เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    เดินทางกลับ

    เมื่อได้รับข่าวสารจากมารดา เย่หยุนซีไม่รอช้ารีบวิ่งไปหาเย่ชิงหยางที่กระโจมแม่ทัพด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย

     

    “ท่านพ่อมีภารกิจอะไรให้ลูกทำงั้นหรือขอรับ?” เย่หยุนซีเอ่ยถามทันทีที่มาถึง

     

    เย่ชิงหยางที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานรีบเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มให้ “มันไม่ใช่ภารกิจที่ยากเย็นอะไร พ่อแค่อยากให้ลูกและหยุนฉางเยว่เดินทางกลับไปจักรวรรดิเพื่อแจ้งข่าวเรื่องสงคราม”

     

    “หือ! ให้พ่อบ้านเหวินไปจะไม่เร็วกว่างั้นหรือขอรับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามอีกครั้ง

     

    ผู้เป็นบิดาส่ายศีรษะเบาๆโดยพลัน “หยุนฉางเยว่เปรียบเสมือนรองผู้นำของเมืองชายแดนประจิม การให้นางไปแจ้งข่าวดีเช่นนี้ด้วยตัวเองถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุด ส่วนตัวลูกก็ต้องไปในฐานะคู่หมั้นของนาง”

     

    เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเรื่องทุกอย่างก็เข้าใจสถานการณ์อย่างง่ายดาย “เอาเช่นนั้นก็ได้ขอรับ ว่าแต่จะให้ออกเดินทางวันไหน?”   

     

    เย่ชิงหยางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ “ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี.....อืม?.....เอาเป็นเช้าวันพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน”

     

    “รวดเร็วปานนั้น!!” เด็กหนุ่มถึงกับดวงตาเบิกกว้าง แต่ก็ยังยอมรับคำสั่งของบิดาและเดินกลับมาเตรียมตัวที่บ้านพักรับรองในทันที ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่หลิงจีและสวีหนิงกำลังนั่งพูดคุยสนทนากันตามประสาหญิงสาว

     

    “ข้ากลับมาแล้วขอรับ” เย่หยุนซีเอ่ยปากทักทายเสียงเบา ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ยังว่าง

     

    “ภารกิจที่พ่อของลูกให้ไปทำเป็นอย่างไรบ้าง?” เป็นสวีหนิงที่เปิดฉากเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     

     “ก็แค่ภารกิจกลับไปส่งข่าวที่จักรวรรดิกับหยุนฉางเยว่น่ะขอรับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” เย่หยุนซีตอบกลับไปตามความจริงทุกประการ ก่อนจะเอ่ยปากชักชวนหลิงจีให้เดินทางไปด้วยกันในเวลาต่อมา แต่ทว่า! เขากลับถูกปฏิเสธอย่างทันควัน  

     

    “เสี่ยวหลิง ท่านโกรธข้าเรื่องที่ทำกิริยาเกินเลยงั้นหรือ?” เย่หยุนซีกล่าวถาม พร้อมทั้งยกมือขึ้นสะกิดไหล่หญิงงามราวกับต้องการงอนง้อขอคืนดี

     

    การกระทำนี้ ทำเอาหลิงจีอดไม่ได้ที่จะยกมือป้องปากหัวเราะขบขัน “คิกคิก คุณชาย ข้าไม่ได้โกรธท่านเลยสักนิด เพียงแต่ข้ารับภารกิจอื่นเอาไว้”

     

    “ภารกิจ? ภารกิจอะไรหรือ?” เย่หยุนซีเอ่ยถามขึ้นอีกครา

     

    “ก่อตั้งสถานศึกษา! แม่เป็นคนมอบภารกิจนี้ให้กับนางเอง” สวีหนิงแถลงไขให้ผู้เป็นบุตรชายได้ฟัง บัดนี้เมืองชายแดนกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีเอามากๆ และสิ่งที่ยังขาดอยู่ก็คือสถานที่สำหรับให้ความรู้พื้นฐานในด้านต่างๆ

     

    เด็กหนุ่มไร้ซึ่งคำคัดค้าน หากนำภารกิจของเขากับภารกิจก่อตั้งสถานศึกษามาเทียบกัน ภารกิจก่อตั้งสถานศึกษาดูมีประโยชน์มากกว่าเป็นไหนๆ

     

    “คิกคิก ความจริงคุณชายควรจะดีใจนะที่ข้าไม่ได้ไปด้วย เพราะท่านกับหยุนฉางเยว่จะได้จู๋จี๋สะดวกๆหน่อยขณะเดินทาง” หลิงจีหัวเราะพลางกล่าวอย่างขบขัน

     

    “เหอะๆ จู๋จี๋อะไรกัน 5 เดือนมานี้นางเอาแต่ทำงาน มีเวลามาพบเจอข้าเสียที่ไหน........แถมทุกครั้งที่ข้าเข้าไปทักทาย นางก็บอกว่าเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” เด็กหนุ่มกอดอกบ่นพึมพำ

     

    ทั้งมารดาอย่างสวีหนิงรวมไปถึงหลิงจีเมื่อได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา พวกนางไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มจะมีนิสัยขี้น้อยใจเช่นนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน  เพราะโดยปกตินั้นเย่หยุนซีมักจะแสดงความเป็นผู้ใหญ่อยู่ตลอดเวลา

     

    “เห้อ ลูกรักของข้า ดูเหมือนจะยังเป็นเด็กอยู่จริงๆ” พูดจบ สวีหนิงก็ยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะลุกขึ้นพาหลิงจีเดินออกจากบ้านไปท่ามกลางสายตางุนงงสงสัยของเด็กหนุ่ม

     

    “หึ! ลูกไม่ได้มีนิสัยงอแงเป็นเด็กเสียหน่อย” เย่หยุนซีกอดอกทำสีหน้าบึ้งตึง หลังจากตีความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของผู้เป็นมารดาจนกระจ่าง

    .

    .

    .เมื่อเวลาผันผ่านมาถึงช่วงเช้าของอีกวัน เด็กหนุ่มก็เดินออกมาจากบ้านตรงไปยังรถม้าของราชวงศ์ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการเดินทางกลับไปส่งข่าวที่จักรวรรดิ

     

    “เย่หยุนซี เจ้ามาสายนะ” ในขณะที่เดินมาถึง เสียงอันไพเราะก็ดังขึ้นจากด้านในรถม้า ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเสียงของหยุนฉางเยว่อย่างไม่ต้องสงสัย

     

    “ขออภัย พอดีข้าตื่นสาย” เย่หยุนซีตอบกลับสั้นๆได้ใจความ จากนั้นเดินขึ้นรถม้าในทันที ทำให้เขาได้เห็นยอดสตรีผมสีเงินอาภรณ์สีฟ้าที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งหน้าตาและรูปร่างของนาง งดงาม หยาดเยิ้ม และเย้ายวนไม่แพ้หลิงจีเลยสักนิด

     

    “เจ้าจะยืนมองข้าเช่นนี้ไปตลอดทางเลยหรือว่าที่สามีที่รัก” มองเห็นเด็กหนุ่มนิ่งชะงักค้างอยู่นาน หยุนฉางเยว่อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าเขาเสียเล็กน้อยพอเป็นพิธี

     

    เย่หยุนซีที่ได้สติก็รีบนั่งลง รถม้าของราชวงศ์จึงเริ่มออกเดินทาง ณ เวลานั้น

     

    “เย่หยุนซี ช่วงนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ยังฝึกกายาวัชระอย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า” หยุนฉางเยว่กล่าวถาม น้ำเสียงของนางแฝงไว้ด้วยความห่วงใย

     

    เย่หยุนซีพยักหน้าตอบกลับไป “ตัวข้าน่ะสบายดี ส่วนเรื่องทักษะกายาวัชระข้าเองก็ฝึกฝนเป็นประจำ......แถมในช่วง 5 เดือนมานี้ข้ายิ่งต้องขยันฝึกเป็นพิเศษเพราะกลัวว่าคู่หมั้นจะไม่สนใจใยดี”

     

    คำกล่าวช่วงท้ายนี้! ทำเอาหยุนฉางเยว่ถึงกับหลุดขำออกมา “คิกคิก ผิดต่อเจ้าแล้วๆ ต่อไปข้าจะแบ่งเวลาให้เหมาะสม ตงลงไหม”

     

    เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มพึงพอใจ “ได้ๆข้าเชื่อท่าน”

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน