ท่ามกลางความเงียบสงัดที่น่าขนลุกหน้าประตูสวรรค์ทักษิณ กลิ่นอายแห่งความตายคละคลุ้งไปทั่วชั้นบรรยากาศที่เคยบริสุทธิ์ ซากศพของทหารสวรรค์นับหมื่นและแม่ทัพสวรรค์ทั้งสี่นายร่วงหล่นเกลื่อนกลาดประดุจใบไม้ร่วงในฤดูใบไม้ร่วง เลือดเซียนสีทองคำเจิ่งนองเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ย้อมทะเลเมฆให้กลายเป็นสีทองหม่นหมอง ทหารสวรรค์ที่เหลือรอดอีกเกือบสองหมื่นนายต่างทรุดเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นัยน์ตาของพวกมันเบิกกว้างจ้องมองเด็กหนุ่มผมสีเงินที่ยืนตระหง่านอยู่กลางสมรภูมิราวกับจ้องมองจอมมารที่หลุดออกมาจากขุมนรกที่ลึกที่สุด
หลินเฟยยืนนิ่ง ศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวาสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมันกำลังขับขานบทเพลงแห่งชัยชนะ ใบดาบครึ่งดำครึ่งขาวเปล่งประกายเร้นลับ ดูดซับปราณวิญญาณและกลิ่นอายแห่งความตายรอบด้านเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลินเฟยกวาดสายตาเย็นชาจ้องมองเหล่าทหารสวรรค์ที่ยอมจำนน ท่าทางของเขาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปราศจากความเมตตาหรือความลังเลใดๆ ในจิตวิญญาณของเขา
"พวกแก... คือปรสิตที่เสวยสุขบนความทุกข์ยากของผู้อื่น" เสียงของหลินเฟยราบเรียบ ทว่ากลับดังกังวานกึกก้องไปทั่วสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง แทรกซึมเข้าไปในจิตใจของทหารทุกนาย "ตำหนักเก้าสวรรค์สร้างพวกแกขึ้นมาเพื่อปกป้องความฉ้อฉล วันนี้... ข้าจะขอทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกแกขโมยไป!"
โฮกกกกกกกกกก!
หลินเฟยไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้อ้อนวอนขอชีวิต เขาตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นเหนือศีรษะ ปราณปฐมกาลในจุดตันเถียนระเบิดออก ทะลักล้นออกมากลายเป็นเสาแสงสีเทาขนาดยักษ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีรุ้ง ทารกปฐมกาลเบื้องหลังเขาสยายปีกสีดำและสีขาวออกกว้างสุด ปลดปล่อยแรงดึงดูดมหาศาลประดุจหลุมดำปฐมกาล!
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่สี่... กลืนกินสวรรค์!"
ซวบบบบบบบบบบ!
แรงดึงดูดมหาศาลพุ่งเข้าครอบคลุมร่างของทหารสวรรค์ทั้งสองหมื่นนายในพริบตา! พวกมันกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อร่างกายและดวงวิญญาณถูกกระชากและบดขยี้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งการลบล้าง แก่นแท้พลังงานสีทองคำไหลทะลักออกจากร่างของพวกมันประดุจสายน้ำ สู่ศัสตราไร้ลักษณ์และไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของหลินเฟยอย่างบ้าคลั่ง!
