวดังขึ้นมาอีกครั้งภาพที่ก่อนหน้านั้นพึ่งถูกเปิดโดยทนายฝ่ายตรงข้าม กลับถูกจำลองขึ้นมาในห้องสีขาวทำให้ทุกคนเหมือนกับไปยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ด้วย
“เชื่อมต่อเส้นทางของเหตุการณ์ ดึงภาพส่วนต่าง ๆและจำลองส่วนที่ขาดหาย เพื่อพิจารณาเพิ่มเติม”
จากนั้นก็ตามมาด้วยภาพเหตุการณ์ที่ไกอาสามารถดึงมาจากกล้องและข้อมูลทุกอย่างภายในเมืองปลายฝนได้ในทันทีเนื่องจากมีการลงนามของผู้ปกครองคนใหม่อย่าง มอร์แกนแล้ว
ส่วนเรื่องข้อมูลของเหนือมนุษย์ก็ได้รับการยินยอมจากอีคอนแล้วเช่นกัน
สุดท้ายภาพก็เปลี่ยนไปและเริ่มขึ้นที่โรงพยาบาลในตอนที่ลุคกำลังพาเจนวิ่งหนีออกมาก่อนจะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่สี่แยกไฟแดงทุกคนประหลาดใจกับพลังและความสามารถของลุคมาก
‘นี่มันน่าเหลือเชื่อมากเทคโนโลยีของสหพันธรัฐที่ปกปิดไว้ไปถึงไหนกันแน่’ ลุคจ้องด้วยความสงสัย
หลายคนถึงกลับหรี่ตามองลุคและมั่นใจว่านั้นคือพลังพรสวรรค์บางอย่างที่แปลกประหลาดแน่นอนแม้ลุคจะไม่อยากให้คนเหล่านั้นดูแต่นี่ก็ช่วยไม่ได้มันคือการพิจารณาคดีที่ทุกอย่างถูกใช้มาเป็นองค์ประกอบ
เรทเจอร์เห็นการต่อสู้ของลุคก็เกิดอาการสั่นไหวด้วยความกลัวโดยเฉพาะเมื่อมันฉายเหตุการณ์ไปเรื่อย ๆจนกระทั่งไปถึงตึกที่ลุคโดนมอนสเตอร์อินทรีย์ยักษ์ไล่ล่าและหนีไปยังชั้นล่าง ก่อนจะโดนขัดขวางโดยเหนือมนุษย์ระดับE ทั้ง5 คน
ลุคเตือนพวกเขาทั้ง 5แต่คนพวกนั้นกลับแสดงท่าทีคุกคามและจะลงมือกับลุคก่อนแต่สุดท้ายก็โดนลุคสังหารจนหมด
“โหดเหี้ยมนัก” เหนือมนุษย์ระดับ D และ C มองลุคด้วยแววตาแห่งความโกรธ
แต่ในพวกเหนือมนุษย์ระดับต่ำกว่า E กลับแฝงความกลัวและยำเกรงไว้เพราะไม่คิดว่าลุคที่เป็นเพียงเหนือมนุษย์ระดับ E จะฆ่าคนในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดายแบบนี้
ตามข้อมูลลุคเหมือนจะเป็นระดับ F ไม่ถึง 2 เดือนเท่านั้นแต่กลับขึ้นไปที่ระดับ E ได้แล้วเขาไม่ได้มาแจ้งเรื่องการเลื่อนระดับคนอื่น ๆจึงไม่รู้ว่าลุคเลือนระดับได้ตอนไหนกันแน่
แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะลุคเป็นระดับ E และดูเหมือนจะพลังพรสวรรค์ที่ทำให้เขาแข็งแกร่งมากอีกด้วยพวกเขาคาดเดากันว่าพลังพรสวรรค์ของลุคเกี่ยวกับประเภทสร้างสรรค์ที่แปลกมาก
ไกอาไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอื่น ๆนอกจากภาพจำลองดังนั้นทุกคนต้องไปเดากันเอง
ลุคยังระเบิดรถฆ่าทหารตายไปจำนวนมากก่อนจะไปต่อและฆ่าไปอีกหลายศพจนไม่มีใครหยุดเขาได้ แต่ในทุก ๆ เหตุการณ์กลับมีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นอย่างชัดเจน
คนที่เข้ามาขวางลุคได้เริ่มคุกคามแสดงเจตนาฆ่าที่ชัดเจนไม่ก็ลงมือฆ่าก่อนก็มี สุดท้ายแม้แต่ตอนที่ลุคโดนโจมตีด้วยระดับ D และตกลงไปนั้นคือในตอนสุดท้ายที่ภาพได้แสดงออกมาเพราะเหตุการณ์หลังจากนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องราวของลุคอีกต่อไปแล้ว
“สิ้นสุดการจำลองภาพเหตุการณ์ เริ่มการประกาศคำตัดสิน”
พอทุกคนได้ยินก็พากันกลั้นหายใจลุ้นว่าคำตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไรแม้แต่ตัวลุคเองก็ด้วย เขาแค่เดิมพันกับการตัดสินไกอาและไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นยังไงซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาก็พยายามคิดหาทางออกถ้าเขาถูกตัดสินให้ผิดแต่ก็พบว่าแทบไม่มีทางหลบหนีได้เลย โดยเฉพาะเมื่อพบว่าเหนือมนุษย์ระดับ B อย่างอีคอนมาที่นี่ด้วย
ถึงจะเป็นพ่อของอีลิกแต่ดูแล้วชายคนนี้คงไม่เอาอาชีพของตัวเองมาแลกกับการช่วยเขาแน่นอน
เสียงหญิงสาวที่ฟังดูอบอุ่นก็กล่าวต่อว่า
“ข้อกล่าวหาการฆาตกรรมเหนือมนุษย์ 19 ศพและทหาร 20 ศพในช่วงเกิดเหตุภัยพิบัติเหนือมนุษย์ ถูกพิจารณาและรองรับด้วยเหตุผลที่ว่าเหนือมนุษย์ทั้งหมดนั้นกระทำการคุกคามและมีเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน ต่อฮันเตอร์ ลุคซันเดอร์ และเจน ซันเดอร์ โดยมีข้อสนับสนุนเรื่องข้อสงสัยว่า เจน ซันเดอร์เกี่ยวข้องกับการเกิดภัยพิบัติมอนสเตอร์โจมตีเมืองปลายฝนแต่ในเหตุการณ์ช่วงนั้นข้อสนับสนุนนี้ยังไม่ได้รับการตัดสินความผิดจากศาลของเมืองปลายฝนถึงความผิดต่อสถานะพลเมืองทั่วไปจึงไม่มีสิทธิ์ในการลงมือสังหารพลเมืองของเมืองปลายฝนภายใต้สหพันธรัฐได้ และฮันเตอร์และทหารเหล่านั้นก็ไม่มีมีอำนาจในการสังหารฮันเตอร์ลุค ซันเดอร์ เนื่องจากยังไม่ได้ทำผิดใด ๆและมีสถานะฮันเตอร์อย่างถูกต้องกับสำนักงานเหนือมนุษย์ประจำเมืองปลายฝนภายใต้สหพันธรัฐ ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับเหนือมนุษย์โดยตรง ข้ออ้างการโจมตีลุคซันเดอร์และเจน ซันเดอร์ ไม่อาจจะใช้อ้างอิงได้และถูกปัดตกไป”
“ดังนั้น ลุค ซันเดอร์จึงมีสิทธิ์ตอบโต้กลับต่อภัยคุกคามได้อย่างไร้ความผิดตามสิทธิ์ของพลเมืองทั่วไปของเมืองปลายฝนภายใต้สหพันธรัฐสามารถใช้พลังเหนือมนุษย์ตอบโต้ได้ด้วยสิทธิ์เหนือมนุษย์ที่ขึ้นตรงกับสำนักงานเหนือมนุษย์ประจำเมืองปลายฝนและสิทธิ์ในการสังหารตามสถานะฮันเตอร์”
“ข้อกล่าวหาการฆาตกรรมเหนือมนุษย์ 19 ศพและทหาร 20 ศพของ ลุคซันเดอร์ จึงถูกตัดสินว่าไร้ความผิด”
ทุกคนอ้าปากค้างกับคำไต่สวนและคำตัดสินของไกอา พวกเขาอยากจะโต้แย้งแต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ได้แต่ต้องยอมรับไป มันจริงอย่างที่ไกอากล่าวในการลงมือของพวกเขาครั้งนี้เป็นการลงมือด้วยตนเองไม่ใช่คำสั่งหรือการตัดสินที่ถูกต้องตามกฎหมายและลุคก็สามารถตอบโต้กลับอย่างรุนแรงได้ในฐานะเหนือมนุษย์ถึงมีสิทธิ์ฆ่าได้อย่างถูกกฎหมายในสถานะฮันเตอร์ด้วย
ใครบอกให้พวกเขาอยากจะฆ่าลุคก่อน พอโดนฆ่าแล้วจะมาเรียกร้องได้ยังไงไกอาเหมือนตบหน้าพวกเขาตรง ๆ
“ข้อกล่าวหาที่สอง ลุค ซันเดอร์ขัดขวางการหยุดยั้งภัยพิบัติมอนสเตอร์ โดยการช่วยเหลือ เจนซันเดอร์ที่เป็นสาเหตุที่มอนสเตอร์โจมตีเมืองแห่งนี้ข้อกล่าวหานี้มีไม่สามารถระบุให้แน่ชัดได้เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนในระดับที่มากพอจะตัดสินโทษร้ายแรง แต่จากการพิจารณาของไกอากลับพบว่าเจนซันเดอร์มีข้อสงสัยจริงจึงจะถูกแยกเป็นคดีใหม่การตัดสินจะรอจนกว่าจะได้หลักฐานใหม่เพิ่มเข้ามาจึงจะกำหนดวันไต่สวนคดีขึ้นใหม่อีกครั้ง”
คำกล่าวของไกอานั้นชัดเจนมาก หมายความว่านี่มันไม่เกี่ยวกับลุคเพราะตอนที่ลุคขัดขวางนั้นยังไม่มีหลักฐานหรือคำตัดสินแถมพอหลังจากเกิดประตูมิติและอาจจะยืนยันได้จริงว่าเจน ซันเดอร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับมอนสเตอร์ แต่ตอนนั้นตัวลุคก็ไม่ได้ขัดขวางแล้ว
เพราะเขาอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส
ส่วนที่ว่าจะเอาความผิดกับเจนนะเหรอคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจนอยู่ที่ไหน ส่วนคนที่รู้ก็ไม่กล้าไปพาตัวเจนมา
“ข้อกล่าวหาที่สอง ลุค ซันเดอร์ขัดขวางการหยุดยั้งภัยพิบัติมอนสเตอร์ โดยการช่วยเหลือ เจนซันเดอร์ที่เป็นสาเหตุที่มอนสเตอร์โจมตีเมืองแห่งนี้ ข้อกล่าวหานี้ต่อ ลุคซันเดอร์จึงถือว่าพ้นผิด”
“บัดซบ” เรทเจอร์และเหนือมนุษย์คนอื่น ๆที่คาดหวังให้ลุครับโทษพากันตะโกนด่าในใจพวกเขาไม่กล้าลุคขึ้นมาโวยวายแบบคนธรรมดาที่ทำก่อนหน้านี้เพราะว่าพวกเขารู้ว่าอะไรควรไม่ควร
มีเรื่องกับไกอาหรือลุกยืนด่าไกอาเหรอ หาเรื่องตายชัด ๆต่อให้โกรธก็ต้องเก็บไว้ก่อน
ทั้งสองคำตัดสินถูกตัดสินออกมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามันสร้างความไม่พอใจต่อทุกคนที่โกรธแค้นแน่นอนแต่ว่าในตอนนั้นเองไกอากลับไม่ประกาศสิ้นสุด แต่ยังคงมีการไต่สวนเพิ่มเติมซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทุกอย่างอย่างมาก
“จากการพิจารณาเพิ่มเติมของไกอา จึงเพิ่มข้อกล่าวหาที่ 3 ให้กับลุคซันเดอร์ เกี่ยวกับการกระทำความเสียหายต่อกองทัพเมืองปลายฝนจนเสียหายต่อแนวป้องกันและนำไปสู่การตายแบบอ้อม ๆ ต่อผู้คนในเมืองบางส่วนไกอาพบว่าข้อกล่าวหาที่เพิ่มมานี้โดย ไกอา ปัญญาประดิษฐ์ของสหพันธรัฐอีคอนเรี่ยนพบว่ามีความผิดจริง จึงขอตัดสินลงโทษตามกฎหมายของสหพันธรัฐอีคอนเรี่ยน”
“ลุคซันเดอร์จะต้องรับโทษตามสถานะฮันเตอร์ จำกัดมอนสเตอร์ระดับ EและF ในพื้นที่เขต4-5ของเมืองปลายฝนโดยไม่ได้รับเงินเครดิตที่ได้ตามสิทธิ์รางวัลของสำนักงานเหนือมนุษย์ที่ตอบแทนต่อการกำจัดมอนสเตอร์จนกว่าสถานการณ์มอนสเตอร์ในเมืองจะถูกประเมินว่าไม่เป็นภัยอันตรายต่อมนุษย์”
“คำตัดสินถูกส่งไปที่ศาลสูงสุดของสหพันธรัฐอีคอนเรี่ยนได้รับการรับรองจากศาลสูงสุดของสหพันธรัฐเรียบร้อย ลุคซันเดอร์พ้นผิดในสองข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 แต่เพราะต้องรับโทษจากข้อกล่าวหาที่ 3จึงไม่สามารถออกจากเมืองปลายฝนได้จนกว่าจะได้รับโทษในข้อกล่าวหาที่ 3เรียบร้อยแล้ว”
“คำตัดสินของไกอาคือสิ้นสุด จบการพิจารณาคดี”
เสาเชื่อมต่อไกอาหยุดทำงานในทันทีแต่ทุกคนยังไม่สามารถเรียกสติตัวเองกลับมาได้จากการตัดสินสองข้อหาแรกที่กล่าวหาต่อลุค ไกอากลับตัดสินให้พ้นผิดเฉยเลยทำให้ทุกคนโกรธและอัดอั้นในใจมาก
แต่แล้วไกอากลับมีข้อกล่าวหาที่เพิ่มด้วยตัวเองในข้อกล่าวหาที่ 3แม้มันไม่ร้ายแรง เพราะจากโทษที่รับมันอยู่ในการลงโทษแบบบำเพ็ญประโยชน์ด้วยซ้ำ
ในเมื่อการกระทำของลุคส่งผลให้มอนสเตอร์อาละวาดสร้างความเสียหายในเมืองแบบอ้อมๆ ถ้างั้นก็ส่งเขาไปจัดการแก้ซะ มันสมเหตุสมผลแล้ว
