ตอนที่ 153 พ่อครับผมมีความสามารถช่วยแม่ได้แล้ว
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สกลับมายังบ้านและทำกิจกรรมกับครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา
คุณหมอสมคิดรู้สึกชินแล้วที่ลูกชายของเขาหายตัวไปเป็นเวลานานๆ แม้จะรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจว่าลูกชายของตนเองได้เติบโตเต็มตัวแล้ว
วันนี้เมื่อเขาได้รู้ข่าวว่าลูกชายกลับมาบ้าน เขาก็จัดงานเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ให้กับลูกชาย
ครั้งนี้เฟิร์สหายไปเกือบหนึ่งปี เมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้งก็รู้สึกมีความสุข
บนโต๊ะอาหาร เฟิร์สทั้งหัวเราะและพูดคุยกับพ่อในท่าทางไม่ต่างจากเด็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากที่เขาอยู่ต่อหน้าคนภายนอกอย่างสิ้นเชิง
“การบ่มเพาะของพ่อเข้าสู่ดาราขาวแปดแฉกแล้ว อีกไม่นานคงเข้าสู่เก้าแฉกแล้วมั้งครับ” เฟิร์สเอ่ย
“ก็ต้องยกความดีให้กับเฟิร์สนั่นแหละที่สอนพ่อใช้วงแหวนนั้น แล้วเฟิร์สล่ะช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ครับ แต่ช่วงนี้ผมยังพอจะว่างอยู่จะเป็นไงถ้าพวกเราหยุดพักผ่อนไปเที่ยวต่างจังหวัดกันบ้าง?”
“นี่เฟิร์สกำลังชวนพ่อเที่ยวอย่างนั้นหรอ? แน่ใจนะว่าอยากเที่ยวกับคนแก่”
“ก็ผมมีพ่อคนเดียวนิครับ”
คุณหมอสมคิดเมื่อเห็นความจริงใจของลูกชายจึงตัดสินใจในทันที
“ได้ ถ้าอย่างนั้นวันพรุ่งนี้พ่อจะไปคุยกับผู้อำนวยการเรื่องนี้ ถือว่าแลกเวรแล้วใช้วันหยุดเที่ยวพักผ่อนกับลูกไปเลย”
“ขอบคุณมากครับพ่อ”
เฟิร์สดีใจมากที่พ่อของเขาตอบตกลง
นับตั้งแต่ที่เขาฟื้นตื่นขึ้นมาจากนิทรา พวกเขาทั้งสองคนก็ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเลย เว้นแต่อีวาที่อยู่ในร่างในช่วงนั้น
ตอนนี้เฟิร์สต้องการที่จะพาพ่อของเขาไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลภาคใต้ และมีเรื่องสำคัญที่จะบอกกับพ่อของเขาด้วย
ไม่นานคุณหมอสมคิดก็ได้คำตอบกลับมา เขาสามารถลางานได้หนึ่งอาทิตย์เพื่อไปเที่ยวกับเฟิร์สได้
พวกเขาทั้งสองเดินทางกันทางเครื่องบิน จุดหมายปลายทางคือจังหวัดหนึ่งของภาคใต้ที่มีทะเลสวยงาม
เฟิร์สได้จองโรงแรมที่แพงที่สุด
สำหรับฐานะทางการเงินของเขาในตอนนี้แล้ว ถือว่าร่ำรวยเป็นอย่างมาก
แกนสปีริตที่เขาหาได้สามารถทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นเศรษฐีที่ใช้เงินได้ไปชั่วลูกชั่วหลาน นี่ยังไม่นับเรื่องที่เขาปกปิดว่าเป็นผู้ใช้อักขระ หากโลกได้รู้ว่าเขาเป็นปรมาจารย์นักหลอม สามารถหลอมยาหรืออาวุธจากซากมอนสเตอร์และสมุนไพรในอบิสได้ คาดว่าเงินทองจะไหลมาเทมาร่ำรวยยิ่งกว่านี้แน่
แม้เขาจะร่ำรวยเท่าใด เขาก็ชอบใช้ชีวิตสมถะมากกว่า
นั่นจึงทำให้เฟิร์สยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิมซึ่งแม้จะไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่มันกลับมอบความอบอุ่นให้กับเขา
หลังจากเช็คอินที่โรงแรงและได้รับการปรนนิบัติอย่างดี สองพ่อลูกก็ทำการพักผ่อนอย่างเต็มที่ มีความสุขเป็นอย่างมาก
บนดาดฟ้าสูงของโรงแรม สองพ่อลูกกำลังดินเนอร์ตามประสาครอบครัว
“เที่ยวที่นี่เป็นไงบ้างครับ พวกเราอยู่ที่นั่นเห็นแต่ป่าเขา มาที่นี่แล้วรู้สึกเป็นยังไง”
“เหมือนพ่อจะไม่ได้เที่ยวทะเลนานแล้ว แต่เฟิร์สรู้ไหมว่าแม่เขาก็ ...”
เมื่อพูดถึงตอนนี้คุณหมอสมคิดก็หยุดไป เขาไม่ต้องการพูดถึงภรรยาให้ลูกฟังเลย เพราะนั่นจะทำให้พวกเขาคิดถึงเธอ
แม้ภรรยาของเขาจะยังไม่ตาย แต่การนอนไม่ได้สติแบบนั้นก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน
ในทุกๆ วันเขายังคงคิดถึงภรรยาของเขาอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้เขาครองตัวเป็นโสดจนมาถึงทุกวันนี้
เขาอยู่กับความหวัง หวังว่าภรรยาของเขาจะฟื้นขึ้นมาเร็วๆ นี้
“พ่อครับ ... ผมมีเรื่องอะไรจะบอกกับพ่อ” เฟิร์สกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
คุณหมอสมคิดจับสัมผัสความรู้สึกบางอย่างได้
“เฟิร์สต้องการจะบอกอะไรกับพ่อหรอ? อย่าบอกนะว่าลูกจะหายตัวไปทำเรื่องอันตราย”
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขานั้นเชื่อใจในลูกชายของเขามาก เฟิร์สนั้นเป็นคนมีความสามารถและเป็นลูกที่ภาคภูมิใจของเขา แต่ที่ผ่านมาเขาจะไม่ทำเรื่องที่ตัวเองไม่มั่นใจ การที่ท่าทางของเขาดูจริงจังแบบนี้ นั่นอาจหมายความว่าเขากำลังทำอะไรที่เสี่ยงต่อชีวิตอย่างแน่นอน
คุณหมอสมคิดเริ่มเป็นกังวลใจขึ้นมา
“มันไม่ใช่อย่างที่พ่อคิดหรอกครับ ... แต่จะว่าไปมันก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง” เฟิร์สกล่าวอย่างยิ้มๆ
“รีบบอกพ่อมาเถอะ อย่าทำให้คนแก่ต้องกังวลเลย”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับพ่อ เพราะเรื่องที่ผมจะบอกนั้นคือข่าวดี”
“ข่าวดี? ข่าวดีอะไร รีบๆ บอกมาถึงเจ้าลูกคนนี้”
“ตอนนี้การบ่มเพาะของผมมีพลังที่จะเข้าสู่อบิสระดับสีน้ำเงินได้แล้วครับ แม้ไม่อาจเรียกได้ว่าเก่งกาจแต่ก็สามารถเอาตัวรอดข้างในนั้นได้ นั่นจึงทำให้ผมสามารถเก็บวัตถุดิบในการปรุงยาออกมาได้”
“นี่ลูกกำลังจะพูดเรื่องอะไร?” คนเป็นพ่อเอ่ยถามอย่างหัวใจเต้นรัว
“ผมหมายความว่าผมสามารถปรุงยาจากวัตถุดิบที่นำมาจากอบิสสีน้ำเงินได้ ยาที่จะรักษาภรรยาของพ่อได้ ... ผมจะทำการปลุกแม่ให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ครับ”
“เฟิร์ส ...” คุณหมอสมคิดไม่รู้จะกล่าวอะไร เขาเรียกชื่อลูกชายและร้องไห้ออกมา
แม้น้ำตาจะไหลออกมาจากดวงตา แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสุข
หากเป็นเมื่อก่อนเขาอาจคิดว่าลูกชายพูดจาเหลวไหล แต่ไม่ใช่กับเฟิร์สในตอนนี้
ตอนนี้เขากลับเชื่อคำพูดของเฟิร์สอย่างสนิทใจ เพราะเขามองลูกชายคนนี้ว่าโตเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริงแล้ว
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ครู่หนึ่ง คุณหมอสมคิดก็สอบถามเฟิร์สอย่างละเอียด
“บอกพ่อมาสิเฟิร์สว่าสิ่งที่ลูกพูดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่ว่าลูกพึ่งทะลวงขอบเขตดาราแดงไปไม่กี่เดือนอย่างนั้นหรอ? พลังระดับนี้ย่อมต้องไม่เพียงพอที่จะเข้าไปในอบิสสีน้ำเงินได้”
เฟิร์สยิ้มออกมาและเอ่ย “ตอนนี้ผมอยู่ในขอบเขตดาราแดงหนึ่งแฉกก็จริง แต่ผมยังบ่มเพาะศาสตร์อื่นๆ เพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ผมยังได้ต่อสู้กับยอดฝีมือแรงค์ S มาแล้ว และผมก็ชนะเขาได้อย่างง่ายดาย แต่นี้ยิ่งแล้วใหญ่ผมพึ่งประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะก้าวหน้าขึ้นอีกระดับหนึ่ง เชื่อได้ว่าผมในตอนนี้มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปในอบิสสีน้ำเงินได้แล้ว แต่พ่อไม่ต้องห่วงหรอก ผมยังไม่เข้าไปตอนนี้แน่ คงต้องรออีกซักระยะหนึ่งซึ่งจะทำให้ผมมั่นใจที่สุด ผมถึงจะเข้าไป” เฟิร์สเอ่ยอธิบายออกมาอย่างใจเย็น และเขาก็คิดจะทำอย่างที่พูดออกไปด้วย
สำหรับเขาในตอนนี้แล้วแม้จะบรรลุศาสตร์อักขระขั้นสีเขียวและวิถีกระบี่ที่สอง แต่ในด้านร่างกายตามความคิดของเขาเมื่อนำไปเทียบกับอบิสสีน้ำเงินแล้ว ย่อมต้องอ่อนแออยู่ระดับหนึ่ง
ดังนั้นก่อนที่เขาจะเข้าไปในอบิสสีน้ำเงิน เขาตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะลงเทรดอบิสสีแดงระดับสูงและฝึกฝนกายากระบี่ให้ถึงขั้นสูงก่อนให้ได้
เมื่อถึงตอนนั้นแล้วเขาจึงมีความมั่นใจที่จะเข้าไป
ซึ่งการฝึกฝนเปิดจุดชีพจรของเขาในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ยากนักหากได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์อบิสสีแดงระดับสูง
สำนึกกระบี่ขั้นผสานจิตวิญญาณสามารถช่วยเหลือเขาในเรื่องนี้ได้
คาดว่าอีกครึ่งปีข้างหน้ากายากระบี่คงเข้าสู่ขั้นสูงเป็นแน่แท้ เพราะเหตุนี้เฟิร์สถึงได้พูดแบบนั้นออกไป
เมื่อได้รับคำยืนยังจากลูกชายแล้ว สองพ่อลูกพูดคุยกันอย่างมีความสุข
แต่ทว่าระหว่างการรับประทานอาหารมื้อนี้นั้น จู่ๆ กลางเมืองก็ได้เกิดการระเบิดที่รุนแรงปะทุขึ้นมา
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
แม้คุณหมอสมคิดจะไม่มีสัมผัสที่เฉียบคมเหมือนเฟิร์สก็ยังสามารถมองเห็นจากจุดนี้
“พวกเขาเป็นใครกัน? ทำไมถึงได้ต่อสู้รุนแรงในเมือง ... นั่น! ดูเหมือนจะมีคนได้รับบาดเจ็บ”
ด้วยจิตวิญญาณของคนเป็นหมอ คุณหมอสมคิดมองดูการต่อสู้นี้อย่างร้อนรน เขาถึงกับลุกขึ้นทันทีที่ได้เห็นว่ามีคนบาดเจ็บอยู่ด้านล่าง
ซึ่งผู้คนเหล่านั้นเป็นชาวเมืองผู้บริสุทธิ์ แต่ต้องมาเคราะห์ร้ายเพราะการต่อสู้ของคนคู่นั้น
“เวเนเตอร์ระดับสูงแถวนี้ไปไหนกันทำไมถึงยังไม่มาระงับเหตุอีก” เฟิร์สกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
การมาเที่ยวกับครอบครัวครั้งนี้เขาไม่คิดว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นแบบนี้
แต่ในขณะที่คุณหมอสมคิดทำท่าที่จะลงไปช่วยเหลือคนบาดเจ็บที่อยู่ด้านล่าง
ตอนนั้นเองเฟิร์สก็สังเกตเห็นว่าทิศทางการต่อสู้กำลังมุ่งตรงมาทางนี้
หัวคิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นในทันที