นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 308 เรนเดลกับเซเรนเซ่

        ตอนที่ 308 เรนเดลกับเซเรนเซ่

         

         

        อึดอัดหน่อย ๆ นะเนี่ย ร่างเล็กของสตรีคนหนึ่งเดินออกมาจากตึกของหน่วยพิทักษ์เมืองอย่างเชื่องช้า ปะปนไปกับบรรดาประชาชนที่มาร้องทุกข์และเจ้าหน้าที่หน่วยทั้งหลาย

         

        ส่วนสูงของเธอค่อนข้างเตี้ยเมื่อเทียบกับมาตรฐานความสูงคนชาวไฟกัลป์ หากเขย่งก็จะแตะ 160เซนติเมตรได้อย่างเฉียดฉิว เสื้อคลุมของศาสนจักรและรอยยิ้มนุ่มนวลบนใบหน้าทำให้คนที่มองดูอดชื่นชมในความงามและเรียบร้อยนั้นไม่ได้

         

        ผมสีดำยาวของเธอถูกรวบเป็นหางม้าต่ำ ยาวไปถึงบริเวณเอว บนดวงหน้าสวยนั้นสวมทับไว้ด้วยแว่นตากลมโตที่ไม่หนามากนัก ขับเน้นให้ดวงตาสีม่วงอ่อนของเธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

         

        ดวงตาสีม่วงอ่อนเป็นสีที่หายากในอาณาจักรไฟกัลป์ แม้กระนั้นก็ยังพอพบเห็นได้บ้าง ตระกูลอุทุมพรเองก็มีดวงตาสีนี้ ชุดคลุมตัวยาวสีน้ำตาลและเขียวอ่อนของเธอนั้นดูเก่าเล็กน้อยราวกับผ่านการเดินทางมาเนิ่นนาน แม้กระนั้นก็ยังคงสะอาดสะอ้านไร้รอยคราบไม่พึงประสงค์

         

        มือหนึ่งเธอกุมหนังสือเล่มเล็กที่ทำจากเปลือกไม้ไว้แนบอก ปกหนังและสัญลักษณ์ปากกาจุ่มหยดหมึกบนหน้าปกสื่อถึงหนังสือแห่งมันตราสำหรับเผยแพร่คำสอนของศาสนาปฐมมันตรา เมื่อรวมกับตราบนอกเสื้อจึงบ่งบอกสถานะนักบวชของเธอ

         

        อีกมือหนึ่งถือไม้เท้าด้ามยาวสีเขียวอ่อน พร้อมทั้งกุมบังเหียนของลูกม้าแผงคอแดงตัวหนึ่ง ม้าแผงคอแดงตัวนี้ยังไม่โตเต็มวัยแต่อย่างใด ความสูงของมันเพียงเกือบเสมอไหล่ร่างเล็กของเรนเดลเท่านั้น ต่างกับม้าแผงคอแดงตัวเต็มวัยที่สูงใหญ่กว่าหัวของผู้ใหญ่หลายคน

         

        ม้าแผงคอแดงตัวนี้ส่ายหน้ามองซ้ายมองขวาตลอดเวลา มันตื่นตาตื่นใจกับทุกอย่างรอบตัว มีเพียงสายตาที่หันกลับมามองลำตัวเรียบลื่นกับขนสั้นเกรียนเท่านั้นมันจึงมีสีหน้าเสียอกเสียใจ

         

        เจ้าหน้าที่หน่วยคนหนึ่งลอบมองนักบวชสตรีผู้นี้มาสักพักใหญ่แล้ว ท่าทางสวยสง่าเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและรอยยิ้มชวนฝันบนหน้าของเธอทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลย เขารวบรวมความกล้าอยู่สักพักจึงเดินเข้าไปทักทาย

         

        “สวัสดีครับ มีธุระอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของหน่วยพิทักษ์เมือง” ชายหนุ่มอาศัยการที่ตนเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดเรื่องพูดคุย

         

        นักบวชผู้นั้นหันมามองหน้าเขาอย่างช้า ๆ แล้วจึงส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมทั้งก้มหัวขอบคุณน้อย ๆ ตลอดเวลาเธอยังคงมีรอยยิ้มนุ่มนวลประดับใบหน้า อ่อนโยนราวกับน้ำเย็น ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกได้ถึงสายลมเย็นสบาย

         

        “เช่นนั้นผมชื่อเบ็นครับ หากมีอะไรก็ติดต่อได้เสมอเลยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณนักบวชชื่อว่า..” เบ็นเมื่อเห็นว่านักบวชหญิงผู้นี้ไม่ได้มีท่าทีกลัวเขาหรือปฏิเสธแต่อย่างใดจึงทำใจกล้าแนะนำตัวออกไป

         

        นักบวชหญิงเบิกตากว้างขึ้นน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าเขาพยายามชวนคุย เธอมีท่าทีลำบากใจ แล้วจึงเปิดสมุดประจำตัวนักบวชให้เบ็นดู เบ็นยิ้มร่าก้มมองสมุดเล่มนั้น

         

        “คุณเรนเดลสินะครับ..” เบ็นที่กำลังดีใจเหลือบตาไปเห็นอักษรผู้พิการทางการสื่อสารทางด้านข้าง เรนเดลรีบก้มหัวของเธออีกครั้งให้เบ็น แล้วจึงเดินออกมา

         

        เบ็นมองตามร่างเล็กนั้นอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจออกมา พูดตามตรงว่าเขาไม่ได้ใส่ใจที่เธอเป็นใบ้แต่อย่างใด แต่ในเมื่อเธอดูจะไม่สนใจเขาเช่นนั้นเขาก็ได้แต่ถอดใจ

         

        เมื่อเดินออกมาจากระยะสายตาจนมั่นใจแล้วว่าไม่อยู่ในจุดที่มีผู้ใดเห็นหรือแอบมองอยู่ นิทานจึงถอนหายใจยาวด้วยความอึดอัด ม้าแผงคอแดงทางด้านข้างหัวเราะคิกคักไม่หยุดจนเขาอดเขกหัวมันไม่ได้

         

        เจ็บตัวแปลงร่างจนขนหายทั้งตัวยังมีแรงซ่าอีกนะ นิทานส่งเสียงเข้าไปในห้วงจิตของคีตาโดยตรง ถึงแม้เขาจะมั่นใจว่าแถวนี้ไม่มีใครอยู่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดเช่นเดิม

         

        นิทานน่ารัก! คีตาไม่ซึมแม้แต่น้อย มันยังคงหัวเราะคิกคักอย่างเบิกบานเช่นเดิม มันยื่นหน้าที่ยืดยาวของมันไปดุนแก้มนิทานอย่างสนุกสนาน

         

        ในร่างม้าแผงคอแดงนี้ตัวมันสูงขึ้นกว่าร่างปกติของมันระดับหนึ่ง โดยปกติแล้วมันสูงอยู่ประมาณเกือบ ๆ ช่วงอกนิทานที่สูงราว ๆ 175 เซนติเมตร แต่ในร่างนี้ตัวมันสูงขึ้นจนเกือบถึงกลางอกของนิทานร่างเก่า เมื่อรวมกับนิทานในร่างเรนเดลที่ตัวเล็กลงเกือบ 20 เซนติเมตรทำให้ส่วนสูงของคีตาในเวลานี้เท่าคอของนิทานอย่างพอดิบพอดี

         

        ร่างที่สูงกว่าเดิมของมันทำให้มันตื่นตาตื่นใจกับมุมมองใหม่ ๆ รอบตัว แถมการที่หัวของมันอยู่ใกล้กับหัวของนิทานมากขึ้นก็ทำให้มันมีความสุขมาก ส่วนที่มันค่อนข้างเซ็งก็คงจะเป็นตอนที่ขนฟูนุ่มที่นิทานชื่นชอบนั้นหายไปแทบทั้งหมดในร่างของม้าแผงคอแดง

         

        แผงคอสีแดงของมันไม่ได้ฟูนุ่มแต่อย่างใด กลายเป็นเส้นขนยาวสรวลลื่นมือแทน สีแดงไม่ใช่สีที่มันชอบนัก มันเด่นเกินไปสำหรับการลอบเร้น ชื่อของมันในร่างนี้คือเซเรนเซ่

         

        ทางด้านคีตานั้นพอใจกับส่วนสูงของมันที่เพิ่มขึ้น แต่ทางด้านนิทานนั้นกลับกันโดยสิ้นเชิง เขาเหนื่อยใจกับส่วนสูงของร่างเขาในขณะนี้ ส่วนสูงที่ต่างกันกว่า 20เซนติเมตรนั้นไม่ใช่อะไรที่ง่ายต่อการปรับตัวแม้แต่น้อย

         

        ตอนที่เขาเป็นแซฟไฟร์ ส่วนสูงของเขาเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น แขนขาก็ยังยาวประมาณเดิม เขาจึงแทบจะปรับตัวได้ในทันที นิทานเป็นคนที่มีสมาธิการจดจ่อค่อนข้างสูงอยู่แล้วจากการฝึกใช้อาณาเขตของคีตา เล็งเป้าหมายเชื่อมโยงของเขาเอง และการเพิ่มลดน้ำหนักเพื่อฝึกร่างกายในชีวิตประจำวัน การปรับตัวที่ความต่างเล็กน้อยแค่นั้นจึงไม่ยากจนเกินไป

         

        ในร่างของเรนเดลนี้ส่วนสูงนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาแทบจะมึนหัวเสียด้วยซ้ำเวลาเดินแรก ๆ เมื่อแขนขาเล็กสั้นลงเช่นนี้การต่อสู้หลังจากนี้จำต้องใช้เวลาปรับความเคยชินอีก

         

        เขาก้มลงมองสองแขนสองขาของตนอย่างเหนื่อยล้า การกำและแบฝ่ามือทั้งสองนั้นยังคงให้ความรู้สึกเช่นเดิม เพียงแต่มือของเขาในเวลานี้ไม่ได้หนาด้านดังเช่นเก่าก่อนแล้ว เป็นมือเรียวเล็กบอบบางของนักบวช มันดูขาวและนิ่มนวลกว่าก่อนหน้ามาก แต่ก็มีร่องรอยของการเดินทางและรอยขีดข่วนดั่งที่นักบวชธุดงค์สมควรมี

         

        เรียวขาบางนั้นมีกล้ามเนื้อไม่น้อยจากการเดินธุดงค์เป็นเวลานาน ความเร็วของเขาไม่ลดลงมากนัก แต่ด้านพละกำลังนั้นลดลงไประดับหนึ่ง โชคยังดีที่แหล่งกำเนิดพลังส่วนมากของเขามาจากการใช้ไล่ตามของคีตาแล้วจึงแบ่งพลังกัน ทำให้พลังโดยรวมไม่ลดลงไปมากนัก มีเพียงพลังกายที่อาจจะลดลงบ้างเพราะมวลกล้ามเนื้อหายไป

         

        หลังจากทนเจ็บแทบตายแล้วก็ต้องมานั่งทำตัวให้ชินกับมุมมองที่เตี้ยลงแถมแขนก็หดอีก เฮ้อ นิทานถอนหายใจยาว หากเขาลงมือทำถึงเพียงนี้แล้วยังเอาชนะซอเด็ตไม่ได้อีกเช่นนั้นเขาก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัวแล้ว

         

        แต่เจ็บสุด ๆ เลย! ไม่แปลงบ่อยได้มั้ย.. เสียงของคีตาดังตอบความคิดในหัวของเขา หูม้าที่ตั้งขึ้นสูงของมันสะบัดน้อย ๆ อย่างจ๋อย ๆ หางม้าที่ลู่ลงนั้นไม่สามารถหดหางได้ มันจึงทำได้เพียงกระตุกหางไปมาเล็กน้อย

         

        ความเจ็บปวดจากวัตถุสลักคำระดับอริยะของอริยะแปลงเพลิง ตลับแป้งผลัดร่าง นั้นมากกว่าที่ทั้งสองคาด ตอนที่อริยะแปลงเพลิงใช้ปลายนิ้วของเธอวาดรูปร่างของเรนเดลไว้บนตัวกระจกด้วยโลหิต แป้งนั้นก็ปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณร้อนแผดเผาออกมา

         

        แป้งนั้นอริยะแปลงเพลิงใช้มันป้ายเข้าที่หน้าผากของเขาและคีตา ความร้อนแผดเผานั้นไหลเข้าหุ้มร่างของทั้งสองในพริบตา ความรู้สึกของผิวกายที่โดนเผาจนเปลี่ยนสภาพไปและกระดูกที่หักออก หดลง และยืดออกนั้นไม่น่าพิสมัยเลยแม้แต่น้อย เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมไพลินจึงบอกให้เขากัดฟันแน่น ๆ

         

        เพียงนึกถึงการที่เขาต้องแปลงร่างเช่นนี้อีกในกรณีที่ตัวตนเรนเดลใช้การไม่ได้แล้วหรือยามเปลี่ยนร่างกลับเขาก็อดขนหัวลุกไปทั้งตัวไม่ได้

         

        ตลับแปลงผลัดร่างนั้นนิทานเก็บมันไว้อย่างดีในกระเป๋าบรรจุวังของเขาเอง หากเขาต้องการเปลี่ยนร่างกลับด้วยเหตุฉุกเฉินบางประการเขาเพียงต้องลบโลหิตบนกระจกออกเท่านั้น

         

        นิทานมีเวลาจัดเตรียมสิ่งที่มีไม่มากมายนัก เขากลับมาจากบาราทรัมอย่างเร่งด่วนเมื่อคืนเพื่อฉวยโอกาสที่ข่าวลือยังไม่แพร่หลายจนเกินไป เขานั้นรีบถึงขนาดที่ยอมใช้ข่ายอาคมเคลื่อนย้ายแทนการนั่งนกยักษ์ 8ปีก ตัวนกยักษ์นั้นแม้จะเร็วแต่ก็ต้องใช้เวลาเกือบ 1วันสำหรับการข้ามผ่านมหาทวีปมาจนถึงเมืองหลวง

         

        บนร่างของเขายามนี้ยังคงมีมีดสั้น ยาพิษ ยันต์ต่าง ๆ เม็ดสร้างม่านควัน รวมถึงหน้ากระดาษของคัมภีร์ชำระ ทางด้านคีตานั้นหน้ากระดาษแนบกับลำคอของมันที่ปกปิดด้วยแผงคออย่างแนบเนียน

         

        เงินสดในกระเป๋าบรรจุวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมนั้นนิทานเหลือไว้ 5ล้านไกอาสำหรับการซื้อของจำเป็นระหว่างทาง ปริมาณของโอสถต่าง ๆ และสมบัติป้องกันระดับต่ำยังคงมีมากมายเช่นเดิม ที่ต่างออกไปคือละอองรูบีออนนั้นนิทานได้ฝากฝังไว้กับผู้พันลาลันตาเป็นที่เรียบร้อย ไม่มีเหตุผลใด ๆ ให้เขาพกมันเดินทางไปมา

         

        ร่มปกปักหทัยในรูปแบบของไม้เท้านั้นสั้นลงไม่น้อย ตัวร่มแต่เดิมยาวกว่าปกติ ไม่เหมาะแก่การทำเป็นไม้เท้า รูปลักษณ์ตบตาของมันจึงต้องสั้นลงมาเล็กน้อย ร่มปกปักหทัยเป็นสมบัติระดับอริยะที่นิทานควบคุมได้ เขาจึงไม่ห่วงเรื่องพลังจิตวิญญาณรั่วไหลแต่อย่างใด เขาใช้เพียงวัตถุเสริมอาคม ดินน้ำมันตบตา ที่ระดับไม่สูงนักเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปร่างของมัน

         

        แม้จะไม่ได้มีระดับสูงนักแต่ก็ดีมากพอจะมีพลังปกปิดสำหรับพวกนักสลักที่มีพลังตรวจสอบไม่ให้เห็นร่องรอยของการเปลี่ยนรูปร่าง หากต้องการใช้งานนิทานเพียงคืนสภาพมันกลับได้ด้วยการกางร่ม ปัญหาคือหากต้องการปกปิดอีกครั้งเขาต้องใช้ดินน้ำมันตบตาชุดใหม่อีกครั้ง ดังนั้นหากไม่จำเป็นเขาก็ไม่อยากคืนสภาพร่มให้เสียตังเล่น ๆ 

         

        การเดินทางหลังจากนี้นั้นไม่ใช่เรื่องยากใด ๆ นิทานยังคงเป็นคนจำพวกที่ติดนิสัยใช้ขนส่งสาธารณะเช่นเดิม ตั๋วระดับสมบัติทองแดงในมือพาให้ไปนิทานเดินทางไปยังสถานีนกยักษ์ 8ปีก

         

        ตัวตนของเรนเดลคือนักบวชธุดงค์ เธอย่อมไม่ร่ำรวยมากพอจะซื้อตั๋วสมบัติทองได้อย่างสบาย นิทานจึงได้ลองนั่งตั๋วสมบัติทองแดงเป็นครั้งแรกในที่สุด เก้าอี้ของที่นั่งชั้นนี้ไม่สะดวกสบายและยืดขาได้เหมือนกับตั๋วสมบัติทอง แม้แต่คนทางด้านข้างซ้ายขวายังใกล้ชิดจนน่าอึดอัด

         

        เมื่อนกยักษ์ 8ปีกโผบิน อากาศหนาวเหน็บก็เริ่มเข้าปะทะร่างของเขา คนรอบข้างนำผ้าห่มที่พกมาห่มอย่างชินชา แม้เขาจะเป็นนักสลักเอกและมีพลังกายมากกว่านักสลักโทส่วนมากเขาก็ยังคงหนาวเฉกเช่นคนปกติอยู่ดี พลังจิตวิญญาณไม่ได้สะดวกสบายถึงเพียงนั้น ผลลัพธ์จากพลังจิตวิญญาณอย่างคำแห่งพลังต่างหากจึงทำให้คนคนหนึ่งก้าวเหนือล้ำขีดจำกัดทั่วไป

         

        นิทานหยิบผ้าห่มที่หนาเป็นพิเศษขึ้นคลุมร่าง เก็บไม้เท้าไว้ข้างกาย แล้วจึงคลุมร่างของคีตาที่ซื้อถึง 2ที่นั่ง เขาก้มลงมองภาพของนครรัตนะที่เริ่มห่างไกลออกไปทีละน้อย

         

        ยามนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว คนจำนวนมากเดินอย่างขวักไขว่ไปทั่วเมือง แสงสนธยายามเย็นสะท้อนกับเปลวไฟมากมายของนครแห่งไฟแห่งนี้ นิทานสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง สูดอากาศของเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตของเขาอย่างก้าวกระโดด

         

        เขามีความรู้สึกว่าคงอีกพักใหญ่กว่าเขาจะได้กลับมาพักผ่อนอีกครั้ง คิดแล้วก็น่าเศร้าไม่น้อย เขาพึ่งกลับมายังนครรัตนะได้วันเดียวก็ต้องเดินทางไกลอีกครั้ง

         

        ชีวิตของผู้ที่ต้องการขีดเขียนชะตาของตน กำหนดอนาคต และไขว่คว้าพลังที่สามารถควบคุมชีวิตของตนได้ย่อมไม่ง่ายดาย