เวลาผ่านไปเรื่อยๆความเอื้ออาทรของคนสกุลหวงด้วยกันยิ่งแร้นแค้น หวงเฟิ่งเหยาเริ่มหมกตัวอยู่แต่ในห้องถึงเวลาอาหารค่อยออกไปกิน แต่เมื่อออกไปแล้ว พวกเขาก็ไม่ค่อยสนใจนางเท่าไรด้วยเอาแต่พูดคุยกันเฉพาะเื่ของตัวเอง
คนที่ยังพูดคุยและถามไถ่ความเป็ไปของนางมากที่สุดคือหวงจื่อฉินแต่เด็กหนุ่มพูดได้ไม่กี่ประโยคมักโดนมารดาดุว่าในมื้ออาหารห้ามพูดคุยเมื่อถูกตำหนิบ่อยครั้งเข้า เด็กหนุ่มก็เก็บปากเก็บคำไม่ซักถามใดๆ กับญาติผู้น้องอีกเว้นแต่จะพบกันบริเวณอื่นในบ้าน แต่นับครั้งได้เพราะเขาต้องออกไปช่วยงานบิดาที่ร้านหวงเสียงเป่า
หวงเฟิ่งเหยาทนสภาพหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่นานกระทั่งกลางฤดูชิวเฟินเด็กสาวอายุสิบสี่ปีแล้ว จึงเลิกไปกินข้าวที่ห้องโถงใหญ่นางให้เหนียงเซียงจัดสำรับมาส่งที่ห้อง เมื่อผู้มีอำนาจของเรือนแสดงความมึนตึงใส่บ่าวที่เหลือก็ทำเหมือนนางไม่มีตัวตนมากเข้าไปทุกวัน เพราะ้าประจบสอพลอผู้เป็นาย
่ค่ำคืนหวงเฟิ่งเหยาอยู่อย่างเดียวดายไร้เงาตานเอ๋อร์คอยพะเน้าพะนอ ยังดีที่ระหว่างวันหลันซิ่วจูลอดรูข้างกำแพงมาพูดคุยและเล่นด้วย มีอยู่หนหนึ่ง นางไม่ได้พบหลันซิ่วจูที่เข้าทางประตูใหญ่เพราะคนในบ้านบอกเด็กหญิงว่านางไม่อยู่ทั้งที่จริงแล้วนางไม่ได้ออกไปไหน
เพราะอยากให้เสี่ยวจูเข้ามาเล่นด้วยบ่อยๆโดยไม่ต้องผ่านประตูใหญ่เมื่อไม่อยากถูกกีดกันแม้กระทั่งการได้พบหน้าเด็กน้อยข้างบ้านหวงเฟิ่งเหยาจึงเอาเสียมมากระทุ้งรูข้างกำแพงให้ใหญ่กว่าเดิมแล้วหากระถางต้นไม้มาบังสายตาคนนอกไว้
และเนื่องจากกินอะไรไม่ค่อยลงขนมที่เหนียงเซียงใส่จานมาให้จึงยกให้หลันซิ่วจูกินทั้งหมด
“ท่านไม่กินจริงๆ เหยอ”เด็กหญิงข้างบ้านผู้มีร่างกายอวบอ้วนน่ารักน่าชังเอ่ยถามขณะปากยังเคี้ยวตุ้ยๆ
“เ้ากินเถอะข้ายังอิ่มอยู่มาก ถ้ากินไม่หมดก็ห่อกลับไปกินที่บ้าน”
“เสี่ยวจูจะเอาไปฝากท่านพ่อ”มือป้อมห่อขนมส่วนหนึ่งใส่ผ้าเช็ดหน้าเตรียมพร้อม
คนที่เป็กำพร้าหมดสิ้นแล้วญาติใกล้ชิดอย่างหวงเฟิ่งเหยารู้สึกว่างโหวงในอกนางก็อยากมีคนที่จะเอาขนมใส่ห่อผ้าไปฝากเช่นกัน
หลังกินขนมหลันซิ่วจูนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่กับเ้าของห้องได้ครู่หนึ่งก็มีสาวใช้ของอี้หงมาหาที่ห้อง
“นายหญิงเรียกเ้าค่ะให้ไปช่วยบ่าวทำความสะอาดห้องคุณหนูจิ่วหลิน” น้ำเสียงที่ใช้สั่งนั้นห้วนสีหน้าก็แข็งกระด้าง ไม่เกรงใจว่าหวงเฟิ่งเหยาก็คือนายคนหนึ่ง
“ทำไมพี่เฟิ่งเอ๋อร์ต้องทำความสะอาดห้องพี่จิ่วเอ๋อร์เล่าเ้าคะ”งานเหล่านี้ต้องให้สาวใช้เป็คนทำไม่ใช่หรือ
นั่นสิ...ทำไมนางต้องทำงานบ้านพวกนี้หวงเฟิ่งเหยาไม่หลบสายตาสาวใช้เ้าของคำสั่งเมื่อครู่
“เป็คำสั่งของนายหญิงคุณหนูก็รู้นี่เ้าคะว่าบ้านเรากำลังขาดแรงงาน”
นับวันเหม่ยเสี้ยวยิ่งรู้สึกว่าคุณหนูเฟิ่งเหยาไม่ใช่คนที่จะรังแกได้ง่ายๆแบบที่นางคิด ถ้ามิใช่เพราะมีนายหญิงกับนายหญิงใหญ่คอยให้ท้าย นางก็คงมิกล้ามาตอแยนักหรอก
“ก็เลยต้องใช้แรงคุณหนูเช่นข้าอย่างนั้นสิห้องข้าเองข้าทำได้อยู่หรอก แต่นั่นคือห้องพี่จิ่วเอ๋อร์ เ้าเป็บ่าวอาสะใภ้เหตุใดจึงลำบากถ่อมาเรียกข้าถึงนี่”
เจอคำพูดของเด็กน้อยเมื่อวานซืนกล่าววาจาเชือดเฉือนใส่เหม่ยเสี้ยวก็ชักสีหน้าไม่พอใจ
“บ่าวจะกลับไปเรียนนายหญิง”กล่าวจบนางก็สะบัดชายกระโปรงจากไปทันที
หลันซิ่วจูมองหน้าเ้าของห้องสลับกับมองภาพเงาหลังของสาวใช้ที่นางรู้สึกว่าจองหองเกินบ่าวก่อนเสนอตัวเข้าช่วยงานเพื่อนบ้าน “ให้เสี่ยวจูไปทำความสะอาดช่วยพี่เฟิ่งเอ๋อร์ดีไหมเ้าคะ”
เด็กน้อยบ้านหลันคาดว่าคำปฏิเสธของหวงเฟิ่งเหยาจะนำความยุ่งยากมาให้นางงานทำความสะอาดอาศัยแรงเดียวคงจะไม่ไหว ให้นางไปช่วยอีกแรง อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนขนมอร่อยๆที่นางเพิ่งกิน
หวงเฟิ่งเหยาส่ายหน้า“เื่ภายในบ้านข้า เ้าอย่าเสียแรงจะดีกว่านะเสี่ยวจูอิ่มแล้วก็กลับไปก่อนเถิด ป่านนี้ท่านอาหลันคงรู้สึกหิวแย่แล้วรีบเอาขนมกลับไปให้เขานะ ไว้เหนียงเซียงทำขนมอร่อยๆข้าจะะโเรียกเ้ามากินและเล่นเป็เพื่อนข้าอีก”
“เอาอย่างนั้นก็ได้”หลันซิ่วจูเก็บขนมใส่อกเสื้อ นางวางตุ๊กตาผ้าลงโบกมือลาหวงเฟิ่งเหยา แล้ววิ่งกลับทางเก่ามุดรูข้างกำแพงออกไป
ผ่านไปครู่ใหญ่อี้หงเดินลิ่วๆ นำหน้าเหม่ยเสี้ยวผ่านประตูห้องหวงเฟิ่งเหยาเข้ามาราวพายุลูกใหญ่
“อยู่คนเดียวแล้วรึก็ดี...จะได้ชำระความให้รู้เื่กันเสียั้แ่วันนี้ที่ผ่านมาข้าคงปล่อยปละหย่อนการอบรม เ้าจึงไม่รู้สิ่งใดควรไม่ควรตอนนี้ข้าเป็คนดูแลบ้านสกุลหวง เหตุใดเ้าไม่ฟังคำสั่งอาสะใภ้เช่นข้า”
“เฟิ่งเอ๋อร์ไม่ได้เป็สาวใช้ทำไมต้องไปทำความสะอาดห้องพี่...”
อี้หงไม่ปล่อยให้หลานสาวสามีพูดจบประโยคนางก็ตบหน้าหวงเฟิ่งเหยาฉาดหนึ่ง พลางเปล่งเสียงตวาดลั่น หน้าตาถมึงทึง
“เ้าเถียงข้ารึ”
แต่เล็กจนโตท่านพ่อท่านแม่ ท่านแม่รอง ตลอดจนท่านปู่ไม่เคยตบตีนางสักแปะหวงเฟิ่งเหยาโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ นางถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ยอมลงให้เช่นกัน
“ข้าจะบอกท่านอาเื่ท่านทำร้ายข้า”
นี่เป็ตบแรกจากอาสะใภ้แต่เป็ตบที่สองหลังจากท่านปู่ตายสองครั้งแล้วที่นางถูกทำร้ายหลังจากเกิดและเติบโตมาจนอายุสิบสี่ปี
อี้หงเหยียดริมฝีปากตาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเกลียดชัง
“อาเ้าคงอยู่ฟังหรอกนะโน่น...เขาออกจากเรือนไปั้แ่เช้าแล้ว”
หวงเฟิ่งเหยากัดริมฝีปากจนห้อเืมือน้อยกำแน่น จะว่าไปคนที่นางโกรธที่สุดตอนนี้ก็คือท่านอาเพราะคนสายเืเดียวกันยังหวังพึ่งพิงไม่ได้
“อาสะใภ้ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายข้าด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้”
“เ้าเป็เด็กไม่ฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ ตอนนี้ข้าเป็คนดูแลเ้า เหตุใดจะลงโทษเ้าไม่ได้ถ้าเก่งนักก็ออกไปอยู่ที่อื่นดีเสียอีกจะได้ไม่ต้องบ่นว่าให้เปลืองน้ำลาย...ว่าอย่างไร จะยอมไปดีๆหรือให้ข้าลงมือ”
เพราะหวงเฟิ่งเหยายังไม่ยอมขยับกายอี้หงไม่จำเป็ต้องเก็บอารมณ์อยากลงไม้ลงมือกับหลานสาวนางพุ่งเข้าหาหมายจะสั่งสอนเด็กสาวอีกสักหนสองหนเพื่อระบายความไม่พอใจเื่สามีเอาแต่ตะลอนอยู่นอกบ้านคนอายุน้อยกว่าจึงป้องกันตัวเองด้วยการออกแรงผลักอาสะใภ้หญิงสาวร้องโอยด้วยไม่คาดว่าจะถูกอีกฝ่ายโต้ตอบคืน
“จับตัวมันไว้!”อี้หงสั่งเหม่ยเสี้ยว
บ่าวที่รอคำสั่งอยู่แล้วก็รีบเข้ามากอดรัดคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้ดิ้นรนโวยวายพยายามให้ตนเองหลุดพ้นจากการเกาะกุม
“นังตัวดีฤทธิ์มากนักนะ ปู่เ้าไม่อยู่แล้ว จะเอาแต่ใจตัวเองอย่างเมื่อก่อนได้อย่างไร”อี้หงฟาดมือลงบนเนื้อตัวหลานสาวหลายหนก่อนเหม่ยเสี้ยวจะเหวี่ยงคนในอ้อมกอดลงกับเตียงนอนตามคำสั่งของเ้านาย
“นางไม่ไปก็อย่าไปขังนางไว้ในห้อง เมื่อไม่ทำงานก็ไม่ต้องกินข้าวไปบอกเหนียงเซียงด้วยว่าไม่ต้องยกกับข้าวมาให้นาง ถ้ารู้ว่าฝ่าฝืนคำสั่งข้ามันสองแม่ลูกก็จะไม่ได้กินได้อยู่ดี แถมจะถูกข้าสั่งโบยให้หลาบจำ”
อี้หงเดินนำออกจากห้องตามติดด้วยสาวใช้คนสนิท เหม่ยเสี้ยวปิดประตูจากด้านนอกนางร้องสั่งคนงานชายที่อยู่แถวนั้นให้ไปนำกุญแจดอกใหญ่มาคล้องหน้าห้อง
