ตอนนี้ทุกคนที่เฝ้ามองผ่านจอภาพกลไกต่างลุกขึ้นยืนพร้อมกัน เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ รถแข่งล้ำยุคคันสีแดงที่ตั้งแต่ออกตัวก็นำโด่งข้ามผ่านเส้นทางต่างๆ โดยทิ้งคู่แข่งไว้เบื้องหลังชนิดไม่เห็นฝุ่น
เส้นทางสุดท้ายที่ทุกคนรอคอย คืออุโมงค์น้ำแข็งที่ยาวเหยียดและหนาวเหน็บท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดผ่านและแสงที่สะท้อนกับพื้นน้ำแข็ง ทำให้ทางวิ่งดูเหมือนประดับด้วยเพชรแวววาว
วัตถุสีแดงพุ่งทะยานด้วยความรวดเร็ว มาถึงปากอุโมงค์น้ำแข็งความหนาวเย็นยิ่งกว่าทุกเส้นทางที่ผ่านมาก็พุ่งเข้ามาปะทะกับนาฟหยาดน้ำแข็งที่ห้อยลงมาจากเพดานอุโมงค์เหมือนหนามแหลมคมที่รอคอยการทดสอบ
นาฟหายใจลึกๆ เพื่อลดความตื่นเต้นก่อนจะบิดคันเร่งและพุ่งเข้าสู่อุโมงค์ด้วยความมั่นใจ
ภายในอุโมงค์นั้นสว่างไสวไปด้วยแสงที่สะท้อนจากผนังน้ำแข็งรอบด้านล้อของรถมอเตอร์ไซค์ปรับตัวให้ยึดเกาะกับพื้นน้ำแข็งได้ดีขึ้นระบบควบคุมความสมดุลทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อลดความลื่นและการเสียหลัก นาฟเร่งเครื่องยนต์ใช้ทักษะที่ยอดเยี่ยมในการเลี้ยวโค้งคดเคี้ยวที่เต็มไปด้วยอันตราย
เสียงเครื่องยนต์ดังก้องในอุโมงค์น้ำแข็งสะท้อนกลับมาเป็นเสียงกระหึ่มที่เพิ่มความตื่นเต้นให้กับผู้ชมที่ต่างส่งใจเชียร์อยู่
หยาดน้ำแข็งตกลงมา เยอะขึ้นราวกับพายุใบมีดซึ่งรถคันแดงก็หลบได้อย่างฉิวเฉียดทุกครั้ง
ขณะที่ใกล้ถึงปลายทางของอุโมงค์น้ำแข็งแสงสว่างจากภายนอกเริ่มส่องเข้ามาเป็นแสงนำทาง
สุดท้าย นาฟขับรถแข่งพุ่งผ่านออกจากอุโมงค์น้ำแข็งทันทีทะลุออกจากโลกมิติ รถคันแดงลอยขึ้นเหนือพื้นค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะลงกระแทกพื้นสะพานสีทองอย่างนุ่มนวลเข้าสู่เส้นทางสู่เส้นชัยเป็นคันแรกทันที
ด้วยความรู้สึกของชัยชนะ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นความภูมิใจก็พลุ่งพล่านในใจของนาฟ
เสียงปรบมือดังก้องกังวานไปทั่วทั้งสนาม ผู้ชมแต่ละคนยืนขึ้นตบมือ“เฮ!!!”ๆ ๆ
บางคนถึงกับร้องตะโกนอย่างสุดเสียง
ผู้ชมหลายคนยังตื่นเต้น ตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็น หลายคนออกอาการถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเสียงเชียร์และเสียงปรบมือยังดังก้องไปทั่วสนามแข่ง อย่างต่อเนื่อง
“เฮ!!!”ๆ ๆ
ผู้ควบคุมการแข่งขันประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า
"นักแข่งคันแรกที่เข้าเส้นชัย สามารถผ่านเกณฑ์ในรอบคัดเลือกได้โดยเข้าสู่เส้นชัยในเวลา 53.45 นาที!"
และถือเป็นสถิติใหม่ของการแข่งขัน”
ผู้คนโดยรอบส่งเสียงฮือฮา ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว
“นี่มันสุดยอดเลยนะ! ข้าไม่เคยเห็นใครที่ขับขี่ในรอบคัดเลือกได้รวดเร็วปานนี้เลย”
“ใช่ๆ พวกเราก็มาดูการแข่งขันทุกปี แต่ความเร็วระดับนี้มันน่าทึ่งจริงๆ” เสียงพูดคุยดังไปทั่ว
ไม่นานก็มีเสียงดังมาจากมุมหนึ่งของสนาม
“นี่มัน! หมายความว่าชายหนุ่มคนนั้นทำความเร็วได้เกือบถึง 570 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยนะ!
กลุ่มแขกผู้มีเกียรติต่างนิ่งอึ้ง สายตาเบิกกว้างแต่ละกลุ่ม แต่ละพวก ล้วนมีความคิดที่แตกต่างกันไป
กลุ่มนักแข่งอันดับสูงสุดเหม่อมองด้วยสายตาที่เป็นประกาย เลือดเนื้อเต้นรู้สึกคันไม้คันมืออยากลงไปวัดความเร็วกับเจ้าคันแดงทันที
ทุกคนต่างมองไปที่ชายหนุ่มในรถคันแดงที่ค่อยๆขับผ่านหน้าผู้ชมทุกคน เพื่อกลับเข้าห้องเช็คเครื่อง
ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเป็นการสร้างสรรค์ตำนานใหม่ในโลกแห่งการแข่งขันนับต่อจากนี้
ในที่สุดรอบสุดท้ายของการแข่งขันในวันนี้ก็สิ้นสุดลงมีรถแข่งผ่านเข้ารอบคัดเลือกเพิ่มอีก 4 คัน โดยสามคันสุดท้ายที่ผ่านเข้าเส้นชัยมา ทำเวลาได้อย่างฉิวเฉียดมากจนเกือบจะไม่ผ่านเข้ารอบ
ผู้ชมต่างกระซิบกระซาบกันว่าทั้งสามคันวิ่งตามรอยของรถแข่งคันสีแดง
หลังจากสิ้นสุดการแข่งขันจุดสนใจในการแข่งขันวันนี้ ล้วนพุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่มในรถคันสีแดงมีผู้สื่อข่าวจากทั่วทุกที่ เข้าไปรุมล้อมอยู่หน้าห้องเช็คเครื่อง รอคอยการออกมาของนักแข่งและช่างเครื่อง
ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชมมากมายที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากต่างลงจากอัฒจันทร์เชียร์ เขามาล้อมรอบบริเวณดังกล่าว
ไม่นานเจ้าหน้าที่สนามก็ออกมาแจ้งให้ ผู้สื่อข่าวและผู้คนที่รอคอยอยู่โดยรอบให้ทราบว่า นักแข่งไม่สะดวกจะปรากฏตัวให้สัมภาษณ์ เพราะต้องเตรียมตัวแข่งในรอบถัดไปและตอนนี้ได้กลับออกไปแล้ว
สร้างความเสียดายให้ผู้ชมโดยรอบที่อยากมาใกล้ชิดกับนักแข่งแต่ผู้สื่อข่าว แต่ละสำนักย่อมต้องติดตามอย่างไม่ลดละ เริ่มส่งข่าวไปยังต้นสังกัดให้สืบประวัติความเป็นมาของนักแข่งเป็นการด่วน
ในวันต่อมาการแข่งขันรอบคัดเลือกยังคงดำเนินต่อไปจนครบถ้วน โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบอีก 18 คน รวมรอบคัดเลือกรอบแรก ได้นักแข่งที่ผ่านเกณฑ์ถึง 33 คัน จากทั้งหมดเกือบ สองพันคน โดยทั้งหมดจะแข่งขันกันและคัดให้เหลือเพียง 15คันสุดท้ายเพื่อผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับนักแข่งอันดับสูงสุด
ช่วงที่ผ่านมาไม่มีเรื่องไหนที่จะโด่งดังไปกว่านักแข่งชุดแดงที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการแข่งขันเรซซิ่งสเตรชเชอร์ ไม่ว่าจะเป็นรถที่เขาขับขี่ ที่ล้ำยุคสมัยแล้วตัวนักแข่งที่ผสานการขับขี่ได้อย่างกลมกลืนสามารถสร้างสถิติใหม่ที่เร็วที่สุดให้กับการแข่งขัน ขึ้นมาได้
ผู้สื่อข่าวและผู้คนต่างไปตรวจสอบชื่อของนักแข่งที่ลงทะเบียนไว้โดยใช้ชื่อฉายาว่า
“พายุโลหิต!”
ชื่อเสียงของ พายุโลหิต ดังไปทั่วเมืองตะวันตกอย่างรวดเร็ว ผู้คนในเมืองต่างเชียร์นักแข่งเป็นการส่วนตัวเพราะรับรู้ว่าเป็นเด็กนักศึกษาของสถาบันในเมืองตะวันตก
ผู้สื่อข่าวที่ล้วงข้อมูลได้ลึกกว่าเริ่มกระจายข่าวสารไป ทั่วเมืองถึงเด็กหนุ่มที่สร้างความอัศจรรย์คนนี้ว่าเคยสร้างตำนานแห่งการแข่งขันโคลิเซี่ยมแห่งเมืองตะวันออกมาแล้วแถมยังเป็นเด็กหนุ่มที่ดี มีความมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้คนมีความสามารถในการการสร้างชุมชนเมืองใหม่จนได้ชื่อว่าเป็น นายช่างใหญ่