“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 57 อสรพิษหมอกทมิฬ


    โฮกกกกก!

    เสียงคำรามดังก้องไปทั่วผืนป่า

    หมอกสีเทาดำแตกกระจาย

    ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นหักโค่นลงราวกับถูกพายุซัด

    เงาขนาดมหึมาพุ่งทะลุหมอกออกมา

    ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งส่องประกายอำมหิต

    เมื่อทุกคนมองเห็นรูปร่างของมันชัดเจน

    หลายคนถึงกับสูดลมหายใจเย็น

    "อสรพิษหมอกทมิฬ!"

    ผู้เข้าสอบคนหนึ่งร้องออกมา

    ร่างของมันยาวเกือบยี่สิบเมตร

    เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วร่าง

    มีหมอกพิษไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา

    ลิ้นสีแดงสดแลบออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว

    อสูรระดับนี้

    แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนขั้นเปิดประตูมรรคาทั่วไปหลายเท่า

    ผู้เข้าสอบบางคนเริ่มถอยหลังโดยสัญชาตญาณ

    แต่สายเกินไปแล้ว

    ฉัวะ!

    หางขนาดมหึมากวาดออกมา

    เสียงกระดูกแตกดังขึ้นทันที

    ผู้เข้าสอบคนหนึ่งถูกซัดกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร

    กระอักเลือดคำใหญ่

    หมดสติทันที

    "ระวัง!"

    ลั่วชิงอวี่ตะโกน

    ทุกคนรีบกระจายตัว

    พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง

    อสรพิษยักษ์พุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย

    ...

    หลินเซวียนเปิดดวงตาแห่งกรรมทันที

    โลกตรงหน้าเปลี่ยนไป

    เส้นปราณจำนวนมหาศาลไหลเวียนอยู่ในร่างอสรพิษ

    แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ

    คือบริเวณลำคอของมัน

    มีจุดหนึ่งที่ปราณไหลเวียนผิดปกติ

    ราวกับเป็นบาดแผลเก่า

    "จุดอ่อน..."

    หลินเซวียนพึมพำ

    แต่ปัญหาคือ

    เขาไม่มีพลังมากพอจะโจมตีให้ถึงจุดนั้น

    ในเวลานั้นเอง

    อสรพิษหมอกทมิฬพุ่งเข้าหาลั่วชิงอวี่

    หญิงสาวสีหน้าเปลี่ยน

    นางยกกระบี่ขึ้นป้องกัน

    ปัง!

    แรงปะทะมหาศาลส่งนางปลิวออกไป

    เลือดไหลออกจากมุมปาก

    "ชิงอวี่!"

    หลินเซวียนพุ่งเข้าไปทันที

    ดาบเหล็กวิญญาณชักออกจากฝัก

    ฉัวะ!

    คมดาบฟันใส่ดวงตาของอสูร

    แม้ไม่สร้างบาดแผลร้ายแรง

    แต่ก็ทำให้อสรพิษหันมาสนใจเขาแทน

    ดวงตาสีแดงคู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธ

    โฮก!

    มันพุ่งเข้าใส่หลินเซวียนโดยตรง

    ...

    ผู้เข้าสอบหลายคนเริ่มถอยหนี

    แต่ยังมีบางคนเลือกเข้าร่วมต่อสู้

    หนึ่งในนั้นคือ

    เซียวอวี่เฟิง

    ชายหนุ่มก้าวออกมาพร้อมกระบี่ในมือ

    "หลบไป"

    เขากล่าวเสียงเย็น

    ก่อนปลดปล่อยพลังขั้นสร้างชีพจรมรรคา

    ตูม!

    ปราณมหาศาลระเบิดออก

    แสงกระบี่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

    ฉัวะ!

    คมดาบฟันลงกลางลำตัวอสรพิษ

    เกล็ดหลายชิ้นแตกกระจาย

    แต่ยังไม่ถึงขั้นสังหาร

    อสูรยิ่งคลุ้มคลั่ง

    เสียงคำรามของมันสะเทือนทั่วป่า

    ...