แต่ว่าความน่ากลัวของการลงโทษนี้คือจนกว่าสถานการณ์มอนสเตอร์ในเมืองจะถูกประเมินว่าไม่เป็นภัยอันตรายต่อมนุษย์พวกเขารู้สึกว่าลุคอาจจะต้องต่อสู้จนเหนื่อยตายกว่าจะกำจัดมอนสเตอร์ในเขต 4-5ลดจนถึงการประเมินที่ไม่เป็นภัยต่อมนุษย์
มันหมายถึงมนุษย์ธรรมดากลับไปอยู่ที่นั้นได้อย่างปลอดภัยเหมือนกับก่อนหน้านั้น แต่ลุคจะทำได้ยังไงเขาเป็นพวกตัวคนเดียวจะฆ่ามอนสเตอร์จำนวนมากขนาดนั้นยังไง
ลุคเองก็รู้เหมือนกัน แม้จะไม่ติดคุกตลอดชีวิตหรือโดนประหารชีวิตแต่การต้องทำงานเป็นแรงงานทาสฆ่ามอนสเตอร์โดยไม่ได้รับเงินตอบแทนมันยากอยู่ไม่ใช่น้อยแถมยังออกจากเมืองไม่ได้ด้วย แน่นอนว่ายาก แต่ไม่ได้หมายความว่าลุคจะปฏิเสธ
เขารู้ว่านี่อาจจะเป็นเรื่องดี การไม่มีโทษเลยคือสิ่งที่เป็นอันตรายเพราะถ้าไม่ได้เลย ผู้คนจะคิดว่ามันไม่ยุติธรรมที่ลุคพ้นผิดไปซะหมดทุกคนจะมีแต่ความโกรธแค้นมาที่ลุค แต่การที่เขายังได้รับโทษในข้อกล่าวหาที่ 3จะช่วยระบายความโกรธในใจของผู้คน เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังได้รับโทษไม่มีใครมาว่าเขาได้
“คำตัดสินออกมาแล้ว ปล่อยตัวลุค ซันเดอร์”ผู้พิพากษาสั่งเจ้าหน้าที่ศาล
กุญแจถูกปลดออกจากตัวของลุค เขาก็ได้รับการปล่อยตัว แต่ยังต้องติดกำไลอีเอ็มเพื่อกันไม่ให้ลุคออกนอกเมืองหลบหนีได้ถ้าลุคออกพ้นนอกเมืองมันจะแจ้งเตือนและส่งตำแหน่งของลุคทันทีส่วนที่ว่าทำไมไม่ใช่กำไลที่ติดตามตำแหน่งตลอดเวลา นั้นเพราะลุคคือฮันเตอร์มีกฏในเรื่องความลับของฮันเตอร์ที่ช่วยปกป้องตำแหน่งของเขาอยู่ กำไลอีเอ็มเส้นไม่ใหญ่มากเล็กเท่ากับยางลัดผมแต่แข็งแกร่งมากมีแค่ระดับ C เท่านั้นที่จำทำลายมันได้และเรื่องการฆ่ามอนสเตอร์ลุคจะต้องไปทำด้วยตัวเองโดยมีสำนักงานเหนือมนุษย์เข้าไปตรวจสอบอีกที มันเป็นเหมือนภารกิจบังคับมากกว่า
ทันทีที่ข่าวเรื่องคำตัดสินออกไปด้านนอกศาลก็สร้างเสียงกรนด่าให้กับชาวเมืองทั้งหมดที่รอดชีวิตคนพวกนี้ไม่สนใจคำอธิบายที่ไกอาตัดสินและศาลเอาออกมาเผยแพร่ด้วยซ้ำ
ซึ่งสิ่งที่ในใจพวกเขาต้องการคือ โทษใครสักคน มันก็แค่นั้น
ลุคไม่ตอบโต้กลับไป เพราะเขามีเรื่องสำคัญให้ทำมากกว่าเส้นทางต่อจากนี้เขาจะทำยังไง
“บางทีถึงเวลาที่ฉันจะต้องสร้างกิลด์ของตัวเองแล้ว”ลุคพึมพำขณะที่นั่งรถที่บอสตันเตรียมมารับขับออกไปจากพื้นที่นี้