Intro
แรงดึงดูด
ท่ามกลางบรรยากาศโดยรอบที่ผู้คนมากมายต่างแห่แหนเข้ามาในสถานที่ท่องราตรีเพื่อสังสรรค์พบปะ หรือเลี้ยงฉลองงานที่ทำให้พวกเขาต้องมาร่วมยินดีกัน
แต่ทำไมมีเพียงแค่ผมที่ไม่รู้สึกยินดีแบบนั้นบ้างเลยนะ..
“เบา ๆ ไอ้โย..ใจคอมึงจะกินให้เมาเลยหรือไงวะนี่ชวนมาเลี้ยงส่งกูกลับไทยนะเว้ย” ‘สกาย’ ร้องห้ามพลางเอื้อมมือมายื้อแย่งแก้ววิสกี้ในมือผมออกไปเพื่อกันไม่ให้งานเลี้ยงส่งของมันต้องล่มไปเสียก่อน
“ว่าแต่ พรุ่งนี้มึงขึ้นเครื่องกี่โมงวะ?” ผมเอ่ยถามโดยมิวายจะคว้าแก้วน้ำสีชากลับมาดื่มต่อ จนเพื่อนซี้ถึงกลับส่ายหน้าด้วยความระอาใจ
“เช้าแหละ หมดแก้วนี้ก็ว่าจะกลับล่ะ” สกายตอบพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนปริมาณมันยุบหายไปกว่าครึ่ง
“ว่าแต่มึงเหอะ ถ้าที่นี่มันไม่มีอะไรแล้ว..กูว่า มึงกลับไทยไปช่วยงานป๊าม๊ามึงไม่ดีกว่าเหรอ?”
“หึ! นี่คุณวาชิตเขาฝากให้มึงมาเกลี้ยกล่อมกูใช่ป่ะ?” พอได้ยินประโยคนี้ไอ้กายมันก็ละล่ำละลักทำเป็ดื่มเหล้าและหลบสายตาผมอย่างเห็นได้ชัด
“ก็แหม ต่อให้ป๊ามึงไม่ฝากกูมา..กูก็กะจะชวนมึงกลับด้วยอยู่แล้วเหอะ อย่าลืมดิ..กูมันเพื่อนแท้มึงเลยนะ” ไอ้กายว่า
“หึ! เพื่อนแท้..แท้ก็แย่ละ! กูรู้นะว่าที่มึงรีบกลับไทยก่อนกำหนดเป็เพราะมึงจะกลับไปหาไอ้จินต่างหาก!?” ผมต่อว่าน้ำเสียงประชดประชันหากแต่ไม่ได้จริงจังเท่าไรนัก ด้วยเพราะรู้ใจไอ้เพื่อนบ้านี่อยู่แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านั้นผมได้คุยกับ ‘จินไตย’ เพื่อนสนิทของผมอีกคนซึ่งทั้งมันและไอ้กายต่างก็เป็เพื่อนสนิทของผมด้วยกันทั้งคู่ และแถมมันสองคนก็ยังเป็แฟนกันอีกด้วย
ไอ้จินมันโทรมาโม้ให้ผมฟังก่อนแล้วว่าผัวของมัน เอ๊ย! ว่าไอ้กายจะรีบกลับไปหามันเพราะทนคิดถึงมันไม่ไหวหลังจากที่ไอ้จินกลับไทยไปก่อนได้ 3 เดือน
“ก็เมียสุดที่รักกูเขาบ่นคิดถึงกูมากเลยนี่หว่า”
“ไม่ต้องมาตอแหลเลยมึงอะ ไอ้จินมันบอกกูแล้วว่ามึงเองต่างหากที่บ่นคิดถึงอยากรีบกลับไปหามันเร็ว ๆ อะ” ผมว่าเสียงดังแบบติดขำเล็ก ๆ ก่อนจะคว้าเอาขวดวิสกี้มาเปิดฝาแล้วจัดการเทน้ำในขวดใส่ลงในแก้วตัวเองพร้อมยกขึ้นกระดกดื่มรวดเดียวหมดเกลี้ยง ทำเอาไอ้กายถึงกับนั่งมองผมด้วยสายตาเอือม ๆ ที่ผมเอาแต่เมาหัวราน้ำแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว
ครับ..
ผมเอาแต่เมาหัวราน้ำอยู่แบบนี้มาหลายเดือนแล้วนับั้แ่ที่เรียนจบมา ความจริงผมอาจจะได้กลับไทยไปพร้อมกับคนรักของผมที่คบกันมาได้ถึง 5 ปี เราทั้งคู่ถูกมองว่าเป็คู่ Perfect match หรือที่ใคร ๆ ต่างพากันเรียกว่าคู่แห่งโชคชะตา
ผมเป็อัลฟ่าหน้าตาดีฐานะร่ำรวยแถมเรียนเก่งดีได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ถูกบริษัทั์ใหญ่ระดับโลกทาบทามให้ไปร่วมงานด้วยหลายบริษัท และเธอคือโอเมก้าที่สง่างามเพียบพร้อมทั้งหน้าตา ไหวพริบ เรียนดีได้เกียรตินิยมอันดับ 2 รองจากผม เธอชื่อ ‘ซาร่า’ เราเรียนด้วยกันมาั้แ่ High school จนกระทั่งเข้ามหา’ ลัย ทุกอย่างมันดำเนินไปอย่างราบรื่น มันดีเสียจนผมไม่เคยเฉลียวใจเลยสักนิด
ในวันฉลองปิดโปรเจคที่ผม สกาย จินไตย และซาร่า ต่างกำลังดีใจและร่วมฉลองที่พวกเราสามารถทำโปรเจคแสนยากนี้ได้สำเร็จแต่จู่ ๆ ซาร่าก็พูดกับผมว่า..
“je suis gravement malade”
'เธอกำลังป่วยหนัก..งั้นเหรอ?'
ประโยคนั้นทำให้ผมถึงกับนิ่งอึ้งไปเลย เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยรู้เื่อาการป่วยของเธอมาก่อน ไม่มีแม้แต่อาการของเธอที่ผมจะเคยได้เห็นเลยสักครั้ง
แล้วหลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์เธอก็จากผมไปตลอดกาล..
“นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วนะ มึงยังไม่ Move on จากเื่นั้นอีกเหรอวะ?” สกายเอ่ย หากแต่ผมยังไม่อยากพูดเื่ที่ทำให้ตัวเองต้องดำดิ่งนั้นอีก จึงหันไปหยิบขวดเหล้ามาเทเพื่อหมายจะดื่มต่อ
“พอเลย ๆ มึงกินเข้าไปเยอะแล้ว” ไอ้กายว่าปรามแล้วหันไปเรียกพนักงานเพื่อให้มาทำการเช็กบิลที่โต๊ะจะได้หิ้วผมกลับคอนโด
“งั้นกูไปห้องน้ำก่อนนะ” ผมยอมหยุดดื่มตามที่มันว่า และขอตัวไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นขึ้นกว่านี้เสียหน่อย
ปั๊ก!
“Excusez-moi!”
“Excusez-moi!” เหมือนผมรู้สึกว่าตัวเองเดินชนเข้ากับใครสักคนจึงรีบหันไปขอโทษเขา ซึ่งอีกฝ่ายเองก็ทำเช่นเดียวกัน
เราทั้งคู่หันมาสบตากันอยู่พักหนึ่งแล้วก็ต้องรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดจากอะไรสักอย่าง ทำให้ผมกับเขาจ้องมองกันอยู่อย่างนั้นอีกพักใหญ่ ก่อนที่จะเป็อีกฝ่ายที่ตั้งสติได้ก่อนแล้วรีบเบี่ยงตัวหลบไปอีกทาง แต่ก็ดันเป็ผมที่อยู่ ๆ ก็คว้ามือเขาคนนั้นไว้พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ผมไม่เคยคิดว่าจะพูดมันกับคนแปลกหน้าแน่นอน
“Êtes-vous intéressé à coucher avec moi?”
โปรดติดตามตอนต่อไป..
______________________________
* Excusez-moi แปลว่า ขอโทษ
* Êtes-vous intéressé à coucher avec moi? แปลว่า คุณสนใจไปนอนกับฉันไหม (อารมณ์แบบชวนไปมีอะไรด้วย)