    ในจังหวะนั้นเอง

    หลินเซวียนมองเห็นโอกาส

    ดวงตาแห่งกรรมทำงานเต็มกำลัง

    เส้นปราณทั้งหมดของอสรพิษปรากฏชัด

    และเขาพบว่า

    ทุกครั้งที่มันโจมตีเต็มกำลัง

    ปราณบริเวณลำคอจะอ่อนตัวลงชั่วขณะ

    เพียงเสี้ยววินาที

    เท่านั้น

    "เซียวอวี่เฟิง!"

    หลินเซวียนตะโกน

    อีกฝ่ายขมวดคิ้ว

    "อะไร"

    "บังคับให้มันเงยหัวขึ้น!"

    แม้จะไม่พอใจ

    แต่เซียวอวี่เฟิงสัมผัสได้ถึงความมั่นใจในน้ำเสียงนั้น

    เขาจึงลงมือทันที

    กระบี่หลายสายพุ่งเข้าโจมตี

    อสรพิษโกรธจัด

    มันเงยหัวขึ้นพร้อมอ้าปากคำราม

    และในวินาทีนั้นเอง

    หลินเซวียนขยับ

    ฟุ่บ!

    ร่างของเขาพุ่งออกไปราวสายลม

    ปราณทั้งหมดถูกอัดเข้าสู่ดาบเหล็กวิญญาณ

    ดวงตาแห่งกรรมล็อกเป้าหมายเพียงจุดเดียว

    จุดอ่อนกลางลำคอ

    ฉัวะ!

    ดาบแทงทะลุเข้าไปอย่างแม่นยำ

    เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น

    เลือดสีดำพุ่งกระจาย

    อสรพิษหมอกทมิฬดิ้นทุรนทุราย

    ก่อนล้มลงสู่พื้น

    ตูม!

    พื้นดินสั่นสะเทือน

    หมอกโดยรอบกระจายตัวออก

    ทั่วบริเวณตกอยู่ในความเงียบ

    ...

    ผู้เข้าสอบทุกคนมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง

    ไม่มีใครคิดว่า

    ผู้ที่หาจุดสังหารอสูรได้

    จะเป็นหลินเซวียน

    เซียวอวี่เฟิงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนกล่าวเรียบ ๆ

    "เจ้ามองเห็นอะไรบางอย่างอีกแล้วสินะ"

    หลินเซวียนไม่ตอบ

    เพียงเก็บดาบกลับเข้าฝัก

    ...

    แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังผ่อนคลาย

    ดวงตาแห่งกรรมของหลินเซวียนกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง

    ทันใดนั้น

    เขาหันไปมองส่วนลึกของป่าทมิฬ

    และเห็น

    เส้นกรรมสีดำขนาดมหึมา

    กำลังทอดยาวลงไปใต้ดิน

    ลึกเข้าไปในหุบเขา

    ปลายทางของมัน

    เชื่อมต่อกับสถานที่แห่งหนึ่ง

    สถานที่ซึ่งตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้ากำลังตอบสนองอย่างรุนแรง

    ราวกับเรียกหาเขา

    วิหารใต้หมอก

    ...

    ขณะเดียวกัน

    บนหน้าผาห่างออกไป

    ชายชุดดำผู้หนึ่งยืนมองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ

    เมื่อเห็นหลินเซวียนสังหารอสูรได้

    มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย

    "ในที่สุด..."

    "เจ้าก็เริ่มเดินเข้าใกล้ความจริงแล้ว"

    สายลมเย็นพัดผ่าน

    เงาร่างของชายผู้นั้นค่อย ๆ หายไปกับหมอก

    ทิ้งไว้เพียงความเงียบอันน่าประหวั่น

    "อสูรตัวแรกถูกสังหาร"

    "แต่สิ่งที่รออยู่ในส่วนลึกของหุบเขา"

    "น่ากลัวยิ่งกว่านั้นหลายเท่า"