ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    มังกรฟ้าโอเชริส อสูรผุ้ทำลายล้าง

    ความเดิมตอนที่แล้ว : ผมได้นำข่าวแผนการก่อการร้ายของ นาโนกะ มาบอกกับทีน่า เพื่อให้ทีน่าไปแจ้งข่าวกับ เซนะ อัศวินหญิง ประจำเมือง โมม่อน ซึ่งมันเป็นเรื่องร้ายแรงระดับความเสียหาย ระดับ ภัยพิบัติเลยทีเดียว แต่เซนะ กลับจับทีน่าเอาไปขังคุกใต้ดิน ในขณะที่ผมกำลังหาทางหยุดยั้งแผนการของนาโนกะ แต่ว่ามันสายไปแล้ว นาโนกะ เรียกมังกรฟ้า โอเชริส ออกมาได้ และไม่มีใครสามารถ หยุดยั้งความพิโรธของมัน


    3 ชั่วโมงหลังจากการทำลายล้างของมังกรฟ้าโอเชริส ไม่มีใครสุ้มันได้ และตอนนี้ผมคงต้องปลงแล้ว
    กรรรรรรรรรรรรรร
    เสียงมังกรฟ้า โอเชริส คำราม ตอนนี้เมืองของอาณาจักรมังกรฟ้า ไครซิสหายไปครึ่งเมืองแล้ว และเหล่าทหารกำลังล้มตายลงเรื่อยๆ ตัวเซนะเองก็ได้รับบาดเจ็บ เธอโดนก้อนหินทับขยับตัวไม่ได้ อยู่ในกองซากปรักหักพังของ บ้านที่ทลายลงมา
    ผม ฝากยูสึเกะ ไว้กับอลิซ หัวหน้าโสเภณีนักสู้ ให้พาเขาไปยังที่ปลอดภัย และตัวเองก็มาหาเซนะ เพื่อถามถึงที่อยู่ของทีน่า และผมก็เจอเซนะ อยู่ใต้กองหิน กำลังเลือดไหลออกมาอย่างมากมาย
    " นี่ เซนะ เธอเอาทีน่าไปไว้ไหน " ผมกล่าวถามด้วยเสียงอันดัง ในขณะที่ชาวบ้านทั้งหญิงชาย กำลังวิ่งหลบ ลูกเมเธโอ ของ มังกรฟ้าโอเชริสที่ยิงใส่บ้านเรือน และตัวเมือง อย่างบ้าคลั่ง ราว ยมฑูตจากฟากฟ้า
    " ช่วยชั้นก่อนสิ แล้วชั้นจะบอก แค่ก แค่ก " เซนะพูดแล้วไอออกมาเป็นสายเลือด ดูเหมือนดาเมจที่มังกรฟ้า โอเชริสทำไว้กับเธอจะรุนแรงไม่เบา
    กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
    มังกรฟ้าโอเชริส ยิงลำแสงอีกลูก คราวนี้เล็งมาทางเซนะ ที่กำลังนอนเจ็บอยู่
    " อย่ามาทำบ้าๆนะ " ผมรวบรวมพลังทั้งหมดในตัว เบี่ยงวิถีของลำแสงออกไป จนมันพุ่งผ่านไปชน กำแพงประสาทแทน
    แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เหนื่อยชะมัด แค่ลำแสงลูกเดียวก็ทำให้ผมแทบตายแล้ว พลังในตัวทั้งหมดเหมือนกับโดนสูบออกไป
    " ขอบใจที่ช่วยนะ " เซนะกล่าวแล้วเธอก็บอกที่อยู่ของ ทีน่า แล้วให้ กุญแจคุกมา ผมเลยช่วยผลักหินที่ทับเธอออก แล้วฮีลให้เซนะ ในตอนนี้ผมไม่ต้องการรับรู้อะไรแล้ว
    ทว่า....ในตอนที่ผมฮีลให้กับเซนะอยู่ 
    ก็ได้มีเด็กผู้หยิงคนหนึ่งถือตุ๊กตาหมีน้อย นอนกอดศพแม่ของเธออยู่ใกล้ๆ
    " แม่จ๋า แม่จ๋า แม่ " เด็กผุ้หยิงคนนั้นร่ำร้องความทุกข์โศรกของเธอออกมา ไม่นานก็มีลำแสงของมังกรฟ้าโอเชริส มาบังสายตาของผมจากเด็กผุ้หญิงคนนั้น
    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เด็กผู้หญิงคนนั้น โดนแรงกระแทกดีดขึ้นไปบนฟ้าแล้วตกลงมากระแทกพื้นตายต่อหน้าต่อตาผม
    " ไอ้เจ้ามังกรฟ้า โอเชริส หนอยยยยยยยยย" ผมกัดฟันโกรธ แล้วกำมือแน่น ตอนนี้ระดับพลังของผมต่างจากมันโดยสิ้นเชิง คงไม่อาจล้มมันได้ ตอนนี้คงต้องไปช่วย ทีน่าก่อน
    หลังจากผมฮีล เซนะเสร็จแล้ว เธอก็ลุกขึ้นมา พร้อมกับกล่าวขอบคุณ ผมมองขึ้นไปบนฟ้า แล้วถามความเห็นเซนะ
    " เราจะมีหนทางหยุดเจ้ามังกรฟ้า โอเชริช ได้ไหม เซนะ "
    " ตอนนี้ อาติแฟกซ์ ที่ทำการเรียกมันออกมาถูกทำลายแล้วใช่มั๊ย ริวจิ "
    " ใช่แล้ว " ผมชี้ไปทาง หอนางโลมของ นาโนกะที่กลายเป็นซาก
    " ถ้าถึงพรุ่งนี้เช้าและพระจันทน์แดงหายไปมันก็สลายไปเองล่ะ " เซนะกล่าวพร้อมกับกอดอกน้อยๆ
    " ช่างเป็นวิธีปราบที่ง่ายเหลือ เกิน แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ประชาชนกับเมืองนี้คงจะตายไปไม่น้อย "
    "แล้วนายมี วิธีการดีๆ ไหมล่ะ " เซนะ ถาม
    " ไม่มี " ผมตอบ
    " แล้วอีกกี่ชั่วโมงจะถึงเช้าล่ะ " ผมถามต่อ
    " อีก 2ชั่วโมง ตอนนี้เราต้องอพยพพวกเด็กๆออกไปก่อน อย่าห่วงทีน่าของนายเลย เธอปลอดภัย เพราะคุกใต้ดินแข็งแรงมาก ขนาดระเบิดนิวเคลียร์ยิงมายังไม่พังเลย
    "อืม "
    แล้วผมกับเซนะ ก็ได้ช่วยกันอพยพผู้คน ให้เข้าไปในหลุมหลบภัยในเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นมาเมื่อ 100 ปีก่อน ตอน จอมปีศาจอามากัน แวนเดลระดับ 7ดาวมาบุกเมืองนี้
    " ทางนี้ครับทางนี้ " ผมช่วยพยุงคนแก่ที่เดินไม่ไหวแล้วนำทางไปหลุมหลบภัย อีกไม่นานฟ้าก็จะสว่างแล้ว พระจันทน์แดงคงอยู่ได้ไม่นาน
    2 ชั่วโมงต่อมา.....พระจันทน์แดงหายไป พร้อมกับแสงพระอาทิตย์ที่สดใส ฉายแสงตะวันขึ้นสู่ท้องฟ้า
    มังกรฟ้า โอเชริส คำรามเป็นครั้งสุดท้าย
    "กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร จำไว้เจ้าพวกมนุษย์ อย่าปลุกข้าด้วยเรื่องไม่จำเป็นอีก ไม่งั้นจะหาว่าข้าใจร้ายไม่ได้นะ " แล้วมังกรฟ้า โอเชริส ก็สลายกลายเป็นควัน กลับไปสู่ภพภูมิของตน
    ผมมองไปรอบๆเมือง โมม่อน ที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง มังกรฟ้าโอเชริส หายไปแล้ว แต่มันเหลือซากการทำลายล้างระดับภัยพิบัติเอาไว้ ในศึกครั้งนี้ เราต้อง สูญเสียชาวเมืองไป 1 ล้าน 3 แสน 6 หมื่น 7 พัน 2 ร้อย กับอีก 23 คน ช่างเป็นเรื่องน่าเวทนานัก
    " เราไปช่วยกันเก็บ ศพ ชาวเมืองกันเถอะ ริวจิ " เซนะกล่าวก่อนสั่งทหารผุ้ติดตามทั้ง 9คน ที่มีรูปร่างใหญ่โต ไปปล่อยตัว ทีน่าออกมา ทว่า....ตอนนั้นเองที่ เลาห์คอน มาฟาเดินมา
    เซนะรีบคุกเขาลงพร้อมกับทหาร มีแต่ผมที่ยืนซื่อบื้ออยู่ จนเลาห์คอน มาฟา เอ่ยชมผมด้วยเสียงอันโศรกเศร้า คงยังเศร้าใจที่เมืองหายไปเป็นแถบๆ
    " ขอบคุณ ท่านผุ้กล้า ที่ช่วยเหลือ เมืองนี้ จากอสูรร้าย ข้าได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดจาก ทหารที่มาแจ้งข่าวเมื่อคืนแล้ว เจ้าจะได้รับรางวัล หากท้องพระคลังของข้ายังไม่ถูกทำลาย ละก็นะ "
    " ขอบคุณ พะยะค่ะ ฝ่าบาท " ผมรีบกล่าวขอบคุณแต่ก็ยังยืนคุยกับ เลาห์คอน มาฟา ราชาของ อาณาจักรมังกรฟ้า ไครซิสเหมือนเดิม จนเซนะทำหน้าดุ เพราะสิ่งที่ผมทำเป็นการไม่ให้เกียรติ พระราชาของ อาณาจักรอื่น
    หลังจากนั้น เลาห์คอน มาฟา ที่เป็นชายร่างใหญ่ อายุประมาณ 35 ปี ก็เรียกผมเข้ามาแล้วถามความเห็นผม อีกครั้ง ด้วยท่าทางเหม่อลอย
    " ท่านผู้กล้าคิดว่า เราจะ ซ่อมแซม เมืองหลวง โมม่อน ได้หรือไม่ "
    " หาก พระองค์ จะซ่อมแซมเมือง โมม่อน คงเป็นการยาก สู้ย้ายเมืองหลวงและ สร้างเมืองใหม่ขึ้นมาดีกว่า พะยะค่ะ " ผมตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุดเท่าที่คนบ้านนอกอย่างผมจะทำได้
    " ดีงั้น ข้าจะย้ายเมืองหลวง ไปอยู่เมือง ซาฟีน่า ก่อนเป็นการช่วยคราว แล้วจะปรึกษากับเหล่าขุนนางว่า จะสร้างเมืองหลวงโมม่อนขึ้นมาอีกที่ตรงไหน "
    " พะยะค่ะ " ผมตอบ แล้ว เลาห์คอน มาฟา ราชันย์ของอาณาจักร มังกรฟ้า ไครซิส ก็เดินไปแล้วเรียกให้เซนะลุกขึ้นมา แล้วกล่าวว่า
    " เซนะ เจ้าจงติดตาม ผู้กล้าริวจิ อย่าให้ห่าง ต่อไปเรื่องอะไรให้มารายงานข้า "
    " เพคะ ฝ่าบาท" อัศวินหญิง โลลิ เซนะกล่าวตอบ 
    ในที่สุดผมก็ถูกเซนะ อัศวินสาวโลลิ ตามอยู่ไม่ห่าง ช่างเป็นเรื่องที่ดี เอ๊ย ไม่ดีเสียนี่กระไร เพราะมันอาจไปกระตุ้นโรคกลัวผู้หญิงของผมให้ตื่นขึ้นมา
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง ที่คุณอ่าน