ซิงจวนในร่างของอิซาเบลล่าจูงมือองค์รัชทายาทให้นั่งลงบนเก้าอี้นวมที่อบอุ่นหน้าเตาผิงนางเริ่มต้นเล่าเื่ราวบทที่สามแห่งการเดินทางของนางด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งแต่แฝงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนาน
“หลังจากที่ภารกิจของยาซมินสิ้นสุดลงหม่อมฉันกลับสู่ตำหนักเซียนในสภาพที่บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจเพคะความทรงจำของคนสองคนยังคงต่อสู้กันอยู่ในหัว แม้จิติญญาของยาซมินจะสงบลงแล้วแต่าแและประสบการณ์ทั้งหมดของนางยังคงฝังลึกอยู่ในใจของหม่อมฉัน ท่านเซียนหญิงจึงได้ให้หม่อมฉันพักฟื้นและทำสมาธิเพื่อแยกแยะตัวตนที่แท้จริงของตนเองอยู่นานหลายสัปดาห์”
“เมื่อจิตใจของหม่อมฉันเริ่มกลับมาเป็ปกติท่านเซียนก็ได้บอกเล่าถึงโชคชะตาต่อไปของพระองค์ว่าบัดนี้พระองค์กำลังมุ่งหน้าสู่ดินแดนทางตอนเหนืออันหนาวเหน็บที่ซึ่งความรักครั้งต่อไปจะก่อเกิดขึ้นกับสาวใช้ผู้ถ่อมตนนางหนึ่งวินาทีนั้นหม่อมฉันรู้ได้ทันทีว่าการเดินทางของตนเองยังไม่จบสิ้น”
“ท่านเซียนหญิงมองหม่อมฉันด้วยแววตาที่ทั้งชื่นชมและสงสารนางกล่าวว่า ‘เส้นทางนี้แตกต่างจากสองครั้งแรกโดยสิ้นเชิงมันไม่ใช่การเอาชีวิตรอดจากความโหดร้าย หรือการต่อสู้ที่ต้องใช้ไหวพริบแต่มันคือการทดสอบความอดทนขั้นสูงสุด เ้าจะต้องสร้างชีวิตขึ้นมาจากศูนย์ใช้เวลาและความดีงามของตนเองเพื่อเข้าไปสู่จุดหมาย’ "
“นางเตือนหม่อมฉันว่าภารกิจนี้อาจต้องใช้เวลานานนับปีและมันคือการต่อสู้กับความเงียบเหงาและความสิ้นหวังในใจของตนเองหม่อมฉันต้องละทิ้งพลังและความสามารถทั้งหมดที่เคยมีและกลายเป็เพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย”
“หลังจากได้ฟังเช่นนั้นหม่อมฉันกลับรู้สึกสงบในใจเพคะ บางทีหลังจากความวุ่นวายและรุนแรงในชีวิตของยาซมินการได้ใช้ชีวิตอย่างช้าๆและเรียบง่ายอาจเป็สิ่งที่จิตใจของหม่อมฉัน้าเพื่อเยียวยาตนเองก็เป็ได้หม่อมฉันจึงตอบรับภารกิจนั้นโดยไม่ลังเล”
“ครั้งนี้หม่อมฉันตัดสินใจที่จะไม่สวมรอยเป็ผู้ใดอีกหม่อมฉัน้าสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง ‘อิซาเบลล่า’ จะไม่ใช่บทบาทที่ถูกหยิบยืมมาแต่จะเป็ชีวิตที่หม่อมฉันสร้างขึ้นด้วยสองมือของตนเองเพคะ”
“ท่านเซียนหญิงจึงได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของหม่อมฉันให้กลายเป็หญิงสาวชาวตะวันตกผมสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาสีฟ้าครามก่อนจะส่งหม่อมฉันไปยังชายป่าแห่งหนึ่งในอาณาจักรทางเหนือ พร้อมกับเสื้อผ้าเก่าๆเพียงชุดเดียว โดยไม่มีสิ่งใดติดตัวอีกเลยนอกจากแหวนวิเศษ”
“หม่อมฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเดินโซซัดโซเซเข้าไปในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง บอกเล่าเื่ราวที่กุขึ้นมาว่าตนเองเป็เด็กที่พลัดหลงชาวบ้านที่นั่นแม้จะยากจนแต่ก็มีน้ำใจ พวกเขาสงสารและได้รับหม่อมฉันไว้โดยให้ที่พักและอาหารเพื่อแลกกับการทำงานเล็กๆ น้อยๆ”
“ชีวิตในแต่ละวันของหม่อมฉันคือการทำงานหนักเพคะหม่อมฉันช่วยชาวบ้านตัดฟืน ตักน้ำ ซ่อมแหหาปลาและทำงานทุกอย่างที่พอจะทำได้โดยไม่เคยปริปากบ่น แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่จิตใจกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด”
“ทุกค่ำคืนหลังจากทำงานเสร็จหม่อมฉันจะไปขอเรียนภาษาและตัวอักษรของท้องถิ่นจากนักบวชชราในอารามเล็กๆของหมู่บ้าน… ใช่เพคะ… จากธิดาอ๋องผู้รอบรู้ เปี่ยมการศึกษาต้องมาเริ่มใหม่โดยที่ไม่รู้แม้แต่การเขียนอ่านภาษาของที่ที่ตัวเองอยู่ ดีที่ท่านเมตตาและเห็นถึงความขยันหมั่นเพียรของหม่อมฉันจึงได้สอนทุกอย่างให้ด้วยความเต็มใจ”
“หม่อมฉันไม่ได้ใช้ชีวิตเพียงเพื่อรอคอยแต่ได้เรียนรู้ที่จะเป็ส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นจริงๆ หม่อมฉันแบ่งปันอาหารเล็กๆน้อยๆ ที่ได้รับมาให้แก่คนชรา ช่วยดูแลเด็กๆ ในยามที่พ่อแม่ของพวกเขาออกไปทำงาน”
“เวลาผ่านไปเกือบครึ่งปีเต็มหม่อมฉันกลายเป็ที่รู้จักของทุกคนในนาม ‘อิซาเบลล่า’ หญิงสาวผู้ขยันขันแข็งและมีจิตใจดีงามไม่มีใครสงสัยในตัวตนของหม่อมฉันเลยแม้แต่น้อย”
“จนกระทั่งวันหนึ่งโอกาสที่หม่อมฉันเฝ้ารอก็มาถึงเมื่อมีประกาศจากปราสาทหลวงว่า้าคัดเลือกหญิงสาวจากหมู่บ้านต่างๆเข้าไปเป็สาวใช้เพิ่มเติม”
“มันเป็โอกาสที่หาได้ยากยิ่งสำหรับหญิงสาวชนบทและเป็ความหวังเดียวที่หม่อมฉันจะสามารถเข้าไปใกล้ชิดกับโชคชะตาได้”
“ด้วยชื่อเสียงด้านความซื่อสัตย์ความขยันหมั่นเพียร และการเป็คนเพียงไม่กี่คนที่อ่านออกเขียนได้ในหมู่บ้าน ทำให้พระองค์นักบวชและผู้ใหญ่บ้านต่างก็เสนอชื่อของหม่อมฉันเป็คนแรก”
“หม่อมฉันผ่านการคัดเลือกได้อย่างไม่ยากเย็นนักและในวันที่ต้องจากลา ชาวบ้านทุกคนต่างก็มาส่งหม่อมฉันด้วยความอาลัยพวกเขามอบเสื้อผ้าที่ดีที่สุดและเสบียงเล็กๆ น้อยๆ ให้หม่อมฉันไว้ใช้เดินทาง”
“หัวใจของหม่อมฉันในวันนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งยินดีที่เข้าใกล้เป้าหมายไปอีกขั้นแต่ก็อดที่จะใจหายไม่ได้ที่ต้องจากบ้านอันอบอุ่นที่ตนเองได้สร้างขึ้นมาด้วยสองมือ”
“ชีวิตในปราสาทนั้นแตกต่างจากในหมู่บ้านราวฟ้ากับดินเพคะที่นี่เต็มไปด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวดและลำดับชั้นที่ชัดเจนสาวใช้ใหม่อย่างหม่อมฉันเป็เพียงมดปลวกที่อยู่ต่ำที่สุดในห่วงโซ่อาหาร”
“งานของหม่อมฉันคือการขัดพื้นขัดเครื่องเงิน และทำงานรับใช้ที่น่าเบื่อหน่ายซ้ำซากั้แ่เช้ามืดยันค่ำมืดทุกย่างก้าวต้องระมัดระวัง ทุกคำพูดต้องคิดไตร่ตรองเพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงการถูกลงโทษอย่างรุนแรง”
“หม่อมฉันต้องเผชิญกับการดูถูกเหยียดหยามจากสาวใช้รุ่นพี่ที่อิจฉาริษยาแต่หม่อมฉันก็อดทนและก้มหน้าทำงานของตนเองต่อไปอย่างเงียบงัน”
“หม่อมฉันใช้ความอดทนและความสงบเสงี่ยมเป็เกราะป้องกันตัวและใช้สติปัญญาที่ได้มาจากความทรงจำของยาซมินในการสังเกตการณ์และเรียนรู้โครงสร้างอำนาจภายในปราสาทอย่างเงียบๆ”
“มันเป็่เวลาที่โดดเดี่ยวเหลือเกินเพคะแต่ทุกครั้งที่ท้อแท้ หม่อมฉันก็นึกถึงพระพักตร์ของพระองค์และตั้งมั่นว่าสักวันหนึ่งเราจะต้องได้พบกัน”