เฝ้ารักจันทร์เสี้ยว

    บทที่ 54 ถอดหน้ากาก

    บทที่ 54 ถอดหน้ากาก

     

            ย้อนกลับไปในยามที่ทหารแห่งแคว้นลี่เข้ามายึดอำนาจในบ้านขุนนางสำคัญๆทหารบางส่วนก็มาที่อีกสถานที่สำคัญในวังหลวง อีกหนึ่งอำนาจสำคัญในวังหลังตำหนักของไทเฮาและผู้ที่นำขบวนของทหารก็คือฮองเฮา ไม้เบื่อไม้เมาของวังหลัง

             

            นายหญิงสั่งให้เปิดประตูตำหนักของแม่สามีขาเรียวของสตรีสูงศักดิ์ก้าวเข้าไปด้านในอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว

             

            ใบหน้าของฮองเฮาเชิดขึ้นเล็กน้อยมีรอยยิ้มมุมปากปรากฏด้วยความเย้ยหยันเจ้าของตำหนักแห่งนี้จงเกลียดจงชังนางนัก ตั้งแต่นางเป็นเพียงชายารอง จนขึ้นมาเป็นชายาเอกให้กำเนิดลูกชายก็ยังขัดขวางนางยิ่งยามนางขึ้นเป็นมารดาของแผ่นดินก็ยังตามราวีนางไม่จบสิ้นทำทุกอย่างให้นางมิได้อำนาจอย่างที่นางควรจะได้ ทั้งยังสนับสนุนเหล่าสตรีที่เป็นหนามตำแกของนางไม่ว่าจะเป็นสตรีแซ่จ้าวหรือคนแซ่ไป่ นางก็รังเกียจทั้งนั้น

             

            นางรอเวลานี้มานานแล้ววันที่จะได้กำจัดสตรีผู้นี้ แม้ก่อนหน้าจะเสียรุ่ยอ๋องไปแล้ว แต่ยามนี้จวิ้นอ๋องก็ทำมันได้สำเร็จนางจะดึงอำนาจออกมามือของคนแซ่อู่ แล้วจัดการกับพวกมันให้สาสม ไม่ใช่แค่แซ่อู่ทั้งแซ่เฉิน แซ่จาง น่าจะส่งคนพวกนั้นลงนรกให้หมด

             

            "มาพร้อมทหารเช่นนี้ เจ้าคิดจะทำอะไร"ไทเฮาในชุดเต็มยศที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วลืมตาขึ้นมาถามสตรีตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวแม้จะเห็นฮองเฮามาพร้อมกับทหารอีกหกเจ็ดคนก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นไหว

             

            "ทำอะไรงั้นหรือ ท่านนั่งบัลลังก์หงส์มานานเห็นความเป็นไปมาก็มาก ก็คงจะรู้แล้วมิใช่หรือ" ฮองเฮาพูดด้วยรอยยิ้มร้ายกาจขณะที่ไทเฮายังคงสงบนิ่ง "ท่านสงบนิ่งได้เช่นนี้ คงเตรียมใจมาแล้วสินะ"

             

            "หึ สตรีแซ่เสิ้น เจ้าคิดว่าข้าสงบเพียงเพราะข้าเตรียมใจมาแล้วงั้นหรือ" ไทเฮายกยิ้มเย้ยหยันคืน

             

            ปัง!

             

            เสียงประตูตำหนักเปิดออกและปิดดังขึ้นสตรีชุดหงส์ที่ยืนอยู่หันหลังไปตามเสียงหัวคิ้วของนางขมวดเข้าหากันด้วยอาการไม่เข้าใจในสถานการณ์นี้นางให้ทหารของบิดาเฝ้าอยู่ด้านนอกและสั่งมิให้ใครเข้ามาหากไม่ได้สั่งนางเพียงอยากข่มขู่ไทเฮาก่อนที่จะสังหารนางด้วยมือตัวเอง

             

            ไม่ควรจะมีใครมาเยือนตำหนักในยามนี้

             

            "ทำความเคารพไทเฮา ฮองเฮา"เสียงยียวนของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับคนอีกสองสามคนจากชุดแล้วมิใช่ทหารของกองทัพใดแต่เมื่อใบหน้าของชายหนุ่มกระทบกับแสงไฟก็ทำให้จำได้ทันที

             

            "ตามสบายเถอะ คุณชายสาม จ้าวฉางหยาง"ไทเฮาทักทายผู้ที่มาใหม่อย่างสบายใจ ในที่สุดฮองเฮาก็รู้สึกตัวแล้วว่า ค่ำคืนนี้คงจะไม่ได้เป็นอย่างที่ใจนางคาดหวัง

     

     

    ... ... ...

     

     

            ห้องโถงแห่งพระราชวังแคว้นฝู ขุนนางที่เกี่ยวข้องฝ่ายฮ่องเต้ผู้สนับสนุนรัชทายาทองค์ปัจจุบันถูกจับนั่งมือไพ่หลังเรียงรายทุกคนต่างยืนโดยมีทหารคุมตัวเองไว้ส่วนจ้าวหานนั้นถูกจับให้นั่งคุกเข่าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

             

            "การก่อกบฏครั้งนี้ เจ้าเริ่มมานานเท่าไหร่แล้วใครร่วมมือกับเจ้าบ้าง" โอรสสวรรค์ถามลูกชายของตนเองด้วยใบหน้าผิดหวังแต่นั่นก็มิได้ทำให้ชายหนุ่มสลดเลยสักนิด

             

            "สนใจด้วยหรือ แล้วท่านว่าเป็นใครเล่าตระกูลเสิ้นเพียงผู้เดียวหรือ ท่านพ่อดูเบาขุนนางของท่านมากไปแล้ว"จวิ้นอ๋องเอ่ยตอบ พลางมองใบหน้าของบิดาสลับกับพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ"ท่านว่าเช่นนั้นไหม พี่ใหญ่"

             

            "แสดงว่าทั้งตระกูลเสิ้นและขุนนางฝั่งฮองเฮา ร่วมมือกันหมดเลยอย่างนั้นหรือ" องค์รัชทายาทเอ่ยถามต่อแต่กลับมีเพียงเสียงหัวเราะขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นลี่ตอบกลับมาก่อน

             

            "ก็ทุกคนที่เกลียดคนแซ่อู่อย่างไรเล่าพี่ใหญ่!" องค์รัชทายาทแห่งแคว้นลี่เอ่ยตอบกลับไปแทนพร้อมหัวเราะ"จะแซ่เสิ้นหรือพวกขุนนางเล็กๆรวมไปถึงพวกหัวเมืองที่เอื้อประโยชน์ให้พวกข้าก็ร่วมด้วยทั้งนั้น"

             

            ในตอนนั้นเององค์ชายสามแห่งแคว้นลี่ก็เดินเข้ามาภายในห้องโถงเงียบๆ ไร้ซึ่งเสียงเพียงเดินมายืนรวมกลุ่มก่อนจะมองหน้าแม่ทัพหวงและจ้าวหานสลับกันด้วยรอยยิ้มมุมปากตามนิสัย

             

            "หึ แบบนี้เอง"จ้าวหานที่เงียบอยู่นานเอ่ยหลังหัวเราะในลำคอ กล่าวจบร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนอย่างไม่เกรงกลัวโดยที่แม่ทัพใต้หน้ากากที่ควรจะทำอะไรสักอย่างกลับยืนนิ่ง

             

            "ข้าว่า เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ อีกอย่าง คงถึงเวลานัดหมายของพวกเราแล้ว"

             

            "นัดหมายหรือ"จวิ้นอ๋องกล่าวทวนคำพูดของจ้าวหาน สิ้นคำพูด เสียงร้องจากเบื้องนอกก็ดังขึ้นทั้งเสียงโวยวาย และอาวุธกระทบกันพร้อมกับร่างสูงในชุดเกราะครบมือเดินนำขบวนทหารเข้ามาภายในห้องโถง

             

            ชายหนุ่มที่เดินทางไปเมืองเว่ยเมื่อเดือนก่อนปรากฏตัวด้วยชุดออกรบเต็มยศมือหนาถือดาบยาวทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด ทำให้ทหารของคนแซ่เวิ้นถึงกับผวาใบหน้าเรียบจ้องเหล่าผู้คนอย่างแข็งกร้าวไร้แววซึ่งความเมตตา บุรุษผู้ถือครองตราพยัคฆ์และตำแหน่งแม่ทัพหลวงแห่งแคว้นฝูชินอ๋อง น้องชายเพียงคนเดียวของโอรสสวรรค์ที่ยังมีชีวิตอยู่

             

            "นี่มัน เรื่องบ้าอะไรชินอ๋องควรจะอยู่ที่เมืองเว่ยมิใช่หรือต่อให้รีบแค่ไหนก็ควรจะใช้เวลาเดินทางกว่าสามวัน"องค์รัชทายาทแห่งแคว้นลี่เอ่ยอย่างมิเข้าใจนัก การที่แผนในครั้งนี้เริ่มขึ้นได้เพราะชินอ๋องมิได้อยู่ในเมืองหลวงและเขามั่นใจว่าให้ทหารมือดีปิดล้อมเมืองเว่ยเอาไว้ หากมีการเคลื่อนไหวม้าเร็วจะส่งข่าวทันที แต่ทำไมถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่

             

            "หวงจือเหว่ย จงไปจัดการมัน"นิ้วที่ชี้พร้อมน้ำเสียงแข็งกร้าวที่สั่งแสดงเจตนาชัดเจนหากแต่ผู้ที่ถูกสั่งกลับยืนนิ่งจ้องหน้าบุรุษผู้นั้นด้วยสายตาเรียบเฉย

             

            "ทำอะไรอยู่เล่า รีบไปจัดการมันเสีย!"

             

            "พวกเจ้าทำการใหญ่ไม่กลัวตายกันแล้วหรือไง!" เสียงของบุรุษอีกคนดังขึ้นจากด้านหลังของชินอ๋องเสียงของบุรุษรุ่นราวคราวเดียวกับโอรสสวรรค์ ร่างสูงตัวใหญ่ก้าวออกมาอย่างมั่นคงด้วยชุดฉลองพระองค์เต็มยศแสดงถึงเจ้าของอำนาจมากมายล้นฟ้าใบหน้าดูโหดเหี้ยมหากแต่สงบนิ่ง จ้องภาพตรงหน้าด้วยสายตาผิดหวัง

             

            "นี่ท่าน... "โอรสสวรรค์แห่งแคว้นฝูอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอกับคนผู้นี้อีกครั้ง

             

            "ท่านพ่อ!" เป็นองค์หญิงห้าแห่งแคว้นลี่ที่นั่งอยู่ลุกขึ้นพรวดและเรียกบุรุษผู้มาใหม่ด้วยสายตาแตกตื่นตกใจ

             

            "พวกลูกทรพี!ข้าให้พวกเจ้ามาสานสัมพันธ์อันดีกับแคว้นฝู เหตุใด.. เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้!!"กษัตริย์แห่งแคว้นลี่เอ่ยถามลูกชายและลูกสาวของตัวเองด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

             

            "ทำไมน่ะหรือ เพราะข้าเกลียดอย่างไรเล่าเกลียดท่านที่ปล่อยให้ขุนนางหาประโยชน์จากท่านปล่อยให้ราชวงค์ถูกย่ำยีครั้งแล้วครั้งเล่า เกลียดแคว้นฝูที่มีทุกอย่างทั้งพื้นที่ทรัพยากร เกลียดพวกท่านที่เอาแต่พูดถึงอุดมการณ์สงบสุข"องค์รัชทายาทแห่งแคว้นลี่เอ่ยด้วยสีหน้าน่ารังเกียจด้วยน้ำเสียงที่หยาบคายพร้อมทั้งรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "คนแก่ๆอย่างพวกท่านเอาแต่พูดถึงความสงบสุข ไร้ซึ่งความก้าวหน้า เอาแต่ย่ำอยู่กับที่ไม่คิดจะพัฒนาสิ่งใด"

             

            ถ้อยคำเหล่านั้นถูกกล่าวออกมาจากใจโดยไม่ได้คิดมันคือความรู้สึกจริงๆ ขอวชายหนุ่มที่มีแต่คนรุ่นพ่อ

             

            "แล้วเจ้าจะแก้ไขด้วยการเข่นฆ่างั้นหรือ?" คนเป็นพ่อเอ่ยถาม"แค่เริ่มต้นเจ้าก็สร้างความร้าวฉานให้แก่ผู้คนแล้วเจ้าคิดว่าหลังจากนี้ ชาวบ้านข้างนอกจะเชื่อฟังพวกเจ้าหรือ"

             

            "คนที่อ่อนแอ ก็สมควรจะตายเพื่อเป็นสะพานให้คนที่แข็งแกร่งก็ถูกแล้วมิใช่หรือ"องค์รัชทายาทแห่งแคว้นลี่พูดสวน "ข้ากับจวิ้นอ๋องเห็นพ้องต้องกันคนที่แพ้คือคนที่อ่อนแอ และตอนนี้ข้าก็ไม่ได้แพ้ ไหนๆ ท่านพ่อมาก็ดีแล้วข้าจะได้จัดการไปในทีเดียว หวงจือเหว่ย!"

             

            สวบ!

             

            เสียงของดาบยาวแทงลงบนร่างกายมนุษย์ดังขึ้นทันทีที่มีคำสั่งหวงจือเหว่ยที่ถือดาบใช้ปลายดาบเสียบเข้าไปยังร่างของศัตรูทันทีอย่างไร้ความลังเล

             

            "กรี๊ด!"

             

            "นี่เจ้า! อึก!" รัชทายาทแห่งแคว้นลี่เสียงขาดพร้อมกับทรุดลงกับพื้นด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วดวงตาของเขายังไม่ได้ปิด และจ้องมายังบุรุษใต้หน้ากากด้วยความแค้นหากแต่คงมิมีโอกาสได้เอาคืน เพราะเขาหมดลมทันทีที่ร่างล้มลงกับพื้น

             

            ภาพของแม่ทัพแห่งแคว้นลี่ใช้ดาบที่องค์รัชทายาทมอบให้แทงเข้าที่กลางลำตัวเจ้านายอย่างใจเย็นตราตรึงสายตาของทุกคนโดยเฉพาะเหล่าทหารและขุนนางของแคว้นลี่ที่อยู่ในโถงรวมถึงองค์หญิงห้าที่กรีดร้องอย่างเสียสติเมื่อพี่ชายของนางถูกบุรุษผู้นั้นฆ่าอย่างเลือดเย็น

             

            เมื่อทุกคนตั้งสติได้ จวิ้นอ๋องก็คิดที่จะหนีแต่กลับถูกจ้าวหานและองค์ชายสามแห่งแคว้นลี่จับเอาไว้ได้ทันพร้อมกับฮองเฮาที่ถูกจ้าวฉางหยางพาตัวเข้ามาในห้องโถงแห่งพระราชวัง

            เมื่อคนใหม่เข้ามาก็ต้องตกใจเมื่อภาพทุกอย่างกลับตาลปัตรลูกชายของนางถูกกดให้นั่งลง องค์รัชทายาทแห่งแคว้นลี่นอนจมกองเลือดและยังชินอ๋องกับกษัตริย์แห่งแคว้นลี่อีก

             

            "นะ นี่มันอะไรกัน นี่มันอะไรกัน!"เสียงของสตรีสูงศักดิ์คร่ำครวญพร้อมทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกรีดร้อง "ไม่จริงไม่จริง!"

             

            "ทรราชที่ยุยงให้ทั้งสองแคว้นที่มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนานต้องแตกแยกมิอาจให้อภัยใช่หรือไม่"บุรุษใต้หน้ากากพูดออกมาอย่างเย็นยะเยือกแผ่ความน่าเกรงขามออกมายิ่งกว่าครั้งไหนๆ

             

            "ถูกต้องแล้วล่ะ ท่านแม่ทัพท่านทำหน้าที่ของตนเองได้ดีมากแล้ว" โอรสสวรรค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

             

            ผลัก!

             

            "เจ้า! เป็นคนของพี่ชายข้าแท้ๆ เหตุใด...เหตุใดจึงทำเช่นนี้!" องค์หญิงห้าที่ทั้งเสียใจและเสียขวัญร่างเล็กพุ่งเข้ามากระชากเสื้อของแม่ทัพแผ่นดินลี่ทันทีที่ตั้งสติได้ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความผิดหวังเสียใจ และความเคียดแค้น!ไม่ต่างจากฮองเฮาที่ประติดประต่อเรื่องได้ก็ตะโกนด่าทอหวงจือเหว่ยไม่ขาดปากไม่รักษาแล้วซึ่งภาพลักษณ์ของชนชั้นสูงที่สั่งสมมานาน

             

            "ทุกคน ยกเว้นองค์รัชทายาท ชินอ๋องขุนนางตระกูลเสิ้น ตระกูลเฉินกับตระกูลจ้าว ออกไปให้หมดและจัดการทหารกบฏให้สิ้นซากก่อนรุ่งสาง" ฝ่าบาทจำเป็นต้องสั่งออกไปเช่นนั้นเพื่อป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้รั่วไหลอันจะกระทบกับชีวิตและอนาคตของใครหลายๆ คน ทหารของแผ่นดินทั้งหลายรับคำเป็นเสียงเดียวต่างก็ลุกขึ้นแย่งอาวุธจากขุนนางและทหารฝั่งตรงข้ามทั้งฉุกกระชาก ทำทุกทางให้คนเหล่านี้ออกไปจากโถง

             

            ยามนี้ในโถงเหลือเพียงสองสามีภรรยาตระกูลเฉินชินอ๋องยืนเคียงข้างกษัตริย์แห่งแคว้นลี่โดยมีขุนนางแซ่เสิ้นนั่งกองอยู่แทบเท้า จ้าวฉางหยางที่คุมตัวฮองเฮาองค์ชายสามแห่งแคว้นลี่และจ้าวหานที่คุมตัวจวิ้นอ๋อง และองค์ชายสามที่เอาแต่ร่างไห้โวยวายเท่านั้น

             

            "ทั้งที่พี่ชายของข้าช่วยให้เจ้าพ้นผิดจากโทษกบฏ หากการครั้งนี้สำเร็จ เจ้าจะได้ทุกอย่าง ทำไม...ทำไม!" องค์หญิงห้ายังคงโวยวายกับหวงจือเหวยไม่หยุดจนร่างสูงจำเป็นต้องก้มลงมองนางอย่างเย็นชา

             

            "ข้าจะตอบแทนให้"องค์ชายสามที่ดูอยู่เงียบๆมานานเดินเข้าไปดึงน้องสาวออกจากตัวหวงจือเหว่ยด้วยสายตาที่อธิบายได้ยากในนั้นไม่มีความเมตตาอยู่เลยสักนิด "เพราะหวงจือเหว่ยตายไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อปีก่อนแล้วยังไงล่ะ!"

             

            คำพูดของคนเป็นพี่ไม่ได้ทำให้น้องสาวเข้าใจสักนิดกลับยิ่งทำให้ความรู้สึกไม่เข้าท่าปรากฏขึ้นมาในหัว

             

            "หมายความว่ายังไงกัน!"ฮองเฮาและเสิ้นเจ้าเจียเองก็ได้ยินเอ่ยขึ้นเสียงดังแทบจะพร้อมกันคิ้วของสองพ่อลูกขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

             

            ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสีแดงไม่ได้ตอบสิ่งใดทั้งนั้นเขาเลือกที่จะหันหน้าไปทางโอรสสวรรค์แห่งแคว้นฝูก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าทำความเคารพเต็มพิธีของแคว้นฝูจากกิริยาท่าทางก็พอจะมองออกว่าบุรุษผู้นี้ได้รับการสั่งสอนมาดีและคุ้นเคยกับวัฒนธรรมนี้เป็นอย่างมากหากแต่ความสงสัยของคนแคว้นฝูก็ปรากฏ เมื่อมือหนาค่อยๆดึงปลดหน้ากากสีดำสนิทออกจากใบหน้า

             

            "คารวะท่านลุง ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าเฉินจือหาน ทำความเคารพพวกท่าน" สิ้นเสียงของบุรุษตรงหน้าเข่าของเจ้าหญิงสามก็ทรุดงอแทบจะทันที ไม่ต่างจากฮองเฮาและเสิ้นเจ้าเจียที่เข้าใจเรื่องทุกอย่างได้อย่างทันท่วงที

             

            "เจ้าสินะที่เป็นคนช่วยให้เฉินจือหานเข้าไปในแคว้นลี่ เป็นเจ้าที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำครั้งนี้ตั้งแต่เริ่ม"จวิ้นอ๋องมององค์ชายสามอย่างกินเลือดกินเนื้อขณะที่คนถูกมองกลับยังแสดงท่าทีนิ่งเฉย

             

            "จะอะไรก็ช่าง มันจบแล้วจวิ้นอ๋อง"

             

            "แล้วไง พวกข้าจบแลกกับชีวิตของเฉินจือหานด้วยมิใช่หรือเป็นทหารสองแคว้นทั้งยังรั้งตำแหน่งใหญ่ทั้งสองแคว้น ทั้งความลับทางการทหารทั้งอำนาจทางการเมือง เฉินจือหาน เจ้ารู้มากไป คิดว่าจะได้ตายดีหรือ"จวิ้นอ๋องพูดออกมาก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างน่าขัน "นอกเสียจากเจ้าจะขึ้นบัลลังก์เสียเอง"

             

            สิ่งที่จวิ้นอ๋องพูดมานั้นไม่มีข้อใดผิดการที่เฉินจือหานใช้แผนเอาตัวเองเข้าไปในถิ่นของอีกฝ่ายทั้งยังเป็นแม่ทัพของทั้งสองแคว้น ความลับต่างๆทั้งความแตกแยกภายในต่างก็รู้อย่างดี และยังมีกำลังทหารมากมายด้วยการถือครองป้ายพยัคฆ์แห่งแคว้นลี่ที่แม้แต่กษัตริย์ก็ยังไม่อาจจะก้าวล่วงด้วยความสามารถและสิ่งที่เขารู้ทำให้เขากลายเป็นตัวอันตรายที่สุดสำหรับทั้งสองราชสำนัก

             

            อีกทั้งโทษของเขาในฐานะแม่ทัพเฉินจือหานก็ยังไม่หมดเท่านั้นแม้จะเป็นการทำตามเป้าหมายของโอรสสวรรค์แต่เขาก็เลือกที่จะทิ้งกองทัพไปเข้าร่วมกับแคว้นอื่นโดยพลการ

             

            "ดูจากสีหน้าของท่านอาหญิง การที่เฉินจือหานทำคงเป็นการตัดสินใจโดยพลการอีกข้อหาทหารหนีทัพของเจ้าก็ทำให้เจ้าหัวหลุดออกจากบ่าได้แล้วคิดจะเล่นบทวีรบุรุษแต่กลับพาตัวเองมาลำบาก ช่างน่า... หึ"

             

            แผนที่เฉินจือหานจะเข้าไปที่แคว้นลี่นั้นเป็นการตัดสินใจของคนสามคนคือเฉินจือหานจ้าวหาน และองค์ชายสามคนที่รู้นอกจากนี้ก็มีเพียงคนขององค์ชายสามและคนของเฉินจือหานไม่กี่คน ส่วนคนอื่นๆจนเมื่อถึงวันที่เขากลับมายังแคว้นฝู เป็นจ้าวหานที่ค่อยๆบอกคนที่เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คนรวมถึงวางแผนกับชินอ๋องเรื่องการเดินทางไปที่เมืองเว่ยเพื่อจะเปิดโอกาสในคืนนี้และทำการซ้อนแผนในที่สุด

             

            ล้วนเป็นการกระทำโดยพลการแม้จะทำให้คนชั่วโผล่หัวออกมาได้แต่เฉินจือหานก็ไม่อาจถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษได้เช่นกันเพราะเรื่องที่เขาทำผิดต่อแคว้นทั้งสองนั้นก็คือเรื่องจริงเช่นกัน

             

            "ต่อให้ข้าต้องตายหากสามารถช่วยผู้คนได้มากมาย ชีวิตข้าคนเดียวก็คงจะคุ้มค่า"เฉินจือหานก็ยังคงเป็นเฉินจือหานวันยันค่ำ เป็นคนที่สนใจผลลัพธ์มากกว่าวิธีการต่อให้ต้องส่งคนไปตาย หรือจะต้องลงมือเองก็จะทำให้สำเร็จนั่นทำให้จวิ้นอ๋องรู้สึกไม่สบอารมณ์

             

            "แต่ก็เป็นอย่างนั้นเจ้าล่วงรู้ความลับของราชสำนักทั้งสองแคว้น คงไม่คิดว่าตนจะพ้นโทษตายหรอกนะ"โอรสสวรรค์เอ่ยอย่างเจ็บปวดหัวใจไม่ต่างจากกษัตริย์อีกแคว้นที่มองแผ่นหลังของบุรุษผู้กล้าหาญทำทุกอย่างเพื่อจบเรื่องนี้แม้ชีวิตตัวเองก็ไม่สน ล้วนเป็นคนที่มีความสามารถสูงและรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้มิฝักใฝ่อำนาจไม่เช่นนั้นตัวเขาก็คงจะไม่ได้มาที่นี่ตามคำเชิญเพื่อมาจบปัญหาอันยืดเยื้อนี้ให้สิ้น

             

            "ข้าโน้มรับโทษทุกอย่างจากพวกท่านทั้งสองในฐานะกบฏของทั้งสองแคว้น ข้า... ขอรับโทษการหลอกลวงนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว"ร่างสูงในชุดสีแดงก้มหัวลงด้วยท่าทางที่สงบยิ่งกว่าครั้งไหนๆนั่นยิ่งทำให้คนในที่แห่งนั้นมองเขาด้วยความเจ็บปวดโดยเฉพาะคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

             

            "งั้นข้าขอลงโทษเจ้า อดีตแม่ทัพเฉิน!"

     

     

    #####

    คล้ายกับเรื่องเฝ้ารักจันทร์เสี้ยว ที่คุณอ่าน