เซียวจวิ้นอันมองตามซูอี้หว่านที่เดินจากไปก่อนจะไหวกายเข้าไปในเรือนหลังเล็กทรุดโทรมแห่งหนึ่ง
เขาผลักประตูผุพังเข้าไปยืนกอดอกอยู่กลางลานไม่นานนักก็ปรากฏร่างสองร่างวูบลงมาอยู่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ
"นายท่าน ท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว! เป็นเพราะพวกข้ามิได้ปกป้องท่านให้ดีจึงทำให้ท่านเกือบต้องประสบอันตราย ขอท่านโปรดลงโทษพวกข้าด้วย!"
ร่างทั้งสองคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหลังเซียวจวิ้นอันก้มหน้านิ่งด้วยความเคารพ เกรงกลัวที่จะเงยหน้ามองสีหน้าของนายเหนือหัว
พวกเขาก่อนหน้านี้ถูกลอบทำร้ายพลพรรคต่อสู้กับศัตรูอย่างสุดกำลังจนพลัดพรากจากกันหลังจากนั้นแม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถในการตามหาเบาะแสของเซียวจวิ้นอันแต่ก็ไร้ซึ่งข่าวคราว
เมื่อเวลาผ่านไปในตอนที่ผู้คนต่างเริ่มสิ้นหวัง จู่ๆพวกเขากลับได้รับเบาะแสของเซียวจวิ้นอันโดยบังเอิญ จึงรีบรุดมาอย่างเร่งด่วนทันที
เมื่อได้ยินคำกล่าวโทษตนเองของทั้งสองเซียวจวิ้นอันยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
เขามองไปยังเบื้องหน้าดวงตาเรียบนิ่งดุจผิวน้ำ
ยิ่งเซียวจวิ้นอันเงียบงันลูกน้องทั้งสองที่อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งประหม่า ไม่รู้จะทำเช่นไรดี
"นายท่าน..."
ชายร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งเห็นเซียวจวิ้นอันเป็นเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยทำลายความเงียบ เพียงแต่คิดจะถามความคิดเห็นของนายท่านก็ถูกสหายของตนจ้องเขม็ง จึงได้แต่หุบปากลงอย่างเสียมิได้
ทั้งสองไม่ทราบว่าเหตุใดเซียวจวิ้นอันจึงเงียบงันเช่นนี้แต่พวกเขารู้ดีว่ามีบางเรื่องที่พวกเขาในฐานะลูกน้องมิอาจล่วงเกินได้
เซียวจวิ้นอันครุ่นคิดเงียบๆครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เอ่ยปากอย่างช้าๆ
"การลงโทษไม่ต้องแล้ว ที่ผ่านมาข้าเองที่ดูคนผิด มิอาจโทษพวกเจ้าได้"
เซียวจวิ้นอันหัวเราะเยาะตนเองดวงตาเรียวคมดุจจิ้งจอกกลับว่างเปล่า
เมื่อทั้งสองเห็นเซียวจวิ้นอันเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนักอยากจะปลอบประโลมเขา แต่ก็หาคำพูดที่เหมาะสมมิได้
แต่เซียวจวิ้นอันก็มิได้ต้องการให้พวกเขาปลอบประโลมเพียงแต่โบกมือให้พวกเขาไปมา
"นอกจากพวกเจ้าแล้ว ในหมู่หน่วยพยัคฆ์ทั้งสิบห้าคน เหลือผู้ใดบ้าง?"
เมื่อได้ยินเซียวจวิ้นอันถามถึงเรื่องนี้ทั้งสองก็มิกล้าละเลย รีบตอบกลับ "ทูลนายท่านนอกจากพวกข้าแล้ว ยังมีอีกเก้าคนขอรับ"
"สหายสาม สหายแปด และสหายสิบเอ็ด... ล้วนจากไปแล้ว..."
เมื่อเอ่ยถึงข่าวการตายของสหายดวงตาของทั้งสองก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เมื่อได้ยินดังนั้นเซียวจวิ้นอันก็พยักหน้า แววตาฉายความโกรธและความไม่เต็มใจแต่ความรู้สึกที่เด่นชัดกว่าคือความเสียใจ
"เช่นนั้นแล้ว คนที่แพร่งพรายเบาะแสของข้าในวันนั้นคือหลัวหงกระนั้นหรือ?"
"คือไอ้โจรใจทมิฬผู้นั้น!"
