บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่88 ทุกประการ

     

    "หือ! หุ่นไม้? "

     

    เมื่อเซียวเย่เดินเข้ามาถึงทางตัน ปรากฎพบห้องไม่ใหญ่มากอยู่เบื้องหน้า เซียวเย่ตัดสินใจเดินเข้าไปภายในห้องแห่งนั้น พบเจอเข้ากับหุ่นไม้ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ที่เซียวเย่ให้ความสนใจจริงๆกลับเป็นหน้ากากที่มันกำลังสวมใส่อยู่ 

     

    เซียวเย่มองดูหน้ากากที่มีรูปร่างคล้ายกับใบหน้าของยักษ์และใบหน้าของมารในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่ามันคือรูปของอสูรหรือหรือว่ายักษ์มารกันแน่ หน้ากากเป็นหน้ากากแบบปิดบังทั่วทั้งใบหน้า เหลือช่องตรงดวงตาเอาไว้ให้สามารถมองเห็น ถ้าคนอื่นมาเห็นอาจจะมองว่ามันน่าเกลียดและน่ากลัว แต่เซียวเย่กลับมองดูแล้วหลงใหลมันอย่างไม่รู้ตัว คล้ายว่ามันคงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเซียวเย่โดยเฉพาะเลยกระมัง

     

    เซียวเย่ไม่รู้จริงๆว่ามันเป็นเพราะสาเหตุใด อาจเป็นความทรงจำก่อนหน้าที่ทำทับถมเข้าด้วยกันก็เป็นได้ เจ้าของความทรงจำนี้คงจะชมชอบและบูชาเจ้าของหน้ากากใบนี้มากแน่ๆ เซียวเย่จึงได้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นมา 

     

    ใช่! มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ!!!!! 

     

    เซียวเย่ย่อมรู้สึกได้อยู่แล้วว่าตนเองเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดและนิสัยไปเรื่อยๆ บางครั้งเซียวเย่ก็อดที่จะแอบคิดไม่ได้ว่า ถ้าตนกลืนกินมนุษย์ที่กระทำแต่ความดีหรือว่านักบวช เซียวเย่อาจจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเป็นคนที่ดีขึ้นมาบ้างก็เป็นได้ 

     

    แต่เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ต้องยอมใจ บุคคลประเภทความดีที่ไหนกันจะมาให้กลืนกินโดยง่าย อย่างน้อยตนก็ไม่ใช่มารร้ายที่จะต้องกระทำทุกวิถีทางเพื่อสนองความต้องการของตนเอง

     

    อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้….

     

    “น-หน้ากากนั่น!!!”

     

    อสูรพยัคฆ์แดงเพ่งมองอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ตกใจ คล้ายว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกเลยที่มันเคยเห็นหน้ากากใบนี้

     

    "หึหึ…ใช่แล้ว…มันคือสิ่งนั้นจริงๆ..มันช่า-..…"

     

    "มันคือหน้ากากอะไรกัน? หน้าตาช่างดูหล่อเหลาน่าเกรงขามเยื่ยงนัก! มันดูดีพอๆกลับใบหน้าของข้าเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"

     

    เมื่อเพ่งมองได้สักพัก มันก็กล่าวออกมาพร้อมกลับหัวเราะลั่น มันรู้สึกชอบพอกับหน้ากากใบนี้ไม่น้อย 

     

    "……ถ้าเจ้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร ทีหลังก็อย่าได้ทำท่าทางว่ารู้เรื่องได้หรือไม่ ข้าเห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด…ทำไมเจ้าชอบทำให้ผู้อื่นคล้ายเข้าใจผิดว่าเจ้ารู้ทุกเรื่องอยู่เรื่อย"

     

    เซียวเย่หันหน้าไปมองอสูรพยัคฆ์แดงด้วยใบหน้าที่นิ่งค้าง ตั้งแต่มันสองคนอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้วที่มันทำให้เซียวเย่แลดูเหมือนคนโง่ จะโกรธมันก็ทำไม่ลง เซียวเย่ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะหมั่นใส้หรือว่าสงสารมันดีแล้ว

     

    "ข้าไปประพฤติตัวแบบนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน…เอ๋!…นี่หรือเจ้าเห็นข้าเป็นสัตว์อสูรปราชญ์ผู้รอบรู้หรืออย่างไร ช่างเถอะ รูปลักษณ์ของข้าก็คงจะดูเหมือนแบบนั้นจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" 

     

    เค้ามีแต่ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ แต่นี่มันอะไรกัน? ยิ่งรู้จักยิ่งหมั่นขี้หน้างั้นเหรอ? เซียวเย่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแล้วในตอนนี้ 

     

    เห้อ!…

     

    เซียวเย่ถอนหายใจออกมายืดยาวตัดสินใจที่จะปล่อยวางในที่สุด พร้อมกลับหันหน้ากลับไปมองหน้ากากที่ถูกสวมไว้บนใบหน้าของหุ่นไม้นั่นอีกครั้ง คล้ายว่ากำลังระลึกถึงอะไรบางอย่าง

     

    “…เจ้ารู้จักหน้ากากใบนี้สินะ มันเป็นของล้ำค่ามากงั้นเหรอ? ข้าเพ่งมองมันมาสักพักแล้ว นอกจากหน้าตาหล่อเหล่าที่คลับคล้ายคลับคากับข้าแล้ว ที่เหลือก็แย่หมด ข้าไม่เห็นว่าจะรู้สึกถึงพลังอะไรจากมันเลย…เจ้าแน่ใจจริงๆอย่างนั้นเหรอว่ามันเป็นของที่เจ้ากำลังตามหา”

    ฟุดฟิดๆ

    อสูรพยัคฆ์แดงขยับจมูกไม่มา คล้ายว่ากำลังพยายามดมกลิ่น แต่แล้วมันก็ไม่สามารถที่จะบอกอะไรได้เลย อย่างเดียวในตอนนี้ที่มันบอกได้ก็คือ หน้ากากตรงหน้าของมันคือหน้ากากธรรมดาสามัญ นอกจากลวดลายและรูปร่างที่มันชื่มชมแล้ว…ส่วนที่เหลือกลับกลายเป็นไร้ค่า ใช่แล้ว! มันคิดเช่นนั้นจริงๆ 

     

    ขนาดสิ่งของที่ถูกแบ่งแยกมิติ มันยังสามารถที่จะตรวจพบ แล้วนับประสาอะไรกับหน้ากากตรงหน้า มันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่สามารถตรวจสอบพบได้จริงๆ 

     

    มันจะต้องเป็นหน้ากากธรรมดา…

     

    นี่เป็นข้ออ้างเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้มันสบายใจขึ้น เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เริ่มที่จะใจเบาลงและอดไม่ได้ที่จะภูมิใจในประสาทการรับกลิ่นของมันมากขึ้น

     

    “หึหึ…ของธรรมดางั้นเหรอ เจ้าตอบถูกครึ่งหนึ่ง หน้ากากตรงหน้าใบนี้…มันทั้งใช่และก็ไม่ใช่…”

     

    เซียวเย่กล่าวความหมายที่เข้าใจกรำกรวมออกมา คล้ายว่ามันคงจะลืมไปแล้วว่าอสูรข้างๆมันเป็นพวกขี้เกลียดใช้หัวคิด

     

    "สรุปมันเป็นของล้ำค่าหรือว่าไม่ใช่กันแน่ เจ้าจะพูดอ้อมค้อมไปทำไม อ่อ! เจ้าคงจะกลัวหน้าแหกสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่น่าแปลกใจเลย ส่วนใหญ่คนที่รับรู้ถึงความสามารถของข้าก็มีแต่ต้องตกใจกลัวกันทั้งนั้น เจ้าไม่ต้องเสียใจไป คนเราผิดพลาดกันได้ ถือว่าเป็นบทเรียนไปซะนะ"

     

    อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาด้วยความภูมิใจ มันใช้สายตาที่หน้าเวทนามองไปที่เซียวเย่ คล้ายว่าเกิดควมรู้สึกเห็นใจเซียวเย่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น  

     

    เห้อ~~~~

    ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…

    เซียวเย่ถอนหายใจออกมายืดยาว ตัดสินใจเดินขึ้นไปบนแท่นบันได หวังเพื่อเข้าใกล้หุ่นไม้และหน้ากากใบนั้น…

     

    "อ่าว! พูดนิดพูดหน่อยก็ทำมาเป็นน้อยใจ คนเราผิดพลาดกันได้น่า เจ้าไม่ต้องอายไปหรอก เฮ้! เจ้าจะเดินเข้าไปเอาหน้ากากธรรมดาต๊อกต๋อยนั่นจริงๆเหรอ ถ้าเจ้าอยากได้หน้ากากจริงๆ เดี๋ยวข้าทำให้ก็ได้ เอาแบบหน้าตาของข้าไปดีหรือไม่ ทีนี้พวกเราก็จะกลายเป็นบุคคลที่หล่อเหลาที่สุดในแผ่นดินนี้!!!  เฮ้! เจ้าได้ยินที่ข้าพูดหรือเปล่า! เฮ้! หยุดก่อนรอข้าด้วย!"

     

    อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้องออกมา แต่เซียวเย่กลับทำเมินเฉย เดินต่อไปข้างหน้าคล้ายว่าไม่ได้ยินอะไรที่มันกล่าว 

     

    เซียวเย่เดินเข้ามาใกล้ ลอยตัวขึ้นเหนือพื้นช้าๆ ยืนมือขึ้นไปหยิบหน้ากากที่หุ่นไม้ตัวนั้นกำลังสวมใส่อยู่ เนื่องจากหุ่นไม้ตัวนี้มีลักษณะส่วนตัวร่างกายค่อนข้างสูง อย่างน้อยก็ไม่หน้าต่ำกว่าสามเมตรเป็นแน่ นอกจากลอยตัวขึ้นไปหยิบแล้ว เซียวเย่ก็คิดไม่ออกจริงๆว่าจะยืนมือขึ้นไปหยิบมันด้วยส่วนสูงที่มีแค่นี้ได้อย่างไร

     

    “นั่นไง! หน้ากากมันก็ดูดีอยู่หรอก…แต่ขนาดมันดูเหมือนจะใหญ่มากไปสำหรับเจ้านะ…อืม….ดูจากขนาดของมันแล้ว เจ้าน่าจะเอามาทำเป็นเปลนอนได้เลยนะเนี้ย…แต่เจ้าไม่ต้องเศร้าใจไป เดี๋ยวข้าจะทำให้ใหม่ เอาแบบสวยๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เหมือนๆกับข้าเลย ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ”

     

    อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะลั่น หน้ากากใบใหญ่ขนาดนี้มันจะเอามาสวมใส่ให้อย่างไร   

     

    เซียวเย่ลอยตัวขึ้นเหนือพื้นช้าๆยืนมือไปจับหน้ากากใบนั้นอย่างทะนุถนอม ยกขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง ลอยตัวลงมาสู่พื้นดินมันจ้องมองรูปลักษณะของหน้ากากใบนี้อย่างเอ็นดู ก่อนที่มันวางมันลงสู่พื่นข้างล่าง

    ฉั่ว!

    เซียวเย่ชักกระบี่ออกมาจากฝัก เฉือนลงที่แขนของตนเอง เลือดไหลนองออกมาไม่ต่างจากการโดนฟันโดยผู้อื่น เซียวเย่ยื่นมือเข้าไปใกล้หน้ากาก ปล่อยให้เลือดไหลนองลงสู่พื้น ตกลงสู่หน้ากากใบใหญ่เบื้องล่าง 

     

    จ๊อก….

     

    ทันทีที่มันไหลลงไป พริบตาเลือดพวกนั้นมันก็แห้งเหือดหายไปพริบตา พร้อมกับหน้ากากที่ส่องแสงสว่างสีแดงจางๆขึ้น อสูรพยัคฆ์แดงที่จ้องมองอยู่อดไม่ได้ที่จะขยี้ตา นี่มันไม่ใช่หน้ากากด้อยค่าจริงๆงั้นเหรอนี่!!!

    จ๊อก….

    เลือดมหาศาลมากมายไหลออกจากร่างกายลงสู่หน้ากาก หน้ากากกระพริบไปมาตอบสนองอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่ามันจะพอใจเลย…

     

    มันไม่มีท่าทีว่าจะพอใจ….เซียวเย่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด เซียวเย่ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะทำให้หน้ากากใบนี้ยอมสยบไม่ได้!!

    ฉั่ว! ฉั่ว!

    จ๊อก….

    เซียวเย่ยืนมือชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เซียวเย่เฉือนกระบี่สร้างบาดแผลขึ้นมาอีกสองแผล เลือดไหลนองออกมาเหมือนกับว่าเซียวเย่กำลังเทน้ำลงสู่พื้น

    จ๊อก…..!!!

    ร่างกายของเซียวเย่เริ่มที่จะซีดจางพร้อมกับใบหน้าที่ขาวซีด เส้นเลือดเริ่มที่จะปรากฎขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัด… 

    !!!!!!!!!!!!

    "น-นี่! เซียวเย่! เจ้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ เจ้าจะปล่อยให้มันเอาเลือดของเจ้าไปจนหมดตัวเลยหรืออย่างไรกัน!!"

     

    อสูรพยัคฆ์แดงจ้องมองดูสถานการณ์มาตั้งแต่คราแรก เริ่มรู้สึกถึงเรื่องไม่ดีจางๆขึ้นมาแล้ว ตัดสินใจที่จะอ้าปากกล่าวเตือนเซียวเย่หวังเพื่อที่จะเตือนสติ มันเริ่มที่จะคิดว่าเซียวเย่นั้นกระทำอะไรที่มันเกินตัวเกินไป 

     

    “.…..เมื่อสมัยก่อน…มีสัตว์อสูรอยู่ตนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจากเผ่าพันธ์ที่ต่ำต้อย แต่ความคิดในตอนนั้นของมันกลับตรงกันข้าม มันรู้สึกภูมิใจที่มันเกิดมาต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าสิ่งใด มันมีความคิดที่ว่า ถ้ามันเริ่มต้นจากศูนย์ แล้วนับไปถึงหนึ่งร้อยมันจะเป็นเช่นใดกันนะ นั่นคือสาเหตุที่มันภูมิใจกับเผ่าพันธุ์ที่มันได้กำเนิด…”

     

    ไม่รู้ว่าเซียวเย่กำลังคิดอะไรอยู่ มันนิ่งเงียบต่อคำพูดของอสูรพยัคฆ์แดงอยู่สักพัก ก่อนที่จะมันจะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่คล้ายกับคนตาย

     

    “…..”

     

    อสูรพยัตฆ์แดงกำลังจะอ้าปากกล่าวอีกครั้ง แต่เซียวเย่ก็กล่าวออกมาเสียก่อน มันตัดสินใจที่จะนั่งฟังคำกล่าวของเซียวเย่เงียบๆ คล้ายว่านั่นเป็นคำขอสุดท้ายของคนที่ใกล้ตาย…

     

    “…..มันฟันฝ่าอุปสรรคมาแล้วทุกประการ…ความรัก…ความโลภ…ความโกรธ…และความลุ่มหลง…สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ มันนั้นเคยพบเจอและกระทำมาเสียหมด….จนในที่สุดมันก็สามารถที่จะอยู่บนจุดสูงสุดที่มันเฝ้าใฝ่ฝันหา…แต่กลับกลายเป็นว่าไม่เคยมีสัตว์อสูรตนใดที่คิดจะยำเกรงและเคารพในตัวของมันเลยสักตนเดียว….”

     

    เซียวเย่นิ่งเงียบหายใจอีกสักพัก ก่อนที่จะอ้าปากกล่าวออกมาอีกหน มันกล่าวออกมาพร้อมกับเลือดที่ยังไม่ยอมหยุดไหลนอง

     

    "….."

     

     

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640