- 22 -
ความตึงเครียด
ไม่รู้ว่าป๋อเหวินเป็อะไร เงียบขรึมไม่ยอมพูดจากับผู้ใด แถมยังหมางเมินเพ่ยอิงที่พยายามเข้าใกล้อีกต่างหาก
มหาสมุทรฉางอันปรากฏสู่สายตา เพ่ยอิงเหมือนโดนดึงดูดไปในห้วงมหรรณพเบื้องหน้า
การปลดผนึกกระบี่สาดแสงธารา เ้าต้องลงไปเบื้องล่างใต้มหาสมุทรแห่งนี้ ัหลงเฟยอธิบายให้เพ่ยอิงฟัง เทพหนุ่มพยักหน้ารับฟัง
เสียงเรียกร้องของศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ พลังจากมวลมหาสมุทร มันพร้อมหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเพ่ยอิง เพียงแค่ก้าวขาลงไปเท่านั้น
“ป๋อเหวิน”
“....”
“เรากำลังจะลงไปเบื้องล่าง ท่านไม่พูดอะไรสักหน่อยหรือ”
โจวซวงมองภาพพตรงหน้าด้วยความเ็ป เขาไม่น่ามาถึงตรงนี้เลย แต่เป็เพราะหัวใจที่ละวางไม่ได้ของเขาเอง จึงพาตัวเองมาโดนเหยียบย่ำอยู่ที่แห่งนี้
“หากเ้าไม่รอดกลับมา –”
“เรารู้”
เพ่ยอิงส่งยิ้มแห้งแล้งกลับมา ป๋อเหวินถึงกับต้องถอนหายใจอีกครั้ง เขามันเป็จอมมารที่ไร้สมรรถภาพไปแล้วหรืออย่างไร หรือเพ่ยอิงผู้นี้กำลังใช้เล่ห์กลมนตรากับใจของเขา
“ข้าจะถล่มมหาสมุทรนี่ให้พินาศย่อยยับ!!!!”
ดวงตากลมโตของเพ่ยอิงเบิกกว้าง ก่อนจะยกยิ้มอย่างชอบใจ ร่างสูงโปร่งเดินลงสู่ใต้ล่างของมหาสมุทรฉางอัน ก่อนร่างของเพ่ยอิงจะจมหายด่ำดิ่งลงไป
โจวซวงเดินเตะฝุ่นไปเรื่อย เขาคงต้องหาหนทางกลับสำนักต้าิ ก่อนที่อาจารย์จะเป็ห่วงมากกว่านี้ อย่างไรเพ่ยอิงก็มีจอมมารป๋อเหวินคอยดูแล ส่วนเขาเป็เพียงมนุษย์ที่ไม่ได้มีพละกำลังจะไปต่อสู้กับผู้ใด
ตึก! ตึก! ตึก!
ขวับ!
เสียงฝีเท้าของคนหลายคนกำลังมุ่งตรงมาทางเขา โจวซวงหันไปมองพร้อมกุมดาบที่สะพายอยู่
“นี่น่ะหรือ?”
“อ่า! ใช่แล้วท่านพี่ มนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบที่ผู้เป็ใหญ่้า”
สองคนที่สวมชุดดำคลุมทุกอย่างจนมองเห็นเพียงดวงตา เขียวมรกตชวนขนลุก ชายหนุ่มยืนนิ่งแทบหยุดหายใจ เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยสิ่งใดออกมา
“พ..พวกเ้า! เป็ใคร!??”
นานนับนาทีที่โจวซวงตัดดสินใจเปล่งเสียงออกมา เขาคว้าดาบออกมาเตรียมสู้ แววตามุ่งมั่นไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาทำร้ายเขาได้
“เฮ้! ใจเย็นก่อนไอ้หนู”
“อย่าเข้ามาใกล้ พวกเ้าเป็มาร ้าอะไรจากข้ากัน!!”
เสี่ยวซิงไม่อยากให้เื่มันยาก เพียงเขาเป่าพิษออกไป โจวซวงก็ล้มตัวลงไปนอนกับพื้นทันที
“พาตัวกลับไปที่เผ่ามาร ขังไว้ที่ชั้นใต้ดิน”
“ขอรับ”
มหาสมุทรฉางอันสั่นะเื ร่างของเพ่ยอิงอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นที่ผนึกกระบี่สาดแสงธาราเอาไว้
‘เพ่ยอิง’
‘เ้าทอดทิ้งกระบี่คู่กาย เลือกตายแทนจอมมารตนนั้น!’
น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวและทรงพลังอำนาจ ทำให้มวลน้ำกลายเป็คลื่นซัดเข้าหาเพ่ยอิง จนร่างกายเซถลาตั้งหลักไม่อยู่
‘เราไม่มีข้อแก้ตัว เราทำเช่นนั้นจริง’
‘งั้นเ้ากลับมาทำไม?’
‘เมื่อผิดพลาดก็ต้องแก้ไขไม่ใช่หรือ เราควรกลับไปทำทุกอย่างให้ถูกต้อง’
‘เ้า...เหมือนนาง และเ้าก็อาจมีชะตากรรมเดียวกันกับนาง’
‘ค..คะ ใครหรือ..’
‘จงหาคำตอบด้วยตนเอง หากเ้าไม่มีสายเืของนาง ข้าคงไม่ยินยอมมอบทุกอย่างให้’
มหาสมุทรกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง เพ่ยอิงถูกดึงเข้าไปหากระบี่สาดแสงธารา เพียงแค่ฝ่ามือัั ลำแสงสีฟ้าก็ลอยขึ้นสู่เบื้องบน ผนึกแตกละเอียดร่วงหล่น สายธารของพลังไหลเขข้าสู่ร่างกาย ดวงตาเปล่งแสงฟ้าคราม ความทรงจำของชีวิตกลับคืนมา
ทุกสรรพชีวิตตื่นรู้เมื่อดวงตาที่สามเปิด เพ่ยอิงมองเห็นทุกสิ่งอย่างแม้ไม่ได้อยู่ณ.ที่แห่งนั้น
‘เพ่ยอิง ยินดีต้อนรับการกลับมา’
‘มหาเทพ!’
‘ในที่สุดเ้าก็จำข้าได้ เ้ายังคงเป็คนของข้าอยู่’ เพ่ยอิงรับรู้และสื่อสารกับองค์มหาเทพจวิ้นหยางได้ บน์เก้าชั้นฟ้าต่างก็ตื่นใกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ราชเลขาเพ่ยอิง ยังคงมีชีวิตอยู่พะยะค่ะฝ่าา”
เง็กเซียนฮ่องเต้ไม่อยากเชื่อสายตาของพระองค์เอง รวมไปถึงองค์รัชทายาทโม่หรานที่รีบวิ่งจากตำหนักมาดูให้เห็นเต็มสองตา
“์เก้าชั้นฟ้า เพ่ยอิงกลับมาแล้ว!”
เทพหนุ่มกลับมาอยู่ในรูปลักษณ์เดิมของตน หลังจากใช้ชีวิตตามวิถีของมนุษย์มานานนับปี
“เ้าเด็กบ้า! ฮึ่ย...ข้าใจเสียแทบแย่”
“ขออภัยต่อท่านอาด้วย ที่ก่อนหน้านี้เราจดจำสิ่งใดไม่ได้”
“ซัวเหิง!!!!”
อี้เฉิงวิ่งไปหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างจอมมาร เ้าตัวเล็กชูสองแขนสุดตัวให้ซัวเหิงอุ้มตนเอง
“เมื่อไรเ้าจะโต”
“ข้าอยู่ในรูปลักษณ์ของเด็ก จะโตได้อย่างไรเ้าโง่!”
“ฮ่าฮ่า!!”
ซัวเหิงถึงกับหลุดขำที่อี้เฉิงทำเหมือนเด็กอดกินขนม เห็นตัวเล็กอย่างนี้แต่พิษสงร้ายกาจไม่เบา ขนาดดาบอัคนีปีศาจอย่างเขายังไม่อยากหาเื่
“ศิษย์พี่โจวล่ะ?”
“เอ...นั่นสิ ก่อนหน้านี้ข้าเห็นเขาเดินเตร่อยู่แถวนี้อยู่เลย”
ัหลงเฟยมองซ้ายขวา มีเพียงแค่พวกเขาในพื้นที่บริเวณนี้
“ป๋อเหวิน”
“ข้าไม่รู้”
เพ่ยอิงถึงกับส่ายหัว จอมมารอย่างไรก็คือจอมมาร เขาคงไม่ใส่ใจการหายไปหรือยังอยู่ของผู้ใด
“แยกกันหาเถอะ เราว่าศิษย์พี่คงอยู่แถวนี้”
ยังไม่ทันที่จะขยับตัวไปไหน เสียงฝีเท้าก็เดินตรงมาทางนี้ ดวงตาเขียวมรกตมองมาที่เพ่ยอิง
“มนุษย์นั่นอยู่รอดปลอดภัยดี”
“เ้าจับเขาไปไหน!?”
“ใจเย็นหน่อยเถิด ก็แค่จับไปเผ่ามาร เปลี่ยนเขาให้แข็งแกร่ง" เสี่ยวซิงพูดด้วยท่าทีสบาย ยกเว้นก็แต่เพ่ยอิงและคนอื่นที่กำลังโกรธ"
“เสี่ยวซิง!!!!”
“ไม่เอาน่าเทพ์ กลับไปเผ่ามารกับเรา เ้าก็ได้พบเขาในสภาพสมบูรณ์”
“ปล่อยมนุษย์นั่นซะ เสี่ยวซิง เสี่ยวรุ่ย พวกท่านเป็บ้ากันไปหมดแล้วหรือ?” ป๋อเหวินเองก็นึกอยากฟาดฟันสองคนตรงหน้าทิ้ง แต่ก็ยังทำแบบนั้นไม่ได้ อย่างน้อยทั้งสองก็เคยดูแลเขามา
“ครั้งนี้เราไม่ฟังท่านแล้วป๋อเหวิน!”
“เสี่ยวรุ่ย!!”
“หยุดต่อต้านสักที เ้าทำพวกข้าลำบาก เดือดร้อน แล้วยังมีหน้ามาพูดจาไร้สาระอีก” เสี่ยวซิงอดรนทนฟังไม่ไหว อย่างไรเขาต้องพาทั้งคู่กลับไป
“ทนรับเพลงกระบี่ของเราสักสองกระบวนท่า แล้วจะยอมไปด้วย”
“เอาเลย!”
“กระบี่สาดแสงธาราของเ้าจะมีประโยชน์อะไร ดูสองิญญานั่นเสียก่อน” ทั้งซัวเหิงและอี้เฉิงต่างอยู่ในวงล้อมของพิษหยุดิญญา ไม่สามารถขยับตัวหรือทำสิ่งใดได้
“อี้เฉิง!!”
“อย่าเข้ามาเพ่ยอิง ข้าไม่เป็อะไร”
เสี่ยวซิงกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ในที่สุดมันก็มีวันนี้จนได้ วันที่ทั้งสองหมดสิ้นท่าต้องสยบต่อเขา
“ไม่จำเป็หรอก”
“หือ?”
‘หยุดนะเพ่ยอิง!’
เสียงของมหาเทพจวิ้นหยางแทรกเข้ามาในสมองอีกแล้ว เพ่ยอิงหยุดชะงักไปทันที
‘ตาที่สามของเ้า จะทำให้ทุกสิ่งวุ่นวาย’
‘ท่านรู้!?’
‘เด็กโง่...ข้าดูแลเ้ามาทั้งชีวิต คิดสิ่งใดมีหรือที่ข้าจะดูไม่ออก’ กระแสจิตของเพ่ยอิงที่กำลังพูดคุยกับองค์มหาเทพจวิ้นหยางไม่มีผู้ใดล่วงรู้
“เป็อะไรไป??”
ป๋อเหวินเองก็สงสัยกับท่าทีของเพ่ยอิงเช่นกัน คล้ายคนกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่
เทพหนุ่มเพียงส่ายหน้า ในเวลานี้เขาห่วงศิษย์พี่โจวมากกว่า ไหนจะซัวเหิงและอี้เฉิงที่ยังติดอยู่กับพิษหยุดิญญา
“เพ่ยอิง!”
“ท่านอา” เทพหนุ่มยกยิ้ม “กลับบ์เก้าชั้นฟ้า แล้วรายงานมหาเทพจวิ้นหยางให้เราด้วย”
แม้ัหลงเฟยจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเพ่ยอิง สุดท้ายเขาก็ต้องยอมทำตามที่ขอ เพ่ยอิงแตะที่แขนของป๋อเหวินแ่เบา เราไปกับพวกเขาเถอะ
เสี่ยวซิงพึงพอใจกับ่เวลานี้มาก เขาไม่ต้องลงแรงให้เหนื่อยยาก จริงอย่างที่ท่านผู้ยิ่งใหญ่เคยบอกเอาไว้ ป๋อเหวินนั้นยอมทุ่มสุดตัวเพื่อเทพ์
วังเหลียนฮวาไร้เงาของมหาเทพจวิ้นหยางอีกตามเคย ัหลงเฟยจึงนำความไปรายงานเง็กเซียนฮ่องเต้แทน และได้พบกับเทวีโม่หลี่เฉียนที่สีหน้าดูทุกข์ใจไม่น้อย
“เผ่ามารจับตัวพวกเขาไปพะยะค่ะ กระหม่อม...ไม่อาจช่วยสิ่งใดได้เลย”
“ชะตาของเด็กคนนั้น เหมือนนาง”
“ไม่หรอกเทวี ข้าคงไม่ยอมให้มันซ้ำรอยเดิม ว่าแต่....องค์มหาเทพจวิ้นหยางทราบเื่หรือยัง?”
“พระองค์ไม่อยู่ที่วังเหลียนฮวาพะยะค่ะ”
“บัดนี้ครบแสนกัลป์แล้ว เหตุใดองค์ยูไลจึงยังไม่กลับมาที่์เก้าชั้นฟ้าอีก”
เทวีโม่หลี่เฉียนส่ายหน้าไปมา นางเคยได้สนทนากับพุทธองค์แห่งสรวง์ เกี่ยวกับเื่หมื่นปีก่อน ที่กำลังวนเวียนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
“สิ่งนั้นกำลังจะกลับมา ข้าคิดว่าองค์ยูไลคงทำใจปล่อยไว้ไม่ได้เพคะ”
“ศิลาทำนายก็ยังหาไม่พบ มือดีทั้งสองก็โดนจับไปเผ่ามาร ข้าควรทำอย่างไรดี?” เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงกุมขมับของพระองค์เอาไว้ ยามนี้ทุกข์ใจเพียงใดก็ต้องเข้มแข็งอดทนไว้
เยี่ยโม่หรานที่แอบฟังมาั้แ่ต้น แววตามุ่งมั่นวาวโรจน์ อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเพ่ยอิงอยู่ที่ใดในเวลานี้ ดูเหมือนเื่สำคัญอย่างศิลาทำนายที่หายไป จะเล็กน้อยจนเทียบไม่ได้กับเื่ของเพ่ยอิง
์จะต้องปั่นป่วนมากกว่านี้ พวกเ้าจะกลายเป็เพียงมดตัวเล็กให้ข้าบดขยี้
ระหว่างการเดินทางไปเผ่ามาร เพ่ยอิงไม่เอ่ยปากพูดสิ่งใดออกมา เหลือบไปอีกข้างก็ยังเห็นซัวเหิงอุ้มอี้เฉิงเอาไว้ พวกเขายังคงโดนพิษหยุดิญญากักขัง
“ป๋อเหวิน”
“ว่าอย่างไร”
“ท่านจะไม่ยอมอยู่ฝั่งเดียวกับพวกมารใช่ไหม?”
“ข้าเป็จอมมาร..ข้าคือ ป๋อเหวิน ตัวร้ายที่ใครพูดกัน” ป๋อเหวินพูดเสียงเบาให้ได้ยินเพียงแค่เพ่ยอิง
“เราเองก็เป็เทพ์เก้าชั้นฟ้า”
“อืม”
“เราอยู่ข้างท่าน ไม่ใช่ข้างมาร หรือข้าง์ แต่เป็ข้างป๋อเหวิน”
“เด็กโง่!”
ป๋อเหวินแสร้งทำเป็ไม่ใส่ใจในคำพูดของเพ่ยอิง ทว่ามุมปากของเขาเหมือนจะยกขึ้นมานิดหน่อย