ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 สิ้นหวัง

           เทพวัชระโมโหอย่างยิ่ง จับหมูป่าตัวเท่ารถถังทุ่มอย่างแรง

            ตอนแรกถูกวัวสองตัวกลั่นแกล้ง ตอนนี้ถูกหมูเหยียบซ้ำ แล้วยังตามดมไม่หยุดเขาโมโหจนควันออกจากทวารทั้งเจ็ด จับกดหมูตัวนั้นแน่นหนา

            “ทำไรอ่ะ แกล้งหมูเหรอ?” เสียงแปลกๆ เสียงหนึ่งลอยมาฟังดูไร้ความจริงใจ ให้ฟังอย่างไรก็ไม่เข้าหู

            เทพวัชระโทสะพวยพุ่ง กะอีแค่จับหมู ยังมีคนมาค่อนแคะ แสลงหูเป็นบ้า

            เขาพกไอสังหารเต็มเปี่ยม หันหน้าไปมอง โทสะแทบพุ่ง ที่แท้ก็เป็นนกตัวหนึ่งทั่วทั้งตัวสีเขียวสดใส ยืนพูดจากระแนะกระแหนอยู่ตรงนั้น

            มองดูแล้วน่าจะเป็นนกแก้ว กินลูกไม้วิเศษเข้าไปเลยเกิดการเปลี่ยนแปลงมันกำลังเหล่เทพวัชระ พูดว่า “ทำไม นักเลงหรือไง?”

            พฤติกรรมนี้ทำเอาเทพวัชระโทสะพุ่ง แทบจะเข้าไปบีบคอมันให้ตายคามือ

            เทพวัชระหยิบก้อนหินขึ้นมาขว้างออกไป

            นกแก้วสีเขียวตกใจ ถึงกับกระพือปีกบินขึ้นสูง มันร้องเสียงดังแปดหลอด“มีคนทำตัวเป็นนักเลง แกล้งหมูด้วย!”

            เทพวัชระโกรธจนหน้าแดง ผมชี้ตั้ง ยังดีที่ไม่มีคนอยู่แถวนี้ล้วนแต่ไปรุมฆ่าสัตว์กลายพันธุ์กันหมด

            แต่ว่า ดันมีบางคนแบกอุปกรณ์ถ่ายทำวิ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลพวกเขาวิ่งพล่านไปทั่วเขาอย่างไม่กลัวตาย

            เทพวัชระมองพวกเขาอยู่หลายครั้งหลายครา ไม่พบความผิดปรกติจึงพ่นลมหายใจยาว เขากำหมัด แล้วทะยานขึ้นฟ้าดั่งสัตว์ป่าดุร้าย พุ่งเข้าใส่นกแก้ว

            “ฆ่านกปิดปากเจ้าข้าเอ๊ย!” นกแก้วสีเขียวโวยวายกระพือปีกพั่บๆ เผ่นเข้าไปในป่าแล้วไม่กล้าโผล่หัวออกมาอีก

            เทพวัชระรู้สึกหน้ามืด เขาพยายามดับเพลิงโทสะ

            โฮก!

            หมูป่ายักษ์เพิ่งพลิกตัวได้ จมูกก็พ่นควันขาวมันเป็นจ่าฝูงของพวกสัตว์กลายพันธุ์ พลังมหาศาลเมื่อครู่ไม่ทันระวังจึงถูกคนจับทุ่ม

            โครม!

            มันโมโหอย่างยิ่ง พุ่งเข้าโจมตีเขี้ยวยาวหนึ่งเมตรไม่ต่างกับดาบยาวขาวราวกับหิมะสองเล่ม แทงใส่เทพวัชระ

            หมูป่าตัวนี้ตัวใหญ่เท่ารถถัง พอกระโจนขึ้นเท่านั้น แผ่นดินก็สั่นสะเทือน มนุษย์พิเศษที่อยู่โดยรอบต่างก็ตกใจจนหน้าซีดวิ่งหลบกันลนลาน

            เทพวัชระพกความแค้นเข้าปะทะกับมัน!

            ปังปังปัง!

            เสียงเข้าปะทะดังสนั่นรุนแรง สะท้อนไปทั่วเขาหนึ่งคนหนึ่งสัตว์อย่างกับสัตว์ประหลาดสองตัวต่อสู้กันรุนแรงเสียจนหินผากระจายต้นไม้หักโค่น แลดูน่ากลัวอย่างยิ่ง

            หมูป่ายักษ์ดุร้ายอย่างยิ่ง มันพ่นควันสีขาว เขี้ยวแหลมคมทว่าไม่ว่าจะจู่โจมกี่ครั้งล้วนถูกเทพวัชระตอบโต้กลับไปทุกครา

            ตึง!

            รถถังคันหนึ่งที่กำลังยิงปืนไฟถูกมันพุ่งเอาหัวเข้าชน เสียงโครมดังลั่นรถถังถูกผ่าออกเป็นสองท่อน ผู้คนต่างอกสั่นขวัญแขวน

            หมูป่ายักษ์คลุ้มคลั่งระหว่างนี้มีมนุษย์พิเศษไม่น้อยกว่าสิบคนที่ตายไปภายใต้คมเขี้ยวของมันน่าสะพรึงอย่างยิ่ง

            ตอนนี้ บนเขี้ยวยาวหนึ่งเมตรยังมีมนุษย์พิเศษอีกหนึ่งคนที่ทรวงอกปักคาอยู่เลือดสดๆ ไหลรินอย่างน่ากลัว

            “รนหาที่ตายนะแก!”

            เทพวัชระโมโหอย่างยิ่ง เขาพบดาบพุทธะที่ตัวเองทำตกหายไปจากนั้นพกความคั่งแค้นเหลือแสน พุ่งเข้าหาหมูป่ายักษ์ สาบานเลยต้องหั่นเขี้ยวมันทิ้งให้ได้

            หมัดของเขาแกร่งอย่างยิ่ง ทว่าหมูป่ายักษ์นั่นหนังหยาบเนื้อหนาพละกำลังมหาศาล ไม่ง่ายนักที่จะสังหาร เทพวัชระชักดาบพุทธะออกมาแสงสว่างปานหิมะเจิดจ้า สาดส่องไปทั่วทั้งป่า

            ดินหินปลิวกระจาย หมูป่ายักษ์โห่ร้อง ยิ่งบ้าคลั่ง

            ปึก!

            ในที่สุด เทพวัชระได้จังหวะ กระโดดขึ้น ดาบพุทธะในมือฟันเข้าที่คอของมันหัวใหญ่หนาปลิวตามแรงพร้อมแผ่นเลือดที่สาดเป็นวงกว้าง

            หมูป่าจ่าฝูงสิ้นชีพ ร่างไร้ศีรษะล้มลง

            ผลการต่อสู้นี้ส่งผลกระทบต่อสัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่โดยรอบ ก่อให้เกิดความสับสนอลหม่านขึ้นจ่าฝูงที่แข็งแกร่งถูกสังหารทำให้พวกมันรวนเร

            ทางมนุษย์พิเศษความฮึกเหิมก็เพิ่มพูน ความมั่นใจทวีคูณติดตามอยู่เบื้องหลังเทพวัชระ เดินหน้าร่วมมือกันฆ่าฟัน

            “ฆ่า!”

            เทพวัชระตะโกนก้อง ทะยานเข้าไปในฝูงสัตว์กลายพันธุ์ มือถือดาบพุทธะเปิดฉากสังหาร

            ฉึกฉึกฉึก...

            เลือดสดๆ สาดกระจาย เขาห้าวหาญอย่างไม่มีอะไรเทียบ เข่นฆ่าไปทุกทิศไม่ทันไรก็สังหารสัตว์กลายพันธุ์ไปได้ห้าหกตัว

            แต่แล้ว ตัวปัญหาก็มาจนได้ งูเขียวยักษ์ตัวหนาเท่าถังน้ำปรากฏตัวขึ้นมันเผ่นพุ่งดุจสายลม ต้นไม้ใบหญ้าหักโค่นเป็นทาง

            บนทางที่มันเลื้อยผ่าน มีมนุษย์พิเศษมากมายถูกฆ่ากราด สภาพศพน่าอนาถเพียงถูกมันพันรัด กระดูกทั่วร่างก็แหลกเหลว แรงบีบรัดของมันมหาศาล

            อย่าว่าแต่คนเลย ต่อให้เป็นช้างตัวมหึมาก็ถูกมันรัดจนตายได้

            ตึง!

            เทพวัชระเข้าปะทะกับมัน ทิ้งบาดแผลไว้บนร่างมันหลายรอย เลือดงูพุ่งกระจายแต่ว่าไม่อาจสะบั้นร่างของมันได้ ตัวเขาเองยังถูกมันฟาดใส่ไปที

            หากไม่ใช่เพราะกายเนื้อของเขาแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ก็คงถึงแก่ชีวิตก่อนหน้านี้ไม่นาน เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งยังถูกมันฟาดพังกระจาย

            ทั้งคู่ต่อสู้พัวพัน ไอสังหารเข้มข้น

            อีกทางหนึ่ง เทพปีกเงินก็ลงมือแล้วเช่นกัน แม้ยังได้รับบาดเจ็บทว่าพลังทำลายล้างยังคงรุนแรง สองปีกเมื่อกางออกดั่งดาบสวรรค์อันทรงอานุภาพยิ่งใหญ่เกรียงไกรเข้าฟาดฟันสัตว์กลายพันธุ์จนร่างขาดเป็นสองท่อน

            เลือดสดๆ สาดย้อมป่า

            มนุษย์พิเศษฮึกเหิมอย่างแรง เสียงกู่ร้องสะท้านฟ้าทะลุทะลวงออกไปยังนอกเขางูขาว

            ทว่า เทพปีกเงินเองก็งานเข้าอย่างรวดเร็ว ลิงตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาดูแล้วน่าจะสูงไม่เกินหนึ่งเมตร แต่ว่าขนสีทองทั่วตัวของมันเปล่งปลั่งมีดดาบฟันแทงไม่เข้า

            ปีกสีเงินของเขากับกรงเล็บของลิงสีทองปะทะกัน สะเก็ดไฟกระจัดกระจายไม่อาจสะบั้นอีกฝ่ายได้

            โดยเฉพาะ ความเร็วของลิงสีทองที่ว่องไวอย่างยิ่งยามที่มันเคลื่อนไหวไม่ต่างอะไรกับสายฟ้าสีทอง

            เทพปีกเงินต่อสู้พัวพันอยู่กับมัน สุดท้ายไหล่ของเขาถูกกรงเล็บของมันตะกุยเลือดสดๆ กระจาย เขาได้รับบาดเจ็บแต่ว่าเขาก็ฉวยจังหวะนี้เชือดคอลิงสีทองขาดสะบั้น

            ฉัวะ!

            ลิงสีทองสิ้นใจ ล้มลงจมกองเลือด

            เทพปีกเงินโซเซถอยหลัง เห็นได้ชัดว่าไม่แกร่งกล้าดังเช่นก่อนหน้านี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

            ความคืบหน้าของมนุษย์พิเศษถูกขัดขวาง สัตว์เหล่านั้นดุร้ายเกินไปสัตว์กลายพันธุ์จ่าฝูงหกเจ็ดตัวนั้น ถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับเทพวัชระและเทพปีกเงินแต่พวกมันเอาจำนวนเข้าข่ม

            ฉู่เฟิงเองก็ลงมือเช่นกัน เขาไม่ได้ยิงธนูมั่วซั่วแต่เจาะจงเฉพาะตัวจ่าฝูงที่ทรงพลังดุร้ายอย่างยิ่งเลือกกำจัดพวกมันถึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด

            “เฟี้ยว!”

            เขาจ้องเขม็งไปยังงูเขียวตัวที่กำลังพัวพันอยู่กับเทพวัชระแล้วน้าวคันศรปล่อยลูกธนูออกไป เสียงฟ้าผ่าดังลั่นแก้วหู สายฟ้าพาดพุ่งพลังเสียงรุนแรง

            งูเขียวยักษ์ประสาทสัมผัสว่องไว มันเบี่ยงหัวหลบฉากแล้วพุ่งตัวโจมตีอย่างไม่คิดชีวิต แต่ว่ามันหลบไม่พ้นลูกธนูดอกที่สองเสียงฉึกดังขึ้น ลูกศรพุ่งทะลวงระเบิดร่างของมันเป็นรูเลือด

            “เยี่ยม!” เทพวัชระตะโกนก้อง กระโดดสุดแรงหนึ่งดาบฟาดลง งูยักษ์พลิกหนี เสียงฉัวะดังขึ้น ร่างของมันถูกเฉือนออกส่วนหนึ่ง

            มันแหกปากร้องโหยหวน พุ่งตัวออกห่างอย่างบ้าคลั่ง ในเมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสลำตัวก็ถูกตัดขาดไปท่อน หนีดีกว่า

            เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อฝูงสัตว์อย่างใหญ่หลวงจ่าฝูงที่แข็งแกร่งที่สุดต่างก็ได้รับบาดเจ็บพากันเผ่นหนี พวกมันชักจะรวนเร

            “โฮก!”

            ทว่า ยังคงมีจ่าฝูงอีกตัว ยามนี้มันร้องคำราม เพื่อให้พวกพ้องสงบลงแล้วหันกลับไปโจมตีต่อ

            จำนวนของมนุษย์พิเศษตอนนี้มากกว่าสัตว์กลายพันธุ์แต่ว่าพลังในการโต้ตอบทำลายกลับไม่ถึงที่สุด มนุษย์พิเศษหลายคนช่วยกันรุมก็แล้วหากไม่อาจสังหารสัตว์กลายพันธุ์เพียงตัวเดียวลงได้

            ในยามปรกติก็เห็นได้ว่า เพียงสัตว์กลายพันธุ์บ้าคลั่งเพียงตัวเดียวก็สังหารมนุษย์พิเศษไปแล้วหกเจ็ดคนเลือดสดๆ นองพื้น

            ประเด็นก็คือพวกสัตว์กลายพันธุ์เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนการดำรงชีวิตในป่าเขาทุกแห่งหนคืออันตรายร้ายแรงก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพวกมันก็ดำรงชีวิตตามกฎแห่งป่า

            ส่วนมนุษย์พิเศษก็คือพวกมนุษย์ที่กลายพันธุ์ไหนเลยจะเคยสัมผัสกับฉากนองเลือดเช่นนี้ แต่ก่อนใช้ชีวิตอย่างสุขสบายถึงแม้ตอนนี้จะมีพลังความสามารถอันแข็งแกร่งทว่าพอจะฆ่าฟันกลับไม่อาจลงมือได้เพราะไร้ซึ่งความเหี้ยมโหด

            มนุษย์พิเศษจำนวนมากมาย ทว่ายังตกเป็นรอง ความเสียหายเพิ่มขึ้นทุกที

            เฟี้ยวเฟี้ยวเฟี้ยว...

            ฉู่เฟิงน้าวศรไม่หยุด แทบจะเป็นหนึ่งดอกต่อหนึ่งตัวสัตว์กลายพันธุ์ตัวแล้วตัวเล่าถูกสังหาร เลือดสดๆ ไหลนอง

            พอเขาหาสัตว์กลายพันธุ์จ่าฝูงไม่เจอ ก็หันไปลงมือกับสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นแทน

            สัตว์กลายพันธุ์สิบกว่าตัวทยอยล้มตาย มนุษย์พิเศษที่อยู่รอบๆพลันรู้สึกว่าแรงกดดันลดลงไปอย่างมาก

            ทันใดนั้น ฉู่เฟิงรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่หลังศีรษะลางบอกเหตุลึกลับ เขาฉากหลบอย่างแรง แสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งเฉียดหัวเขาเสียงตึงดังขึ้น ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปหักกระจุยกระจาย

            เป็นนกหัวขวานตัวหนึ่งที่ตัวกว้างเพียงหนึ่งฟุตกว่าทั้งตัวเป็นสีเงินเจิดจ้าประหนึ่งว่าทำมาจากเหล็ก จะงอยปากแข็งแกร่งไร้เทียมทาน

            เมื่อครู่เกือบจะทะลวงหลังหัวของฉู่เฟิงเข้าแล้ว!

            เจ้านี่ก็เป็นหนึ่งในจ่าฝูง แม้จะตัวเล็กทว่าร้ายกาจเป็นอย่างยิ่งก่อนหน้านี้มันสอยเฮลิคอปเตอร์ร่วงไปลำหนึ่ง ต่อให้เป็นเหล็กกล้าก็ขวางมันไม่ได้

            “ฉันจะคุ้มกันให้ ยิงมันซะ!”

            หญิงสาวเสื้อขาวกางเกงขาวผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้น กลางหลังคือปีกแสงคู่หนึ่งที่เปล่งแสงขาวราวกับหิมะทั่วทั้งร่างไร้ซึ่งฝุ่นผง รอยแย้มยิ้มเพียงนิดก็อ่อนหวานอย่างไม่มีอะไรเทียบ

            “พยัคฆ์ขาว...” เจียงลั่วเสินเองก็ปรากฏตัว สีหน้าฉายแววประหลาดใจ

            ฉู่เฟิงตะลึง หญิงสาวที่ถูกหวงหนิวดักตีหัว แถมยังกินเนื้อแพะย่างเสียบไม้ของเขาที่แท้คือพยัคฆ์ขาวที่ร่ำลือกันอย่างนั้นหรือ?

            เจียงลั่วเสินแย้มยิ้มอันตราตรึงใจผู้คน เอ่ยว่า“พยัคฆ์ขาวมีน้องสาวคนหนึ่ง หลูซืออวิ้น สินะ?”

            เห็นได้ชัดว่า เธอพูดครึ่งๆ กลางๆ จงใจแฝงความนัย

            ฉู่เฟิงโล่งใจ หญิงสาวผู้มีปีกแสงสีขาวราวหิมะจะเป็นพยัคฆ์ขาวได้ไงกันล่ะ

            แต่ว่า เธอชื่อ หลูซืออวิ้น อย่างนั้นหรือ?

            ฉู่เฟิงเข้าใจทันที เรื่องที่หญิงสาวชุดขาวเอ่ยก่อนหน้านี้ไม่ใช่ความจริงบางทีอาจเป็นเพราะฐานะอันล่อแหลม จึงไม่ต้องการเปิดเผยชื่อจริงต่อคนแปลกหน้า

            เขาไม่ปล่อยให้เสียเวลา น้าวศรอย่างต่อเนื่อง สังหารสัตว์กลายพันธุ์ดาหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ

            ด้านข้าง มีหลูซืออวิ้นคอยคุ้มกัน เขาวางใจไม่น้อย

            นกหัวขวานตัวนั้นว่องไวอย่างยิ่ง อีกทั้งยังระแวดระวังไม่ยอมพุ่งเข้ามาอีก

            “หลูซืออวิ้น มีฝีมืออะไรก็งัดออกมา อย่ามัวแต่งำประกายพวกเราร่วมมือกันสังหารพวกมันแล้วหนีออกไป” เจียงลั่วเสินเอ่ย

            หญิงสาวเป็นคนฉลาด รู้ดีว่าพยัคฆ์ขาวและเทียนเสินเซิงอู้ไม่ลงรอยกันแต่ผู้เป็นน้องสาวยังกล้าพาคนจำนวนหนึ่งมาที่นี่ ย่อมต้องมีฝีมือพอตัว

            “ไม่จำเป็น รับมืองูขาวตัวนั้นไม่ไหวหรอก!”หลูซืออวิ้นส่ายศีรษะ ปีกแสงขาวราวกับหิมะสาดส่องส่งให้หญิงสาวแลดูเยาว์วัยและมีชีวิตชีวา

            เธอบินได้ นั่นคือข้อได้เปรียบแต่ว่าที่นี่ก็มีนกกลายพันธุ์ไม่น้อยที่บินวนเวียน หากมีใครกล้าทะยานขึ้นฟ้าย่อมเจอเข้ากับการโจมตีอันดุร้าย

            ดังนั้น เธอจึงตามหาฉู่เฟิงหวังจะยืมใช้พลังของเขากำจัดนกกลายพันธุ์พวกนั้น

            “อย่างนั้นก็ไม่มีทางแล้ว ก็ได้แต่จับมือกันฝ่าทะลวงออกไปหวังว่างูขาวยักษ์ตัวนั้นจะไม่ย้อนกลับมาเร็วเกินไปนะ” เจียงลั่วเสินเอ่ย

            ตอนนี้ มนุษย์พิเศษล้วนสู้ตาย ผนึกกำลังกันดาหน้าฆ่าฟันหวังว่าจะฝ่าวงล้อมหนีออกไปได้ก่อนที่งูขาวจะย้อนกลับมา

            โครม!

            เรื่องน่ากลัวเกิดขึ้นแล้ว งูขาวย้อนกลับมา ลำตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศยาวร่วมสิบเมตรก้มลงมองผู้คนด้วยแววตาเย็นชา!

            “เสร็จกัน!”

            คนทั้งหลายหน้าซีดเผือด รู้สึกสิ้นหวังที่จะมีชีวิตหนีรอดออกไปได้