ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่72 งานเลี้ยงตอน1

    วันนี้ทั้ง11สำนักต่างครึกครื้น เหล่าจอมยุทธที่ได้รับบัตรเชิญต่างเตรียมตัวไปยังสำนักเซียน

    งานเลี้ยงหงส์ร่ายรำ มีแค่จอมยุทธส่วนน้อยของสำนักนอกที่ได้ไปงานเลี้ยงนี้
    พวกเขาจะส่งบัตรเชิญเป็นการส่วนตัวเท่านั้น

    สำนักเซียนปกติห้ามคนนอกเข้าสำนัก จะมีแค่เฉพาะงานเลี้ยงหงส์ร่ายรำ

    นี้เท่านั้นที่จะให้เหล่าศิษย์นอกเข้าไป หลายคนจึงอยากได้บัตรเชิญอย่างมาก

    อี้เฉินไม่รู้แม้กระทั่งมันเป็นงานเลี้ยงอะไร ไม่มีใครบอกข้อมูลเขาเลย


    อี้เฉินกับ เวินรั่วเจียง ติดตามเจ้าสำนักไป ยังยอดเขาหลักสำนักเซียน
    จอมยุทธ์ราวๆ หนึ่งร้อยคน ถูกจัดที่นั่งไว้ รอบนอกลานประลอง

    รอบบริเวณร่มรื่นต้นเมเปิลต้นใหญ่หลายสิบต้นเรียงราย มองดูคล้าย ๆ งานดื่มกินเสียมากกว่า


    "เจ้านั่นใครคนที่ติดตามเจ้าสำนักอักษรมา" หลายคนต่างพากันส่งเสียงซุบซิบนินทา


    "ข้าก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อน หรือเจ้าสำนักอักษรรับลูกศิษย์เพิ่ม"


    "อาจจะเป็นคนติดตามของแม่นางเวินรั่วเจียง" ชายหนุ่มคนหนึ่งเอย


    "ข้าว่ามันเป็นคำรับใช้ แม่นางเวินรั่วเจียง มากว่าดูสิใส่หน้ากากชายชรา น่าขยะแขยง"





    จอมยุทธหลาย ๆ คนเริ่มนั่งที่ของตนเอง หลายๆ คนปลดปล่อยปราณพลังแพร่กระจายทั่วบริเวณเหมือนข่มขู่

    เหล่าศิษย์นอก จอมยุทธสำนักเซียนส่วนใหญ่มองว่าตนเองสูงส่งกว่า 10สำนักนอกที่เหลือ

    เหล่าอัจฉริยะพวกนี้จึงหยิ่งผยองและโอหังอย่างมาก ไม่ชายตามองปุถุชนคนรุ่นเดียวกันเป็นคู่แข่ง


    อี้เฉินอยากรู้จึงไต่ถามแม่นางเวินรั่วเจียง "นี่มันงานเลี้ยงอะไร ท่านอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่"


    "ก็ง่าย ๆ งานโชว์ความสามารถแต่ละสำนักหากใครที่ขึ้นไป บนลานประลองจะสามารถท้าประลองกับทุกคนด้านล่างได้"

    "ข้าลืมบอก หากใครชนะจอมยุทธสำนักเซียนได้จะได้แทนตำแหน่งเข้าสำนักเซียนของคนผู้นั้น"


    "แล้วเหตุใดเจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้"อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน หากความลับแตกได้กลายเป็นศพไร้ที่กลบฝัง

    ตงหยางคงไม่ปล่อยเขาไว้เป็นหอกข้างแคร่


    "เจ้ากลัวหรือ หากกลัวก็พูดมาศิษย์น้อง ดูสีหน้าเจ้าสิ" นางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ล้อเลียนอี้เฉิน


    "เจ้า เจ้า" อี้เฉินรู้สึกเหมือนไฟลนก้น หากทำตัวเด่นจะกลายเป็นเป้าล่อสายตา
    ไม่นานคนของสำนักเหมันต์ เอ่ยท้าคนสำนักเซียน พวกนางต่อสู้กันอย่างดุเดือด ถึงขนาดเขตป้องกันแตกร้าว

    จอมยุทธ์ที่คุมค่ายกลทั้ง4ทิศต่าง ระเบิดปราณพลังขับเคลื่อนค่ายกลสุดกำลังเพื่อเพิ่มป้องกันรอบทิศ

    นี้หรือ คนสำนักเซียนเก่งกาจสมคำร่ำลือ อี้เฉินที่ชมการต่อสู้ยังรู้สึกคนพวกนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
    เขานั่งดูผ่านไปหลายคู่ เหมือน10สำนักนอก จะท้า แต่จอมยุทธสำนักเซียน หลายคนเหมือนอยากจะเข้าสำนักเซียนกันอย่างมาก


    "ดูนั้น นายน้อยดินแดนเซียน ว่ากันว่าเขาเป็นคนที่เก่งที่สุดในสำนักเซียนตอนนี้"


    ผู้คนต่างพูดคุย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก


    "ปาโม่จือ จะขึ้นประลองงั้นหรือ เขาอยู่สำนักปราณโลหิต เป็นอันดับหนึ่งของสิบสำนักนอก"


    "เขาจะท้าใครประลอง ผู้คนต่างอยากรู้" ผู้คนต่างสงเสียงอึกทึกครึกโครม หลาย ๆ คนอยากรู้เขาจะท้าใครประลอง


    ปาโม่จือประกาศกร้าว "ข้าขอท้านายน้อยดินแดนเซียน"


    "ปาโม่จือใจกล้าจริง ๆ ถึงกับกล้าท้านายน้อยดินแดนเซียน" เหล่าจอมยุทธหลายคนต่างยำเกรง นายน้อยดินแดนเซียน

    ด้วยพลังรบของเขาว่ากันว่าแม้แต่ดินแดนเซียนเขายังเป็นอันดับต้น ๆ



    ทำให้คนต่างรอชมศึกนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ


    "เจ้าคิดดีแล้วหรือ" นายน้อยดินแดนเซียนเอ่ยถาม


    "ข้าอยากรู้คนดินแดนเซียนกับดินแดนร้อยแคว้นต่างกันขนาดไหน"


    นายน้อยดินแดนเซียนก้าวเดินออกไปเรียบ ๆ ทุกการก้าวเดินแฝงไปด้วยปราณพลังขั้นวีรชน กดดันสรรพสิ่งรอบทิศ

    ทุกการเดิน ทำให้เสียงหัวใจจอมยุทธหลาย ๆ คนสั่นไหวรุนแรง ราวกับหัวใจจะระเบิด นายน้อยดินแดนเซียน

    ดั่งอสูรร้ายที่หลุดจากกรงขัง กลิ่นอายอำมหิตบ้าคลั่งรอยอบอวล

    อาภรณ์สีฟ้าปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าคมคายหล่อเหลา ผมสีทองของเขาทำให้เขาดูโดดเด่น

    แววตาดูแคลนจอมยุทธทุกผู้คนเหยียดหยามทุกสรรพสิ่งในดินแดนแห่งนี้


    พวกเขาทั้งสองระเบิดปราณพลัง เข้าปะทะกัน

    ปราณพลังสีทองพร่างพราว ทั่วทิศ เสียงปะทะกันดังกึกกล้อง แม้แต่ค่ายกลป้องกันยัง แตกร้าวหลายส่วนจวนจะพังทลาย


    ปาโม่จือ สำแดง"วิชากายานิรันดร์" ร่างทั้งร่างอาบย้อมไปด้วยทองคำ ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นหนึ่งเท่าตัว ดั่งพระพุทธรูปในร่างมารลงมาจุติ

    ปราณพลังอำมหิตโพยพุ่งอย่างรุนแรง


    นายน้อยดินแดนร้อยแคว้นถึงกับหรี่ตามอง "เป็นวิชากายาที่ไม่เลว มาลองกับวิชากายาของข้าดู"

    "วิชากายาปีศาจ" ร่างทั้งร่างกลายเป็นเกล็ดสีทองเหมือนใจชุดเกาะสงคราม บนหัวมีเขายาวสีทองแหลมคม1คู่

    ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง แรงระเบิดจากปราณพลังทำให้ ค่อยกลพังทลายไปหลายส่วน


    "ซูม ซูม"

    ยิ่งปะทะกันเหมือน ร่างของปาโม่จือเริ่มสั่นไหวเสียงอากาศแตก ระเบิดทั่วทิศ

    บางจุดอากาศถึงกับมีรอยร้าวหยั่งกับมิติจะบิดเบือน ยากจะประสานในเวลาสั่น ๆ

    ยิ่งปะทะแขนสีของปาโม่จือ ยิ่งบิดเบี้ยว เสียงกระดูกแตกหักดังออกไปไกล "ก๊อบแก๊ป"

    กายาดั่งพระพุทธรูปเริ่มแตกร้าว ราวจะถูกทำลาย


    "อ๊าก"


    "เป็นไปได้อย่างไร ร่างข้าแพ้ได้อย่างไร"
    ปาโม่จือ บาดเจ็บหนัก เลือดไหลซึมทั่วร่าง ก่อนที่จะถูกซัดจนร่วงลานประลองออกไป


    หลายคนต่างใจสั่นสะท้าน "นี่หรือความห่างชั้นของ2ดินแดน นายน้อยดินแดนเซียนเหมือนแทบไม่เปลืองแรงในการต่อสู้เลยสักนิด"


    "ข้าว่าคงไม่มีใครใน10สำนักนอกชนะนายน้อยข้าได้"เหล่าผู้ติดตามต่างยงย่อง


    ตงหยางเอ่ยพูด "อย่าไปสนใจคน10สำนักเลยพวกเขาไม่มีค่ามากพอให้ เจ้าต้องลงมือด้วยซ้ำ"


    หลายคนต่างเดือดดาลเมื่อได้ยินคำพูดของตงหยาง ตงหยางกลับเหยียดคนดินแดนเดียวกันเอาใจ นายน้อยดินแดนเซียน


    "พี่ตงหยางอย่าพูดแบบนั้นข้ามิกล้ารับคำชม จอมยุทธดินแดนร้อยแคว้นมีอีกมากที่เก็บซ้อนตัว"



    "เจ้าอย่าถอมตัวไป ขนาดปากโม่จือ เป็นถึงอันดับหนึ่งสำนักนอก กลับไม่สามารถสร้างบาดแผลให้เจ้าได้ แค่นี้ก็บ่งบอกแล้ว"


    อี้เฉินรู้สึกว่า วิชากายาของนายน้อยแดนเซียนคล้ายคลึงกับของเขามาก
    เหมือนกับเป็นวิชาเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น หรือมันจะมีรากฐานเดียวกัน

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน