ตอนที่ 4 ไม่ผิดจากที่คิด (2)
กู้อวิ๋นหวงยิ้มเยาะ เดิมทีตั้งใจจะลุกจากเตียงก็กลับเอนตัวลงไปอีกครั้ง นอนแช่อย่างเกียจคร้านกว่าครึ่งชั่วยามถึงค่อยลุกขึ้น หลังกินอาหารอย่างเชื่องช้าแล้วถึงไปที่เรือนเล่อโซ่ว
เสียงสรวลเฮฮาดังแว่วมาจากเรือนเล่อโซ่ว กู้อวิ๋นหวงยืนฟังอยู่นอกประตูใหญ่นานพักหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไป ครั้นสาวใช้หน้าประตูเห็นนางมาถึงก็ขานคำว่า ‘คุณหนูใหญ่มาแล้ว’ ไปทางในห้อง เสียงหัวเราะพลันเงียบลง กู้อวิ๋นหวงหัวเราะเบาๆ ก่อนย่างเท้าก้าวเข้าไป
“มาเอาป่านนี้ ข้านึกว่าข้าไม่ได้เชิญหลานสาว แต่เชิญบรรพบุรุษมาเสียอีก!” เท้าข้างหนึ่งของกู้อวิ๋นหวงเพิ่งเหยียบเข้าห้อง เสียงตำหนิพร้อมหน้าตาบูดบึ้งของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ดังขึ้นทันที
เท้าอีกข้างของกู้อวิ๋นหวงก้าวเข้าห้อง สายตาเหลือบมองเจียงเย่ว์เหยากับกู้ิจูและกู้ิจวินน้องสาวต่างมารดาอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังฮูหยินผู้เฒ่ากู้ ก่อนเดินเข้าไปยอบกายคารวะกลางห้อง “หลานร่างกายไม่แข็งแรง ทั้งยังฝันร้ายติดกันหลายคืน เลยตื่นสายไปเล็กน้อย ขอท่านย่าโปรดอภัยด้วยเ้าค่ะ”
“ร่างกายไม่แข็งแรงรึ ั้แ่เ้ากลับจวนอัครเสนาบดีมา ข้าไม่เคยเห็นมีตอนไหนเ้าจะร่างกายแข็งแรงดีเลย!” ฮูหยินผู้เฒ่ากู้พูดประชดเสร็จก็หันมองเจียงเย่ว์เหยา “เย่ว์เหยา เ้าไปตรวจดูให้นางหน่อย ดูสิว่าแท้จริงแล้วนางร่างกายไม่แข็งแรง หรือมีปัญหากับจวนอัครเสนาบดีของข้ากันแน่!”
กู้อวิ๋นหวงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เจียงเย่ว์เหยาเข้าใจหลักวิชาแพทย์ นางมีหรือจะไม่รู้
“เรียนคุณหนู ตอนบ่าวอาศัยที่อำเภอชิ่งเต๋อ เคยเรียนวิชาแพทย์กับท่านหมอในโรงหมอมานิดหน่อย แม้จะรู้ไม่มาก แต่ในด้านอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยกับการบำรุงดูแลร่างกายก็พอมีประสบการณ์อยู่บ้างเ้าค่ะ” เจียงเย่ว์เหยาเดินออกมาจากทางด้านหลังของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ ยอบกายคารวะตัวเกร็งแล้วกล่าวอย่างนอบน้อม
“เช่นนั้นเ้าตรวจดูให้ข้าหน่อยแล้วกัน” กู้อวิ๋นหวงเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกด้าน แล้วยื่นมือออกมา
เจียงเย่ว์เหยานั่งลงข้างนาง หยิบผ้าสะอาดผืนหนึ่งวางบนข้อมือของกู้อวิ๋นหวง ก่อนยื่นสองนิ้วทาบจับชีพจรให้นาง ครั้นเห็นกู้อวิ๋นหวงมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ เจียงเย่ว์เหยาจึงเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “บ่าวฐานะต่ำต้อย ไม่กล้าทำให้มือของคุณหนูแปดเปื้อนเ้าค่ะ”
“เข้าใจหลักเกณฑ์มารยาทไม่น้อยเลยนี่” สายตาของกู้อวิ๋นหวงกวาดผ่านกระโปรงผ้าไหมตัวใหม่ของนาง
ปลายนิ้วเจียงเย่ว์เหยาสั่นเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมองกู้อวิ๋นหวง กู้อวิ๋นหวงมีใบหน้างดงามประณีตชวนให้คนนึกอิจฉา แม้ตอนนี้ยังไม่โตเป็สาวเต็มตัว แต่ก็เริ่มฉายแววให้เห็นว่าจะงามล่มเมืองแล้ว ยามนี้สีหน้านางเรียบเฉย ท่าทางไม่แยแสสิ่งใด มองอารมณ์ไม่ออกแม้แต่น้อย แต่ในใจเจียงเย่ว์เหยากลับรู้สึกได้ว่ากู้อวิ๋นหวงไม่ชอบนาง
ครั้นลองทบทวนเื่ราวตอนเข้าจวนอัครเสนาบดีเมื่อวานดูั้แ่ต้นจนจบ ก็ไม่พบว่าเผลอเผยพิรุธอันใดออกไป เจียงเย่ว์เหยาเก็บความคิดไปนึกเพียงว่ากู้อวิ๋นหวงเป็คุณหนูตระกูลใหญ่คงอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจเป็ปกติ
จับชีพจรเสร็จเจียงเย่ว์เหยาก็เก็บผ้าเช็ดหน้า ลุกขึ้นยอบกายให้กู้อวิ๋นหวง แล้วหันหน้าหาฮูหยินผู้เฒ่ากู้ “ฮูหยินผู้เฒ่า ร่างกายคุณหนูไม่แข็งแรงจริงเ้าค่ะ เืลมพร่องทั้งยังถูกฝันร้ายรบกวน หากฝืนต่อไป ไม่รีบเสริมเืลมให้ทันท่วงที เกรงว่าอาจส่งผลต่ออนาคตภายหน้าของคุณหนูได้เ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มองกู้อวิ๋นหวง บนใบหน้าปรากฏความกังวลขึ้นหลายส่วน รีบถามทันที “เช่นนั้นต้องทำอย่างไรถึงจะบำรุงเืลมให้กลับมาดีได้”
เจียงเย่ว์เหยาย่อเข่าทำความเคารพ “วิธีบำรุงเืลมมีมากเ้าค่ะ วิธีที่ดีที่สุดคือการกินอาหารบำรุง แต่การกินอาหารบำรุงจำเป็ต้องใช้เวลา ไม่ใช่เื่ที่สำเร็จเห็นผลในชั่วข้ามคืนเ้าค่ะ”
“ขอเพียงรักษาร่างกายนางให้ดีได้ เวลาไม่ใช่เื่สำคัญ เอาแบบนี้แล้วกัน เ้าเขียนวิธีมา ให้ซุนหมอมอส่งไปห้องครัว หลังจากนี้ก็ให้ห้องครัวจัดเตรียมอาหารให้นางตามวิธีที่ว่า ลองรักษาไปก่อนสักระยะแล้วค่อยดูผล” หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็กล่าวขึ้นอย่างจริงจังโดยไม่ยอมให้ปฏิเสธได้
กู้อวิ๋นหวงจิบชาหนึ่งคำ “ไยท่านย่าต้องทำให้วุ่นวายเช่นนั้นด้วย ในเมื่อเจียงเย่ว์เหยารู้หลักวิชาแพทย์ ก็ให้นางติดตามหลานเถอะเ้าค่ะ มีนางคอยดูแลด้วยตัวเอง ร่างกายหลานคงแข็งแรงเร็วขึ้นกว่าเดิม”
ประโยคเดียวกันที่ติดอยู่ในปากของซุนหมอมอถูกกู้อวิ๋นหวงแย่งพูดไปก่อน ทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว