King - of - Element

    ตอนที่ 52


      Battle Mode……ONทักษะของผมถูกเรียกใช้พลันปรากฏเปลวเพลิงลุกโชนไปรอบตัว จากนั้นมันค่อยๆรวมตัวกันเป็นเกราะโปร่งแสงสีแดงอ่อน แล้วก็เริ่มกลายเป็นเกราะส่วนต่างๆจนครบทั่วร่างพร้อมกับผ้าคลุมที่เป็นเปลวเพลิงปลิวว่อนอยู่ด้านหลัง ทั่วทั้งตัวมีเพลิงสีแดงสลับกับดำอ่อนๆจากทักษะโทสะลุกท่วมตลอดเวลา คันธนูพลันขยายใหญ่จากเดิมขึ้นเล็กน้อย ผมหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีระยะประชิดจนกัปตันทรูกัสถึงกับตั้งตัวไม่ทัน ตู้มมม...อัก!!กัปตันทรูกัสโดนผมยกคันธนูขึ้นยิงในระยะประชิดจนตัวเขากระเด็นไปติดผนังจนแตกร้าวพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมันมากกว่าก่อนหน้านี้เป็นไม่รู้กี่เท่าตัวจนร่างกายแทบจะขยับตัวไม่ได้ และติดสถานะเหน็บชาทันที “นี่แก....เป็นใครกันแน่! ออร่านั่น มันคล้ายกับของคนๆนั้นไม่มีผิด!” กัปตันทรูกัสตะโกนถามออกมาหลังจากที่เห็นออร่าสีดำของผม “หืมม......ทำไมไม่ถามยมทูตด้านหลังคุณดูล่ะ มันน่าจะรู้จักนะ หรือจะให้ผมพูดเองดี ว่ามันคือ.......” ผมพูดเว้นวรรคเอาไว้ก่อนจะหายไปจากจุดที่ยืนอยู่แล้วไปโผล่ตรงหน้าของบอสด้วยความเร็วที่มันต้องตกใจพร้อมกับกดเสียงลงต่ำพูดต่อ “ซาตานไงล่ะ!!!”  ศรเพลิงนิลกาลผลาญโลกีย์ – เสริมคุณสมบัติแห่งไฟเพลิงสีดำเข้มถูกจุดขึ้นตรงหัวศรคันธนูระดับ L ก่อนจะถูกยิงใส่อกของกัปตันทรูกัสด้วยความเบามือ เพลิงสีดำที่ไม่มีวันดับสิ้นจนกว่าเป้าหมายจะดับสูญกลายเป็นเถ้าถ่าน มันค่อยๆลุกลามไปทั่วทั้งร่างของบอสจนแผดเผาร่างของมันพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนจากความเจ็บปวด เสื้อผ้าถูกเผาจนไม่เหลือเศษซาก เนื้อหนังไหม้เกรียมติดกระดูก แต่กระนั้นกัปตันทรูกัสก็ยังไม่ล้มลงแต่อย่างใด “หึ หึๆ ...ฮ่าๆๆๆๆ ซานตางั้นเรอะ คนอย่างแกมันไม่สมควรมีของแบบนั้นหรอก! อ๊ากก!!!” กัปตันทรูกัสตะโกนหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ในตอนนี้ร่างของมันเหลือแค่โครงกระดูกง่อยๆที่คำจุดโครงร่างของตัวเองไว้เท่านั้น แต่ถึงจะอยู่ในสภาพนั้น กัปตันทรูกัสก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้อ่อนแอลงไปเลยแม้แต่น้อย กัปตันทรูกัสราวกับเกิดใหม่เป็นคนละคนกันในร่างโครงกระดูกนั้น มันพุ่งระดมการโจมตีใส่ผมด้วยความรวดเร็ว แต่ถึงจะพยายามมากเท่าใดมันก็ยังอ่อนหัดอยู่ดี บอสตรงหน้าช้ากว่าผมอยู่ก้าวหนึ่งอยู่ตลอด ผมใช้คันธนูระดับ L ปัดการโจมตีพวกนั้นออกได้อย่างไม่อยากเย็นนักพร้อมกับหมุนตัวเตะมันออกไปจากตัว กับตันทรูกัสยังไม่ยอมแพ้แค่นั้น มันพยายามพุ่งเข้าโจมตีผมอย่างไม่ย่อท้อ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันก็ไม่ต่างจากก่อนหน้านี้เท่าไหร่นัก นั่นคือถูกผมผลักออกไปด้วยการโจมตีที่รุนแรงมากกว่าเดิม “คุณน่ะ ได้ตายไปแล้ว......กัปตันทรูกัส” ผมพูดเสียบเรียบพร้อมกับยกคันธนูระดับ L ขึ้นเล็งไปยังบอส ผมต้องการจบการต่อสู้ที่ยืดยื้อนี้เสียหลังจากที่ใช้เวลามาเกินไปแล้ว และการโจมตีนี้ก็จะเป็นการโจมตีสุดท้ายเพื่อปิดฉากมัน  ทักษะฉายาพิเศษ - เพลิงจุติแห่งความโกลาหลของซาตาน – เสริมคุณสมบัติแห่งไฟเปลวเพลิงนรกผุดขึ้นจากใต้ดินพลันหมุนวนเป็นเกลียวพายุรอบตัวผมขึ้นไปข้างบน เปลวเพลิงค่อยๆก่อตัวเป็นรูปร่างบางสิ่งด้านหลังผม มันเป็นตัวสีแดงเพลิงกล้ามเนื้อเป็นมัด หน้าตาเข้มดุดันน่ากลัว สองเขาขึ้นที่หัวบวกกับปีกค้างคาวกับหางของมันด้านหลัง ซึ่งสิ่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามว่า ซาตาน ตอนนี้ในมือของซานตานถือธนูเพลิงเอาไว้พร้อมยกเล็งไปที่เป้าหมายเบื้องหน้า “หุบปาก!! ไม่มีใครหน้าไหนจะมาชี้เป็นชี้ตายข้าได้ทั้งนั้น! ตายไปซะ!” กัปตันทรูกัสเห็นผมทำแบบนั้นก็คิดจะปิดบัญชีด้วยการโจมตีครั้งสุดท้ายเช่นกัน มันยกดาบเรเปียร์ชี้มาที่ผมพร้อมกับออร่าสีดำที่ปะทุขึ้นแรงขึ้นกว่าเดิม ไม่นานข้างหลังของมันก็ปรากฏเรือโจรสลัดลำใหญ่สีดำที่ดูทรุดโทรมเหลือเกิน บนลำเรือเต็มไปด้วยโจรสลัดโครงกระดูกมากมายถืออาวุธครบมือ ออร่าผีสิงที่มอบความหลอนความน่ากลัวแผ่ออกมาเข้มข้น กัปตันทรูกัสพลันกระโดดขึ้นเรือลำนั้นไป และสั่งคำสั่งให้เรือที่เต็มไปด้วยออร่าสีดำแห่งความตายพุ่งชนใส่ผมทันที สองทักษะพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศส่งผลให้เกิดแรงระเบิดมหาศาลจนตัวปราสาทนั้นไม่สามารถทานไหวถล่มลงมาไม่เหลือซาก เรือโจรสลัดผีกำลังต้านศรเพลิงนรกที่ปล่อยจากซานตานเอาไว้ ยื้อกันไปมาได้ซักพักเรือโจรสลัดผีก็อ่อนกำลังลงจนท้ายที่สุดก็ถูกเพลิงนรกที่มีพลังเหนือกว่าครอบไปทั้งลำ ตู้มม.....!!เรือโจรสลัดผีถูกไฟนรกไหม้ไปทั้งลำจนระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กัปตันทรูกัสในร่างโครงกระดูกร่วงหล่นลงมาสู้พื้นดัง ตุบ.. เขาพยายามฝืนตัวเองให้เงยหน้ามามองที่ผมก่อนที่ร่างของเขาจะสลายกลายเป็นแสงหายไปพร้อมกับเสียงระบบที่ดังก้องในหัวของผม   ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นภาคินด้วยค่ะที่สามารถเคลียร์ดันเจียนระดับ L ได้สำเร็จผู้เล่นจะได้รับรางวัลพิเศษสำหรับการโซโล่ดันเจียน มีดังนี้ค่ะ ฉายา Undead God (สวมทับกับฉายาอื่นได้)-เพิ่มอัตราการผูกมิตรกับเผ่าอันเดท 50 %-ได้รับความเสียหายจากธาตุมืดน้อยลง 50 % แหวน จิตผูกมัดของทรูกัส (L)-ดูดซับความเสียหายได้มากขึ้น 50 %-เพิ่มค่าสถานะพื้นฐานถาวร All + 50 %-สามารถอัญเชิญ โจรสลัดในตำนานทรูกัสออกมาช่วยต่อสู้ได้ด้วยขีดความสามารถ 100 % กล่องชุดเซต โจรสลัดในตำนานทรูกัส (SSS)-ชุดโจรสลัดประกอบไปด้วย หมวก ลำตัว แขน ขา ผ้าคลุม รองเท้า (SSS)-ดาบเรเปียร์ของทรูกัส (SSS) กล่องสมบัติของโจรสลัดในตำนานทรูกัส-แร่อัพเกรด (L) 2 ชิ้น-แร่อัพเกรด (SSS) 10 ชิ้น-แร่อัพเกรด (SS) 20 ชิ้น- แร่อัพเกรด (S) 50 ชิ้น-เงิน 500,000,000 เหรียญ-ค่าชื่อเสียง 10,000,000 แต้ม บัตรยืนยันว่าด้วยเรื่องการได้รับสิทธิในการครอบครองเกาะต้องห้ามลึกลับ-สามารถทำธุรกรรมทางธุรกิจ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในเกาะ หรือสร้างสิ่งก่อสร้างได้ตามใจชอบ-สามารถสร้าง หรือควบคุม NPC ได้อย่างอิสระ-สามารถเข้าออกเกาะได้อย่างอิสระโดยการวาปผ่านบัตรยืนยันตัวตน “โห ของแต่ละอย่างสุดยอดทั้งนั้นเลยนะเนี่ย....” ผมถึงกับตาลุกวาวทันที่ที่เห็นรายชื่อของรางวัลที่ได้รับ ไปที่อย่างแรกก่อนเลย ฉายา Undead God คงได้มาเพราะไล่ฆ่าพวกอันเดทมากไปจนมันยอมแพ้ขอเป็นมิตรเสียจนได้ ไม่มีอะไรต้องคิดมากผมเลยเรียกใช้ฉายานี้ไปอีกอันหนึ่งเพื่อเสริมพลังให้กับตัวเอง ชิ้นต่อไปคือไอเทมระดับ L ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะว่ามันสามารถอัญเชิญบอสสุดโหดที่ผมพึ่งสู้ไปเมื่อครู่ออกมาได้แบบสภาพเต็ม 100 % นั่นคือสิ่งที่โกงอย่างมาก ด้วยกำลังรบของบอสระดับนี้ทำให้ผมแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำหากมีภัยเข้ามา ว่าแล้วผมสวมแหวนระดับ L แทนแหวนอันเดิม แล้วก็อัญเชิญมันออกมาทันที เกิดกลุ่มควันสีดำลอยขึ้นมาจากพื้นดินหมุนวนไปมาเป็นวงกลมก่อนจะปรากฏกลายเป็นโจรสลัดในตำนานทรูกัสขึ้นมา รูปร่างของเขาเหมือนตอนที่สู้กับผมทุกประการ รวมถึงออร่าความแข็งแกร่งนั้นก็ด้วย เขานั่งในท่าชันเข่าราวกับกำลังทำความเคารพผมอยู่ และเสียงทุ้มดูทรงอำนาจก็ดังขึ้นมาจากปากเขา “นายท่าน....” “นายท่านงั้นหรอ!? ฉันเป็นคนที่ฆ่านาย คนรักของนาย รวมถึงเหล่าลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของนายไป ถึงอย่างนั้นนายก็ยังจะยอมรับฉัน เชื่อฟังฉัน ติดตามฉันอยู่หรอ?” ผมถามเพื่อความแน่ใจเท่านั้น “ครับนายท่านตัวข้านั้นถูกจองจำในสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ตอนเป็นมนุษย์ไปจนตาย ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่เห็นโลกภายนอก ท่านคือผู้ที่ปลดปล่อยข้าให้เป็นอิสระแม้จะต้องตกอยู่ภายใต้คำสั่งก็ตาม ข้านั้นก็ยินดีที่จะติดตามนายท่านไปชั่วนิรันดร์” “เป็นแบบนั้นก็ดี.....เอาล่ะ ลุกขึ้นยืนสิ”ผมได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสัตย์จริงไม่ได้โกหกแต่อย่างใด อาจเป็นเพราะการทำงานของแหวนนี้ทำให้ค่าความภัคดีของเขาต่อผมนั้นมีเต็ม 100 เมื่อไม่มีอะไรแล้วผมรู้สึกเกร็งๆที่เขานั่งคุกเข่าให้ เลยเรียกให้เขาลุกขึ้นยืนมาอยู่ข้างๆผมพลางเดินไปเดินมาเรื่อยๆ ผมกลับมาเลื่อนดูชุดเซตโจรสลัดระดับ SSS ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่จำเป็นต้องใช้มัน คาดว่าคงจะเอาไปขายปั่นราคาในตลาดคงรวยเละแน่ๆ รวมถึงแร่อัพเกรดในกล่องสมบัติก็เช่นกัน แต่ก็อาจจะเก็บไว้อัพเกรดเองบ้างตามโอกาส และที่ทำให้ผมว๊าวที่สุดนั่นก็คือการได้ครอบครองเกาะแห่งนี้นั่นเอง ผมลองเข้าไปที่หน้าต่างระบบของเกาะนี้ดูก็พบว่ามันมีฟังชันก์มากมายให้เลือกใช้ ทั้งการสร้างสิ่งปลูกสร้าง กำแพง เรือ ชาวบ้าน ทหาร ผู้คน ทุกอย่างคล้ายเกมสร้างเมืองไม่มีผิด แต่มันก็ไม่ได้ให้สร้างฟรีหรอกนะ ทุกอย่างล้วนมีราคาของมันที่ต้องจ่าย ซึ่งสามารถจ่ายได้สองทางนั้นคือใช้เหรียญจ่าย หรือใช้ค่าชื่อเสียงจ่าย ทั้งหมดนี้ก็เท่ากับว่าผมสามารถสร้างกองทัพ และอาณาจักรของตัวเองได้สบายๆเลย และมีสิ่งหนึ่งที่ผมได้รู้ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้าง หรือเหล่า NPC ที่ทำการสร้างขึ้นในเกาะแห่งนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับเผ่าอันเดททั้งหมด สิ่งแรกที่ผมต้องทำหลังจากที่ได้เกาะนี้มาก็คือสร้างจุดเซฟ และจุดวาปของตัวเองขึ้นมา ผมเลื่อนไปที่โหมดก่อสร้าง และเห็นรูปแบบปราสาทก่อนหน้านี้ โดยมีราคาอยู่ที่ 500,000,000 เหรียญ หรือเลือกใช้ค่าชื่อเสียง 5,000,000 แต้ม ผมเห็นดังนั้นจึงเลือกใช้ค่าชื่อเสียงเอา เพราะผมมีค่าชื่อเสียงสะสมอยู่เกือบร้อยล้านแต้มเลยล่ะ ที่ผมจัดการสร้างปราสาทแห่งเดิมนี้ขึ้นมา เพราะผมชอบการตกแต่งของมัน อีกทั้งมันยังเหมาะกับพื้นที่แห่งนี้ด้วย โดยไม่ลืมที่จะเซตบัลลังก์ทองคำตรงท้ายห้องโถงเป็นจุดเซฟ และจุดวาป แต่มันยังไม่สร้างให้ผมทันทีนะ เพราะผมต้องทำการจ้างวิศวกร คนงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างมาจำนวนหนึ่ง แต่ละคนแต่ละหน้าที่นั้นมีราคาต่างกันแล้วแต่ละขีดความสามารถ ยิ่งเก่ง ยิ่งแพง งานยิ่งเดินไว และทั้งหมดล้วนเป็นเผ่าอันเดท ซึ่งผมเสียแต้มค่าชื่อเสียงให้คนพวกนี้ไม่น้อยเลย ผมได้วางแปลนสร้างเมืองทิ้งเอาไว้คร่าวๆแล้ว ทั้งสร้างปราสาท บ้านพักคนงาน บ้านพักชาวบ้าน ค่ายทหารเพื่อเอาไว้ผลิตอันเดทสายต่อสู้ออกมา และทำการแต่งตั้งให้ทรูกัสเป็นคนคุมงาน รวมถึงปกป้องเกาะแห่งนี้ด้วย เพราะผมสามารถเรียกเขาได้ตลอดเวลาอยู่แล้วผ่านแหวนระดับตำนานที่ได้มาใหม่นี้ สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำก็คือการป้องกันเกาะในช่วงที่ผมไม่อยู่ ผมไม่ได้เลือกกำแพงสูง แต่เลือกเป็นบาเรียระดับสูงรอบเกาะแทน เพราะตัวของบาเรียจะมีฟังก์ชันการป้องกันที่หลากหลายกว่า แต่ในอนาคตอาจจะสร้างกำแพงขึ้นมาอีกชั้นเพื่อความปลอดภัยหากสร้างเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว และแน่นอนว่าต้องเสียค่าชื่อเสียงไปอีก 10 ล้านแต้ม ในตอนนี้ระดับของผมขึ้นมาอยู่ที่ 860 แล้ว นับเป็นตัวเลขที่ไวมาก เพราะฟาร์มมอนสเตอร์ คลาส 9 แค่สองตัว กับคลาส 8 ไม่กี่สิบตัวเองก็ขึ้นมาเป็น 10 ระดับแล้ว ถ้าไปถึงอาณาจักรปฐพีคงจะเพิ่มขึ้นเยอะกว่านี้แน่นอน ผมจัดการของต่างๆให้เรียบร้อยก่อนที่จะสำรวจพื้นที่รอบๆให้ละเอียดเพื่อดูว่าไม่ได้ขาดตกบกพร่องตรงไหนไป เมื่อเช็คทุกอย่างดีแล้วก็คงจะได้เวลากลับเสียที ผมพลันหันหลังมุ่งตรงไปยังเส้นทางที่เดินทางผ่านมาเพื่อเดินไปที่เรือขนส่งสินค้าลำเดิมพร้อมกับทรูกัสที่เดินตามหลังผมเพื่อไปส่งนายของมัน “คงได้เวลากลับไปที่เรือแล้วสิ หวังว่าพวกนั้นจะยังอยู่ดีนะ....”.....