หวงเฟิ่งเหยาทั้งเตะทั้งถีบประตูก็ไม่เป็ผลนางโวยวายด่าทอความใจร้ายใจดำของอาสะใภ้ไปหลายประโยคเช่นกัน
ออกจากเขตเรือนพักของหลานสาวสามีอี้หงก็เดินมาพบติงเฉิงคุนที่ลานทางเดินหน้าห้องโถงใหญ่พอรู้จุดประสงค์การมาของเขานางก็บอกถึงเหตุผลที่ไม่สามารถให้หวงเฟิ่งเหยาออกมาพบหน้าเขาได้
“เฟิ่งเอ๋อร์ไม่สบายข้าเพิ่งกลับจากห้องของนาง หลานสาวคนนี้ไม่ชอบยาขมๆ เอาเสียเลยโยเยอย่างกับเด็กอายุห้าหกขวบ ก็เลยต้องอยู่กำกับให้กินยาจนหมดถ้วยหลังจากล้มตัวลงนอนก็หลับไปแล้ว”
ติงเฉิงคุนแสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยในมือของบ่าวติดตามมีพับผ้าอยู่สองห่อ หลายวันก่อนเขาได้ผ้าสวยๆจากเรือสินค้าที่มาจากแคว้น โฮว่ติ้ง หวังจะมอบให้หวงเฟิ่งเหยาเพื่อตัดชุดเมื่อไม่ได้พบหน้าอีกฝ่ายหลังจากผ่านไปหลายวัน จึงรู้สึกเสียดายไม่น้อย
“ถ้าเช่นนั้นฝากท่านอาบอกว่าข้ามาหาไว้วันพรุ่งนี้จะนำของมาเยี่ยมไข้นางอีกรอบนะขอรับ”
ขณะนั้นเองหวงจิ่วหลินถือตะกร้าผ้าปักมายังห้องโถง พอเห็นคุณชายติงที่นางหมายปองก็ปรี่เข้ามาหาพร้อมกับยิ้มหน้าบาน นางมองห่อผ้าที่บ่าวบ้านสกุลติงถืออยู่อย่างคาดหวัง
“สีขาวนี้ข้ามอบให้เ้าส่วนพับสีแดงฝากให้เฟิ่งเอ๋อร์ หลังจากฟื้นไข้มีผ้าสีสดใสไว้ตัดชุดใส่คงจะรู้สึกดี”
เด็กสาวอายุสิบห้ารู้สึกผิดหวังเพราะตนเองหมายตาผ้าพับสีแดงไว้ั้แ่แรกเห็น ผู้หญิงผิวขาวผุดผ่องเช่นนางความสวยก็เฉิดฉันดั่งแสงอาทิตย์ ย่อมต้องเหมาะกับสีแดงมากกว่าสีขาวอันจืดชืดเหตุใดชายหนุ่มถึงมองผ่านนางไปเสียได้
หวงจิ่วหลินรู้สึกน้อยอกน้อยใจยิ่งความโกรธที่มีต่อญาติผู้น้องซึ่งเป็ก้างขวางทางรักแล่นริ้วขึ้นทันใดแต่กลับต้องทนข่มความโกรธด้วยรอยยิ้ม นางชวนติงเฉิงคุนอยู่กินของว่างด้วยกันก่อนแต่ถูกเขาปฏิเสธ เมื่อชายหนุ่มกลับไปแล้ว นางถึงกับโยนพับผ้าทั้งสองผืนลงกับพื้น
“เ้าทำอะไรของเ้าคุณชายติงอุตส่าห์มีน้ำใจมอบให้” อี้หงสั่งเหม่ยเสี้ยวหยิบห่อผ้าขึ้นมา
“ข้าไม่อยากได้ของที่เขาจำใจให้นี่เ้าคะท่านแม่พรุ่งนี้ท่านพาข้าออกไปซื้อผ้าสีแดงที่สวยที่สุดในถูหยางมาตัดชุดใหม่นะเ้าคะ”นางทำแก้มป่องกระเง้ากระงอดกับมารดา
“ได้สิได้แล้วผ้าสองพับนี้เล่า”
หวงซวนตามใจหวงเฟิ่งเหยามากปานใดตัวอี้หงเองก็ตามใจหวงจิ่วหลินมากปานนั้นเพียงแต่เ้าตัวไม่เคยมองความรักมากเกินควรของตนเป็เื่ผิด
“เผาทิ้งไปเสียก็ดีข้าไม่อยากเห็น” ใบหน้าสวยหวานบูดบึ้งอะไรที่ติงเฉิงคุนนำมาเพื่อหวงเฟิ่งเหยา นางไม่อยากเห็นทั้งนั้นอี้หงพเยิดหน้าให้สาวใช้คนสนิทจัดการตามที่บุตรสาวสั่ง นางจูงมือหวงจิ่วหลินเข้าไปนั่งในห้องโถงรับรอง
เมื่อได้ระบายความขุ่นมัวในใจไปบ้างแล้วหวงจิ่วหลินจึงถามถึงน้องสาว
“เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านแม่บอกคุณชายติงว่าเฟิ่งเอ๋อร์ไม่สบายนางป่วยด้วยโรคอะไรเ้าคะ”
ริมฝีปากที่ทาชาดสีสดเบะเบ้เมื่อนึกถึงวีรกรรมของหลานสาวนอกไส้
“นังเด็กดื้อหัวแข็งจะตายจะป่วยอะไรได้ ตอนนี้แม่ขังนางไว้ในห้อง พูดดีๆให้มาทำความสะอาดห้องเ้าช่วยเหม่ยเสี้ยว แต่นางไม่ยอมมาหนำซ้ำยังยั่วโมโหผลักแม่จนเกือบล้ม ก็เลยลงมือสั่งสอนไปหลายหนค่ำนี้ไม่ให้คนยกข้าวไปให้กิน ดูซิจะยังกล้าไม่เชื่อฟังอีกหรือไม่”
“ท่านปู่เอาใจพะเน้าพะนอนางจนเคยตัวคิดว่าตัวเองเลิศเลอกว่าใคร ท่านแม่ก็อย่าอะไรกับนางมากนักเลยระวังนางจะฟ้องท่านพ่อ พวกเราจะเดือดร้อนนะเ้าคะ”
“พ่อเ้ารึจะสนใจเื่นางอีกทั้งตัวเ้าเองยังแทบไม่เห็นหน้าเขา ไหนเลยนางจะได้เห็น”
“ท่านพ่อไปทำการค้าอีกแล้วหรือเ้าคะ”เด็กสาวรินน้ำชาใส่ถ้วยยื่นให้มารดา
อี้หงจิบชาไปอึกใหญ่แล้วพยักหน้าใจนางคิดให้สามีออกจากบ้านไปทำการค้าจริง อย่าได้มีเื่อื่นแอบแฝงโดยเฉพาะเื่ผู้หญิง
“พ่อเ้าบ่นว่ายอดขายไม่ดีเลยออกไปหาร้านรับซื้อเพิ่ม เดี๋ยวคราวหน้าแม่จะให้เสี่ยวจื่อตามไปด้วย เริ่มศึกษางานนอกบ้านไว้มากๆก็ดี เผื่อจะมีความคิดหรือช่องทางเพิ่มพูนรายได้แม่อยากให้บ้านเราพร้อมพรั่งเหมือนแต่ก่อน”
แม้เป็สะใภ้รองบ้านสกุลหวงแต่นางก็เคยมีบ่าวไพร่ล้อมหน้าล้อมหลัง ไปไหนมาไหนคนติดตามเป็พรวนแต่ตอนนี้หางขบวนสั้นกุด มีเพียงสาวใช้คนสนิทติดตามนางรู้สึกอับอายพานไม่อยากออกจากบ้านเอาเสียเลย
“ข้าหวังให้เขาทำสำเร็จข้าเบื่อเหลือเกินกับคำของท่านย่าที่ว่า พวกเรายังใช้จ่ายสบายมือ”
แต่ก่อนหวงจิ่วหลินต้องออกไปซื้อผ้าซื้อเครื่องหอมทุกๆ เจ็ดวัน เดี๋ยวนี้นานร่วมเดือนถึงจะได้ออกจากบ้านเพื่อซื้อของประทินโฉมสักหนออกไปพบหน้าบรรดาคุณหนูสกุลอื่น นางก็ได้แต่แข็งคอเชิดหน้าใส่ทั้งที่ในใจอับอายกับความซอมซ่อที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่
ความสวยที่มีหากไม่แต่งเติมเสริมส่งให้โดดเด่นแล้วจะสามารถผูกใจบุรุษได้อย่างไร ยิ่งชายที่นางหมายปองคือคุณชายติงนางจะไม่ยอมน้อยหน้าพวกคุณหนูบ้านอื่นเป็อันขาดทุกวันนี้แย่งชิงส่วนของเฟิ่งเหยามาก็ยังมิพอจำเป็เหลือเกินที่ต้องให้พี่ชายสร้างรายได้ก้อนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก