“ท่านแม่! ท่านไปที่ใดมาหรือขอรับ” กู้เฟิงเฉิงวิ่งมากอดมารดา “ข้าคิดถึงท่านแม่เหลือเกิน”
“เ้าไม่ต้องมาทำปากหวาน ั้แ่ได้เจอกับท่านพ่อ พวกเ้าก็เหมือนจะลืมแม่ไปแล้ว” กู้หยูม่านแสร้งทำท่าน้อยใจ “ในเมื่อพวกเ้ารักท่านพ่อกันนัก เช่นนั้นคืนนี้ก็ให้ท่านพ่อไปนอนกับพวกเ้าเลยก็แล้วกัน”
“ท่านแม่อย่าพูดอย่างนั้นสิขอรับ ข้ากับพี่ๆ ไม่อยากเหนื่อยอีกแล้ว” กู้เฟิงเฉิงใช้มือน้อยๆ ทุบไปที่แขนของตนเอง “ข้า พี่ใหญ่ แล้วก็พี่รองช่วยท่านพ่อขนของย้ายบ้านกันจนเหนื่อยแล้ว หากท่านแม่ยังให้พวกเราขนของของท่านพ่อออกมาจากห้องของท่านอีก พวกเราคงทำไม่ไหวแล้วขอรับ”
“หืม...ขนของออกมาจากห้องแม่ พวกเ้าหมายความว่าอย่างไร” กู้หยูม่านมองไปที่ลูกชายอีกสองคน
“คืออย่างนี้ขอรับพี่หญิง” กู้เฉินซีเป็คนอธิบาย “ท่านลุงจงเต๋อไปเรียกคนงานมาเพิ่มอีกหลายคน ใช้เวลาไม่นานกำแพงบ้านก็ถูกทุบเสร็จเรียบร้อย ท่านลุงจึงคิดจะรื้อบ้านเก่าของพี่เขยให้เสร็จในคราวเดียวจากนั้นจะได้เริ่มสร้างบ้านหลังใหม่ เพราะอีกไม่นานจะเป็่ที่ชาวบ้านต้องเริ่มทำนา ท่านลุงจงเต๋อจึงอยากสร้างบ้านหลังใหม่ให้เสร็จเร็วๆ ข้ากับหลานๆ ก็เลยช่วยพี่เขยย้ายของออกมาจากบ้านหลังเก่า พี่เฮ่อหลงจะมานอนกับข้าก่อน รอจนกว่าจะต่อเติมบ้านเสร็จ พี่เฮ่อหลงถึงจะย้ายไปห้องใหม่ของตัวเอง ส่วนพี่เขยก็ต้องย้ายมานอนห้องเดียวกับท่านขอรับ”
“พวกเ้าไม่คิดจะปรึกษาข้าก่อนเลยหรือ” กู้หยูม่านหันไปมองเฮ่อหลานจวิน “ท่านพี่เฮ่อ เราห่างกันไปตั้งหลายปี ท่านเต็มใจที่จะนอนร่วมห้องกับข้าหรือเ้าคะ”
กู้หยูม่านถามอย่างไม่คิดมาก ในเมื่อนางตกลงใจว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขาในฐานะสามีภรรยา สตรียุคใหม่เช่นนางก็ไม่เห็นว่าเป็เื่แปลกที่สามีภรรยาจะนอนร่วมห้องกัน แต่เฮ่อหลานจวินเป็บุรุษที่อยู่ในกรอบ แม้จะบอกผู้อื่นไปแล้วว่าพวกเขาเป็สามีภรรยาและมีลูกด้วยกันแล้วถึงสามคน แต่ในความเป็จริงกลับไม่ใช่อย่างนั้น เขายังเป็หนุ่มโสดทั้งแท่งและพวกเขาก็ยังไม่ผ่านพิธีวิวาห์ การใช้ชีวิตหลุดกรอบเช่นนี้ กู้หยูม่านกลัวว่าเฮ่อหลานจวินจะรับไม่ได้
“เต็มใจสิเต็มใจ...ข้าเต็มใจจะ...เอ่อ...นอนห้องเดียวกับเ้า”
กู้หยูม่านรู้สึกผิดคาดกับคำตอบของสามี แต่เมื่อมองเห็นใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู นางก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“ดีจังเลย! ท่านพ่อกับท่านแม่จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ต่อไปข้าก็จะมีน้องชาย ไม่สิ...ข้าอยากมีน้องสาว” กู้เฟิงเฉิงปรบมืออย่างดีใจ “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านต้องมีน้องให้ข้าเร็วๆ นะขอรับ”
เฮ่อหลานจวินได้ฟังคำพูดของลูกชายคนเล็กยิ่งหน้าแดงขึ้นกว่าเดิม “เฟิงเฉิง! เ้าอย่าพูดจาไร้สาระ”
กู้หยูม่านไม่ได้สนใจว่าพ่อลูกจะพูดอะไรกันต่อ เพราะวันนี้นางใช้เวลานั่งเล่นอยู่กับท่านยายรองจงและท่านป้าหม่าซื่ออยู่เกือบทั้งวัน อาหารมื้อเที่ยงคงเป็กู้เฉินซีที่รับหน้าที่ ดังนั้นอาหารเย็นมื้อนี้ นางจะชดเชยให้พวกเขา
เฮ่อหลานจวินที่เล่นอยู่กับลูกชาย แต่สายตาของเขากลับมองตามภรรยาที่กำลังเดินหายเข้าไปในห้องครัว รอยยิ้มที่หาได้ยากก็ถูกยกขึ้น แม้จะรู้สึกว่าม่านม่านในเวลานี้แตกต่างจากม่านม่านที่เขารู้จัก แต่เขากลับชอบม่านม่านในเวลานี้มากกว่า
“ท่านพ่อ ทำไมท่านเอาแต่มองตามท่านแม่อย่างนั้นเล่า” กู้เฟิงเฉิงถาม
“พ่อแค่รู้สึกว่าท่านแม่ของพวกเ้าดูแตกต่างจากเมื่อก่อนเท่านั้น” เฮ่อหลานจวินตอบคำถามลูกชาย “ตอนที่พวกเ้าอาศัยอยู่กับคนตระกูลหลิ่ว นอกจากพวกเขาจะใช้แรงงานเ้าแล้ว เขายังทำอะไรพวกเ้าอีก แล้วหลิ่วซานกั๋วนั่น เขาทำร้ายพวกเ้ามากเพียงใด”
“ท่านพ่อขอรับ ท่านแม่ไม่ให้เราพูดถึงเื่เดิมอีกเพราะนางอยากให้เราลืมเื่ร้ายในอดีตไปให้หมด และคำพูดเ่าั้จะทำให้ท่านรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลพวกเรา” กู้เฟิงอวี่มองบิดา “ท่านแม่ยังบอกอีกว่าท่านรู้สึกผิดกับเรามาตลอด เพราะฉะนั้นอดีตอันเลวร้ายนั้นเราควรจะลืมมันไป ต่อจากนี้ให้เราคิดถึงวันข้างหน้าของเราก็พอ”
“ถึงเราจะใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก แต่ท่านพ่อก็ต้องอยู่กับอาการเจ็บป่วยซึ่งน่าจะลำบากกว่าพวกเรามาก” กู้เฟิงิจับมือบิดา “ท่านพ่ออย่าคิดถึงอดีตอีกเลยนะขอรับ สิ่งสำคัญคือตอนนี้ท่านพ่อต้องรักษาตัวให้หายและต้องกลับมาเดินได้อีกครั้ง ข้า พี่ใหญ่ แล้วก็น้องสาม เอ่อ...”
เฮ่อหลานจวินแปลกใจกับท่าทางของลูกชาย “ทำไมไม่พูดต่อแล้วเล่า”
“ข้ารู้ ข้ารู้ ข้ารู้ว่าพี่รองอยากพูดอะไร” กู้เฟิงเฉิงเป็คนพูดแทน “พี่รองจะพูดว่าพวกเราอยากออกไปเดินเล่นกับท่านพ่อ แล้วพวกเราก็อยากขี่คอท่านพ่อเหมือนอย่างเด็กคนอื่นที่ได้ขี่คอท่านพ่อของตัวเองขอรับ”
เฮ่อหลานจวินก้มลงสำรวจร่างกายของตนเอง “หลังจากนี้พ่อจะดูแลตัวเองให้ดี แม้จะให้พวกเ้าขี่คอไม่ได้ แต่พ่อสัญญาว่าพ่อจะออกไปเดินเล่นเป็เพื่อนพวกเ้าให้ได้ หรือไม่พ่อจะเป็คนสอนให้พวกเ้าขี่ม้า พวกเ้าว่าดีหรือไม่”
ฝาแฝดทั้งสามได้ยินต่างก็ยิ้มดีใจ กว่าอาการของท่านพ่อจะดีขึ้น พวกเขาก็คงจะตัวโตกว่านี้มากแล้ว ถึงไม่ได้ขี่คอ แต่ได้ขี่ม้ากับท่านพ่อก็น่าจะดีไม่น้อย
หลังทานอาหารมื้อเย็นเสร็จก็ได้เวลาแยกย้ายกันเข้านอน กู้เฉินซีรับอาสาพาหลานชายทั้งสามคนเข้านอน กู้หยูม่านจึงเข็นรถเข็นของสามีกลับมาที่ห้องนอน
“ท่านพี่ ท่านอยากอาบน้ำหรือจะให้ข้าเช็ดตัวให้เ้าคะ” กู้หยูม่านถาม
“อาบน้ำก็ได้ แต่ข้าจัดการตัวเองได้ จะไม่รบกวนเ้าหรอก” เฮ่อหลานจวินหน้าแดง
“ไม่รบกวนหรอกเ้าค่ะ ข้ามีหน้าที่ดูแลท่านอยู่แล้ว” กู้หยูม่านยิ้มให้สามี เมื่อเห็นสามีหน้าแดงนางยิ่งรู้สึกว่าอยากแกล้งเขา “หรือว่าท่านอาย ไม่ต้องอายหรอกเ้าค่ะ ข้าอาบน้ำให้เ้าลูกชายอยู่ทุกวัน อาบน้ำให้ท่านอีกสักคนก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่”
เฮ่อหลานจวินรีบเงยหน้าขึ้นมองภรรยา แววตาของเขาแฝงความไม่พอใจไว้เล็กน้อย ‘หมายความว่าอย่างไร เ้ากำลังดูถูกหาว่าข้ามีร่างกายไม่ต่างจากเด็กน้อยอย่างนั้นรึ’
“ข้าพูดตรงไหนผิดไปหรือเ้าคะ” กู้หยูม่านยังยิ้มกว้าง
“เช่นนั้นข้าคงต้องรบกวนภรรยาให้ช่วยอาบน้ำให้เสียแล้ว” เฮ่อหลานจวินนั่งยืดหลังตรง “หากจะอาบน้ำก็ต้องถอดเสื้อผ้าก่อนใช่หรือไม่ ภรรยา...เ้าเข้ามาใกล้ๆ ข้าทีสิ”
กู้หยูม่านเดินไปหาสามี “ข้าจะช่วยท่านถอดเสื้อผ้าเองเ้าค่ะ”
เฮ่อหลานจวินเห็นภรรยาเดินเข้ามาใกล้และกำลังจะถอดเสื้อตัวนอกของเขาออก เขาคว้าข้อมือแล้วฉุดให้นางนั่งลงบนตัก จากนั้นเขาก็จุมพิตนางอย่างเร็ว เมื่อเห็นนางยังอยู่ในอาการค้างและไม่มีการตอบสนอง เขาก้มลงจูบนางอีกครั้ง จากจูบที่อ่อนโยนกลายเป็หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ถึงตรงนี้กู้หยูม่านก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองบ้างแล้ว
เมื่อเห็นว่าการกระทำเริ่มเร่าร้อนมากขึ้น กู้หยูม่านเป็ฝ่ายผลักสามีแล้วรีบห้าม “ท่านพี่หยุดก่อนเ้าค่ะ”