เมื่อได้ยินเซียวจวิ้นอันเอ่ยถึงสีหน้าของทั้งสองก็ดำมืดหน่วยพยัคฆ์ทั้งสิบห้าคนคือองครักษ์ประจำตัวของเซียวจวิ้นอันมีหน้าที่ปกป้องความปลอดภัยของเขา
เพียงแต่ไม่ทราบว่าเมื่อใดหลัวหงกลับถูกเซียวจวิ้นเหอกว้านซื้อ แอบเปิดเผยร่องรอยของพวกเขาให้อีกฝ่ายทราบ
"ในวันนั้น เป็นมันที่ลอบทำร้ายท่านนอกเหนือจากสหายสามที่ถูกฆ่าเพื่อคุ้มกันพวกเราให้หนีไปแล้วสหายแปดและสหายสิบเอ็ด... ล้วนถูกมันวางยาพิษ! หนี้เลือดครั้งนี้ข้าจะต้องทวงคืนด้วยมือของข้าเอง!"
ชายร่างสูงใหญ่เอ่ยถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักดวงตาแดงก่ำจนมิอาจกล่าวต่อไปได้
จูเก่ออวิ๋นผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆเห็นเช่นนั้นจึงเอื้อมมือตบไหล่เขาเบาๆ ปลอบประโลมเสียงต่ำ"สหายสอง นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า!"
เขาหายใจเข้าลึกๆกล่าวเสริมอย่างช้าๆ "นายท่านตอนนี้หลัวหงได้รับการแต่งตั้งจากเซียวจวิ้นเหอให้เป็นแม่ทัพเจิ้นหย่วนแล้วประจำการอยู่ที่เมืองหนิง หากพวกเราคิดจะกำจัดเขา เกรงว่าตอนนี้คงไม่ง่ายนัก"
"หืม?"
เซียวจวิ้นอันได้ยินก็เลิกคิ้วราวกับสนใจขึ้นมา "เมืองหนิง? นับเป็นสถานที่ที่ดี"
น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งทว่ากลับทำให้ผู้คนไม่ทราบว่าในใจกำลังคิดสิ่งใด
"นายท่าน แล้วพวกเราควรทำเช่นไรต่อไปดี?"
เมื่อเห็นเซียวจวิ้นอันมีสีหน้าสงบไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง ทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะสบตากัน ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี
ตามความคิดของพวกเขาตอนนี้ควรจะรวบรวมพลพรรคกลับไป ช่วงชิงทุกสิ่งที่เป็นของนายท่านกลับคืนมา!
พวกเขาเดิมทีคิดว่าเซียวจวิ้นอันก็คิดเช่นนี้แต่กลับพบว่าหลังจากที่เซียวจวิ้นอันทราบความจริง เขามิได้โกรธเคืองแม้แต่น้อยกลับมีสีหน้าเฉยเมยด้วยซ้ำ
นี่มันผิดวิสัยเกินไป!
เซียวจวิ้นอันมองออกถึงความคิดในใจของลูกน้องเพียงแต่ยิ้มบางๆ ให้
"แต่ก่อนข้ายังเยาว์วัย คะนองตน หลงคิดว่าไม่ว่าใครจะวางแผนร้ายลับหลังสุดท้ายแล้วความชั่วก็ไม่อาจเอาชนะความดีได้ทว่าข้าประเมินความสามารถของเซียวจวิ้นเหอต่ำเกินไปและไม่เข้าใจถึงความโหดร้ายของจิตใจมนุษย์"
"นายท่าน นี่ไม่ใช่ความผิดของท่าน!ล้วนเป็นความผิดของเจ้าสุนัขหลัวหงผู้นั้น!มันก็แค่ผู้ลี้ภัยที่ครอบครัวแตกสาแหรกขาด หากมิใช่เพราะท่านละก็พวกมันพี่น้องคงตายไปนานแล้ว! แต่มันกลับทำเช่นนี้กับท่าน!"
"ใช่! ไอ้หลัวหงผู้นั้นเนรคุณคน หากข้าได้เจอเขาอีกครั้งข้าจะต้องเชือดเขาด้วยมือของข้าเอง!"
เมื่อได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความแค้นของลูกน้องทั้งสองเซียวจวิ้นอันกลับส่ายหน้า
"เขาย่อมคิดว่าการสวามิภักดิ์ต่อเซียวจวิ้นเหอเป็นผลดีต่อมันส่วนข้าเจ้านายเก่าผู้นี้ไม่อาจทำให้มันร่ำรวยได้อาจกล่าวได้ว่านั่นคือทางที่มันเลือก ต้องโทษข้าในตอนนั้นที่เชื่อใจคนง่ายคิดว่าเคยช่วยเขาไว้ เขาคงไม่ทำร้ายข้า"
เซียวจวิ้นอันส่ายหน้าอย่างสมเพชตนเองจากนั้นจึงรวบรวมสติ หันกลับมามองลูกน้องทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"กินหนึ่งคำ สอนหนึ่งบท ตอนนี้ข้าก็มิได้โง่เขลาเหมือนเช่นแต่ก่อนแล้ว"
เซียวจวิ้นอันกวาดสายตาคมกริบไปที่ร่างของทั้งสอง"ตอนนี้สถานการณ์ในแคว้นเยว่เลวร้าย สงครามเกิดขึ้นทุกหนแห่งข้าตั้งใจจะซ่อนตัวอยู่ในเมืองอวิ๋นเฉิงสักพัก"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่"
เซียวจวิ้นอันเห็นว่าทั้งสองมีสีหน้าไม่เห็นด้วยจึงขัดจังหวะเขาในทันที
"ข้าคิดมาดีแล้ว ตอนนี้ข้าไร้ซึ่งรากฐานไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของเซียวจวิ้นเหอได้ คิดว่าอ๋องที่ 'ทรยศชาติ'ยังสามารถบัญชาการกองทัพเช่นเดิมได้หรือ?"
"นายท่านต้องการใช้เมืองอวิ๋นเฉิงเป็นฐานที่มั่นงั้นหรือ?"
จูเก่ออวิ๋นผู้อาวุโสของหน่วยพยัคฆ์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการวางแผนต่างจากหลี่ชิงผู้ตรงไปตรงมาและหุนหันพลันแล่น จึงตอบสนองในทันทีเข้าใจความหมายของเซียวจวิ้นอัน
"ถูกต้อง ในเมื่อเซียวจวิ้นเหอตัดสินให้ข้าเป็นกบฏข้าก็จะก่อกบฏให้เขาดูอย่างเปิดเผย!ไม่รู้ว่าเมื่อถึงตอนนั้นสีหน้าของฮ่องเต้อย่างเขาจะเป็นเช่นไร? คงเป็นภาพที่น่าดูยิ่งนัก!"
เซียวจวิ้นอันหัวเราะเบาๆดวงตาฉายแววคมกริบ
"จูเก่ออวิ๋น หลี่ชิง ถ่ายทอดคำสั่งของข้าให้สหายสี่และสหายเจ็ดไปซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเมืองหนิง จับตาดูทุกการกระทำของหลัวหงส่วนสหายห้าและสหายเก้า ส่งพวกเขาไปแคว้นเฉียน..."
เซียวจวิ้นอันออกคำสั่งอย่างใจเย็นจัดแจงสถานที่สำหรับหน่วยพยัคฆ์ที่เหลือในอนาคต
จนกระทั่งจัดแจงทุกอย่างของลูกน้องที่เหลือเรียบร้อยแล้วเขาจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ตอนนี้ข้าทำได้เพียงเท่านี้ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องดูว่าสวรรค์จะอยู่ข้างข้าหรือไม่"
เซียวจวิ้นอันเงยหน้ามองไปยังขอบฟ้าสีหน้ากลับมิได้เศร้าสร้อย
เขามองไปยังเบื้องหน้าด้วยสายตาแน่วแน่แม้ปากจะกล่าวว่าแล้วแต่โชคชะตา แต่ในใจกลับมิได้คิดเช่นนั้น
"นายท่าน แล้วท่านตอนนี้..."
"ข้ามีแผนการของข้าเอง พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิดหากมีเรื่องใดข้าจะติดต่อพวกเจ้าอีกครั้ง"
เซียวจวิ้นอันมิได้ตั้งใจที่จะจากไปพร้อมกับหน่วยพยัคฆ์เขาโบกมือไล่พวกจูเก่ออวิ๋นทั้งสองคนให้รีบไป
เมื่อแน่ใจว่าลูกน้องจากไปหมดแล้วเซียวจวิ้นอันก็หันหลังกลับออกจากเรือนหลังเล็กทรุดโทรมแห่งนั้นเดินตรงไปยังเรือนเช่าหลังเล็กของตระกูลซูอย่างรวดเร็วร่างของเขาวูบหายไปในแสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดง