"หือ! หุ่นไม้? "
เมื่อเซียวเย่เดินเข้ามาถึงทางตัน ปรากฎพบห้องไม่ใหญ่มากอยู่เบื้องหน้า เซียวเย่ตัดสินใจเดินเข้าไปภายในห้องแห่งนั้น พบเจอเข้ากับหุ่นไม้ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ที่เซียวเย่ให้ความสนใจจริงๆกลับเป็นหน้ากากที่มันกำลังสวมใส่อยู่
เซียวเย่มองดูหน้ากากที่มีรูปร่างคล้ายกับใบหน้าของยักษ์และใบหน้าของมารในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่ามันคือรูปของอสูรหรือหรือว่ายักษ์มารกันแน่ หน้ากากเป็นหน้ากากแบบปิดบังทั่วทั้งใบหน้า เหลือช่องตรงดวงตาเอาไว้ให้สามารถมองเห็น ถ้าคนอื่นมาเห็นอาจจะมองว่ามันน่าเกลียดและน่ากลัว แต่เซียวเย่กลับมองดูแล้วหลงใหลมันอย่างไม่รู้ตัว คล้ายว่ามันคงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเซียวเย่โดยเฉพาะเลยกระมัง
เซียวเย่ไม่รู้จริงๆว่ามันเป็นเพราะสาเหตุใด อาจเป็นความทรงจำก่อนหน้าที่ทำทับถมเข้าด้วยกันก็เป็นได้ เจ้าของความทรงจำนี้คงจะชมชอบและบูชาเจ้าของหน้ากากใบนี้มากแน่ๆ เซียวเย่จึงได้เกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นมา
ใช่! มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ!!!!!
เซียวเย่ย่อมรู้สึกได้อยู่แล้วว่าตนเองเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดและนิสัยไปเรื่อยๆ บางครั้งเซียวเย่ก็อดที่จะแอบคิดไม่ได้ว่า ถ้าตนกลืนกินมนุษย์ที่กระทำแต่ความดีหรือว่านักบวช เซียวเย่อาจจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเป็นคนที่ดีขึ้นมาบ้างก็เป็นได้
แต่เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ต้องยอมใจ บุคคลประเภทความดีที่ไหนกันจะมาให้กลืนกินโดยง่าย อย่างน้อยตนก็ไม่ใช่มารร้ายที่จะต้องกระทำทุกวิถีทางเพื่อสนองความต้องการของตนเอง
อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้….
“น-หน้ากากนั่น!!!”
อสูรพยัคฆ์แดงเพ่งมองอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ตกใจ คล้ายว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกเลยที่มันเคยเห็นหน้ากากใบนี้
"หึหึ…ใช่แล้ว…มันคือสิ่งนั้นจริงๆ..มันช่า-..…"
"มันคือหน้ากากอะไรกัน? หน้าตาช่างดูหล่อเหลาน่าเกรงขามเยื่ยงนัก! มันดูดีพอๆกลับใบหน้าของข้าเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"
เมื่อเพ่งมองได้สักพัก มันก็กล่าวออกมาพร้อมกลับหัวเราะลั่น มันรู้สึกชอบพอกับหน้ากากใบนี้ไม่น้อย
"……ถ้าเจ้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร ทีหลังก็อย่าได้ทำท่าทางว่ารู้เรื่องได้หรือไม่ ข้าเห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด…ทำไมเจ้าชอบทำให้ผู้อื่นคล้ายเข้าใจผิดว่าเจ้ารู้ทุกเรื่องอยู่เรื่อย"
เซียวเย่หันหน้าไปมองอสูรพยัคฆ์แดงด้วยใบหน้าที่นิ่งค้าง ตั้งแต่มันสองคนอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้วที่มันทำให้เซียวเย่แลดูเหมือนคนโง่ จะโกรธมันก็ทำไม่ลง เซียวเย่ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะหมั่นใส้หรือว่าสงสารมันดีแล้ว
"ข้าไปประพฤติตัวแบบนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน…เอ๋!…นี่หรือเจ้าเห็นข้าเป็นสัตว์อสูรปราชญ์ผู้รอบรู้หรืออย่างไร ช่างเถอะ รูปลักษณ์ของข้าก็คงจะดูเหมือนแบบนั้นจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
เค้ามีแต่ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ แต่นี่มันอะไรกัน? ยิ่งรู้จักยิ่งหมั่นขี้หน้างั้นเหรอ? เซียวเย่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแล้วในตอนนี้
เห้อ!…
เซียวเย่ถอนหายใจออกมายืดยาวตัดสินใจที่จะปล่อยวางในที่สุด พร้อมกลับหันหน้ากลับไปมองหน้ากากที่ถูกสวมไว้บนใบหน้าของหุ่นไม้นั่นอีกครั้ง คล้ายว่ากำลังระลึกถึงอะไรบางอย่าง
“…เจ้ารู้จักหน้ากากใบนี้สินะ มันเป็นของล้ำค่ามากงั้นเหรอ? ข้าเพ่งมองมันมาสักพักแล้ว นอกจากหน้าตาหล่อเหล่าที่คลับคล้ายคลับคากับข้าแล้ว ที่เหลือก็แย่หมด ข้าไม่เห็นว่าจะรู้สึกถึงพลังอะไรจากมันเลย…เจ้าแน่ใจจริงๆอย่างนั้นเหรอว่ามันเป็นของที่เจ้ากำลังตามหา”
ฟุดฟิดๆ
อสูรพยัคฆ์แดงขยับจมูกไม่มา คล้ายว่ากำลังพยายามดมกลิ่น แต่แล้วมันก็ไม่สามารถที่จะบอกอะไรได้เลย อย่างเดียวในตอนนี้ที่มันบอกได้ก็คือ หน้ากากตรงหน้าของมันคือหน้ากากธรรมดาสามัญ นอกจากลวดลายและรูปร่างที่มันชื่มชมแล้ว…ส่วนที่เหลือกลับกลายเป็นไร้ค่า ใช่แล้ว! มันคิดเช่นนั้นจริงๆ
ขนาดสิ่งของที่ถูกแบ่งแยกมิติ มันยังสามารถที่จะตรวจพบ แล้วนับประสาอะไรกับหน้ากากตรงหน้า มันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่สามารถตรวจสอบพบได้จริงๆ
มันจะต้องเป็นหน้ากากธรรมดา…
นี่เป็นข้ออ้างเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้มันสบายใจขึ้น เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เริ่มที่จะใจเบาลงและอดไม่ได้ที่จะภูมิใจในประสาทการรับกลิ่นของมันมากขึ้น
“หึหึ…ของธรรมดางั้นเหรอ เจ้าตอบถูกครึ่งหนึ่ง หน้ากากตรงหน้าใบนี้…มันทั้งใช่และก็ไม่ใช่…”
เซียวเย่กล่าวความหมายที่เข้าใจกรำกรวมออกมา คล้ายว่ามันคงจะลืมไปแล้วว่าอสูรข้างๆมันเป็นพวกขี้เกลียดใช้หัวคิด
"สรุปมันเป็นของล้ำค่าหรือว่าไม่ใช่กันแน่ เจ้าจะพูดอ้อมค้อมไปทำไม อ่อ! เจ้าคงจะกลัวหน้าแหกสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่น่าแปลกใจเลย ส่วนใหญ่คนที่รับรู้ถึงความสามารถของข้าก็มีแต่ต้องตกใจกลัวกันทั้งนั้น เจ้าไม่ต้องเสียใจไป คนเราผิดพลาดกันได้ ถือว่าเป็นบทเรียนไปซะนะ"
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาด้วยความภูมิใจ มันใช้สายตาที่หน้าเวทนามองไปที่เซียวเย่ คล้ายว่าเกิดควมรู้สึกเห็นใจเซียวเย่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เห้อ~~~~
ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…
เซียวเย่ถอนหายใจออกมายืดยาว ตัดสินใจเดินขึ้นไปบนแท่นบันได หวังเพื่อเข้าใกล้หุ่นไม้และหน้ากากใบนั้น…
"อ่าว! พูดนิดพูดหน่อยก็ทำมาเป็นน้อยใจ คนเราผิดพลาดกันได้น่า เจ้าไม่ต้องอายไปหรอก เฮ้! เจ้าจะเดินเข้าไปเอาหน้ากากธรรมดาต๊อกต๋อยนั่นจริงๆเหรอ ถ้าเจ้าอยากได้หน้ากากจริงๆ เดี๋ยวข้าทำให้ก็ได้ เอาแบบหน้าตาของข้าไปดีหรือไม่ ทีนี้พวกเราก็จะกลายเป็นบุคคลที่หล่อเหลาที่สุดในแผ่นดินนี้!!! เฮ้! เจ้าได้ยินที่ข้าพูดหรือเปล่า! เฮ้! หยุดก่อนรอข้าด้วย!"
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้องออกมา แต่เซียวเย่กลับทำเมินเฉย เดินต่อไปข้างหน้าคล้ายว่าไม่ได้ยินอะไรที่มันกล่าว
เซียวเย่เดินเข้ามาใกล้ ลอยตัวขึ้นเหนือพื้นช้าๆ ยืนมือขึ้นไปหยิบหน้ากากที่หุ่นไม้ตัวนั้นกำลังสวมใส่อยู่ เนื่องจากหุ่นไม้ตัวนี้มีลักษณะส่วนตัวร่างกายค่อนข้างสูง อย่างน้อยก็ไม่หน้าต่ำกว่าสามเมตรเป็นแน่ นอกจากลอยตัวขึ้นไปหยิบแล้ว เซียวเย่ก็คิดไม่ออกจริงๆว่าจะยืนมือขึ้นไปหยิบมันด้วยส่วนสูงที่มีแค่นี้ได้อย่างไร
“นั่นไง! หน้ากากมันก็ดูดีอยู่หรอก…แต่ขนาดมันดูเหมือนจะใหญ่มากไปสำหรับเจ้านะ…อืม….ดูจากขนาดของมันแล้ว เจ้าน่าจะเอามาทำเป็นเปลนอนได้เลยนะเนี้ย…แต่เจ้าไม่ต้องเศร้าใจไป เดี๋ยวข้าจะทำให้ใหม่ เอาแบบสวยๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เหมือนๆกับข้าเลย ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ”
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะลั่น หน้ากากใบใหญ่ขนาดนี้มันจะเอามาสวมใส่ให้อย่างไร
เซียวเย่ลอยตัวขึ้นเหนือพื้นช้าๆยืนมือไปจับหน้ากากใบนั้นอย่างทะนุถนอม ยกขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง ลอยตัวลงมาสู่พื้นดินมันจ้องมองรูปลักษณะของหน้ากากใบนี้อย่างเอ็นดู ก่อนที่มันวางมันลงสู่พื่นข้างล่าง
ฉั่ว!
เซียวเย่ชักกระบี่ออกมาจากฝัก เฉือนลงที่แขนของตนเอง เลือดไหลนองออกมาไม่ต่างจากการโดนฟันโดยผู้อื่น เซียวเย่ยื่นมือเข้าไปใกล้หน้ากาก ปล่อยให้เลือดไหลนองลงสู่พื้น ตกลงสู่หน้ากากใบใหญ่เบื้องล่าง
จ๊อก….
ทันทีที่มันไหลลงไป พริบตาเลือดพวกนั้นมันก็แห้งเหือดหายไปพริบตา พร้อมกับหน้ากากที่ส่องแสงสว่างสีแดงจางๆขึ้น อสูรพยัคฆ์แดงที่จ้องมองอยู่อดไม่ได้ที่จะขยี้ตา นี่มันไม่ใช่หน้ากากด้อยค่าจริงๆงั้นเหรอนี่!!!
จ๊อก….
เลือดมหาศาลมากมายไหลออกจากร่างกายลงสู่หน้ากาก หน้ากากกระพริบไปมาตอบสนองอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่ามันจะพอใจเลย…
มันไม่มีท่าทีว่าจะพอใจ….เซียวเย่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด เซียวเย่ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะทำให้หน้ากากใบนี้ยอมสยบไม่ได้!!
ฉั่ว! ฉั่ว!
จ๊อก….
เซียวเย่ยืนมือชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เซียวเย่เฉือนกระบี่สร้างบาดแผลขึ้นมาอีกสองแผล เลือดไหลนองออกมาเหมือนกับว่าเซียวเย่กำลังเทน้ำลงสู่พื้น
จ๊อก…..!!!
ร่างกายของเซียวเย่เริ่มที่จะซีดจางพร้อมกับใบหน้าที่ขาวซีด เส้นเลือดเริ่มที่จะปรากฎขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัด…
!!!!!!!!!!!!
"น-นี่! เซียวเย่! เจ้ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ เจ้าจะปล่อยให้มันเอาเลือดของเจ้าไปจนหมดตัวเลยหรืออย่างไรกัน!!"
อสูรพยัคฆ์แดงจ้องมองดูสถานการณ์มาตั้งแต่คราแรก เริ่มรู้สึกถึงเรื่องไม่ดีจางๆขึ้นมาแล้ว ตัดสินใจที่จะอ้าปากกล่าวเตือนเซียวเย่หวังเพื่อที่จะเตือนสติ มันเริ่มที่จะคิดว่าเซียวเย่นั้นกระทำอะไรที่มันเกินตัวเกินไป
“.…..เมื่อสมัยก่อน…มีสัตว์อสูรอยู่ตนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจากเผ่าพันธ์ที่ต่ำต้อย แต่ความคิดในตอนนั้นของมันกลับตรงกันข้าม มันรู้สึกภูมิใจที่มันเกิดมาต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าสิ่งใด มันมีความคิดที่ว่า ถ้ามันเริ่มต้นจากศูนย์ แล้วนับไปถึงหนึ่งร้อยมันจะเป็นเช่นใดกันนะ นั่นคือสาเหตุที่มันภูมิใจกับเผ่าพันธุ์ที่มันได้กำเนิด…”
ไม่รู้ว่าเซียวเย่กำลังคิดอะไรอยู่ มันนิ่งเงียบต่อคำพูดของอสูรพยัคฆ์แดงอยู่สักพัก ก่อนที่จะมันจะกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่คล้ายกับคนตาย
“…..”
อสูรพยัตฆ์แดงกำลังจะอ้าปากกล่าวอีกครั้ง แต่เซียวเย่ก็กล่าวออกมาเสียก่อน มันตัดสินใจที่จะนั่งฟังคำกล่าวของเซียวเย่เงียบๆ คล้ายว่านั่นเป็นคำขอสุดท้ายของคนที่ใกล้ตาย…
“…..มันฟันฝ่าอุปสรรคมาแล้วทุกประการ…ความรัก…ความโลภ…ความโกรธ…และความลุ่มหลง…สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ มันนั้นเคยพบเจอและกระทำมาเสียหมด….จนในที่สุดมันก็สามารถที่จะอยู่บนจุดสูงสุดที่มันเฝ้าใฝ่ฝันหา…แต่กลับกลายเป็นว่าไม่เคยมีสัตว์อสูรตนใดที่คิดจะยำเกรงและเคารพในตัวของมันเลยสักตนเดียว….”
เซียวเย่นิ่งเงียบหายใจอีกสักพัก ก่อนที่จะอ้าปากกล่าวออกมาอีกหน มันกล่าวออกมาพร้อมกับเลือดที่ยังไม่ยอมหยุดไหลนอง
"….."