“หยุดทำไมเล่า ไม่ใช่เ้าเพิ่งพูดกับข้าอยู่หยกๆ หรือว่าข้าไม่ต่างจากลูกชาย ข้าก็กำลังแสดงให้เ้าเห็นอยู่อย่างไรว่าข้าไม่เหมือนพวกเขา” เฮ่อหลานจวินหายใจติดขัดเล็กน้อย “หรือว่าเ้าไม่เต็มใจร่วมเตียงกับข้า”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เต็มใจ แต่ข้าคิดว่าเรายังไม่ต้องรีบทำเื่อย่างนั้น รอให้ท่านหายดีก่อน จากนั้นข้าจะทำตามใจท่านทุกอย่างเลยเ้าค่ะ” กู้หยูม่านหอมแก้มสามีเพื่อเป็การปลอบใจ และนางยังคิดว่าไหนๆ ก็พูดเื่นี้ขึ้นมาแล้ว นางตัดสินใจว่านางจะบอกเื่มิติวิเศษ เพราะระหว่างที่รอให้เขากินยาคืนชีพครบทั้งห้าเม็ด ให้เขาได้เข้าไปนอนปรับสมดุลร่างกายในมิติก็จะเป็การดี อีกทั้งค่ายาคืนชีพต้องเป็เงินที่นางหามาได้ด้วยตัวเอง ให้เขารู้เื่มิติวิเศษเอาไว้ นางจะได้เอาของในมิติออกมาใช้ได้อย่างสะดวก และนางยังอยากให้เขาช่วยนางปกปิดความลับหากมีคนสงสัย
กู้หยูม่านยังอยากบอกเฮ่อหลานจวินเื่ที่นางคือิญญาของจารวี หญิงสาวชาวไทยที่ได้เข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูกู้หยูม่าน หากเขายอมรับได้ นางกับเขาก็จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข แต่หากเขายอมรับไม่ได้ เมื่อนางรักษาอาการป่วยของเขาจนหาย นางยินดีที่จะออกไปจากชีวิตเขา
“เ้ากำลังคิดอะไรอยู่” เฮ่อหลานจวินเห็นว่าอยู่ดีๆ ภรรยาก็นิ่งไป เขาจึงถามและยังกอดนางไว้แน่นเพราะคิดว่านางไม่พอใจกับการกระทำเมื่อครู่ “ข้าขอโทษด้วย เป็ข้าที่เร่งรัดเ้าเกินไป”
“ข้าไม่ได้โกรธท่านหรอกเ้าค่ะ แต่ข้ากำลังคิดอยู่ว่าข้าควรบอกความลับบางอย่างกับท่านหรือไม่” กู้หยูม่านมองหน้าสามีนิ่ง “ข้ากลัวว่าหากท่านรู้ความจริง ท่านจะยอมรับข้าไม่ได้”
“ไม่มีเื่ไหนที่ข้าจะยอมรับเ้าไม่ได้ ม่านม่าน...หากเ้ามีเื่ใดอยู่ในใจก็ให้เ้าบอกข้ามา ข้าพร้อมรับฟัง”
“แต่เื่นี้เป็เื่ที่น่าเหลือเชื่ออยู่บ้าง...”
“ม่านม่าน เ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ?” เฮ่อหลานจวินกอดภรรยาไว้ไม่ยอมปล่อย “จะให้ข้าทำอย่างไรเ้าถึงจะยอมเปิดใจให้ข้า”
กู้หยูม่านจ้องสามี “ท่านพี่เฮ่อ ท่านหลับตาสักครู่นะเ้าคะ”
เฮ่อหลานจวินทำตามแต่โดยดี จากนั้นกู้หยูม่านก็พาสามีเข้าไปในมิติวิเศษ
“ท่านลืมตาได้แล้วเ้าค่ะ”
เฮ่อหลานจวินลืมตาก็เห็นว่าตนมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดก็ดูแปลกตา “ที่นี่คือที่ไหนหรือ?”
กู้หยูม่านทำท่าจะลุกจากตัก แต่เฮ่อหลานจวินไม่ยอมปล่อย นางจึงตบหลังมือสามีเบาๆ “ท่านปล่อยข้าก่อนเถิดเ้าค่ะ ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่หนีไปไหน”
เฮ่อหลานจวินยอมปล่อยภรรยาแม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ท่านพี่เฮ่อ ที่นี่คือมิติวิเศษเ้าค่ะ แต่ก่อนที่ข้าจะพูดถึงมิติวิเศษ ข้าอยากจะบอกท่านว่าข้าไม่ใช่คุณหนูกู้หยูม่านแต่ข้าคือจารวี บ้านเกิดของข้าอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล และในยุคที่ข้าจากมาก็ห่างจากยุคนี้หลายพันปี สรุปก็คือข้าเป็ิญญาจากสถานที่อื่นที่มาอาศัยอยู่ในร่างของคุณหนูกู้ และตอนนี้คุณหนูกู้ได้เสียชีวิตไปแล้วเ้าค่ะ”
“เื่...เื่นี้มันน่าเหลือเชื่อมาก” เฮ่อหลานจวินพูดเสียงเบาก่อนที่เขาจะจ้องกู้หยูม่าน “ที่เ้าบอกกับข้าเื่นี้เพราะเ้ากำลังจะจากข้าไปหรือ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะ ตอนนี้ข้าจะยังไม่จากไปไหน หากวันใดที่ท่านไม่้าข้า ข้าถึงจะไปเ้าค่ะ”
เฮ่อหลานจวินรีบคว้าข้อมือแล้วฉุดภรรยาให้มานั่งบนตักของตนเองอีกครั้ง “เช่นนั้นข้าไม่อนุญาตให้เ้าไป เ้าต้องอยู่กับข้า”
“ท่านยินดีอยู่กับข้าแม้ว่าท่านจะรู้ว่าข้าไม่ใช่คุณหนูกู้อย่างนั้นหรือเ้าคะ”
ตลอดหกปีมานี้ เฮ่อหลานจวินใช้ชีวิตในแต่ละวันเพื่อรอวันตาย เขาเคยได้ยินคำบอกเล่ามามากมายเกี่ยวกับยาคืนชีพ แต่ยาวิเศษชนิดนี้กลับไม่มีผู้ใดพิสูจน์ว่ามันมีจริง จนเขาได้เจอกับม่านม่านและนางก็มียาคืนชีพที่ว่านี้จริงๆ นางเป็คนที่นำปาฏิหาริย์มาให้เขา เช่นนั้นก็หมายความว่านางเป็ผู้วิเศษ อีกทั้งการที่นางยอมบอกความจริงก็ทำให้เขาได้คำตอบแล้วว่าทำไมม่านม่านที่อยู่กับเขาในเวลานี้ถึงดูแตกต่างจากม่านม่านคนก่อนราวกับเป็คนละคน
“ไม่ว่าเ้าจะเป็ใครมาจากไหน แต่เวลานี้เ้าคือม่านม่านของข้า ข้าอยากใช้ชีวิตร่วมกันกับเ้า” เฮ่อหลานจวินกลัวว่าภรรยาจะไม่เชื่อ เขาใช้มือจับที่ท้ายทอยภรรยาแล้วจูบนางอย่างรุนแรงเพื่อเป็การยืนยัน “ทีนี้เ้าจะเชื่อข้าได้หรือยัง”
การกระทำของเขาทำให้กู้หยูม่านพอใจเป็อย่างมาก “ข้าเชื่อท่านแล้วเ้าค่ะ”
หลังจากนั้นกู้หยูม่านก็เล่าเื่ของตนเองในชาติที่แล้วและบอกถึงความสามารถของมิติวิเศษให้สามีฟัง เมื่อทั้งคู่ยังอยู่ในมิติ ไฉไฉจึงรับหน้าที่เล่าเื่ราวทั้งหมดให้เฮ่อหลานจวินฟังอีกครั้ง
แม้จะใอยู่บ้าง แต่เฮ่อหลานจวินกลับรู้สึกว่าตนเองช่างโชคดี ิญญาผู้อื่นมาอยู่ในร่างของม่านม่านแล้วอย่างไร หลายวันมานี้เขาคิดมาตลอดว่าเขาชอบม่านม่านที่เป็แบบนี้ ในเมื่อทุกอย่างกระจ่างแล้ว เขาก็จะรักม่านม่านคนนี้ตลอดไป
อีกทั้งม่านม่านก็สัญญากับเขาแล้วว่านางจะไม่จากเขาไปไหน ต่อจากนี้เขาจะใช้ชีวิตร่วมกับนางให้ดีที่สุด และเขายังสาบานกับนางอีกว่าเขาจะรักนางเพียงคนเดียวไปชั่วชีวิต ด้วยคำสาบานที่แสนจริงใจของเฮ่อหลานจวิน ไฉไฉจึงผูกเขาเข้ากับมิติวิเศษ นับจากนี้ทั้งกู้หยูม่านและเฮ่อหลานจวินจึงได้มิติวิเศษร่วมกัน