นี่ไม่ใช่การสังหารธรรมดา แต่มันคือการ 'ลบล้าง' ตัวตนอย่างสมบูรณ์แบบ! ร่างของทหารสวรรค์นับหมื่นค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผงและระเหยหายไปในอากาศธาตุ ไม่หลงเหลือซากศพหรือร่องรอยใดๆ ของการเคยมีอยู่ เสียงกรีดร้องเงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียงการดูดกลืนพลังงานที่น่าสะพรึงกลัว
ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนของหลินเฟยอ้าปากกว้าง ดูดกลืนพลังงานมหาศาลเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม รากฐานของสถานะ 'ครึ่งก้าววิญญาณแรกกำเนิด' ของเขาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พลังงานหยินและหยางบีบอัดและควบแน่นจนถึงขีดสุด กลิ่นอายของเขาแข็งแกร่งขึ้นจนมิติรอบด้านปริแตก
เมื่อกระบวนการกลืนกินสิ้นสุดลง หลินเฟยยืนอยู่เพียงลำพังหน้าประตูสวรรค์ทักษิณที่บัดนี้ไร้ผู้ปกป้อง ร่างกายของเขาส่องประกายแสงสีเทาและทองคำจางๆ บาดแผลทั้งหมดสมานตัวจนไร้รอยตำหนิ พลังของเขาเพิ่มพูนขึ้นจากเดิมนับสิบเท่า เขาก้าวเท้าผ่านซุ้มประตูขนาดยักษ์ ก้าวเข้าสู่ดินแดนชั้นในของสวรรค์ชั้นที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ
[ฉากที่ 1: เมืองจิตวิญญาณสวรรค์ และความจอมปลอมแห่งมรรคา]
เบื้องหลังประตูสวรรค์ทักษิณคือดินแดนที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าโลกมนุษย์นับหมื่นเท่า ทว่ามันไม่ได้เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความสงบสุขดั่งที่ผู้คนเบื้องล่างจินตนาการ หลินเฟยลอยตัวอยู่เหนือทะเลเมฆ ทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นชาและสมเพช
มันคือมหานครลอยฟ้าขนาดยักษ์ที่ถูกเรียกว่า 'เมืองจิตวิญญาณสวรรค์' (Celestial Spirit City) เมืองนี้สร้างขึ้นจากหยกศักดิ์สิทธิ์และทองคำเซียน ตั้งตระหง่านอยู่บนเกาะลอยฟ้าขนาดย่อมที่ล้อมรอบเกาะหลักที่ตั้งตำหนักเก้าสวรรค์ ปราณเซียนแท้จริงที่หนาแน่นจนจับตัวเป็นหมอกสีเงินปกคลุมไปทั่วเมือง อาคารบ้านเรือนสลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง มีน้ำตกสีรุ้งที่เกิดจากปราณวิญญาณควบแน่น ไหลรินลงมาจากเกาะลอยฟ้าด้านบน
ทว่า ท่ามกลางความงดงามและหรูหรา หลินเฟยกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นเน่าของความ stagnancy และการ corrupt กฎเกณฑ์ของสวรรค์ชั้นที่หนึ่งนี้เปราะบางและบิดเบี้ยว มันถูกสร้างขึ้นเพื่อเสวยสุขของเหล่าเซียนที่โง่เขลาที่ยอมก้มหัวให้กับตำหนักเก้าสวรรค์ พวกมันสูบปราณวิญญาณจากมิติเบื้องล่างมาใช้เพื่อยืดอายุขัยของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงความสมดุลของจักรวาล
หลินเฟยใช้วิชา 'ก้าวพริบตาปฐมกาล' หายวับไปจากน่านฟ้า ปรากฏตัวขึ้นใจกลางเมืองจิตวิญญาณสวรรค์ เขาไม่ได้รีบเร้นพลังปราณหรือปลอมตัวอีกต่อไป ในเมื่อพวกมันอ้างตัวว่าเป็นผู้พิทักษ์กฎเกณฑ์อันสูงส่ง เขาก็จะใช้ดาบของเขา... ทำลายกฎเกณฑ์เหล่านั้นให้แหลกสลาย!
ผู้คนในเมืองต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมสีเงินในชุดเกราะดำเดินอยู่กลางถนน รังสีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาทรงอำนาจและดุร้ายประดุจสัตว์ร้ายบรรพกาล ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเฉียดเข้าไปใกล้
"นั่นใครกัน? กลิ่นอายของมัน... น่ากลัวยิ่งนัก!""ไม่เคยเห็นเซียนที่มีผมสีเงินและชุดเกราะเช่นนี้มาก่อน... หรือว่าจะเป็นผู้บุกรุก?""เป็นไปไม่ได้! ประตูสวรรค์ทักษิณมีกองทัพนับแสนปกป้องอยู่ ไม่มีทางที่ใครจะฝ่าเข้ามาได้!"
เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วบริเวณ หลินเฟยไม่ใส่ใจเสียงเหล่านั้น เขาก้าวเดินช้าๆ ไปยังทิศทางของ 'หอคลังวิญญาณ' (Soul Treasury Tower) อาคารทรงเจดีย์เก้าชั้นที่สูงเสียดฟ้า ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ที่นั่นคือสถานที่รวบรวม 'ศิลาเซียนแท้จริง' (True Immortal Stones) และทรัพยากรวิญญาณมหาศาลที่ถูกสูบมาจากโลกมนุษย์
[ฉากที่ 2: ถล่มหอคลังวิญญาณ และการสังหารเจ้าเมืองอาวุโส]
เมื่อมาถึงหน้าหอคลังวิญญาณ หลินเฟยต้องเผชิญหน้ากับกองทัพองครักษ์ขนาดยักษ์กว่าหนึ่งหมื่นนายที่ตั้งแถวเรียงรายปกป้องอาคารอย่างแน่นหนา นำโดยชายชราผมขาวผู้หนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีม่วงสลักลายเมฆา รังสีพลังของมันแข็งแกร่งและหนักอึ้งดุจขุนเขา บ่งบอกถึงระดับ 'วิญญาณแรกกำเนิดขั้นต้น' (Early Nascent Soul)!
มันคือ 'จางโม่' เจ้าเมืองอาวุโสผู้ปกครองเมืองจิตวิญญาณสวรรค์ และผู้เฝ้าหอคลังวิญญาณ
"มารร้าย! แกบังอาจฝ่าประตูสวรรค์และสังหารแม่ทัพทั้งสี่นาย!" จางโม่คำรามลั่น นัยน์ตาจ้องมองหลินเฟยด้วยจิตสังหารอันรุนแรง "วันนี้ ข้าจะสับแกเป็นชิ้นๆ แล้วเอาวิญญาณแกไปเผาในเตาหลอมสวรรค์หมื่นปี!"
"หึ... แกก็แค่เศษเนื้อที่กำลังรอการถูกทำลาย..." หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดูแคลน "คลังสมบัตินี่... ข้าขอรับไว้ละกัน!"
หลินเฟยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเงื้อศัสตราไร้ลักษณ์ขึ้นเหนือศีรษะ ปราณปฐมกาลในร่างเดือดพล่าน ทะลักล้นออกมาจนกลายเป็นเสาแสงสีเทายักษ์พุ่งทะลวงหลังคาหอคลังวิญญาณจนแตกเป็นเสี่ยงๆ!
"บังอาจ! โจมตีพร้อมกัน!" จางโม่ตะโกนสั่งการ
ทหารองครักษ์หมื่นนายประสานอินพร้อมกัน ปลดปล่อยพลังปราณธาตุลม สายฟ้า ไฟ และดิน เข้าโจมตีหลินเฟยจากทุกทิศทาง ทว่าหลินเฟยไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่ปลดปล่อยเจตจำนงของ 'โดมปฐมกาล' ออกมาครอบคลุมร่าง ลำแสงทำลายล้างทั้งหมดเมื่อสัมผัสกับม่านสีเทา กลับถูก 'ลบล้าง' ให้หายไปในความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบ!
"วิถีแห่งศาสตราไร้ลักษณ์ เคล็ดวิชาที่เจ็ด... คลื่นปฐมกาลล้างดารา!"
หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์กวาดออกไปเบื้องหน้าในแนวนอน คลื่นกระบี่สีเทาทึบระเบิดออกกลายเป็น 'คลื่นแสงสีเทาขนาดยักษ์' ที่กว้างใหญ่ประดุจคลื่นสึนามิที่กวาดล้างจักรวาล คลื่นพลังนี้ไม่มีความบ้าคลั่ง ไม่มีเสียงระเบิด แต่มันคือ 'การลบล้าง' อย่างสมบูรณ์แบบ!
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ร่างของทหารองครักษ์หมื่นนาย พร้อมกับอาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่รอบๆ หอคลังวิญญาณ ถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อนอย่างสมบูรณ์แบบ! รอยตัดนั้นเรียบเนียนจนน่าสะพรึงกลัว วินาทีต่อมา พลังปฐมกาลที่แฝงอยู่ในรอยตัดก็สำแดงฤทธิ์ ร่างและวัตถุเหล่านั้นระเบิดออกกลายเป็นฝุ่นผงและหมอกเลือดสีทองคำ ร่วงหล่นลงสู่ทะเลเมฆเบื้องล่างประดุจสายฝนโลหิต!
การโจมตีเพียงดาบเดียว... กวาดล้างองครักษ์หมื่นนายและทำลายล้างครึ่งเมือง!
"มะ... ไม่จริง... พลังนั่นมันอะไรกัน!" จางโม่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง มันรีบกางม่านพลังสีม่วงครอบคลุมร่างเพื่อต้านทานคลื่นกระบี่ที่พุ่งเข้ามา
หลินเฟยใช้วิชาก้าวพริบตา ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจางโม่ในเสี้ยววินาที นัยน์ตาสีเทาจ้องลึกลงไปในวิญญาณของชายชรา "ทีนี้... ถึงตาแกแล้ว"
"อ๊ากกกกกก! หอกทะลวงสวรรค์!" จางโม่แผดเสียงคำราม มันทุ่มเทกำลังทั้งหมด ควบแน่นปราณมรรคาในร่างให้กลายเป็นหอกสีม่วงขนาดยักษ์พุ่งแทงตรงมาที่หว่างคิ้วของหลินเฟย
หลินเฟยไม่แม้แต่จะยกดาบขึ้นป้องกัน เขาเพียงแค่ยื่นมือซ้ายที่ห่อหุ้มด้วยปราณปฐมกาลออกไป เข้าจับคมหอกสีม่วงที่อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งดินด้วยมือเปล่า!
เคร้งงงงง!เปรี๊ยะๆๆๆๆ!
เสียงสายฟ้าบรรพกาลปะทะกับรังสีปฐมกาลดังกึกก้อง คมหอกหยุดชะงักค้างอยู่ในฝ่ามือของหลินเฟย ไม่สามารถแทงทะลุฝ่ามือสีหยกของเขาได้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว สายฟ้าสีม่วงที่บ้าคลั่งถูกพลังปฐมกาลกลืนกินและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
"เป็น... เป็นไปไม่ได้...! มือเปล่า... รับหอกของข้า...!" จางโม่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด
"แก... มันอ่อนแอเกินไป!"
หลินเฟยแสยะยิ้มอำมหิต เขาออกแรงบีบมือซ้ายเพียงเล็กน้อย หอกสีม่วงระดับวิญญาณแรกกำเนิดถูกบีบจนแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย! เศษโลหะปลิวว่อน จางโม่กระอักเลือดจากการที่อาวุธคู่กายถูกทำลาย
"สมดุลตัดสวรรค์!"
หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ในมือขวา คลื่นกระบี่สีเทาพุ่งทะยานออกไปในระยะประชิด ตัดทะลวงร่างของจางโม่จนขาดสะบั้นออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดายประดุจตัดผิวน้ำ!
ฉับ!
เลือดและเครื่องในร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นดังตึง! วิญญาณแรกกำเนิดของเจ้าเมืองอาวุโส ถูกศัสตราไร้ลักษณ์ดูดกลืนเข้าไปทันที!
หลินเฟย stoją victoriously amidst the falling golden dust of the dead gods. He flicks a drop of golden blood off his Formless Sword. Heทอดสายตามองเข้าไปด้านในของหอคลังวิญญาณที่บัดนี้ไร้ผู้ปกป้อง ที่นั่นอัดแน่นไปด้วยภูเขา 'ศิลาเซียนแท้จริง' จำนวนมหาศาลเกินคณานับ!
"ดีมาก..." หลินเฟยหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วความพินาศของเมืองจิตวิญญาณสวรรค์ เขาก้าวเดินเข้าไปด้านในของหอคลังวิญญาณอย่างเด็ดเดี่ยว เตรียมตัวสำหรับการกลืนกินครั้งใหญ่ที่จะทะลวงผ่านขอบเขตของเขาอย่างแท้จริง!
[ฉากที่ 3: การกลืนกินคลังสมบัติ และการจุติของวิญญาณปฐมกาล]
ภายในหอคลังวิญญาณกว้างใหญ่ไพศาลดุจมิติย่อยอีกมิติหนึ่ง ภูเขาศิลาเซียนแท้จริงระดับสูงกองพะเนินเทียมฟ้า อาวุธระดับสวรรค์นับหมื่นชิ้นลอยคว้างอยู่กลางอากาศ สมุนไพรหมื่นปีที่หายากถูกปลูกเรียงรายอยู่ในแปลงหยก และที่ใจกลางของคลังสมบัติ ปรากฏบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่บรรจุ 'น้ำพุต้นกำเนิดเซียน' (Celestial Origin Spring) ที่เปล่งประกายแสงสีทองคำเจิดจ้า
หลินเฟยเดินก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ริมบ่อน้ำพุต้นกำเนิดเซียน เขาสูดลมหายใจลึก สัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายใน เขาไม่สนใจอาวุธหรือสมุนไพร เพราะสิ่งเดียวที่เขาสนใจคือพลังงานบริสุทธิ์ที่จะช่วยทะลวงผ่านขอบเขตของเขา
"ได้เวลา... จุติใหม่!"
หลินเฟยแผดเสียงคำราม เขาเรียกศัสตราไร้ลักษณ์ออกมาถือไว้ในมือ ก่อนจะปักดาบลงไปในใจกลางบ่อน้ำพุต้นกำเนิดเซียนโดยตรง!
โฮกกกกกกกกกกก!
ศัสตราไร้ลักษณ์ตอบสนองต่อเจตจำนงของผู้เป็นนาย ใบดาบครึ่งดำครึ่งขาวเปล่งประกายสว่างจ้า คลื่นพลังดูดกลืนที่รุนแรงประดุจหลุมดำปฐมกาลระเบิดออก น้ำพุต้นกำเนิดเซียนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์ ถูกสูบดึงเข้าสู่ตัวดาบและส่งผ่านทะลักเข้าสู่ร่างกายของหลินเฟยอย่างบ้าคลั่ง!
ซ่าาาาา!
ของเหลวสีทองคำลดระดับลงอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พลังเซียนมหาศาลไหลทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรของหลินเฟย ชะล้างความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกหยกให้หนาแน่นยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุด มันเข้าไปหล่อเลี้ยงจักรวาลจำลองในจุดตันเถียนของเขาให้ขยายใหญ่และเสถียรมากยิ่งขึ้น
ทารกปฐมกาลในจุดตันเถียนสั่นพ้องอย่างรุนแรง มันอ้าปากกว้าง ดูดกลืนพลังงานมหาศาลเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม รากฐานของสถานะ 'ครึ่งก้าววิญญาณแรกกำเนิด' ของเขาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พลังงานหยินและหยางบีบอัดและควบแน่นจนถึงขีดสุด กลิ่นอายของเขาแข็งแกร่งขึ้นจนมิติรอบด้านปริแตก
ในเวลาเดียวกัน หลินเฟยก็ปลดปล่อยพลังปฐมกาลออกไปครอบคลุมภูเขาศิลาเซียนแท้จริงและอาวุธระดับสวรรค์ทั้งหมดในคลังสมบัติ แรงดึงดูดมหาศาลดูดกลืนทรัพยากรทั้งหมดหายวับเข้าไปในจุดตันเถียนของเขาโดยตรง!
นี่คือการกลืนกินขั้นสุดยอด! พลังงานมหาศาลจากน้ำพุต้นกำเนิดเซียน ศิลาเซียนแท้จริง และอาวุธระดับสวรรค์ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายในร่างกายของหลินเฟย ผลักดันให้รากฐานขอบเขตแก่นแท้ทองคำของเขาพังทลายลง!
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจที่ดังก้องประดุจเสียงกลองรบของจักรวาลดังออกมาจากร่างของหลินเฟย จักรวาลจำลองในจุดตันเถียนยุบตัวลงอย่างรุนแรง ก่อนจะระเบิดออก และก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตใหม่ขึ้นมาภายในนั้น!
มันไม่ใช่ 'ทารกวิญญาณสีทอง' ธรรมดาๆ ดั่งเช่นที่ผู้ฝึกยตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดคนอื่นมี ทว่ามันคือ 'วิญญาณปฐมกาล' รูปลักษณ์ของมันคือทารกน้อยที่หลับตาพริ้ม ร่างกายครึ่งหนึ่งเป็นสีดำสนิทแผ่กลิ่นอายมารบรรพกาล มีปีกค้างคาวปีศาจ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นสีขาวสว่างแผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์สูงสุด มีปีกขนนกทูตสวรรค์ ทารกน้อยลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเทาที่เต็มไปด้วยสัจธรรมของโลกหล้าสาดประกาย!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
พลังงานระดับ 'วิญญาณแรกกำเนิด' ที่สมบูรณ์แบบและเหนือล้ำกว่าผู้ใดในประวัติศาสตร์ ระเบิดออกจากร่างของหลินเฟย! เสาแสงสีเทาทะลวงทะลุเพดานหอคลังวิญญาณ พุ่งตรงขึ้นสู่สวรรค์ชั้นที่เก้า รังสีความกดดันของวิญญาณปฐมกาลกวาดล้างออกไปรอบทิศทาง ทำให้มิติรอบตัวหลินเฟยปริแตกและไม่อาจรองรับเขาได้อีกต่อไป!
"ในที่สุด... ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด" หลินเฟยสูดลมหายใจลึก เขาสัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อกับกฎเกณฑ์ของจักรวาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พลังของเขาเพิ่มพูนขึ้นจากเดิมนับร้อยเท่า!
หลินเฟยลอยตัวขึ้นสูงเหนือซากปรักหักพังของหอคลังวิญญาณ เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบน ทะลวงผ่านเมฆสีรุ้ง มุ่งสู่ 'สวรรค์ชั้นที่สอง' เป้าหมายต่อไปของเขา
"สวรรค์ชั้นที่สอง... อาณาเขตวายุอัสนี... จงเตรียมตัวรอรับความตายที่ข้าจะนำไปมอบให้ได้เลย!"
ร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ พุ่งตรงเข้าสู่รอยแยกมิติ ทิ้งความพินาศของเมืองจิตวิญญาณสวรรค์ไว้เบื้องหลัง การเดินทางเพื่อล้างบางสวรรค์และเปิดโปงพระเจ้าจอมปลอม ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการและไม่อาจหวนกลับได้อีกแล้ว!